การต่อสู้ของทุกคนจบลงในเวลาไล่เลี่ยกัน
หลังจากนั้นก็กลับมารวมกันที่จุดเดิมต่างคนต่างมองหน้ากันไม่พูดอะไร สมกับเป็ครอบครัวที่ไม่ค่อยพูด
ทั้งสี่บินกลับไปที่กำแพงด้วยความเร็วไม่ช้าไม่เร็วริน่ากล่าวออกมาเป็คนแรก
“นับว่าแปลกมากที่ไม่มีสัตว์ตัวอื่นติดตามสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรมานี่เป็ครั้งแรกเลยที่เป็แบบนี้”
กาเวนพยักหน้าเงียบๆ
เมื่อทั้งสี่เหาะไปถึงกำแพงเมืองก็พบว่านักรบกำลังวิ่งวุ่นไปบนกำแพงบ้างไปวิ่งบนกำแพงไปทางทิศเหนือ บ้างวิ่งไปทางทิศใต้
กาเวนเหาะไปหยุดอยู่หน้าผู้มีรอยประทับระดับเมืองวัยกลางคนผู้หนึ่งที่ลอยอยู่กลางอากาศ
“เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้มีรอยประทับระดับเมืองคนนั้นทำความเคารพกาเวนแล้วเอ่ยด้วยท่าทีร้อนรน
“เรียนท่านกาเวนตอนนี้กำแพงเขตเหนือและเขตใต้ถูกสัตว์ร้ายระดับเมืองหลายสิบตัวสัตว์ร้ายระดับหมู่บ้านและระดับทั่วไปหลายร้อยตัวบุกโชคดีที่ท่านจอร์นยังอยู่ที่เขตเหนือทำให้คุมสถานการณ์ไว้ได้ ส่วนเขตใต้ท่านฟารอนเพิ่งเริ่มออกเดินทางมาเขตตะวันตกสัตว์ร้ายก็เข้ามาบุกทำให้ท่านฟารอนย้อนกลับไปแก้ไขสถานการณ์ได้ทันตอนนี้เราสั่งผู้มีรอยประทับระดับเมืองรวมถึงนักรบของเขตตะวันตกไปช่วยทั้งสองเขตแล้วครับ”
ได้ยินดังนี้กาเวนจึงพยักหน้าท่านจอร์นที่ว่าคือผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรอีกคนของตระกูลทองคำ ส่วนท่านฟารอนก็คือผู้นำตระกูลสายลมและยังเป็ระดับอาณาจักรเช่นกัน
จากนั้นกาเวนได้หันมาบอกการันกับการินว่าให้อยู่เฝ้าที่เขตตะวันตกนี้เผื่อมีอะไรฉุกเฉินส่วนเขากับริน่าจะแยกกันไปสมทบที่เขตเหนือกับใต้ยังมีเขตตะวันออกที่ยังต้องไปดูอีกด้วยว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า
การันยืนอยู่บนกำแพงเหนือประตูเมืองเขตตะวันตกส่วนการินไปหาเทียร์น่าที่อยู่ในศูนย์บัญชาการของหน่วยนักรบที่หนึ่งแห่งเขตตะวันตก
“ท่านพี่!”
เทียร์น่าที่เห็นการินเปิดประตูเข้ามาจึงวิ่งเข้าไปกอด
“แล้วท่านพ่อท่านแม่ กับท่านพี่การันล่ะคะ?”
“ตอนนี้สัตว์ร้ายบุกเขตเหนือกับเขตใต้ท่านพ่อท่านแม่ต้องไปควบคุมสถานการณ์ส่วนท่านพี่การันอยู่ที่กำแพงเขตตะวันตกนี่แหละ”
พูดถึงการันการินพลันขมวดคิ้ว หลังจากรู้ว่าตัวเขาเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรชายหนุ่มรู้สึกว่าการันมองเขาด้วยสายตาต่างไปจากเดิม คล้ายตัดสินใจอะไรบางอย่างได้
ค่ำคืนอันวุ่นวายสำหรับทุกคนยกเว้นการินผ่านพ้นไป
การินถูกปลุกโดยเทียร์น่าั้แ่เช้าตรู่น้องสาวของเขาคนนี้บอกว่าอยากลองขึ้นไปบนกำแพง เพราะเธอยังไม่เคยขึ้นไปเลยสักครั้งเลยอยากให้ท่านพี่การินพาขึ้นไปเดินเล่นบนนั้นหน่อย
แม้การินจะรู้สึกี้เีแต่ก็ยังคงตามใจน้องสาวชายหนุ่มจูงมือเทียร์น่าเดินออกมาจากศูนย์บัญชาการ เมื่อชายหนุ่มมาถึงหน้าประตูเมืองก็ได้พบกับยามสองคน
ยามทั้งสองไม่คุ้นหน้าการินกับเทียร์น่าจึงมีท่าทางอึกอักไม่รู้จะทำตัวยังไง
การินยิ้มให้ยามทั้งสองแล้วจึงหันไปเอ่ยกับเทียร์น่า
“อยากลองเหาะดูไหม?”
“อยากค่ะ!”
เทียร์น่าพยักหน้าราวไก่จิกข้าว
การินอุ้มเทียร์น่าขึ้นก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น
เทียร์น่าใช้มือข้างหนึ่งคล้องคอการินปากก็หัวเราะสนุกสนานราวกับเด็ก
การินอุ้มเทียร์น่าลอยขึ้นจนมาอยู่ระดับเดียวกับบนกำแพงจึงหยุดลอยขึ้นชายหนุ่มวางน้องสาวลงบนกำแพงก่อนเป็อันดับแรกแล้วค่อยวางเท้าตัวเองลงบนกำแพงสายตามองไปยังร่างที่ยืนนิ่งอยู่บนกำแพงก่อนแล้ว
การินเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างร่างนั้นโดยมีเทียร์น่าซึ่งปิดปากเงียบเดินตามมา
“ท่านพี่อยู่นี่ตลอดทั้งคือเลยเหรอครับ?”
การินถามคนข้างๆ โดยตามองไปด้านหน้า
“อืมพี่ต้องทำตามคำสั่งของท่านพ่อคือระวังเหตุไม่คาดคิด”
การันไม่เมินคำถามของการิน
บนกำแพงตกอยู่ในความเงียบงัน
เทียร์น่าเม้มริมฝีปากทนไม่ไหวจึงกล่าวขึ้น
“หนูขอตัวไปเดินเล่นบนกำแพงก่อนนะคะท่านพี่การันท่านพี่การิน”
“เดินระวังๆ ด้วยล่ะ อย่าให้ตกลงไปนะ”
การินเตือนส่วนการันเพียงพยักหน้าเท่านั้น
เทียร์น่าพยักหน้ายิ้มแล้วเดินไปทางทิศใต้
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งผ่านไปนานแค่ไหนไม่มีใครทราบ การันเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน
“การิน”
“ครับท่านพี่?”
การินมองไปที่พี่ชาย
การันหันมาจ้องชายหนุ่มเช่นกัน
“งานคัดเลือกวันนี้พี่อยากให้การินเข้าร่วมด้วย”
การินมุ่นคิ้ว
“แต่ผมไม่สนใจที่จะเป็ว่าที่ผู้นำตระกูล”
“ถ้าการินแพ้น้องต้องบอกให้ท่านพ่อไม่ถอนหมั้นพี่กับอลิสถ้าการินชนะพี่ได้พี่ถึงจะเห็นว่าน้องคู่ควรกับอลิส พี่จะไม่เข้าไปยุ่งกับอลิสอีกแต่ถ้าการินไม่ยอมเข้าร่วมการแข่งพี่จะออกจากตระกูลดวงดาวและเราจะไม่ใช่พี่น้องกันอีก!”
“ตรรกะอะไรเนี่ย...”
การินพึมพำออกมาชายหนุ่มมองเข้าไปในดวงตาของพี่ชายตนผ่านไปนานหลายนาทีสุดท้ายการินจึงได้แต่ถอนหายใจ
“ก็ได้ครับ”
ได้ยินดังนั้นการันจึงหันหน้ากลับไปแล้วไม่พูดอะไรอีก
ผ่านไปนานนับชั่วโมงไม่รู้เทียร์น่าไปเดินเล่นแบบไหนถึงได้ถูกริน่าหิ้วกลับมา
มองเห็นลูกชายสองคนยืนเคียงข้างกันริน่ารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยกล่าวกับพวกการินว่า
“ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้วส่วนงานคัดเลือกว่าที่ผู้นำคงต้องเลื่อนไปวันพรุ่งนี้ ตอนนี้พวกลูกไปพักเถอะแขกจากตระกูลอื่น ๆ คงจะมาถึงในค่ำนี้แหละ”
การินกับการันพยักหน้าและพูดแทบจะพร้อมกัน
“ครับ”
“ครับ”
การันเดินไปที่บันไดลงที่เหล่านักรบใช้ลงจากกำแพงส่วนการินะโลงจากกำแพงลงถึงพื้นในพริบตา
วันเวลาอันเบื่อหน่ายของการินผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็เป็เช้าวันถัดมาแล้ว
ด้านนอกกำแพงตอนนี้มีผู้คนนั่งเรียงรายบนเก้าพนักพิงเป็จำนวนมากบางส่วนก็ยืนเอา บางคนสวมชุดเกราะ มีั้แ่เด็ก คนหนุ่มสาว คนวัยกลางคน และคนชรา
กลุ่มครอบครัวของการินมาถึงเป็กลุ่มสุดท้ายริน่าใช้โอกาสนี้แนะนำบุคคลชั้นสูงภายในกำแพงให้การินรู้จัก
ริน่าพาการินไปทักทายคนจากสิบสองตระกูลชั้นสูงก่อน
ตระกูลชั้นสูงประกอบด้วยตระกูลดอกหญ้า ตระกูลไวน์องุ่น ตระกูลแสงจันทร์ ตระกูลไม้เท้าทองคำตระกูลมงกุฎมรกตของมาเรีย ตระกูลสิงโตทองคำ ตระกูลดอกไม้สีเื ตระกูลเถาวัลย์ตระกูลจอกทองคำ ตระกูลบัลลังก์หิน ตระกูลประตู และตระกูลด้วงทองคำ
ในบรรดาสิบสองตระกูลชั้นสูงนี้มีเพียงตระกูลดอกหญ้าตระกูลมงกุฎมรกต และตระกูลจอกทองคำสามตระกูลเท่านั้นที่มีผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรและมีเพียงตระกูลละหนึ่งคนเท่านั้น
เมื่อชายหนุ่มเดินผ่านตระกูลมงกุฎมรกตเขาเห็นมาเรียด้วย
จากนั้นริน่าจึงพาชายหนุ่มมาแนะนำกับสี่ตระกูลผู้ปกครองโดยเริ่มจากตระกูลสายลม
เมื่อได้ยินว่าการินเป็ลูกชายคนรองของกาเวนกับริน่าผู้เฒ่าสวมชุดขาวที่นั่งอยู่หน้าสุดสอดสายตามองประเมินการิน
“ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้นำตระกูลดวงดาวจะยังมีลูกชายอยู่อีกคนดูแล้วเ้าหนุ่มนี่เป็ผู้มีรอยประทับใช่ไหม?”
“ใช่แล้วค่ะท่านฟารอน”
ริน่าตอบแต่ไม่ได้บอกว่าการินอยู่ระดับอะไร
ผู้เฒ่าที่ถูกริน่าเรียกว่าฟารอนพยักหน้ากล่าวยิ้มๆ
“หล่อเหลาพอๆ กับหลานชายฉันเลยนะ ใช้ได้ ๆ”
เมื่อได้ยินผู้เฒ่ากล่าวถึงหลานชายของตนเองการินมองไปทางด้านหลังของชายชราก็ต้องอมยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีสีหน้าเ็า
“เฟย์นายนี่หล่อเหลาอย่างที่มาเรียพูดเอาไว้จริง ๆ”
การินคุยกับชายหนุ่มท่าทีเ็าด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
ทว่าชายหนุ่มใบหน้าเ็ากลับดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีสนิทสนมของการินนักแต่กลับสนใจคำที่การินพูดมากกว่า
“มาเรียพูดถึงฉันแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”
การินพยักหน้า
เฟย์กระแอมไอเล็กน้อยสายตาชำเลืองมองไปทางตระกูลมงกุฎมรกตผลกลับกลายเป็ว่าเขาได้ประสานสายตาเข้ากับมาเรียที่มองมาโดยบังเอิญ
ทั้งคู่รีบหลบตาไปทางอื่นใบหน้าแดงขึ้น
การินกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ
ฟารอนได้ยินคำพูดของการินก็ขมวดคิ้วแต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหลานชายก็เหมือนเข้าใจอะไรสักอย่างผู้เอามือมาลูบหนวดเคราสีขาวอย่างเชื่องช้า
ตระกูลสายลมมีผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรคนเดียวคือชายชราที่ชื่อฟารอนผู้นั้น
จากนั้นริน่าจึงพาการินไปที่ตระกูลขนนกตรงนี้ไม่ต้องอธิบายอะไรมากเมื่อการินมาถึงอเดลก็ร้องใส่ชายหนุ่มว่าลูกเขยเสียงดังทำเอาเหล่าผู้าุโซึ่งยังไม่รู้เื่ที่อลิสถอนหมั้นกับการันแล้วแล้วเหวอไปพร้อมๆ กัน
การินทำความเคารพอเดลกับเชอรอนพร้อมเรียกอีกฝ่ายว่าท่านพ่อท่านแม่ส่วนอลิส ชายหนุ่มเพียงสบตากับเธอพร้อมส่งยิ้มให้ไม่พูดอะไรซึ่งหญิงสาวก็ทำแบบเดียวกัน
ตระกูลขนนกก็มีเพียงอเดลเท่านั้นที่มีระดับอาณาจักร
ถัดมาริน่าพาการินมาพบกับตระกูลทองคำแวบแรกที่ชายหนุ่มมองเห็นคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าสามคนทำให้เขาต้องชะงักยิ่งเมื่อริน่าแนะนำชายหัวโล้นที่ดูมีอำนาจมากสุดผู้นั้นยิ่งทำให้รอยยิ้มชายหนุ่มแข็งทื่อ
“คนนี้คือท่านแจ็คผู้นำตระกูลทองคำท่านนี้คือคุณนายแรนดี้ภรรยาของท่านแจ็ค ส่วนคนนี้คือท่านจอร์นพี่ชายของท่านแจ็ค”
การินยิ้มแห้งทำความเคารพทั้งสามคนนี้
การินยังจำได้ในวันแรกที่อลิสเข้าประจำการในเขตตะวันออกเขาเคยใช้นักรบจิติญญาไปส่องคนหลายคนหนึ่งในเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มจำขึ้นใจก็คือเหตุการณ์ที่ภรรยาของคนที่ชื่อแจ็คมีชู้เป็คนที่ชื่อจอร์น
การินไม่คิดเลยว่าคนที่ชื่อแจ็คคนนั้นจะเป็ผู้นำตระกูลทองคำอันเป็หนึ่งในสี่ตระกูลผู้ปกครองยิ่งไม่คิดว่าคนที่ชื่อจอร์นจะเป็พี่ชายของแจ็คเอง
คุณนายแรนดี้ช่างสุดยอดนักที่ทำให้สามีจับไม่ได้การินเหลือบมองคุณนายแรนดี้ครู่หนึ่งแล้วคิดขึ้นมา
ตระกูลทองคำมีผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรสองคนคือแจ็คกับจอร์นสองพี่น้อง
จากนั้นริน่าก็พาการินมาแนะนำกับผู้าุโในตระกูลดวงดาวถึงจะบอกว่าผู้าุโแต่เกือบล้วนเป็ชายวัยกลางคนสิบสองตระกูลชั้นสูงกับสี่ตระกูลผู้ปกครองอื่นก็เป็เช่นเดียวกัน
การินนั่งลงข้างริน่าซึ่งมีเทียร์น่านั่งถัดจากเขาส่วนการันนั่งถัดจากกาเวนจากอีกด้าน
ชายวัยกลางคนที่เป็หนึ่งในสภาผู้าุโของตระกูลดวงดาวซึ่งการินจำได้ว่าเขาชื่อกาเซลเดินออกจากที่นั่งไปที่ลานกว้างตรงหน้า
“คนจากตระกูลดวงดาวจงฟังคนที่มีอายุไม่เกินสามสิบปี รอยประทับตื่นขึ้นแล้วไม่เกินสิบปี มีระดับเมืองขึ้นไปผู้ที่มีคุณสมบัติตามที่ว่านี้ผู้ใดอยากเข้าท้าชิงตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลให้ก้าวออกมาข้างหน้านี้”
กาเซลพูดเสียงดังฟังชัด
การันลุกขึ้นจากที่นั่งไปยืนด้านหน้ากาเซล
คนหนุ่มสองคนในตระกูลดวงดาวมีสีหน้าลังเลแต่สุดท้ายก็ไม่มีใครลุกขึ้นหลังจากที่ได้ยินข่าวว่าการันกลายเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรพวกเขาก็รู้สึกว่าโอกาสชนะช่างริบหรี่แต่ก็ยังพอมีโอกาสเพราะการันเพิ่งเลื่อนระดับอาจพอเอาชนะได้
แต่เมื่อวันก่อนพวกเขาได้ยินว่าการันเอาชนะสัตว์ร้ายระดับอาณาจักรได้ด้วยตัวคนเดียวก็รู้ว่าไม่มีทางสู้การันได้แน่นอนแล้ว
การันจ้องมาที่การินทั้งสองสบตากัน การินถอนหายใจยาวค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดอยู่เคียงข้างการัน