โลหิตข้นคาวไหลย้อนทะลักขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ลู่เฉินบ้วนลิ่มเืสีคล้ำลงบนพื้นแผ่นดินแห้งผาก ร่างกายสั่นสะท้านจากแรงกระแทกของฝ่ามือลู่เหยียนเมื่อ่กลางวัน แต่สิ่งที่สาหัสกว่าคือกระดูกสันหลังที่ลั่นครืดคราดยามที่ลมปราณแปรปรวน ความเ็ปแผ่ซ่านคุกคามจนประสาทรับรู้แทบดับสูญ
เขารู้ดีว่าหากขืนนั่งรอความตายอยู่ในกระท่อมซอมซ่อท้ายหมู่บ้านอย่างไร้ค่า ยามค่ำคืนนี้กระดูกของเขาคงแตกละเอียดกลายเป็ผงด้วยโรคประหลาด
เด็กหนุ่มพยุงกายลุกขึ้น ใช้ไม้ไผ่เหลากระบอกต่างไม้เท้า ย่ำฝีเท้ากะเผลกๆ มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ ทัศนวิสัยเบื้องหน้าคือเขาวงกตธรรมชาติที่ไม่มีใครกล้าก้าวล่วง... หุบเขาหมอกทมิฬ
สายลมยามราตรีหวีดหวิว พัดพากลิ่นอายชื้นแฉะและไอหมอกหนาทึบเข้าปะทะใบหน้า ยิ่งเดินลึกเข้าไป ความมืดมิดยิ่งกลืนกินสรรพสิ่ง รอบกายมีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งของตัวเอง ลู่เฉินใช้ผ้ามัดแผลที่กลางอกแน่นเพื่อสะกดกลั้นความทรมาน
แซ่ก! แซ่ก!
เสียงพุ่มไม้ด้านหน้าสั่นไหวอย่างรุนแรง ลู่เฉินชะงักฝีเท้า แฝงกายเข้าหลังโขดหินใหญ่ทันที ประสาทััที่เฉียบคมขึ้นจากความเ็ปทำให้ั์ตาของเขาเบิกกว้าง
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งลอยมาตามลม พร้อมกับเสียงลมหายใจฟืดฟาดอันน่าขยะแขยง
อสูรหมาป่าขนเหล็กสองตัวขนาดเท่าลูกวัว ดวงตาสีโลหิตวาวโรจน์ในความมืด เขี้ยวคมกริบของพวกมันมีน้ำลายไหลเยิ้มหยดลงบนพื้นหินจนเกิดเสียงซ่าจางๆ พวกมันกำลังรุมล้อมกดดันร่างของดรุณีนางหนึ่งอยู่กลางลานโล่ง
นางอยู่ในชุดรัดกุมสีครามสะอาดตา แม้ใบหน้าจะถูกคลุมด้วยผ้าโปร่งสีขาว แต่ก็ไม่อาจซ่อนเร้นคิ้วเรียวงามดั่งคันศรและั์ตากลมโตที่ส่องประกายสติปัญญา ทว่ายามนี้นางกำลังกุมข้อมือขวาที่อาวุธหลุดมือ ใบหน้าซีดเผือดเนื่องจากได้รับพิษจากกล้วยไม้ราตรีที่อยู่ใกล้เคียง
นางคือ ถังหว่านเอ๋อร์ ศิษย์อัจฉริยะแห่งหอโอสถที่แอบลอบเข้ามาหาสมุนไพรวิเศษเพียงลำพัง
โฮก!
หมาป่าตัวแรกกระโจนเข้าใส่ทันที กรงเล็บหนาหนักตะปบลงกลางอากาศ หวังฉีกร่างบางตรงหน้าให้เป็ชิ้นเนื้อ
ถังหว่านเอ๋อร์กัดฟันกรอด พลิกกายหลบหลีกอย่างหวุดหวิด ทว่าพิษร้ายในร่างทำให้ฝีเท้าสะดุด ร่างของนางเสียหลักล้มลงบนพื้นศิลา หมาป่าตัวที่สองสบโอกาส พุ่งทะยานเข้าหาลำคอของนางทันทีด้วยความเร็วปานสายฟ้าฟาด
"แย่แล้ว...!" นางอุทานในใจ ั์ตาคู่สวยสั่นระริก ยามไร้ปราณปกป้อง ร่างกายของนางคงแหลกเหลวด้วยเขี้ยวอสูร
ฟิ้ว! ปัง!
ท่อนไม้ไผ่หยาบหนาพุ่งแหวกอากาศมาดั่งหอกซัด กระแทกเข้าที่เบ้าตาของหมาป่าตัวที่สองอย่างจัง แรงอัดส่งผลให้หัวของมันสะบัด เืสดและน้ำตาพุ่งกระฉูด มันกรีดร้องอย่างเ็ป ทิศทางการพุ่งเปลี่ยนเส้นทาง ร่างมหึมาไถลครูดไปกับพื้นดินจนฝุ่นสีเทาฟุ้งตลบ
ลู่เฉินก้าวออกมาจากเงามืด แววตากร้าวเด็ดเดี่ยว แม้กระดูกสันหลังจะลั่นทุ้มปานจะหักโค่น แต่สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งให้เขาขยับ
"แม่นาง! รับนี่ไป!" ลู่เฉินไม่สนใจความตาย เขาถลาเข้าไปคว้ากระบี่สั้นที่ตกอยู่บนพื้น ยัดใส่มือของถังหว่านเอ๋อร์ พร้อมกับใช้ร่างผอมแห้งของตัวเองเข้าขวางหน้าหมาป่าตัวแรกที่กำลังหันมาแยกเขี้ยวใส่เขา
"เ้า...! เ้าเป็ใครกัน เหตุใดถึงไม่มีพลังปราณเลย!" ถังหว่านเอ๋อร์เบิกตากว้างด้วยความใ นางไม่คิดว่าในป่าลึกเช่นนี้จะมีคนธรรมดาที่ไร้พลังยุทธ์เอาชีวิตมาทิ้งเพื่อช่วยนาง
"หลบไป!" ลู่เฉินไม่ตอบ แต่อ้าแขนกางกั้น
ตูม!
หมาป่าขนเหล็กตัวแรกกระแทกหัวอัดเข้ากลางอกลู่เฉินเต็มเหนี่ยว ร่างของเด็กหนุ่มปลิวลอยไปกระแทกกับผนังถ้ำหินด้านหลัง เสียงกระดูกหน้าอกและกระดูกสันหลังลั่นครืดคราดปานจะแตกเป็เสี่ยงๆ รอยร้าวลึกลามไปทั่วสรีระ เือุ่นร้อนพุ่งพรวดออกจากปาก สติของเขาแทบดับวูบไปในทันที
ทว่าความเ็ประดับทำลายล้างนั้น กลับกระตุ้นให้บางสิ่งทีหลับใหลอยู่ลึกที่สุดในกระดูกสันหลังของเขาสั่นสะท้าน ไอทมิฬจางๆ ที่ไม่มีใครมองเห็นแผ่ซ่านออกมาปกป้องหัวใจไว้ได้อย่างหวุดหวิด
การสละชีวิตของลู่เฉินซื้อเวลาได้สามลมหายใจ ถังหว่านเอ๋อร์ใช้จังหวะนั้นโคจรพลังเฮือกสุดท้าย ะเิปราณธาตุพฤกษาสีเขียวครามลงไปในกระบี่สั้น นางสะบัดข้อมือฟาดฟัน ดารากระบี่สว่างวาบตัดฉาดเข้าที่ลำคอของหมาป่าทั้งสองตัวจนหัวหลุดจากบ่า เือสูรฉีดพ่นชโลมแผ่นดิน ซากศพของพวกมันล้มตึงแน่นิ่งไป
ความเงียบสงบกลับคืนมา มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างอ่อนแรงของถังหว่านเอ๋อร์
นางรีบพยุงร่างกายที่ยังติดพิษ คลานเข้าไปหาร่างของเด็กหนุ่มผอมแห้งที่นอนจมกองเือยู่ใต้หน้าผาหิน นางเอามือแตะชีพจรของเขาแล้วต้องขมวดคิ้วแน่น
"ชีพจรบิดเบี้ยว เส้นทางปราณตีบตันหมดสิ้น... แถมยังมีโรคกระดูกลั่นฝังลึกจนสรีระแทบพังทลาย นี่มันร่างคนพิการชัดๆ แต่เหตุใดเมื่อครู่... ร่างกายของเขาถึงทนแรงกระแทกของอสูรระดับรวบรวมปราณแล้วไม่แหลกเป็ผงกันเล่า" นางพึมพำด้วยความอัศจรรย์ใจ
ทว่าเมื่อเห็นแววตาที่เริ่มเลื่อนลอยของลู่เฉินและความทรมานที่แผ่ออกมา ความรู้สึกสงสารและสำนึกในบุญคุณก็เอ่อล้น
"เ้าคนบ้า... ไม่มีพลังแล้วยังจะเสนอหน้ามาช่วยข้าอีกนะ" นางบ่นกระปอดกระแปดพลางเอื้อมมือไปที่ถุงมิติข้างเอว
นางหยิบขวดหยกขาวออกมา เปิดจุกออก กลิ่นหอมบริสุทธิ์ของสมุนไพรอบอวลไปทั่วบริเวณ มันคือหญ้าดับพิษเก้าิญญาผสมกับน้ำค้างเซียนหล่อเลี้ยงราก ยาระดับต่ำที่มีฤทธิ์สมานกระดูกและชะล้างพิษร้าย
ถังหว่านเอ๋อร์ประคองศีรษะของลู่เฉินขึ้น บดเม็ดยาเบาๆ แล้วป้อนเข้าปากเด็กหนุ่ม รสชาติขมปร่าทว่าเปี่ยมด้วยพลังความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านจากลำคอลงสู่กระเพาะ ก่อนจะกระจายตัวไปโอบอุ้มกระดูกสันหลังที่กำลังร้าวระบม
"กลืนลงไป... ยานี้ข้าปรุงเองกับมือ มันจะช่วยรักษาชีวิตของเ้าไว้ได้" นางเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าใต้ผ้าคลุมแดงระเรื่อจางๆ ด้วยความใกล้ชิด
พลังยาบำรุงธาตุไม้ซึมลึกเข้าสู่ไขกระดูก ลู่เฉินรู้สึกเหมือนความร้อนรุ่มเริ่มทุเลาลง าแภายในถูกดึงรั้งเข้าหากันอย่างน่าอัศจรรย์ จิติญญากระบี่ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุดส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจในหัวของเขาเบาๆ
เด็กหนุ่มพยายามลืมตาขึ้นมองใบหน้าของนางในฝันดั่งจารึกไว้ในส่วนลึกของิญญา ก่อนที่ความมืดมิดจะกุมสติของเขาให้เข้าสู่การหลับใหลเพื่อรอวันตื่นขึ้นมาเปลี่ยนโลกยุทธภพ