ตอนที่ 9 สนิทกันขึ้น
“ แม่นางซี ไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณชายหรอก ท่านสามารถกล่าวชื่อข้า ฟงหมิงได้เลย ” ฟงหมิงเห็นหญิงสาวยังคงเรียกชื่อเขาว่าคุณชาย ก็ทำให้รู้สึกจั๊กจี้หูแปลกๆ จึงแนะให้นางได้เปลี่ยน ซึ่งตอนนั้นซีเหนียงก็ยิ้มออกมาอย่างคนมีเลศนัย “ เช่นนั้นท่านก็ต้องเรียกข้าว่าซีเหนียงเช่นเดียวกัน ห้ามเรียกข้าว่าแม่นาง ” คล้ายรอเวลาต่อรองงมานาน ซีเหนียงยิ้มฟันขาวออกมา และนั่นก็ทำให้ฟงหมิงได้แต่สร้างท่าทียกมือสองข้างขึ้นมา คล้ายเป็นการบอกว่ายอมแพ้ จนทำให้หญิงสาวที่เห็นก็หัวเราะคิกคักด้วยความตลกในท่าทีของเขา ซึ่งความจริงหญิงสาวก็ไม่ทราบ ว่าตัวของฟงหมิงก็เพียงแค่ทำไปฉากหน้าเท่านั้น เมื่อชื่อของเขาที่ให้นางเรียกอย่างนั้น ก็เพื่อทดสอบว่าหัวใจที่นางเปิดอ้าว่ามีต่อเขาขนาดไหน ‘ชีวิตก่อน เราก็ใช้วิธีนี้ สุภาพเบื้องต้น และเข้าหาอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่มันก็ไม่ได้ผล.....มาวันนี้ ใช้วิธีเดิม กลับก้าวหน้าไปอย่างแตกต่าง นี่คือความทรงพลังของหน้าตาหรอ?’ ฟงหมิงนึกคิดในใจด้วยความรู้สึกเศร้าและแอบยินดีในเวลาเดียวกัน เพราะความเป็นจริงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็เป็นคนที่อยากจะเป็นที่นิยมอย่างใครเขาบ้าง ตอนนั้นระหว่างคุยกับสาวสวยด้านข้าง ก็ทำให้ฟงหมิงใช้โอกาสนี้สอบถามเรื่องการฝึกวิชายุทธกับนาง เมื่อความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ของเขา เรียกได้ว่าแทบจะเป็นศูนย์ ด้วยว่าหากไม่เกี่ยวกับเรื่องหมัดมวย ที่พอจะได้เห็นอยู่บ้างตามอินเทอร์เน็ต เรื่องการใช้กระบี่ร่ายรำหรือฟาดฟัน ก็แทบจะไม่เห็นเลยในชีวิตที่แล้ว และนั่นก็ไม่นับรวมที่เห็นในนิยาย ที่มันดูจะไม่สามารถนำมาประยุคต์ใช้ได้กับของจริง “ ฟงหมิง ทำไมไม่ให้ข้ารำกระบี่ให้เจ้าดูล่ะ? ” ซีเหนียงเห็นชายหนุ่มมาขอคำแนะนำ ก็ทำให้นางรู้สึกแอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ว่าตนเองก็มีสิ่งที่นำหน้าเขาอยู่บ้าง ซึ่งแน่นอนว่าฟงหมิงที่ได้ยินอย่างนี้ ก็รีบตกลงทันที จนตอนนั้นหญิงสาวก็ออกไปร่ายรำกระบี่ตรงลานกว้าง แสดงหนึ่งในวิชายุทธของนิกายกระบี่แห่งนี้ออกมาทันที แบบไม่ปิดบัง โดยเงากระบี่ที่เกิดขึ้น พร้อมกับท่วงท่าเท้าที่เดินสลับหมุนเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ ตอนนั้นฟงหมิงจ้องมองด้วยดวงตาที่เป็นประกายและมุ่งมั่น “ สวยจริงๆ....... ” จ้องมองลายกระบี่ที่ถูกฟันออกมา ตอนนั้นเหมือนกับกำลังดูหนังผ่านการตัดต่อยังไงยังงั้น ร่างกายของคนที่เห็นอยู่ ทว่าก็เริ่มเบลอจนแทบจะมองไม่เห็น จากการเพิ่มความเร็ว จากการผสมผสานวิชาตัวเบาและวิชากระบี่ ที่ล้ำหน้าของซีเหนียงในตอนนี้ และฟงหมิงดูไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกคันไม้คันมือ จึงหยิบเอากิ่งไม้ด้านข้าง เริ่มรำกระบี่ตามที่เขาถูกสอนมาบ้าง เพราะท่วงท่าที่ถูกจำ ตอนนั้นไม่มีตัวอย่าง ทำให้พอตอนที่อาจารย์ของเขาสอน จึงไม่เข้าใจมากนัก แต่ว่าตอนนี้มีซีเหนียงมารำกระบี่ แสดงท่วงท่าให้ดู ก็ทำให้เขาพอเข้าใจพื้นฐานเบื้องต้น เริ่มใช้ออกบ้างด้วยวิชากระบี่ ฟึ่บบบบบบ ฟึ่บบบบบบบบ ร่างกายไหลลื่นดุจน้ำไหลผ่านลำคลอง นิ่ง สงบ และไร้สิ่งขวางกั้นหรือบดบัง หวึ่งงงงงงงงงง หวึ่งงงงงงงงงงงง ทางซีเหนียงที่รำกระบี่อยู่ พอดวงตานางเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นมารำกระบี่บ้าง ก็ทำให้นางได้หยุดมือและจ้องมองเขาด้วยสีหน้าที่สงสัย จนกระทั้งใบหน้าที่สงสัยเปลี่ยนแปลงไปเป็นความตกตลึงZ0[X