บทที่ 24
ผู้ช่วยเหลือ
แว่วเสียงของกลุ่มทหารเผ่าฝูถูและคนจากเผ่าปีศาจไล่ตามติด ไป๋หลี่สำรวจสหายของนางั้แ่หัวจรดเท้า นางอยู่ในร่างจริงของวิหคสีชาด ซึ่งมันอาจนำพาอันตรายมาเยือนระหว่างหนี นางจับไหล่ของจิ่วเหรินพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
“ให้จิ่วเหรินอยู่ในสภาพนี้ไม่ได้เด็ดขาด ต้องให้นางกลับไปอยู่ในรูปลักษณ์เซียนดังเดิม”
“ผนึกพลังเทพของนางแตกออกแล้ว ทำได้เพียงจำแลงกายสักชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น” ซือเหยียนที่เงียบอยู่ปริปากพูดออกมา ไป๋หลี่นิ่งคิดไปครู่เดียวก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของซือเหยียน
พริบตาเดียวจิ่วเหรินก็กลับมาอยู่ในร่างเซียน สวมอาภรณ์สีเรียบดังเดิม ส่วนปราณวิหคเทพที่ปรากฏอยู่บนใบหน้านั้นซือเหยียนช่วยอำพรางเอาไว้
“เช่นนี้ค่อยดีขึ้นมาหน่อย เรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ”
ชิงมู่นำทางทั้งห้าไปยังป่าทางออกที่ชิงมู่แอบฟังซือเจิ้งกับท่านราชครูคุยกันมาตลอดทาง เห็นว่าหากพ้นป่านั้นไปแล้วจะมีค่ายกลเป็ประตูคอยปิดเปิดส่งตัวออกไปยังโลกด้านนอก
ระหว่างทางนั้นจิ่วเหรินมีโอกาสได้สนทนาถามไถ่ถึงเื่ราวด้านนอก นับจากวันที่นางหายตัวมานั้นมีสิ่งใดเกิดขึ้นบ้าง เห็นสีหน้าของไป๋หลี่ที่แสดงออกถึงความโกรธ สองมือของนางกำเข้าหากันเพื่อสะกดอารมณ์ที่คุกกรุ่น
“หลังจากที่เ้าหายตัวไป ท่านอาจารย์กับแม่ทัพกู้เยี่ยก็มาที่ป่าเค่ออี้ ออกคำสั่งให้ข้ากับแม่ทัพกู้เยี่ยไปที่เผ่าปีศาจ เพื่อตามหาเ้าที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”
“...”
“แต่เ้าคงคาดไม่ถึงหรอกจิ่วเหริน ว่าข้ากับแม่ทัพกู้เยี่ยพบเจอสิ่งใด” พอกล่าวมาถึงตรงนี้นางก็แค่นยิ้มอย่างสมเพช ไป๋หลี่ผู้เป็ถึงธิดาของเทพา ชีวิตนี้นางไม่เคยต้องหวั่นเกรงต่อศัตรู ทว่าหากศัตรูนั้นเป็คนที่นางเคารพนับถือมากที่สุด
“พบเจออะไรหรือ?”
“ข้ากับแม่ทัพกู้เยี่ยพบเจอท่านอาจารย์ที่เผ่าปีศาจ เขากำลังพูดคุยสนทนากับประมุขเผ่าปีศาจที่ไม่ใช่ซือเหยียน ข้าเองก็ไม่เคยพบเห็นหน้าเขามาก่อน ท่าทีสนิทสนมนอบน้อมนั้นมันทำให้ข้าเกิดความสงสัย ข้าชวนแม่ทัพกู้เยี่ยสืบเื่ราวอยู่ที่นั่นได้สักระยะ ก่อนจะกลับมาที่ป่าเค่ออี้เพื่อบอกกล่าวให้ศิษย์พี่รู้”
“คนผู้นั้นที่เ้าพบคือ ซือเจิ้ง บุตรชายของประมุขเผ่าปีศาจที่โดนสังหารในา เขาเป็พวกขี้โรคอ่อนแอชอบซ่อนตัวอยู่ในห้อง คอยสืบสาวเื่ราวโดยมีท่านราชครูลั่วเต๋อคอยช่วย”
ซือเหยียนที่ฟังด้วยความสงบปริปากอธิบายให้ไป๋หลี่ได้รู้ความจริง นางพยักหน้าก่อนจะเล่าเื่ต่อ
“แม่ทัพกู้เยี่ยทนร้อนอกร้อนใจไม่ไหว จึงเข้าไปพบกับท่านอาจารย์และถามเื่ในวันนั้น นอกจากท่านอาจารย์จะไม่ยอมรับแล้ว ์ยังส่งทหารมาจับตัวเขาไปขังคุก โทษฐานที่เขาพยายามทำร้ายท่านตี้หวั่งิ เมื่อทุกอย่างออกมาเป็เช่นนี้ ข้ากับศิษย์พี่จึงคิดวางแผนกับสัตว์เทพทั้งสี่”
“...”
“แล้วบังเอิญชิงมู่มาขอพบข้า เขานำข่าวเื่ที่เผ่าปีศาจจะไปยังดินแดนโบราณ ตัวเขาอยากช่วยซือเหยียน ส่วนข้าก็อย่ากช่วยเ้า ทว่าเื่มันก็ยังเลวร้ายไม่จบสิ้นหรอกจิ่วเหริน”
ไป๋หลี่พูดมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจอย่างแรง ทั้งซูลี่และหย่งฉีเองก็เศร้าหมองลงไปถนัดตา
“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?”
“ก่อนวันที่เผ่าปีศาจจะเดินทางไปยังดินแดนโบราณ วันนั้นป่าเค่ออี้ก็ถูกบุก พวกสัตว์เทพและภูติต่างโดนลอบทำร้ายจนาเ็ มีเทพจาก์ร่วมมือกับพวกปีศาจ สัตว์เทพทั้งสี่สูญสิ้นพละกำลังจนต้านไม่ไหว ส่วนศิษย์พี่นั้นาเ็สาหัส ชิงมู่จึงพาข้าและภูติทั้งสองหลบหนีออกมา ก่อนจะส่งศิษย์พี่ไปรักษาตัวกับท่านอาจารย์ที่ป่าเค่ออี้ทางใต้”
“...”
เกิดความเงียบที่จิ่วเหรินไม่อาจจะพูดสิ่งใดออกมาได้ แม้แต่ซือเหยียนเองที่ได้ฟังก็ยังรู้สึกแค้นใจ พี่ชายกำมะลอจอมปลอมอย่างซือเจิ้งหลอกใช้เขามาตลอด
“ขอบคุณที่เ้ายังปลอดภัยไป๋หลี่”
“ขอบคุณชิงมู่ที่ช่วยเหลือสหายของข้า บุญคุณนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลย” จิ่วเหรินเอ่ยกับปีศาจที่นำทาง ชิงมู่ต่างกับพวกที่ปีศาจในเผ่า อย่างน้อยเขาก็รู้จักช่วยเหลือผู้อื่นในยามทุกข์ยาก
“เซิ่นหลางจวิ้นอยากเสกสมรสกับเ้าจนใจแทบขาด ข้าได้ยินท่านอาจารย์พูดเต็มสองรูหู!”
“ข้าเองก็พอรู้มาจากประมุขเผ่าฝูถูเหมือนกัน”
“ซือเหยียน ท่านมีความคิดอย่างไรบ้างเล่า?” ไป๋หลี่หันไปถามบุรุษหนุ่มที่เดินอยู่เคียงข้างจิ่วเหริน อดีตเคยเป็แม่ทัพเผ่าเทพผู้เลื่องชื่อ ซ้ำยังเคยเป็พี่เลี้ยงสอนทักษะวรยุทธ์และการต่อสู้ให้นางอีกด้วย
“ถามอะไรน่ะไป๋หลี่”
“เอ้า! ก็ข้าอยากรู้นี่นาว่าเขาคิดอ่านอย่างไร? เ้าเองก็สละไปมากมายเพื่อเขา”
“ข้าย่อมสู้เพื่อนางอยู่แล้ว”
“ไม่อยากเชื่อเลย..” ไป๋หลี่อ้าปากค้างกับคำพูดที่ดูเหมือนเป็ซือเหยียนคนเดิม ระหว่างทางของทั้งสองเริ่มกลับมากันในระดับหนึ่ง ซือเหยียนโฉดชั่วนั้นกำลังเอ่ยวาจาปกป้องจิ่วเหริน
“พอเลยน่า!”
จิ่วเหรินทนฟังไม่ไหวก็ต้องหันไปดุสหายที่ส่งยิ้มหยอกล้อ ใบหน้าของนางแดงระเรื่อยทำตัวไม่ถูก ไม่นานเท่าไรนักทุกคนก็มาถึงป่าทางออก บรรยากาศนั้นอึมครึมและน่ากลัวอย่างไรก็ไม่รู้
“แน่ใจนะชิงมู่ ว่าเป็ที่นี่”
“แน่ใจขอรับ ข้านั้นได้ยินซือเจิ้งพูดคุยกับราชครู เมื่อเข้าไปในป่าทางออกแล้วจะพบกับค่ายกลส่งตัว มันเป็แผนการเผื่อเกิดเื่ฉุกเฉิน ที่ราชครูลั่วเต๋อวางเอาไว้ขอรับ”
ไป๋หลี่คว้ามือของจิ่วเหรินและพานางข้ามไปรวมทั้งภูติสองตน ยกเว้นก็เพียงซือเหยียนกับชิงมู่ที่ไม่ยอมข้ามตามมา เกิดกำแพงใสขวางกั้นระหว่างทั้งสอง
“ซือเหยียน!”
“พาจิ่วเหรินข้ามออกไปให้ได้ อีกไม่นานพวกมันคงตามมาทัน ข้าจะล่อมันไปที่อื่นแทน”
“ไม่นะ!!! ซือเหยียนอย่าไป อย่าทิ้งข้าไป”
ความกลัวเริ่มกลับมาแทนที่ จิ่วเหรินหวาดหวั่นใจกลัวไม่ได้พบกับซือเหยียนอีก ดวงตาทั้งสองของนางจึงมีหยาดน้ำไหลรินออกมาไม่ขาดสาย หากแต่ซือเหยียนก็ยังส่งยิ้มเบาบางกลับมาให้นาง จิ่วเหรินส่ายหน้าและร้องเรียกซือเหยียนที่หันหลังเดินจากไป นางทรุดลงกับพื้นปล่อยโฮพิงกำแพงใสอย่างอ่อนแรง
“จิ่วเหรินเ้าต้องไปต่อ อย่าให้การเสียสละของซือเหยียนสูญเปล่า”
“ข้าเป็ถึงวิหคสีชาด เปรียบดังเทพสูงสุดของ์เก้าชั้นฟ้า ข้าผู้มีโลหิตวิเศษที่ใครก็อยาก ทว่าดูข้าตอนนี้สิไป๋หลี่ ข้ากำลังเอาตัวไม่รอด”
“มองหน้าข้า! จิ่วเหรินจงฟังข้าให้ดี เวลานี้สรรพชีวิตล้วนเดือดร้อนจากความละโมบ ผู้ทรงคุณธรรมแปรเปลี่ยนเป็พวกชั่ว หากวันนี้เ้าท้อถอยหมดกำลัง อย่าลืมว่ายังมีพวกข้าที่พร้อมสู้ไปกับเ้า”
“พี่จิ่ว ข้านั้นพร้อมยอมปกป้องท่านจากทุกสิ่ง ยากลำบากเพียงใดข้าก็จะทำ”
ทุกคนต่างมานั่งล้อมนางและปลอบโยนให้คลายจากอาการเศร้า นางลุกขึ้นปาดน้ำตาและสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ จริงอย่างที่ไป๋หลี่กล่าวมา หากนางยอมพวกชั่วนั่นก็จะยิ่งได้ใจ
“ขอบใจพวกเ้ามากนะ ขอบใจจริงๆ”
แกรกกก..!
ตุบ!
เสียงอะไรบางอย่างชนเข้ากับกำแพงใส ก่อนจะร่วงลงสู่พื้น ทุกคนดีดตัวลุกขึ้นเกาะกลุ่มกัน ส่วนไป๋หลี่นั้นชักดาบออกมารออย่างว่องไว สายตาดุจเหยี่ยวมองไปที่สิ่งนั้นอย่างไม่วางตา
จิ่วเหรินเดินหน้าเข้ามาใกล้เพื่อให้มองเห็นชัด และพบว่าเป็วิหคที่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็มนุษย์
“เป็เ้า!!! โยว่ถิง!!!”
เขาหยัดกายลุกนั่งปรับสายตามองไปโดยรอบ พบจิ่วเหรินที่ยืนหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับ ด้านหลังนางยังมีสหายอีกสามคนที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อน
“เ้าคิดทำการชั่วช้าอันใดอีก! อย่าได้คิดยุ่งกับสหายของข้าเป็อันขาด!”
“ท่านออกจากที่นี่ไม่ได้หากไม่มีข้า ป่านี้เป็ค่ายกลวงกต ต่อให้เดินสามร้อยปีท่านก็ออกไปไม่ได้”
“ข้าไม่โง่ซ้ำสองหรอก”
“ก็ไม่ได้คิดว่าท่านโง่ หากจะกลับออกไปด้านนอก ท่านก็ต้องพึ่งการนำทางของข้า” โยว่ถิงลุกขึ้นยืนปัดเศษหญ้าที่ติดตามอาภรณ์ออก ก่อนจะวาดรอยยิ้มที่เลยไปถึงสหายทั้งสามด้านหลังของนาง
“เ้า้าอะไรโยว่ถิง!”
“ข้าจะช่วยพาท่านออกไป ก่อนหน้านี้ข้าจำต้องทำตามคำสั่งของท่านประมุข ทว่าข้าไม่ล่วงรู้มาก่อนว่าเขาจะสมคบคิดกับพวกปีศาจ และเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านวิหคเทพที่ช่วยเหลือข้า”
“หึ! ก่อนหน้านี้เ้ายังภักดีต่อประมุขของเ้า แบบนี้ข้าจะเชื่อใจเ้าได้อย่างไร!”
“เซิ่นหลางจวิ้นกำลังมาตามตัวท่านกลับไปเสกสมรส”
“...”
“วิหคสีชาดที่ท่านเป็อยู่นั้นกำลังทำให้ท่านหนีไม่พ้นเงื้อมมือพวกเขา และข้าเองก็มีสัจจะวาจามากพอที่จะรักษาคำพูดไม่ให้เสื่อมเสียถึงท่านวิหคเทพ” โยว่ถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
จิ่วเหรินพิจารณาอยู่เพียงครู่หนึ่งก็พบว่าตนนั้นไม่มีทางเลือกอื่น จึงพยักหน้าอนุญาตให้บุรุษวิหคนำทาง
#พันธะโลหิตวิหคสีชาด