เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    บทที่ 47 บุญคุณต้องทดแทน เพลิงแค้นต้องสะสาง

    บทที่47บุญคุณต้องทดแทน เพลิงแค้นต้องสะสาง


            บันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นที่สี่ดูแตกต่างจากชั้นที่สองและสามอยู่บ้างบนผิวไม้ที่ถูกทำเป็นขั้นบันไดมีริ้วรอยคล้ายถูกของที่ไร้คมสะกิดเป็นล่องลึกบ้างตื้นบ้างคละเคล้ากันไปบนริ้วรอยอวิ๋นเซ่อสัมผัสได้ถึงจิตและเจตจำนงอันคุ้นเคยสายหนึ่ง มันรู้สึกคุ้นเคยกับเจตจำนงนี้เป็นอย่างดีราวกับเคยสัมผัสมาแล้วก็ปาน

             

            ทุกริ้วรอยขีดลากแตกต่าง ทุกความแตกต่างมีปณิธานที่เวียนวนคลุ้มคลั่งอวิ๋นเซ่อคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่าตนจะต้องเจอกับสภาพเช่นไรหากต้องการหลบหนีขึ้นสู่ชั้นสี่ดังนั้นมันจึงต้องฝึกปรือพลังลมปราณ รวมถึงพลังญาณนับหนึ่งเดือนเพื่อเตรียมใจจะขึ้นสู่ชั้นสี่นี้ทว่าพอคนตัดสินใจก้าวขาเหยียบย่างลงบันไดที่ทอดสู่ชั้นที่สี่จริงๆ มันก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแกร่งกร้าวยากเปรียบปานกว่าชั้นที่หนึ่งถึงสามหากผู้อื่นคิดขึ้นไปเป็นต้องตกตายตั้งแต่บันไดขั้นแรกเป็นแน่ แต่สำหรับมัน เจตจำนงแห่งชั้นที่สี่นี้กลับไม่จู่โจมทำลายดวงจิตมันอย่างที่คิดกลับกันเจตจำนงสายดังกล่าวกำลังไหลเวียนเข้าเติมเต็มตราประทับดวงจิตเคล็ดวิชาอันพิสดารลึกล้ำที่บุรุษพิการถ่ายทอดไว้ให้แทน!

             

            ทุกหนึ่งริ้วรอยจะตามมาด้วยแขนงกระบวนวิชาหนึ่งแขนงทุกหนึ่งแขนงแฝงเจตจำนงอันลึกล้ำจนยากหยั่งถึง อวิ๋นเซ่อเดินหลับตาซึมซับเจตจำนงทั้งหมดนี้โดยมิให้ขาดตกจนถึงตอนนี้มันมั่นใจแล้วว่าเจตจำนงที่อยู่บนชั้นสี่มิใช่พลังเพลิงปราณดั่งเช่นชั้นที่หนึ่งถึงสามที่ผ่านมาแต่มันคือเจตจำนงแห่งพลังลมปราณและพลังญาณของบุรุษพิการผู้นั้น เป็นพลังที่มันตกทอดเจตจำนงไว้แต่เหตุใดเจตจำนงของมันจึงมาอยู่ที่นี่?

             

            อวิ๋นเซ่อยิ่งตอบรับเจตจำนงนี้ ยิ่งได้เห็นถึงความลึกล้ำในเคล็ดวิชาของบุรุษพิการได้รับรู้ว่าสิ่งที่บุรุษพิการถ่ายทอดให้เป็นเพียงหนึ่งในสี่ของเคล็ดวิชาทั้งหมดของมันเท่านั้นแต่เพียงแค่หนึ่งในสี่ ดวงจิตของอวิ๋นเซ่อที่รับได้ในครานั้นก็แทบแตกดับแล้ว จะว่าไปบุรุษพิการที่ถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้มันเพียงหนึ่งในสี่ก็คงเห็นว่าอวิ๋นเซ่อมิอาจทานทนรับได้มากกว่านี้จึงเพียงถ่ายทอดแก่นฐานความสำคัญของเคล็ดวิชาเอาไว้ เพื่อให้อวิ๋นเซ่อเอาไปต่อยอดหรือเพิ่มพูนพลังความสามารถเอาเองทว่าราวกับโชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่ออวิ๋นเซ่อมีระดับพลังแข็งแกร่งขึ้น ชายหนุ่มก็มาค้นพบแขนงกระบวนวิชาที่บุรุษพิการตกทอดไว้ทั้งหมดพอดี

             

            นัยน์ตาที่ปิดอยู่ตลอดรายทางของอวิ๋นเซ่อได้ลืมขึ้นพร้อมกลับเจตจำนงในริ้วรอยบนเนื้อไม้ตั้งแต่บันไดขั้นที่หนึ่งจนถึงพื้น ผนัง แลเพดานห้องชั้นที่สี่ได้เลือนหายไปหมดสิ้นตอนนี้อวิ๋นเซ่อมาหยุดยืนอยู่ที่กึ่งกลางห้องของตึกไม้ชั้นสี่ ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดวงจิตที่รับเอาเจตจำนงแห่งเคล็ดวิชาอันพิสดารมาทั้งหมดคล้ายจะระเบิดออกทุกเมื่อ คนต้องยกมือขึ้นมากุมศีรษะโคจรไหลเวียนพลังลมปราณแบบย้อนทวนและพลังญาณเพื่อรักษาแลประคองอาการของตนไว้ แต่จิตใจส่วนหนึ่งก็มิวายที่จะแสดงความขอบคุณอย่างซาบซึ้งไปที่บุรุษพิการผู้นั้น

             

            ตอนนี้ผู้ที่มีพระคุณอย่างยิ่งยวดสำหรับชายหนุ่มหากนับรวมตามความสำคัญจริงๆก็จะมีเฒ่าเร่ร่อน และก็บุรุษพิการวัยกลางคนผู้นั้น เพราะเป็นคนทั้งสองจึงทำให้มันมายืนในจุดนี้ได้ราวกับปาฏิหาริย์และปาฏิหาริย์ดังกล่าวยังเพิ่มพูนพลังให้กับมันขึ้นไปอีกโดยที่แม้แต่มันก็ยังมิคาดฝัน

             

            ก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน ตอนอยู่ชั้นที่สามมันพึ่งจุดติดพลังเพลิงปราณสีเขียว (เพลิงชั้นต่ำ)ระดับบริสุทธิ์ แต่ผ่านไปเพียงสองชั่วยามนับแต่ก้าวขึ้นสู่ชั้นที่สี่ของตึกไม้และสืบทอดเจตจำนงอันลึกล้ำทั้งหมดของบุรุษพิการก็ส่งให้มันก้าวขาสู่การเป็นยอดยุทธ์เพลิงปราณสีเหลืองอันบริสุทธิ์แล้ว!

             

            อวิ๋นเซ่อโคจรพลังสองสายที่แปลกแยกควบคุมสภาวะภายในร่างและดวงจิตจนสงบลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วแม้ใบหน้าจะขาวซีด มุมปากมีโลหิตไหลซึมอยู่บ้างก็มินับเป็นสิ่งใด มันมิได้รู้สึกเป็นกังวลต่ออาการบาดเจ็บภายในของตนแม้เพียงนิดแต่สิ่งที่มันกำลังเป็นกังวลก็คือ ตัวตนที่แข็งแกร่งผู้หนึ่งกำลังจ้องเขม็งมายังตึกไม้และกำลังจะเข้าสู่ตึกไม้แห่งนี้!

             

            อวิ๋นเซ่อนับแต่ที่พลังลมปราณและพลังญาณเพิ่มพูนจิตสัมผัสต่อตัวตนอันตรายของมันก็ถือว่าเริ่มกลับมาใช้การได้อีกครั้ง เช่นนั้นมันจึงล่วงรู้ว่าตนมิอาจใช้ตึกไม้สี่ชั้นแห่งนี้เป็นที่หลบภัยได้อีกต่อไปการหลบอยู่ที่นี่เป็นเวลาร่วมเดือนคงมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว ต่อจากนี้ไปมันคงต้องพึ่งตนเองพึ่งตนเองจนกว่าเฒ่าเร่ร่อนจะมาถึง

             

            ชายหนุ่มทอดสายตาผ่านผนังไม้มากระทบลงยังร่างที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าตึกไม้สี่ชั้นสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งยากต้านทานของผู้มา เช่นนั้นมันจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วย

             

            พอนึกถึงตัวช่วย กระบองเหล็กดำที่ปักอยู่หน้าหลุมศพของอวิ๋นจื่อลู่ก็สั่นสะท้านลั่นอึงอนโดยมิทันจะมีเสียงเรียก กระบองท่อนนี้ก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาลอยละลิ่วกรีดวาดตรงดิ่งมุ่งมาหาจิตปณิธานของพลังแห่งผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว

             

            กระบองเหล็กดำกำลังเดินทางกลางอากาศมุ่งมายังตึกไม้ส่วนผู้เป็นนายอย่างอวิ๋นเซ่อก็กำลังก้าวเดินลงจากตึกไม้สี่ชั้นอย่างมิช้ามิเร็วมุ่งสู่ประตูทางออกมันสื่อสารผ่านมโนจิตไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องนอก

            “ท่านมิจำเป็นต้องขึ้นมาเพราะข้าจะออกไปหาท่านเอง”

             

             

            บุรุษชราผู้หนึ่งยืนหรี่ตาอยู่ด้านนอกประตูตึกไม้สี่ชั้นเมื่อครู่มันคล้ายได้ยินเสียงบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งก้องกังวานขึ้นในห้วงมโนจิต และเสียงนี้ก็ทำให้มันเลือกที่จะหยุดยืนเฝ้ารออยู่หน้าประตูมิเข้าไป

             

            ข่าวคราวการมาของบุรุษชราผู้นี้สร้างความสนใจแก่เหล่ามือปราบฝึกหัดทุกผู้รวมไปถึงเหล่าอาจารย์มือปราบทั้งหลายจนพวกมันต่างมาห้อมล้อมบริเวณตึกไม้สี่ชั้นเพื่อชมดูเรื่องตื่นเต้นอีกครั้งบุรุษชราผู้นี้ก็มิใช่ใครที่ไหน มันคือหัวหน้ามือปราบเขตหนึ่ง เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักมือปราบแห่งเขตเหนือบูรพานามของมัน เฉียวอู่หรง

             

            เพียงจับกุมตัวผู้ที่มีพลังลมปราณสามัญธรรมดาผู้หนึ่งถึงกับต้องใช้หัวหน้าเขตมาเองนับเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลมากเท่าไหร่แต่เรื่องที่คนสามัญผู้นั้นอยู่บนตึกไม้สี่ชั้นได้เกินหนึ่งเดือนนี่จึงเป็นที่พอเข้าใจได้อยู่ว่าเหตุใดจึงต้องพึ่งหัวหน้าเขตเพราะตึกไม้นับตั้งแต่ชั้นสามขึ้นไป ไม่มีใครอีกแล้วในที่นี้ที่จะสามารถขึ้นไปได้ เมื่อไม่มีใครขึ้นไปได้จึงไม่มีใครล่วงรู้ถึงชะตากรรมของอวิ๋นเซ่อบนนั้น แต่ว่าผ่านมาจนครบหนึ่งเดือนขนาดนี้ผู้คนทั้งหมดก็ต่างคาดคิดไปในทิศทางเดียวกันว่าหากอวิ๋นเซ่อไม่ตกตายเพราะดวงจิตแตกดับ มันก็คงต้องอดอาหารตายกลายเป็นศพขึ้นอืดไปแล้วแต่ทว่าแท้จริงใครจะรู้ว่าผู้ฝึกญาณที่เพาะบ่มแก่นญาณชีพจรฟ้าขึ้นมาได้แล้วนั้น สามารถอดอาหารและน้ำได้เป็นปีๆนี่จึงเป็นที่มาของคำว่าผู้ฝึกญาณมักอิ่มทิพย์

             

            ผู้คนล้วนคาดเดาว่าอวิ๋นเซ่อคงเป็นศพไปแล้วต้าจงหมิงรู้สึกสาสมใจและแค้นใจอยู่ในคราวเดียวกัน จางอู่จี้กลับรู้สึกคลายใจแลโล่งอกที่ตัวอันตรายตกตายไปจากชีวิตมันคนอื่นๆ ก็มีความคิดความรู้สึกที่หลากหลาย จะมีก็แต่ฟ่านเหลียนที่ร้องห่มร้องไห้ให้กับการตายของอวิ๋นเซ่อและอีกคนก็คงจะเป็นอาจารย์ใหญ่หานตงสือที่รู้สึกเศร้าเสียดายในตัวตนและจิตปณิธานของคนอย่างอวิ๋นเซ่อ

             

            ในขณะที่ทุกผู้ต่างมีความคิดความรู้สึกนานัปการเสียงประตูไม้ของตึกไม้สี่ชั้นก็ดังขึ้น เสียงเอี๊ยดแผ่วเบาลากยาวชั่วอึดใจ เสียงฝีเท้าของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นทุกฝีเท้าที่เดิน ทุกก้าวที่ย่างออกล้วนหนักแน่นมั่นคงมิลังเล และเพียงชั่วประกายไฟแลบร่างของเจ้าของฝีเท้าก็ปรากฏออกมาจากประตูตึกไม้สี่ชั้น ความคิดนานัปการของทุกผู้ก็แปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันนั่นคือเป็นไปไม่ได้!

             

            “อวิ๋นเซ่อ!”

             

            “มันยังไม่ตาย”

             

            “มันยังไม่ตายจริงๆ"

             

            “ไม่น่าเชื่อ นี่มันจะน่าเหลือเชื่อจนเกินไปแล้ว"

             

             

            ต้าจงหมิงตาแทบเหลือกถลนออกมา ตึกไม้สี่ชั้นมีเจตจำนงที่ร้ายกาจเพียงไหนแม้แต่อาจารย์ใหญ่ยังเข้าไปได้มินาน และหัวหน้ามือปราบยังต้องขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าเขตแล้วเจ้าขยะมันยังยืนหยัดอยู่ได้นับหนึ่งเดือนได้อย่างไร

             

            ต้าจงหมิงรู้สึกอีกอย่าง มิต้องกล่าวถึงจางอู่จี้ที่บังเกิดความหวาดกลัวต่อตัวตนของอวิ๋นเซ่อถึงขีดสุดมันมีใบหน้าเหย๋เกรคิดย้อนกลับไปในอดีตว่าหากมีโอกาสมันจะไม่มีทางทำตัวเป็นศัตรูกับตัวอันตรายผู้นี้อย่างแน่นอน

             

            ทางด้านฟ่านเหลียนกับหานตงสือก็ต่างเบิกตานิ่งอึ้งมิแพ้กันโดยเฉพาะหานตงสือที่รับรู้ถึงความร้ายกาจของตึกไม้สี่ชั้นเป็นอย่างดี

             

            ความแตกตื่นตกไปอยู่กับทุกผู้ที่เฝ้าดูเหตุการณ์มีเพียงบุรุษชราเฉียวอู่หรงที่นิ่งขรึมพินิจมองบุรุษหนุ่มที่ภายนอกปลดปล่อยกลิ่นอายอันแสนธรรมดาสามัญเบื้องหน้ามันผู้นี้หากมองเพียงผิวเผินคงมิต่างจากคนธรรมดาทั่วไป แต่การที่คนเช่นนี้หลบเข้าไปอยู่ตึกไม้สี่ชั้นอันเลื่องชื่อของสำนักมือปราบได้แสดงว่ามันคงมิได้ธรรมดาสามัญอย่างที่เห็น

             

            “ท่านหัวหน้าเขต มันผู้นี้คือผู้ต้องสงสัยคดีการหายสาปสูญของบุตรีขุนนางหลิน"

            หัวหน้ามือปราบผู้ทำคดี ที่ส่งกำลังมาปิดล้อมที่ตึกไม้สี่ชั้นตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้กล่าวขึ้น พร้อมนำกำลังมาปิดล้อมอวิ๋นเซ่อไว้ป้องกันมิให้มันเข้าสู่ตัวตึกสี่ชั้นได้อีก

             

            พอหัวหน้ามือปราบผู้ทำคดีกล่าวจบ อดีตขุนนางฝ่ายในหรือที่ผู้คนเรียกขานว่าขุนนางหลินก็กล่าวเสริมขึ้น

            “ท่านหัวหน้าเขต ผ้าผืนนั้นบนลำคอมันเป็นของบุตรสาวข้านี่ช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี”

             

            “ข้ามิได้เป็นคนทำ" อวิ๋นเซ่อกล่าววาจาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทั้งแฝงด้วยความหนักแน่น

             

            เฉียวอู่หรงจ้องมองมัน แล้วกล่าว

            “หากมิใช่ฝีมือเจ้า ก็จงให้ความร่วมมือแต่โดยดีสำนักมือปราบให้ความเป็นธรรมกับทุกผู้ หากพิสูจน์ได้ว่ามิใช่ฝีมือเจ้า ซักวันเจ้าก็จะพ้นผิด"

             

            อวิ๋นเซ่อยกยิ้ม

            “ซักวันที่ท่านหมายถึง เป็นหนึ่งวัน หนึ่งเดือนหนึ่งปี หรือหลายสิบปี"

             

            เฉียวอู่หรงกล่าวเสียงราบเรียบ

            “ก็ขึ้นอยู่กับคำให้การ และพยานสนับสนุนของเจ้า”

             

            อวิ๋นเซ่อได้นึกถึงพยานหรือหลักฐานใดๆ ล้วนไม่มีถ้าจะมีก็กลับกลายเป็นว่าตนเกี่ยวข้องและยึดครองมาเสียหมด ศพของนางป่านนี้ก็คงเหลือเพียงกระดูกจะพิสูจน์อะไรได้อีกอวิ๋นเซ่อย่อมรู้ข้อเท็จจริงนี้ดี มันถึงได้เลือกหนีมาตั้งแต่ต้น ในเมื่อไม่มีหลักฐานแม้มันจะควักหัวใจออกมาแสดงความบริสุทธิ์อย่างไรก็นับว่าไร้ประโยชน์อยู่ดี

             

            เห็นอวิ๋นเซ่อนิ่งเงียบดั่งว่าคนไร้ซึ่งข้อแก้ตัวขุนนางหลินซึ่งเป็นทุกข์เป็นร้อนมาเนิ่นนานก็มิอาจรักษาความเยือกเย็นได้อีก คนสบทเสียงดังลั่น

            “เจ้าคนสารเลว เจ้าเอาบุตรีข้าไปไว้ที่ไหน!”

             

            ต้าจงหมิงที่แตกตื่นมิเชื่อสายตาอยู่ก่อนหน้ามันได้ตั้งสติและคิดว่าการที่อวิ๋นเซ่อยังมิตายก็นับเป็นเรื่องดี เพราะมันจะได้ลงมือเอาคืนเพื่อเป็นการล้างอายให้กับตนหนึ่งเดือนมานี้แขนที่แตกหักก็เริ่มสมานดีแล้ว แต่แผลที่หัวใจของมันมิเคยได้รับการเยียวยาเลยซักนิดนี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่มันจะได้เยียวยาจิตใจของตนต่อหน้าคนอื่นๆ และครั้งนี้มันจะไม่ออมมือแลไม่ประมาทอวิ๋นเซ่ออย่างครั้งก่อนหน้ามันจะใช้พลังทั้งหมดเท่าที่มีสังหารอวิ๋นเซ่อ เพื่อล้างอายให้กับตน!

            “คนสารเลวเช่นนี้ให้ข้าได้จัดการมัน!”

             

            ต้าจงหมิงทะยานกายขึ้นสู่กลางอากาศ เพลิงปราณสีเหลืองบริสุทธิ์แผดเผาขึ้นท่วมร่างอย่างไม่ออมรั้งคลื่นความร้อนแผ่ลามไปตามบรรยากาศ ผู้ที่อยู่ห่างไกลยังรู้สึกร้อนลวกคล้ายกำลังถูกย่างสดมิต้องนึกถึงสภาพของอวิ๋นเซ่อที่อยู่ห่างไปไม่ไกลและตกเป็นเป้าหมายการจู่โจมในครั้งนี้

             

            “นั่นต้าจงหมิงถึงกลับปลดปล่อยพลังเพลิงปราณอย่างมิออมรั้ง”

             

            “มันคงต้องการจัดการอวิ๋นเซ่อเพื่อกู้หน้าให้กับตนเอง”

             

            “ถึงเจ้าอวิ๋นเซ่อมันจะมีเรื่องเหนือความคาดหมายหลายเรื่องแต่มันมิเป็นเพลิงปราณ เช่นนั้นมันย่ำแย่แน่ๆ"

             

            ฟ่านเหลียนได้แต่ยื่นมือออกไปห้าม แต่มิอาจเข้าใกล้

            “หยุดมือ!”

             

             

            ต้าจงหมิงมิสนวาจาของผู้ใด จิตของมันตอนนี้เพียงต้องการล้างแค้นและถอนคืนความอัปยศให้กับตนเองเท่านั้น

            “จงรับโทสะอันเทียมฟ้าของข้า เพลิงพิโรธร้อยธารา!”

             

            “ตาย!!!!!”

             

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องเพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน

    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77