พายุฝนกำลังตกหนักห่าใหญ่ตามพยากรณ์อากาศของช่องวิทยุแห่งหนึ่งเป๊ะๆ
เมฆฝนก้อนใหญ่ในตอนห้าทุ่มกว่านี้บดบังแสงจันทร์จนมิด แม้ตัวหมู่บ้านเล็กๆเบื้องล่างถูกตัดไฟฟ้าจนเกือบหมดก็ยังพอสว่างจากหลอดไฟแสงเหลืองข้างถนนพอให้เห็นรายละเอียดหมู่บ้านเล็กๆน้อยๆท่ามกลางความมืดอยู่บ้าง
บริเวณหน้าหมู่บ้าน มีขบวนรถกระบะ10คันสตาร์ทเครื่องเตรียมออกเดินทาง ท้ายกระบะบรรทุกประชาชนไร้วรยุทธล่ามโซ่ไว้คันละสิบกว่าชีวิต มีจอมยุทธพกมีดดาบนั่งคุมท้ายกระบะหนึ่งคนต่อรถหนึ่งคัน และอีกหนึ่งคนคุมเบาะข้างคนขับคอยถือมีดจี้ชาวบ้านที่ขับรถได้ หนึ่งคนต่อหนึ่งคันอีกเช่นกัน
" วันนี้พวกนอกคอกอย่างพวกเ้าจะได้เห็นดีแน่ ว่ามิยอมสวามิภักดิ์ต่อพวกข้าผลจะเป็เช่นใด "
จอมยุทธนั่งท้ายกระบะคันหลังสุดหัวเราะชอบใจกับคำขู่ที่ทำให้เหล่าเด็กสาวตัวน้อยทั้งหลายบนท้ายรถผู้ถูกล่ามโซ่กลัวจนตัวสั่น
" อื้อ!อื้อ!อื้อออ! " เด็กสาวบางคนแม้โกรธแค้นเพียงใดก็มิอาจพูดเป็คำจากปากที่โดนเชือกรัดอยู่ได้
" พวกเ้าต้องสร้างเม็ดเงินให้พวกเราได้อย่างมหาศาลแน่ " จอมยุทธใจชั่วตอกย้ำเหยื่อท้ายกะบะด้วยท่าทางหัวเราะตบท้องชอบใจ
" เอาล่ะ พี่น้องทั้งหลาย ได้ฤกษ์เดินทางแล้ว พวกเราจะมิทำให้ศิษย์พี่ผิดหวัง! " จอมยุทธนั่งข้างคนขับคันแรกสุดะโส่งสัญญาณเริ่มเดินทางให้ทั้งขบวน เสียงเฮตอบรับจากพี่น้องจอมยุทธดังสนั่นถนนคอนกรีตขาออกจากหมู่บ้าน เสมือนว่านี่คือความภูมิใจของพวกมันที่ได้สร้างผลงานอันมหาศาลให้สำนักประจำเขตของตนเองอยู่
\\ บรื้นน \\
ขบวนรถได้เริ่มออกเดินทางด้วยความเร็วช้าๆ 30 กม/ชม. เนื่องด้วยฝนตกหนัก และพวกจอมยุทธเข้าควบคุมโลกใบนี้ไว้สองเดือนกว่าแล้ว พวกมันเรียนรู้วัฒนธรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่นี่ได้ในระดับที่มากพอสมควร และตระหนักรู้ได้ว่าฝนตกหนักบนทางถนนที่ลื่นได้ง่ายเช่นนี้มิควรขับไปด้วยความเร็วมากนัก
อีกทั้งยังเป็่กลางคืนที่มีฝน ไฟหน้ารถมองเห็นทางไม่ค่อยดีนัก มีสินค้าที่มนุษย์แสนอ่อนแอพวกหลบหนีการตามล่าของสำนักประจำเขต สังขารที่ไร้กำลังภายในแม้แต่ระดับตั้งต้นบอบบางตายง่ายอย่างกับอะไรนี้ การปลอดภัยไว้ก่อนไม่ให้พวกมันรถคว่ำจนตายยกคันก็เป็เื่ที่ผู้มีสติพึงกระทำเช่นกัน
หากแต่ว่าทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น อยู่ในแผนการของคนๆหนึ่งที่กำลังซุ่มรอขบวนขนทาสอยู่ข้างถนนล่ะก็...
( รถสิบคัน คันละสองคน รวมจำนวนสุทธิ20หัว )
เสียงพึมพำเบาๆของชายชุดดำคนหนึ่งบนยอดต้นไม้ที่ห่างจากถนนพอสมควร กำลังอยู่ในท่านั่งถืออะไรบางอย่างจับตาดูขบวนรถที่กำลังแล่นอย่างช้าๆเคลื่อนที่เข้าใกล้ตำแหน่งเขามากขึ้นเรื่อยๆ
( ลมจากทาง 1-2 นาฬิกา จะมีค่าต่อวิถีของะุเป็แรงต้าน -50 แต่จะมีค่ากับทิศทางเป็ +50 )
เสียงพึมพำนั้นกำลังคำนวณบางอย่างที่ดูจะต้องใช้สมาธิขั้นสูง เขาขยับตัวเล็กๆน้อยๆตามค่าที่คำนวณไว้
และ2วินาทีหลังจากเสียงพึมพำนั้น..
\\ ปัง!!! \\
\ ฟ้าววววว \
// เผละ ! \\ ศรีษะจอมยุทธท้ายกระบะคันแรกสุดะเิออกเป็ชิ้นๆจากเหล็กแหลมยาวที่พุ่งตรงใส่ศรีษะมันด้วยความเร็วสูง
ร่างไร้หัวของมันค่อยๆเอนลงจนตกลงข้างทาง เสียงกรี๊ดของเหล่าเด็กสาวท้ายกระบะคันแรกแทรกเสียดหูออกมากลางห่าฝน จนจอมยุทธข้างคนขับคันแรกสุดต้องโบกมือให้สัญญาณหยุดขบวนทันที และจอมยุทธคนนำขบวนก็ม้วนตัวออกหน้าต่างปีนขึ้นหลังคารถกระบะ มันนั่งกำดาบแน่นส่ายสายตาไปมาประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
" ผู้ใด! ผู้ใดกันเป่าหัวสหายของข้าเช่นนี้ ผู้ใด ผู้ใดกัน!! " เสียงะโด้วยความโกรธเคียดแค้นของผู้นำที่พึ่งเห็นสภาพศพสหายอันน่าสยดสยอง แผ่คลื่นลมปราณจากคำะโขยายออกเป็วงกว้างรอบทุกสารทิศ เหล่าเด็กสาวที่ถูกล่ามอยู่บนรถเสมือนมีลมมวลหนักอัดกระแทกร่างจนกระเด็นชิดติดขอบข้างกระบะกันยกใหญ่
" อึ้ก! " ชายหนุ่มชุดดำที่นั่งอยู่บนต้นไม้รีบก้มหัวพลางจับไม้ข้างๆยึดตัวเองเกาะที่มั่นไว้แน่น แม้เขาจะอยู่ในระยะที่ไกลออกมาประมาณ500เมตร แต่คลื่นลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากการะโเดินทางมาถึงตัวเขาก็ยังคงเหลืออาณุภาพเล็กน้อยเพียงพอที่จะกระตุกให้เด็กหนุ่มหงายหลังตกต้นไม้ได้
" ชิ หมอนี่ก็เป็ประเภทมีฝีมืองั้นเหรอ คงเป็หัวหน้าขบวนนี้สินะ อย่างงั้นเราคงต้องเปลี่ยนไปเก็บพวกด้านหลังก่อน "
เด็กหนุ่มชุดดำใส่ฮู๊ทกันฝน ดวงตาสวมใส่ไนท์วิชชั่น มือข้างหนึ่งแนบสไนเปอร์ไว้ข้างกาย กำลังประเมินสถานการณ์ใหม่ทั้งหมด ในตอนนี้มีความเป็ไปได้ยากแล้วที่เขาจะเก็บเ้าคนที่พึ่งปล่อยลมปราณได้ พวกจอมยุทธที่มีพลังระดับนั้นสามารถตัดะุสไนเปอร์ได้หากพวกมันอยู่ในท่าจับดาบเลี้ยงลมปราณพร้อมสู้ เขาจึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายไปเก็บพวกด้านหลังแทน
พวกจอมยุทธพกอาวุธคันที่สองขึ้นไปนั้นมักเป็พวกวรยุทธฝึกหัดหรือพวกยังไม่ก้าวไกลนัก ความสามารถเหนือกว่ามนุษย์เราๆแต่ก็ยังไม่ว่องไวพอจะอ่านความเร็วะุสไนเปอร์ไหว นี้เป็ข้อมูลของชายหนุ่มที่เฝ้าสังเกตุการณ์เก็บข้อมูลมาอย่างยาวนาน เ้าพวกนี้เป็พวกจอมยุทธชั้นล่างในสำนัก คอยออกล่าหาผู้รอดชีวิตตามป่าตามหมู่บ้าน จับเด็กยันคนแก่ไปประทับตราสัญลักษณ์ของทาสด้วยเหล็กร้อนแล้วจึงนำไปซื้อขาย ระบบโครงสร้างเศรษฐกิจของพวกมันช่างล้าหลังโบราณสิ้นดี!
ปัง ปัง ปัง !!
เสียงเม็ดะุจากพลซุ่มยิงข้างป่ากลางห่าฝนะเิศรีษะพวกจอมยุทธนั่งคุมท้ายกระบะทุกเม็ด เสียงกรี๊ดของเด็กสาวท้ายกระบะดังสนั่นใตามมาอีกเป็ทอด แต่เป็ความใที่แฝงไปด้วยการมีความหวัง ใครบางคนกำลังมาช่วยพวกเธอแล้ว และเขาคนนั้นยังคงพยายามไม่หยุด
" ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ฉันจะทำยังไงกับพวกนั่งข้างคนขับดี ขืนยิงไปทั้งอย่างนี้ มีหวังผู้บริสุทธิ์จะโดนลูกหลงไปด้วย "
เด็กหนุ่มขมวดคิ้วกลุ้มใจกับสภาวะการณ์ตอนนี้ ถ้าเขายิงล้อรถแล้วพาเด็กๆผู้หญิงร้อยกว่าชีวิตเดินเท้าฝ่าสายฝนทั้งอย่างนี้ล่ะก็ กว่าจะกลับถึงค่ายคงจะได้ตายกันเกินครึ่งแน่ ถ้าเขายิงะเิแสงเข้าไป ดวงตาเยื่ออ่อนๆของพวกเด็กๆที่ไม่มีััเร็วเหมือนพวกจอมยุทธจะโดนลูกหลงจนตาแทบบอดแทน ะเิควันก็ไม่ไหว
สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คงเป็การรอให้พวกมันเผลอแล้วมีจังหวะเก็บมันได้ หรือถ้าพวกมันจับตัวประกันมาจี้แล้วล่อให้เราโผล่ตัวออกไป เื่นั้นเราไม่ห่วง ถ้ามันจับตัวประกันจี้คอแล้วล่ะก็ ..
ทันใดนั้น รถกระบะลำดับท้ายสุดของขบวนก็ได้เปิดประตูลากคนขับชายวัยกลางคนออกมาพร้อมเอามีดจ่อคอตัวประกัน
" อย่าให้ข้าต้องอารมณ์เสีย หากเ้าไม่ยอมโผล่มาล่ะก็ ข้าจะค่อยๆฆ่าเ้าพวกหน้าโง่นี้แทนซะ " เ้าจอมยุทธเล่นสกปรกะโมาหาทางชายหนุ่มพลซุ่มยิง กระนั้นก็รู้แค่ทิศทางเพราะมาจากเสียงปืนที่ดังขึ้นตอนยิง แต่มิอาจมองเห็นหรือััถึงเด็กหนุ่มหลังเงามืดของสายฝนได้
" ข้าจะไม่พูดซ้ำ สาม..สอง..หนึ่ง " เ้าจอมยุทธเล่นสกปรกขยายความซ้ำพลางหันคมมีดจ่อไปที่คอหอยตัวประกัน
// เผละ!! \\
สิ้นเสียงนับ หนึ่ง.. ศรีษะของจอมยุทธตนนั้นถูกเจาะเป็รูจากะุสไนเปอร์อีกกระบอกของเด็กหนุ่มซึ่งใช้ะุขนาดที่เล็กลงมา เพราะหากเขาใช้ปืนแรกที่บรรจุกระสุดเม็ดใหญ่ แรงลมรอบหัวะุคงจะะเิหัวตัวประกันไปด้วย
" ถ้านายจับตัวประกันจี้คอล่ะก็ หัวนายจะเป็เป้านิ่งให้ฉันเองนั่นแหละ " เด็กหนุ่มพึมพำพลางชักะุปืนให้นัดต่อไปพร้อมยิง
" ขอบคุณ! ขอบคุณขอรับ! ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิต!!!! " ตัวประกันชายวัยกลางคนเมื่อครู่ที่ทำหน้าที่เป็คนขับรถะโขอบคุณะุแห่งความยุติธรรมจากความมืด เขาผละร่างของจอมยุทธ์ไร้ิญญาออกและกลับเข้าไปบังคับรถยนต์ เขาถอยรถออกมาและพาเหล่าตัวประกันท้ายกระบะสิบคนแรกหนีรอดออกไปได้
" อีกเก้าคัน.. "
เด็กหนุ่มโล่งอกขึ้นเล็กน้อย เขาเอามือขยับแว่น Night vision ให้กลับมาเข้าที่ก่อนจะยกสไนเปอร์ขึ้นมาประทับเล็งเตรียมเป่าหัวพวกสารเลวรายต่อไป
เหนือจุดปะทะบนท้องฟ้านั้น มีสัตว์อสูรตนหนึ่งเป็อีกกาตัวเล็ก บินวนอยู่เหนือจุดปะทะ ดวงตาและหางของมันเป็เปลวเพลิงสีเขียว เ้าอีกาตนนี้คอยจับตาดูสถานการณ์อยู่ใกล้ๆั้แ่ต้น มันตะลึงถึงความสามารถของเด็กหนุ่มไร้วิทยายุทธบนซอกต้นไม้ด้านล่าง พลางนึกเื่ด่วนที่สุดขึ้นได้บางอย่าง
" ข้าต้องรีบกลับไปรายงานองค์หญิงเสียแล้ว ก่อนที่เด็กหนุ่มใจเด็ดตนนี้จะเสียท่าให้กับวรยุทธของหยางเจิงตั๋ว "
สิ้นเสียงการตัดสินใจ อีกาอสูรเพลิงเขียวพลันหันปีกบินกลับไปหาเ้านายมันที่ไกลออกไปด้วยความเร็วสูง