ตอนที่ 3 ไข่สัตว์อสูรทั้งสาม
เมื่อยามเช้ามาถึง มีเสียงสัตว์ประเภทไก่มากมายขันเสียงดัง เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก... เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก... ทำให้สัตว์ทั้งหลายภายในป่าได้รับรู้ว่าถึงเวลาออกหาอาหารในตอนเช้าแล้ว ส่วนสัตว์ทั้งหลายที่ยังไม่ได้นอนเพราะออกหาอาหารในตอนกลางคืนก็เริ่มเข้านอนเพื่อรอเวลาออกมาหาอาหารอีกครั้งในคืนนี้ ส่วนหวังเหว่ยหลังจากได้นอนพักผ่อนเต็มอิ่มก็สลึมสลือตื่นขึ้นมา เพราะเสียงดังยามเช้าของสัตว์ประเภทไก่ หลังจากตื่นขึ้นมาหวังเหว่ยได้เริ่มทบทวนเหตุการณ์ปัจจุบันอีกครั้งและเตรียมพร้อมวางเล่ห์เหลี่ยมแผนการเล็กน้อย เพื่อออกไปทำสัญญากับเหล่าสัตว์อสูร “แต่ด้วยระดับเลเวล1 ของข้าในตอนนี้คงเป็นไปได้ยากที่จะทำสัญญากับเหล่าสัตว์อสูร ข้าควรวางแผนยังไงดีนะ” ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังคิดวางแผนชั่วร้ายเพื่อใช้ทำสัญญากับเหล่าสัตว์อสูรอยู่ หวังเหว่ยได้หันไปเห็นไข่สัตว์อสูรสามใบ “อืม... ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบนี้นัก เป็นไปได้หรือไม่ว่าข้าเคยได้พบเจอกับพวกมันมาก่อน” ไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบ พอได้เห็นว่าหวังเหว่ยกำลังเดินเข้ามาใกล้ ก็เริ่มแผ่พลังอำนาจและความรู้สึกยินดีอย่างถึงที่สุด ที่ได้พบเจอกับหวังเหว่ยอีกครั้งอย่างไม่ยอมแพ้ซึ่งกันและกัน หลังจากที่หวังเหว่ยได้เห็นแบบนั้น ก็เริ่มคิดบางอย่างออกและเบิกตากว้างขึ้นทันที จากนั้นจึงพยายามสังเกตุถึงความรู้สึกคุ้นเคยอย่างใกล้ชิด ทันใดนั้นหวังเหว่ยก็เริ่มนึกถึงบางสิ่งบางอย่างออก จึงได้หันหน้าไปมองบนท้องฟ้าและกล่าวว่า “ท่านผู้สร้าง นี่คือสิ่งที่ท่านมอบให้ข้าเพื่อทำภารกิจของท่านให้สำเร็จลุล่วงใช่หรือไม่ ถ้าใช่เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณมาก สำหรับสหายทั้งสาม ที่ท่านได้มอบให้กับข้า” หลังจากพูดจบหวังเหว่ยก็หันหน้าลงมาจ้องมองไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบและเริ่มทำการเขียนอักษรสัญญารูปแบบที่สี่ สัญญายอมรับโดยสมบูรณ์ อักษรสัญญารูปแบบที่สี่ มีโอกาสสำเร็จน้อยมากซึ่งสัญญารูปแบบที่สี่นี้ จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อสัตว์อสูรที่ทำสัญญาด้วยเต็มใจที่จะทำสัญญาด้วยเท่านั้น ถึงจะทำได้สำเร็จซึ่งถ้าทำไม่สำเร็จอักษรสัญญาจะหายไป ถ้าเป็นแบบนั้นหวังเหว่ยก็จะใช้สัญญารูปแบบอื่นและใช้กลยุทธต่างๆ เพื่อบีบบังคับให้สัตว์อสูรยอมทำสัญญา แต่ถ้ายังทำสัญญาไม่สำเร็จอีก หวังเหว่ยก็จะลดระดับของสัญญาลงเรื่อยๆ เพื่อต่อรองกับสัตว์อสูรที่ทำสัญญาด้วย จนถึงรูปแบบที่หนึ่ง ซึ่งตัวหวังเหว่ยเองเคยใช้แต่สัญญารูปแบบที่สาม และรูปแบบที่สี่ เท่านั้นในการทำสัญญา หลังจากที่เขียนอักษรสัญญาเสร็จ อักษรสัญญาทั้งสาม ที่ถูกเขียนขึ้น ได้ขยับด้วยตัวของมันเองราวกับมีชีวิต วิ้ง วิ้ง วิ้ง จากนั้นอักษรสัญญาทั้งสาม ได้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบ ทันทีที่ไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบ ได้เห็นอักษรสัญญาที่คุ้นเคย ก็ได้สั่นไปมาแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกตื่นเต้นดีใจและได้ตอบรับการทำสัญญาทันที ขณะที่ทำสัญญาเนื่องจากเป็นเพราะสัตว์อสูรทั้งสาม เป็นสัตว์อสูรชั้นสูงสายเลือดบริสุทธิ์ทำให้ในขณะที่ทำสัญญาได้เกิดปรากฏการณ์เสาแสงสีฟ้าสามเส้นพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงมากกว่าหมื่นเมตร ทำให้ผู้คนจากอาณาจักรทั้งสาม สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน และรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่มากล้นจากเสาแสงสีฟ้าทั้งสาม ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความโกลาหลขึ้นภายในอาณาจักรทั้งสามทันที และอาณาจักรทั้งสามได้พยายามหาคำตอบถึงสาเหตุของเหตุการณ์นี้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถให้คำตอบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้จึงได้มีการส่งยอดฝีมือของอาณาจักร เดินทางไปยังอาณาจักรมนุษย์ที่อยู่ในเขตการปกครองของอาณาจักรเทพมังกร อย่างรวดเร็วเพื่อสืบหาข้อเท็จจริง ของเหตุการณ์เสาแสงประหลาดสีฟ้าที่เกิดขึ้น ว่าเกิดจากการที่มีของวิเศษปรากฏขึ้นหรือเพราะสาเหตุใด หวังเหว่ยสาเหตุของความวุ่นวายในครั้งนี้ ไม่ได้รู้สึกรู้ร้อนรู้หนาวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากหวังเหว่ยกำลังให้ความสนใจอยู่ที่ไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบ “ฮ่า ฮ่า ช่างน่ายินดีจริงๆ ที่มีพวกเจ้าทั้งสามมาช่วยเหลือข้า” เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ในที่สุดไข่ทั้งสามใบก็เกิดรอยร้าวและได้ฟักออกมา หวังเหว่ยรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากในที่สุดสหายร่วมผจญภัยทั้งสาม ก็ได้ถือกำเนิดแล้ว ทำให้หวังเหว่ยมีพลังมากพอ สำหรับการเผชิญหน้ากับความท้าทายที่รออยู่ภายในป่าแห่งนี้ สัตว์อสูรทั้งสามที่ฟักออกมานั้น เป็นชนิดเดียวกัน แต่มีความแตกต่างกันบ้างเล็กน้อย ไข่ฟองแรกฟักออกมาเป็นพยัคฆ์ตัวน้อยที่มีขนสีขาวมีลายข้างลำตัวสีดำทมิฬ มีระดับเลเวล1 ไข่ฟองที่สองฟักออกมาเป็นพยัคฆ์ตัวน้อยที่มีขนสีขาวทั้งตัว มีระดับเลเวล1 ไข่ฟองที่สามฟักออกมาเป็นพยัคฆ์ตัวน้อยที่มีขนสีขาวมีลายข้างลำตัวสีคราม มีระดับเลเวล1 ทั้งสามเป็นองครักษ์ระดับสามของหวังเหว่ยในอดีต ซึ่งในอดีตหวังเหว่ยมีองครักษ์อยู่ทั้งหมดเจ็ดระดับ และแน่นอนว่า 3พยัคฆ์อสูรไม่ได้อ่อนแอเลยแม้แต่น้อย เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้ ไม่เช่นนั้นสัตว์อสูรทั้งสาม จะไม่มีทางได้รับเลือกให้เป็นองครักษ์ในชีวิตที่แล้วของหวังเหว่ยอย่างแน่นอน หลังจากเสร็จสิ้นการฟักไข่สัตว์อสูรทั้งสามใบ เวลาเที่ยงวันก็ใกล้มาถึง หวังเหว่ยเริ่มรู้สึกหน้ามืด อาจเป็นเพราะใช้พลังมากเกินไปในการทำสัญญากับสัตว์อสูรทั้งสาม ทั้งๆที่หวังเหว่ยมีเลเวลเพียงแค่1 แต่พอนึกดูอีกทีหวังเหว่ยพึ่งนึกได้ว่า ตนเองไม่ได้มีเลเวลอยู่ในระดับเลเวล998 อีกแล้ว หวังเหว่ยในตอนนี้ มีเลเวลอยู่เพียง1 และมีคลาสอาชีพเป็นนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้นเท่านั้น อีกทั้งยังจำเป็นต้องกินต้องดื่ม ไม่ได้รู้สึกอิ่มเพียงเพราะการหายใจอย่างในอดีต ทำให้หวังเหว่ยในเวลานี้ต้องเร่งปรับตัวและออกหาอาหารโดยด่วนก่อนที่จะเป็นลมไป พอนึกได้ดังนั้นหวังเหว่ยก็เรียก 3พยัคฆ์อสูรมาร่วมวางแผนทันที ถึงทั้งสาม จะยังพูดจาสื่อสารด้วยไม่ได้เพราะยังมีระดับเลเวลเพียงแค่1 แต่ทั้งสาม ก็เข้าใจที่หวังเหว่ยพูด หลังจากฟังที่หวังเหว่ยพูดจบ 3พยัคฆ์อสูรก็ได้ออกไปหาจับสัตว์ป่ามาเป็นอาหารตามที่หวังเหว่ยได้สั่งในทันที เวลาผ่านไปไม่นาน 3พยัคฆ์อสูรได้จับกระต่ายป่าธรรมดากลับมาได้สามตัว กระต่ายป่าที่ 3พยัคฆ์อสูรจับกลับมาได้ไม่ได้เป็นสัตว์อสูร แต่เป็นเพียงสัตว์ป่าธรรมดาที่ชาวบ้านสามารถดักจับหรือล่าได้ไม่ยาก เมื่อได้รับกระต่ายป่าทั้ง3ตัว มาจาก3พยัคฆ์อสูร หวังเหว่ยก็เริ่มย่างพวกมันด้วยความชำนาญจากประสบการณ์ในอดีต ตัวของหวังเหว่ยนั้นผ่านเรื่องราวต่างๆมามากมายในชีวิตก่อน ทำให้การใช้ชีวิตเอาตัวรอดภายในป่าแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยสำหรับหวังเหว่ย หลังจากกินอิ่มและได้พักดื่มน้ำจากลำธารที่อยู่ไม่ไกลเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยก็ได้เริ่มต้นวางแผนต่อสู้ร่วมกับ 3พยัคฆ์อสูรเพื่อที่จะใช้ "ทักษะดูดกลืนพลังปราณอสูร" จากสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มระดับเลเวล วิธีนี้ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน เพราะหวังเหว่ยได้คิดค้นขึ้นเอง ถึงแม้สัตว์อสูรตนนั้นจะไม่มีแก่นอสูร หวังเหว่ยก็สามารถใช้ "ทักษะดูดกลืนพลังปราณอสูร" เพื่อดูดเอาพลังปราณอสูรของสัตว์อสูรที่ถูกสังหารไปแล้วได้ พอเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยก็เริ่มออกล่าสัตว์อสูร โดยให้ 3พยัคฆ์อสูรนำทางถึงพวกมันจะยังเป็นเพียงลูกพยัคฆ์อสูรตัวเล็กๆขนาดเท่ากระต่ายป่าทั่วไป และมีระดับเลเวลเพียงแค่1 เท่านั้น แต่3พยัคฆ์อสูร ก็สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรในระดับเลเวล1-10 ที่ได้พบภายในป่าได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ความอ่อนแอที่แสดงออกมาภายนอกเป็นเหยื่อล่อเหล่าสัตว์อสูร ให้มาติดกับและสังหารสัตว์อสูรเหล่านั้นด้วย "ทักษะกรงเล็บพยัคฆ์" เพื่อให้หวังเหว่ยใช้ "ทักษะดูดกลืนพลังปราณอสูร" กับเหล่าสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร “ฮ่า ฮ่า เลเวลเพิ่มขึ้นอีกแล้ว ในที่สุดก็เลเวลขึ้นถึงเลเวล3สักที ฮืม สัตว์อสูรหมาป่าสีฟ้าพวกนี้ช่างใจสู้จริงๆ พวกเจ้าทั้งสามแยกกันไปสามทาง ข้าจะยืนรอพวกเจ้าอยู่ตรงนี้อย่าได้ประมาทเด็ดขาด” แฮ่ แฮ่ แฮ่ แควก เอ๋ง แควก แควก เอ๋ง เอ๋ง แควก แควก แควก เอ๋ง เอ๋ง เอ๋ง เวลาผ่านไป15นาที หวังเหว่ย เลเวล4 พยัคฆ์ทมิฬ เลเวล5 พยัคฆ์ขาว เลเวล5 พยัคฆ์คราม เลเวล6 “ฮ่า ฮ่า วิธีการเพิ่มระดับเลเวลแบบนี้ช่างสบายเสียจริง เอาล่ะ นี่ก็ใกล้มืดค่ำแล้ว พวกเรากลับไปพักที่โพรงไม้เก่ากันก่อนดีกว่า” แฮ่ แฮ่ แฮ่ จากนั้นหวังเหว่ยและ 3พยัคฆ์อสูรได้เดินกลับไปยังโพรงไม้เก่าอีกครั้งและได้เข้าไปพักผ่อนอยู่ภายในโพรงไม้เก่า จากนั้นหวังเหว่ยได้นั่งคิดถึงเรื่องต่างๆ ที่ได้พบเจอในวันนี้อยู่ภายในโพรงไม้เก่า หวังเหว่ยรู้สึกได้ว่าป่าแห่งนี้ เป็นสถานที่พัฒนาระดับเลเวลได้อย่างรวดเร็วและสบายอย่างแท้จริง แต่ชาวบ้านไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกชาวบ้านมองว่าสัตว์อสูรเลเวล 1ถึง10พวกนี้ มีเพียงนักอัญเชิญอสูรที่มีความสามารถหรือผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์จากสถาบันที่ได้รับภารกิจมาทดสอบความสามารถเท่านั้น ถึงจะต่อสู้กับพวกมันได้ ซึ่งอันที่จริงแล้วป่าหลังหมู่บ้านอสูรสีฟ้าแห่งนี้ เป็นสถานที่ใช้ทดสอบเลื่อนระดับคลาสอาชีพสำหรับนักอัญเชิญอสูรคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นต้นไปเป็นคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรฝึกหัดขั้นสูงได้เป็นอย่างดี และเป็นสถานที่สำหรับใช้เพิ่มระดับเลเวลของนักอัญเชิญอสูรที่มีระดับเลเวลที่ยังไม่มาก แต่ปกติในหนึ่งวันนักอัญเชิญอสูรระดับเลเวล1-20 ที่เข้ามายังป่าแห่งนี้ พวกเขาทำได้เพียงสังหารพวกมัน หรือจับพวกมันไปเป็นสัตว์เลี้ยงได้สูงสุดวันละไม่กี่สิบตน เนื่องจากสัตว์อสูรภายในป่าแห่งนี้ชอบที่จะอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ทำให้ไม่ง่ายเลยสำหรับนักอัญเชิญอสูรระดับเลเวล1-20 ที่จะเข้ามาแสวงหาโชคภายในป่าแห่งนี้ สัตว์อสูรในป่าแห่งนี้มีระดับเลเวล1ถึง31 ระดับเลเวล31 คือราชาของเหล่าสัตว์อสูรซึ่งเป็นตำนานของหมู่บ้าน ราชาสัตว์อสูรทั้งสามตนนี้แทบไม่เคยได้ต่อสู้กับผู้ที่เข้ามาภายในป่าแห่งนี้เลย เนื่องด้วยพวกมันไม่เคยเห็นพวกเขาเหล่านั้นอยู่ในสายตาลำพังเพียงแค่ลูกน้องของพวกมันสัตว์อสูร ระดับเลเวล1ถึง30 ก็แทบจะไม่มีผู้ใดต่อสู้กับพวกมันได้แล้ว