บทที่ 14 : ความลับไม่มีในโลกของอาเถา
คุณแม่อี้นั่งเกวียนจากมาหมู่บ้านไท่จวิ้นเพื่อเยี่ยมบุตรสาวและหลานชาย เธอเป็ห่วงหลานชายตัวน้อยมาก เกิดในครอบครัวที่มีกินมีใช้ ทว่าบุตรสาวของเธอกลับใจคอคับแคบ แม้กระทั่งกับบุตรชายตัวเอง อาเถาไม่ควรอดก็ต้องอด
ในมือคุณแม่หลินถือไข่มาหนึ่งตะกร้า ด้านล่างมีแป้งสาลีอีกนิดหน่อย เธอหยิบมาเพียงเท่านี้ก็ถูกมองด้วยสายตาประณามแล้ว หลานๆ ที่บ้านก็ไม่ได้กินอิ่มไปกว่าอาเถาสักเท่าไร นั่นเพราะคุณแม่อี้ต้องใช้หนี้ค่าทำบ้านด้วย วันนี้เธอมาเพื่อใช้หนี้บุตรสาวอีก 20 หยวน
‘ก๊อกๆๆๆ’ คุณแม่อี้เคาะประตูแรงๆ ลูกสาวเธอเอาแต่กินกับนอน หากนอนหลับมักจะไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู หากอาเถากลับมาจากทำงานเก็บแต้มจึงจะมีคนมาเปิดประตูให้
ความคิดของคุณแม่อี้หยุดลง เมื่อประตูเปิดออกโดยลูกสาว ซึ่งดูแปลกตาไปจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมซูบลงขนาดนี้!? เฉินซานหยุดส่งเงินมาให้แล้วเหรอ?”
ซ่งอี้หรานใจเต้นไม่น้อยเมื่อเจอมารดาเ้าของร่างเดิม อาเถายังเด็ก หลอกง่ายกว่าผู้เป็มารดาที่เลี้ยงดูมาั้แ่เด็กมาก เธอกระแอมเล็กน้อย ก่อนจะพูดเลียนสำเนียงแหลมเล็กของเ้าของร่างให้มากที่สุด “แม่แช่งฉันทำไมคะ ถ้าเฉินซานไม่ส่งเงินให้ ฉันคงไม่รอดมาถึงทุกวันนี้หรอกค่ะ”
ซ่งอี้หรานเปิดทางให้มารดาเดินเข้าบ้าน ก่อนจะปิดประตูลงกลอน ตอนนี้เธอลดน้ำหนักตัวเองลงได้เกือบสิบชั่ง ใบหน้ากลมแป้นเช่นเมื่อก่อนจึงซูบตอบลงเล็กน้อย เพียงเท่านี้แม่ก็จับสังเกตได้แล้ว
“แกหัดทำตัวให้สมกับการเป็แม่คนบ้างจะได้ไหม! คนในหมู่บ้านเกียจฉันยันเงาแล้ว คนเขาลือกันว่าหมู่บ้านเราผู้หญิงี้เีแถมยังปากคอเราะราย แกทำคนหมู่บ้านซิ่งหัวเสียชื่อหมดแล้ว” คุณแม่อี้เดินไปบ่นไป แต่เธอสังเกตเห็นลานหน้าบ้านเกิดการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยมีหญ้ารกขึ้นสูง ตอนนี้ดูเหมือนจะมีต้นอ่อนผักขึ้นมาให้เห็นรำไร
“หมู่บ้านเสียชื่อแล้วมาเกี่ยวอะไรกับฉันคะ ฉันคือน้ำที่บ้านโน้นสาดทิ้งมาบ้านนี้แล้ว” ซ่งอี้หรานคงภาพลักษณ์เดิมเมื่ออยู่กับมารดา
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีก! ถ้าฉันกับแม่สามีแกไม่คอยช่วย ป่านนี้อาเถาคงป่วยตัวเหลืองเป็โรคร้ายั้แ่เด็กไปแล้ว ว่าแต่นี่แกปลูกอะไร? เริ่มคิดเื่ดีๆ ได้แล้วเหรอ?” คุณแม่อี้ทนความสงสัยไม่ไหว
“เฮ้อ ก็ฉันบอกไปตั้งหลายครั้งว่าอยากได้จักรยานกับนาฬิกาข้อมือ สามีให้ไม่ได้ฉันก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง ปลูกเองกินเอง จะได้ประหยัดเงินไว้ซื้อของที่อยากได้ไงคะ” ซ่งอี้หรานกอดอกเชิดหน้าเมื่อพูดถึงสามี
“แกก็บีบคั้นเฉินซานเกินไป ในแถบนี้มีลูกบ้านไหนโชคดีได้แต่งกับนายทหารยศใหญ่ อยู่บ้านก่ออิฐหลังโต มีเงินมีคูปองอาหารพอกิน ั้แ่หมู่บ้านนั่วเหยียนผ่านมายังไม่เห็นบ้านไหนสู้แกได้เลย”
“แม่คะ ฉันคือดอกไม้งามนะ จะเทียบกับพวกกระจอกเ่าั้ได้อย่างไร” เธอเดินนำพามารดาเข้ามาในบ้าน ตรงห้องรับแขกเป็ที่ที่เธอทำงานปักผ้า หลังจากส่งงานชิ้นก่อนให้กับแม่เฒ่าจี๋ไปขายต่อในเมือง เธอได้เงินมาหนึ่งร้อยหกสิบหยวน และได้ด้าย เข็ม และดึงปักผ้าอันใหม่ ทุกชิ้นล้วนเป็ของดี ซ่งอี้หรานจึงเริ่มปักลายที่ยากและงดงามมีรายละเอียดมากกว่าเดิม
คุณแม่อี้เห็นผ้าชั้นดีกับด้ายมากมายแล้วถึงกับมือสั่นแทบทำไข่หล่นแตก เมื่อกี้ที่เห็นแปลงผัก หล่อนมีความหวังลึกๆ ในใจว่าบุตรสาวจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ใครจะคิดว่าความหวังหล่อนมันจะแตกสลายรวดเร็วปานนั้น
“นี่แกซื้ออะไรมา! สิ้นเปลืองไปกับของไร้สาระ อย่าบอกนะว่าให้อาเถาอดอาหารเพื่อเอาไปซื้อผ้ามาตัดชุดใส่เล่นอีกแล้ว!” คุณแม่อี้อยากเป็ลม
“ใช่ที่ไหนละคะ พอดีหนูมีเพื่อนใหม่ เขาชักชวนให้ทำงานปักผ้าส่งขายเมืองหลวงปักกิ่ง นี่ก็เพิ่งจะเริ่มทำ ของพวกนี้ได้มาจากเพื่อนของฉันทั้งนั้น ไม่ได้เสียเงินซื้อสักเฟินเดียว” ซ่งอี้หรานเห็นมารดาจ้องลายปักนกยวนยางสีแดงสดงดงามจนลืมหายใจ
คุณแม่อี้ใช้มือััลอยฝีเข็มอันน่าเหลือเชื่อ “นี่แกปักเองเหรอ? ฉันไม่ได้มาแค่เดือนสองเดือนทำไมแกเรียนรู้ไวขนาดนี้ ตอนอยู่บ้านด้ายกับเข็มแกยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำ ผ้าดีขนาดนี้ ต้องราคาแพงมากแน่ๆ”
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทางนั้นเขามีช่องทางขาย หนูแค่ปักแล้วเอาไปส่ง”
“เป็ร้านค้าของรัฐหรือเปล่า? ถ้าแกคิดทำเล่นไม่จริงจังแม่ว่าอย่าเสี่ยงเลยดีกว่า” คุณแม่อี้เป็ห่วงความปลอดภัยของบุตรสาว
“เป็ร้านขายผ้าปักของรัฐในปักกิ่งค่ะ คนที่อำเภอรับไปส่งอีกที” เธอได้ทำการสอบถามผู้เฒ่าจี๋แล้ว ดูแล้วสมาคมผ้าปักนี้จะเส้นสายดีไม่น้อย บุตรชายของผู้เฒ่าจี๋ได้เงินดีจนซื้อรถยนต์เป็ของตัวเองได้
“งั้นก็แล้วไป อาเถาอยู่ไหน? ยังไม่กลับมาจากเก็บผักป่าเหรอ?” หล่อนถามหาหลานชาย
“อยู่ในครัวค่ะ” ซ่งอี้หรานเดินมารินน้ำอุ่นให้มารดา
ทว่าคุณแม่อี้เท้าเอวบ่นบุตรสาวอย่างไม่พอใจ “บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่าใช้ลูกทำงานเกี่ยวกับไฟ อาเถาเพิ่งจะห้าขวบ แกจะให้เขาทำทุกอย่างเลยรึไง!”
คุณแม่อี้รีบเดินไปที่ห้องครัวด้วยความเป็ห่วงหลานชาย ไม่รอฟังคำอธิบายจากบุตรสาว ตอนนั้นเองเธอเห็นอาเถานั่งหันหลังอยู่บนโต๊ะกินข้าว เขาสวมเสื้อสีแดงสุดน่ารัก คลุมทับด้วยเสื้อขนกระต่ายแขนสั้น ดูแล้วช่างน่ากอดยิ่ง
“อาเถา! ยายมาแล้ว กำลังทำอะไรอยู่จ๊ะ?”
อาเถาหันมามอง ปากเล็กๆ มันแผลบเพราะกำลังกินเนื้อติดมันทอดแสนอร่อย “คุณยาย ไม่มานานเลย ผมคิดถึง”
“อาเถาของยายมีแก้มแล้วเหรอเนี่ย” คุณแม่อี้ดึงแก้มอวบๆ ของหลานชายด้วยความมันเขี้ยว ลูกสาวเธอซูบลง ส่วนหลานชายนั้นอวบขึ้น เธอมีความสุขจนยิ้มตาหยี “ดีๆ ดีจริงๆ”
“คุณยายมากินข้าวกันครับ แม่ทอดหมูสามชั้นอร่อยมาก” อาเถาชวนคุณยาย
คุณแม่อี้กระซิบถามเมื่อเห็นบุตรสาวยังไม่ตามเข้ามา “่นี้อาเถาได้กินเนื้อบ่อยไหมจ๊ะ?”
“เกือบทุกมื้อเลยครับ ผมกินจนแน่นท้อง บางครั้งลุกไม่ไหวต้องให้แม่อุ้มไปนอน” อาเถาลูบพุงกลมเบาๆ เด็กเล็กขุนเพียงไม่กี่วันก็อ้วนจนแก้มออก
“เกือบทุกมื้อ!?” คุณแม่อี้เบิกตาใ คนที่สามารถกินเนื้อได้ทุกมื้อส่วนใหญ่เป็พวกเสี่ยงไปซื้อขายของในตลาดมืด คูปองเนื้อที่เฉินซานส่งมา อย่างมากก็มีเนื้อให้กินทุกเดือนแต่ไม่ใช่ทุกวัน ลูกสาวเธอนำงานปักไปส่งที่อำเภอ และคงแวะเข้าไปซื้อเนื้อที่ตลาดมืดด้วย คุณแม่อี้กังวลใจจนหน้าหมอง เธอเห็นหลานชายอ้วนท้วนสมบูรณ์ย่อมยินดี ทว่าพวกค้าขายในตลาดมืดเมื่อถูกจับได้จะได้รับโทษรุนแรงนัก บางคนถึงกับถูกตีจนขาพิการ
เธอไม่อยากให้บุตรสาวเข้าไปเสี่ยง
“ใช่ครับ ตอนนี้แม่ดีมาก แต่คุณยายอย่าไปบอกใครนะครับว่าผมได้กินเนื้อบ่อย แม่สั่งไว้น่ะครับ” อาเถาสัญญากับแม่ว่าจะไม่บอกใคร นอกจากพ่อ ย่า ยาย และปู่ เขาบอกแค่นี้จริงๆ
“ได้ๆ ยายจะไม่บอกใคร” คุณแม่อี้พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าเื่นี้ไม่ควรบอกใคร “ยายเอาไข่มาให้อาเถาหนึ่งตะกร้า อาเถาคงไม่ดีใจแล้วมั้ง…” คุณแม่อี้แกล้งตีหน้าเศร้า
“ไม่นะ อาเถาดีใจ อาเถารักคุณยายที่สุด!” อาเถาโดดลงจากเก้าอี้มากอดขาผู้เป็ยาย
คุณแม่อี้ถอนหายใจ หลานเธอน่ารักขนาดนี้ ได้กินเนื้อทุกวัน นั่นย่อมทำให้เธอมีความสุข แต่อย่างไรเื่นี้ก็อันตรายเกินไปสำหรับผู้หญิง คุณแม่อี้เดินออกมาคุยกับลูกสาวเื่นี้
“อาเถาบอกว่าได้กินเนื้อแทบทุกมื้อ แกไปเอาเนื้อมาจากไหน?”
ซ่งอี้หรานกรอกตามองบน เ้าเด็กตะกละนี่สัญญากับเธอว่าจะไม่บอกใคร แต่ตอนนี้มีคนรู้เื่สามคนแล้ว หากบิดาเขากลับมาก็คงโพนทะนาให้ฟังอีกเป็แน่
“ฉันซื้อมาจากร้านค้าสหกรณ์ แล้วก็ซื้อมาจากลูกน้องของเฉินซานที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ไงคะ”
“เมื่อก่อนแกก็ซื้อมาจากสองที่นี้ แต่ก็ไม่มีพอให้กินทุกวัน …แกเข้าตลาดมืดใช่ไหม?” ประโยคหลังคุณแม่อี้พูดเบาราวกับกระซิบ
ซ่งอี้หรานพยักหน้า “ค่ะ ฉันไปจริงๆ เดี๋ยวนี้มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะคะ ทางหนีก็มีเยอะมาก”
“ลูกลุงใหญ่แกถูกตีจนขาหักไปเมื่อปีก่อน เพราะเอารากโสมเล็กๆ ไปขาย แม่คิดว่าแกรู้แล้วจะกลัวบ้าง! ลูกลุงใหญ่แกตัวโตแถมเ้าเล่ห์ปานหมาในยังไม่รอด” คุณแม่อี้รู้สึกไม่วางใจเอาซะเลย
“แต่ฉันมีสามีเป็ทหาร เป็ผู้พันเลยนะคะ เื่แค่นี้เขาคุยได้สบายอยู่แล้ว สองปีก่อนคนในหมู่บ้านก็ถูกจับเพราะแอบเอาแป้งสาลีไปแลกยาแก้หวัดให้ลูก พอสามีฉันรู้เขาก็โทรหาสหายที่กองพล แค่นั้นก็ถูกปล่อยตัว” คนที่ว่าคือพี่ชายหานที่ตั้งใจเข้าตลาดมืดไปขายแป้งมาซื้อยาให้ลูกแล้วถูกจับได้ ทุกวันนี้บ้านนั้นยังซาบซึ้งน้ำใจ สามีเธอกลับมาบ้านเมื่อไรต้องให้หลานสาวคนสวยนำไก่ตุ๋นมาให้ เ้าของร่างเดิมหมั่นไส้จึงกินคนเดียวหมดหม้อ ทั้งยังจงใจพูดให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ ทำให้บ้านตระกูลหานยิ่งไม่ชอบหน้าเธอเข้าไปอีก
“แต่ถ้าถูกจับตอนสามีแกไม่อยู่เล่า? กว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะติดต่อเฉินซาน กว่าเฉินซานจะโทรหากองพลนั้นได้ แกไม่ถูกตีตายก่อนเหรอ?”
ซ่งอี้หรานก็เป็กังวล แต่ชีวิตต้องเดินต่อ ไปบ่อยหรือนานๆ ครั้งไปที หากจะถูกจับได้อย่างไรก็ถูกจับไปอยู่ดี “แม่อย่าเป็ห่วงเลยค่ะ ฉันสัญญาว่าจะวิ่งให้เร็วที่สุด”
คุณแม่อี้หัวเราะ “อย่างแกแค่เดินยังอุ้ยอ้าย แกเป็เป้าใหญ่สุดตอนจับกุมแน่”
“เฉินซานไม่ปล่อยให้ลูกกำพร้าแม่ั้แ่เด็กหรอกค่ะ แม่เชื่อฉันเถอะ เขาช่วยฉันได้” หากถูกจับหล่อนจะอ้างยศตำแหน่งของสามี ยุคนี้พวกมีสีจึงจะมีอำนาจ อย่างไรทหารที่มาจับก็เป็พวกปลายแถว ไม่กล้าทำอะไรคุณนายผู้พันอย่างเธอหรอก! ซ่งอี้หรานคิดอย่างให้กำลังใจตัวเอง
คุณแม่อี้รู้ดี ลูกสาวเธอดื้อรั้นแค่ไหน “ตอนเย็นแกต้องฝึกวิ่งรอบบ้าน เจอสถานการณ์จริงจะได้วิ่งไม่เหนื่อย”
ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็มีแต่ต้องสนับสนุน
“ฉันวิ่งทุกวันค่ะแม่” เธอวิ่งเพื่อลดน้ำหนัก ตอนแรกวิ่งได้เพียงรอบเดียวก็เหนื่อยราวจะขาดใจ ตอนนี้ก้าวหน้าขึ้นมา วิ่งสามรอบจึงจะเหนื่อย
“ดีมาก เฉินซานกลับมาครั้งนี้คงตกหลุมรักแกเหมือนตอนเป็หนุ่ม!” คุณแม่อี้ยิ้มพรางวาดหวังว่าบุตรสาวกับบุตรเขยจะมีใจให้กัน เผื่อว่าเธอจะมีหลานเพิ่มอีกสักคน
ซ่งอี้หรานคิดว่าตอนนี้เธอกับเฉินซานก็ยังไม่แก่สักหน่อย และเขาตกหลุมรักเธอตอนไหนกัน? มันเป็เื่คลุมถุงชนของผู้ใหญ่ไม่ใช่หรือ?
ก่อนกลับคุณแม่อี้คืนเงินที่ติดลูกสาว 20 หยวน และบอกว่าเดือนหน้าจะนำมาคืนอีก แต่ซ่งอี้รานบอกว่าตอนนี้เธอไม่ได้เดือดร้อนเื่เงิน เธอไม่อยากให้มารดาคิดมากจนเกินไป อย่างไรก็หนีกันไม่พ้น เธอไม่กลัวบ้านเดิมเบี้ยวหนี้หรอก
……………………………………
https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO2k6Mjk3OTQzO30