ตอนที่ 31เื่น่าเศร้าของชนเผ่าอาข่า
ขณะที่กลุ่มชายหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น…เพลงขวัญก็เดินมายืนอยู่ที่ด้านหลังเธอมาตามสืบข่าวของนายคนที่มีชื่อว่าทองทับ
แต่ครั้นเมื่อได้ยินเพียรกำลังเอ่ยปากพูดถึงเื่‘หมี่ดะ’ อยู่ เธอจึงเกิดความสนใจขึ้นมา เนื่องจากเื่เหล่านี้อยู่ห่างไกลจากตัวเธอมาก
เพียรก็เริ่มพูดต่อว่า“ในอัลบั้ม ‘โฟล์ค 1991’ มีเพลงดังที่ชื่อว่า ‘มิดะ’ อยู่ซึ่งถือเป็เพลงที่ดังมากใน่เวลานั้น ร่วมกับอีกเพลงอย่าง ‘คิดถึงบ้าน’ซึ่งครองใจคนภาคเหนือเข้าไปเต็ม ๆ เพราะท่วงทำนองของดนตรีโดยใช้กีต้าร์ผสานกับเสียงของฮาร์โมนิกา…”
“เอ็งต้องเข้าใจก่อนว่าศิลปินที่มีผลงานดังๆ มาแล้วอย่างมากมาย เช่นเพลง ‘สาวเชียงใหม่’ กับ ‘สาวมอเตอร์ไซค์’ เวลาที่ออกผลงานมามักจะเป็ที่นิยมอย่างรวดเร็ว…”
บุญกองกำลังประมวลผลอยู่เขาพยักหน้าหงึกหงักถึงตอนนี้ไม่รู้จักแต่เดี๋ยวค่อยไปรู้จักมันก็ยังไม่สายฟังพี่แกเล่าเื่ก่อนจะดีกว่า
คุณหมอเพลงขวัญเดินเข้ามานั่งที่ด้านข้างเอ่ยปากถามว่า“เพลงสาวเชียงใหม่ที่ร้องว่า ข้าเ้าเป็สาวเชียงใหม่…หรือเปล่า?” เธอฮัมเพลงขึ้นมา
เพียรพยักหน้ารับพร้อมยิ้มยิงฟันใส่คุณหมอสาวท่านนี้และบุญกอง ทองทับไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่จู่ ๆ คุณหมอสาวสวยเดินเข้ามานั่งด้วย
แต่กลับเป็เ้าโกโก้กับผู้ใหญ่บ้านที่นั่งอยู่ด้านขวามือพวกเขาเองก็กำลังตั้งอกตั้งใจฟังเื่ราวที่เพียรกำลังเล่าอยู่เช่นกันโดยเฉพาะโกโก้ที่ยังเป็เด็กน้อยไม่ประสีประสา พอได้ฟังเื่จากมุมมองของ‘คนภายนอก’ ที่พูดถึงย่อมมีความแตกต่าง
“ประเด็นก็คือในเพลง‘มิดะ’ นั้น บอกเล่าเื่ของหญิงสาวเผ่าอาข่าคนหนึ่งหรืออาจจะเรียกมันว่า‘ตำแหน่งหนึ่ง’ ที่สืบทอดกันมา โดยเธอคนนั้นเป็ ‘ครูสอนเพศศึกษา’ ให้แก่บรรดาชายหนุ่มชาวอาข่าที่กำลังเข้าสู่วัยออกเรือน หรือยังไม่เคยผ่านเื่อย่างว่า…”
เพียรเล่าต่อไปว่า “ปัญหาก็คือคนในชนเผ่านี้ค่อนข้างภาคภูมิใจกับความเป็ ‘มิดะ’ ที่คุณจรัลแต่งขึ้นหรือถ้าจะเรียกให้ถูกตามภาษาของเผ่านั่นก็คือ…หมี่ดะ”
“ในชนเผ่าอาข่านั้นคำว่า‘หมี่ดะ’ มีความหมายไปในเชิงบวกมาก ๆ โดยที่หมายถึงพวกผู้หญิงที่อายุประมาณ 15 ปีขึ้นไปซึ่งยังครองความบริสุทธิ์อยู่ ไม่เคยผ่านการแต่งงาน หรือไม่มีคู่ครองดังนั้นพวกหญิงสาวชาวอาข่าจึงรู้สึกภูมิใจกับความเป็ ‘หมี่ดะ’ อย่างมาก”
“แล้วยังไงต่อ…?”เพลงขวัญนั่งหันหน้าจ้องมองเพียร
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มแฉ่งใส่เพลงขวัญ“หากว่าจะเปรียบเทียบก็เหมือนกับคนไทยเราที่จะเริ่ม ‘เปลี่ยนคำนำหน้า’ในตอนที่อายุครบ15 ปีบริบูรณ์ บนบัตรประชาชนจาก‘เด็กหญิงเพลงขวัญ’ ไปเป็ ‘นางสาวเพลงขวัญ’ ซึ่งนางสาวก็คือหมี่ดะ…หรือหมี่ดะก็คือนางสาว จนกว่าจะแต่งงานแล้วถึงค่อยเปลี่ยนไปเรียกคำอื่น”
ทุกคนพอนึกภาพตามก็แทบจะถึงบางอ้อในทันที
“ดังนั้นเมื่อนิยามของคนในเผ่ากับเนื้อเพลงที่ขับร้องโดยคุณจรัลไม่ตรงกัน จึงเกิดเป็ปัญหาขึ้นมา เพราะว่าหนึ่งก็คือหญิงสาวที่ได้พลีกายสอนเพศให้กับผู้ชายกับอีกหนึ่งก็คือหญิงสาวบริสุทธิ์”
เพียรเงียบไปครู่หนึ่งเขาเหม่อมองไปที่กองไฟซึ่งกำลังลุกโชน และเหลือบไปเห็นผู้คนที่กำลังส่งเสียงร้องเล่นเต้นรำอยู่โดยรอบ
“มีเื่เล่าอยู่เื่หนึ่งหญิงสาวในชนเผ่าอาข่าที่ลงไปเรียนมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตัวเธอเองดูเหมือนจะภาคภูมิใจกับความเป็หมี่ดะเป็อย่างมากแต่เมื่อถูกคนอื่นถามว่าเป็ชนเผ่าอะไรเธอก็บอกไปตามตรง แต่ว่าผลที่ตามมาก็คือการดูถูกเหยียดหยามจนกระทั่งเ้าตัวจำต้องขอลาออกไป…”
เมื่อเล่าถึงเื่ที่เคร่งเครียดมากๆ เพียรก็ปรบมือปลุกสติคนอื่น พร้อมพูดขึ้นว่า “แต่นั่นเป็ยุคที่เพลงมิดะกำลังครองเมืองเดี๋ยวนี้ก็คงจะเริ่มจางหายไปบ้างแล้วล่ะ…”
“เนี่ยอย่างคุณเพลงขวัญเองก็ถือว่าเป็หมี่ดะ”เขาหันไปสบตากับหญิงสาวพราวเสน่ห์
“เฮอะ…รู้ได้ยังไงว่ายังเป็อยู่?” เธอเค้นเสียงเ็า กอดอกเชิดหน้า
เพียรแสร้งทำท่าเล่นละคร“ใครกันมันกล้ามาแย่งหมี่ดะน้อยของพี่…”
หลังจากนั้นเขาก็โดนทุบตีไปชุดหนึ่งเมื่อทั้งสองได้แสดงออกถึงความหวานแหววแก่กันและกัน นั่นจึงทำให้คนที่อยู่รอบข้างต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย ได้แต่มองดูคนเขาพลอดรักกัน
เพลงขวัญแกว่งขาไปมาก่อนจะถามขึ้นว่า “มีเื่อื่น ๆ อีกไหม?”เธอเองเป็คนเข้าใจอะไรง่าย ดังนั้นจึงรับรู้ได้ถึงความลำบากของชาวอาข่าที่ต้องพบเจอตลอดหลายปีที่ผ่านมา…
“ในเพลงก็ยังมีเื่‘ลานสาวกอด’ อีกอย่างหนึ่ง และนั่นก็เป็ภาพที่ทำให้คนสนใจเผ่าอาข่ามากขึ้น”เพียรเอ่ยปากพูดขึ้น ก่อนจะเงียบไป
เขาแสร้งทำเป็ลึกลับเพื่อรอสาวด้านข้างเอ่ยปากสอบถาม หากแต่อีกฝ่ายคล้ายรู้ทันจึงจ้องเขม็งมายังตนพลางกอดอก
เพียรได้แต่หัวเราะร่า“ก็ไม่มีอะไรหรอกพวก ‘ลานสาวกอด’ หรือว่า ‘ลานพลอดรัก’ มันก็คล้าย ๆ กับ ‘งานวัด’ที่คนไทยเราสมัยก่อนไปจีบหรือนัดเจอกันที่นั่นและเนี่ยบริเวณที่เรานั่งอยู่พวกเขาเรียกมันว่า ‘ลานกิจกรรม’มันก็ไม่ใช่สถานที่ที่คนใช้พลอดรักกันหรอกหรือ?”
เขาได้พูดแฝงความนัยเอาไว้พลางกะพริบตาปริบ ๆ ใส่คุณหมอเพลงขวัญนั่นจึงทำเอาเ้าหล่อนทนไม่ไหวจัดการดึงบิดหูไปชุดใหญ่ เพียรเองก็ได้แต่ร้องโอดโอยทำให้บรรดาคนที่อยู่รอบข้างหัวเราะอย่างมีความสุข
เพลงขวัญพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“น่าสงสารผู้หญิงชาวอาข่าจังเนอะ…เฮ้อ!” เธอถอนหายใจและพยายามลองจินตนาการว่าตนเองถูกตราหน้า และยัดเยียดความผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำไม่ได้เป็…
“เ้าตัวก็คงแต่งขึ้นจากการได้ยินได้ฟังหรือว่าได้ไปพบเห็นอะไรมา…แต่กลับนำความเดือดร้อนทรมานให้ชนเผ่าอาข่ามาหลายสิบปีอีกทั้งยังไม่ทันได้แต่งเพลงแก้ต่างให้ก็กลับด่วนจากไปเสียก่อนนี่…”คราวนี้เป็ทองทับที่แสดงความเห็นอกเห็นใจ
เขาเองก็ย่อมรู้จุดประสงค์ในการมาถึงของเพลงขวัญจะเป็อะไรไปได้ถ้าหากไม่ใช่ว่ามาเพื่อสืบประวัติหรือนิสัยของตน เขาจึงได้เริ่มแสดงความมาดแมนให้กับแม่หนูนี่ได้เห็น
เพลงขวัญถามขึ้นอย่างมีมารยาท“คุณชื่ออะไรหรือคะ?”เธอคลี่ยิ้มหวานให้ชายหนุ่มที่ดูแก่กว่าเล็กน้อย แต่กลับมีมาดของหนุ่มใหญ่แลดูคล้ายพวกหัวหน้าในโรงงาน ที่ดูเชี่ยวชาญงานเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง
และที่คิดได้เช่นนี้ได้นั่นก็เป็เพราะตัวเธอเองก็ได้เจรจากับผู้คนมาไม่ได้น้อยไปกว่าใครเลย ในตอนที่ทำงานใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐ‘แต่ละวันพันเหตุการณ์’ ทุกคนที่มาหาหมอตามโครงการสามสิบบาทมีมากมายมหาศาล
เรียกได้ว่าตัวเธอเองก็เป็ผู้เชี่ยวชาญในการสอบถามผ่านการซักประวัติ และพูดคุยกับคนไข้มามากมาย ไม่ว่าจะอาชีพไหนเธอก็ได้ซักประวัติมาหลายรายแล้วจึงทำให้ยามที่เธอเอ่ยปากสอบถาม แลดูมีความชำนิชำนาญมากเป็พิเศษ
ตอนนี้อาจเป็ความเห็นแก่ตัวเล็กน้อยที่ได้เล่ามุมมอง ที่ได้ค้นหาสืบพบ ดังนั้นหวังว่าท่านนักอ่าน พอจะเข้าใจคำว่าหมี่ดะได้สักเล็กน้อยก็เป็พอ : ) ขอบคุณครับ