ฉันไม่เคยกลัวเรื่องนั้นมันจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา เพราะทำใจว่าสักวันหนึ่งเขาอาจทิ้งไป ด้วยเพราะนิสัยของเขาที่ไม่ยึดติดมีความสัมพันธ์กับใครคนเดิมนานๆ อีกอย่างเราทำเพื่อลูกเท่านั้นมันไม่ได้เกิดจากความรัก การแต่งงานคงไม่อาจรั้งเราไว้ได้ยาวนานหากท้ายที่สุดแล้วเราพบว่าไม่สามารถรักกันได้ แม้ทุกวันนี้เขาดีกับฉันมากมาย แต่ไม่เคยเห็นแม้เสี้ยวนาทีของความรู้สึกรักจากการกระทำของเขาเลยเพราะทุกสิ่งมันคือความรับผิดชอบและหน้าที่โดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
“คุณน้ำชาคะ คุณไนล์ให้มาเชิญไปพบค่ะ” พี่กิ่งเลขาของไนล์เอ่ยเรียก น้ำชาจึงรีบเปลี่ยนสีหน้า สะบัดผมให้สยาย ก้มมองตรวจตราเสื้อผ้าแล้วเดินกระแทกส้นรองเท้าออกไป ทำราวกับว่าไม่ได้เพิ่งคิดจะปองร้ายฉันหมากๆ
เธอมาที่นี่เพื่อพบเขา ไนล์บอกฉันเพียงแค่ว่าเย็นนี้เขาจะไม่ทานข้าวที่บ้านให้ฉันกลับก่อนเพราะเขาติดธุระไม่ได้บอกตามตรงว่าไปงานเลี้ยงวันเกิดพ่อของน้ำชา
“คุณไนล์กับคุณพ่อของคุณน้ำชาสนิทกันมากน่ะค่ะ เรียกได้ว่าคุณพุทธิพงษ์พ่อของคุณน้ำชายินดีรับคุณไนล์เป็นลูกเขยอย่างไม่มีเงื่อนไขเลย” พี่กิ่งเลขาของไนล์เล่าให้ฟังในตอนที่ฉันมารับสำเนาเอกสารสัญญา หลังจากไนล์ออกไปพร้อมน้ำชา
ฉันสัมผัสได้ว่าเธอคงไม่ใช่คนประเภทที่หวังดีกับคนอื่นโดยไม่แฝงผลประโยชน์หรือไม่หวังบั่นทอนอีกฝ่าย จึงทำเพียงยิ้มบางๆ บอกขอบคุณแล้วเดินจากมาแทนที่จะอยู่ฟังเธอพูดอะไรก็ตามที่จะมีผลเสียต่อความรู้สึกของตัวเอง และเขย่าความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับไนล์ให้สั่นคลอน
ครั้งหนึ่งกิ่งเคยเป็นเพื่อนที่ทำงานแผนกเดียวกับพลอยพราวซึ่งเป็นพี่สะใภ้ของไนล์ พวกเธอเป็นเพื่อนที่พอพูดคุยกันได้ แต่ด้วยความริษยาจึงเข้าใจว่าพี่พลอยตีตัวออกห่างหลังได้เป็นลูกสะใภ้ของท่านประธานเจ้าของบริษัท แต่ตรงกันข้ามเป็นเพราะนิสัยชอบกวนน้ำให้ขุ่น พูดเกินความจริงต่างหากทำให้พี่พลอยค่อยๆ ตีตัวห่างออกมา
ตอนนี้เธอย้ายมาทำงานให้กับไนล์ ก็ยังคงนิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน เธอรู้จักกับน้ำชาแม้ตอนแรกจะไม่ชอบหน้า แต่ด้วยความรู้ทันเกมน้ำชาจึงดึงเธอมาเป็นพวก ให้สิ่งของตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ กับคำพูดอ่อนหวานหวังผลประโยชน์ เพื่อติดสินบนให้คอยสอดส่องชีวิตของไนล์ ไปรายงานตัวเองอยู่เนืองๆ ฉันรู้ความจริงข้อนั้นดีจึงพยายามไม่ให้ราคากับคำพูดของกิ่งนัก หากมันไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงานฉันจะยุติการสนทนาโดยเร็วและพาตัวเองออกมาอย่างไม่เสียเวลารอฟังอะไรก็ตามที่เธอพูดเพื่อหวังทำลายความรู้สึก
…
ฉันนั่งรอไนล์จนกระทั่ง 5 ทุ่มครึ่ง ยังนอนไม่หลับ นึกกระวนกระวายอย่างประหลาดเพราะตระหนักได้ว่าเขาอยู่กับน้ำชา พาลนึกสงสัยว่าตัวเองสมควรเป็นห่วงเป็นใยเขาหรือเปล่า
เฮ้อ!
ฉันเผลอพ่นลมหายใจเมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ขบริมฝีปากตอนตัดสินใจกดโทรหาไนล์ สัญญาณรอสายดังสองสามครั้ง ก่อนปลายสายกดรับ
“หลิน” เสียงของไนล์กรอกเข้ามาพร้อมกับเสียงเพลงประสานกับเสียงพูดคุยฟังไม่ได้ศัพท์ของผู้คน เขาคงแวะไปต่อที่อื่นหลังกลับจากงานเลี้ยงที่บ้านของน้ำชา “มีอะไรด่วนหรือเปล่า” ไนล์พยายามถามแข่งกับเสียงรบกวน
ฉันเริ่มอึกอัก ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างถึงการโทรหาเขาตอนดึกดื่นขนาดนี้
“ใครโทรมาคะไนล์” เสียงผู้หญิงแทรกเข้ามาแข่งกับเสียงดนตรี คงไม่ใช่ใครคนอื่นนอกจากน้ำชา
…ไม่ผิดจากที่คิดพวกเขาอยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้
แม้เตรียมใจตั้งรับแต่ก็อดผิดหวังไม่ได้อยู่ดี
เขาอยู่กับอดีตคู่หมั้นท่ามกลางแสง เสียง มีแอลกอฮอล์สูบฉีดในร่างกาย และอดีตของพวกเขา อาจเกิดอะไรขึ้นถัดจากนั้นก็ได้ ซึ่งฉันไม่อยากจะแม้คิดถึงมันเลย
ความรู้สึกเป็นเจ้าของเริ่มขึ้นต้นโดยฉันไม่ทันรู้ตัว รู้สึกเพียงแค่ไม่ชอบยามที่เขาต้องใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น พาลอคติกับผู้หญิงที่เคยไม่ตัวตนอยู่ในชีวิตของเขาอย่างไร้เหตุผล
แม้อยากขอร้องให้เขารีบกลับและยุติการใกล้ชิดกับน้ำชาลงเสียเดี๋ยวนั้น แต่ด้วยจุดเริ่มต้นของเรามันตอกย้ำเสมอว่าฉันไม่ต่างกับการเป็นมือที่สาม ที่มีส่วนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับน้ำชา
จิตใต้สำนึกชั่วดีทำให้ฉันต้องข่มหัวใจ ลดโทรศัพท์ลงแล้วกดตัดสาย และสะกดกลั้นความผิดหวังเอาไว้อย่างลึกสุดขั้วหัวใจ
ฉันนอนมองเพดานที่มีแสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องเข้ามา ปล่อยความคิดเรื่อยเปื่อย พยายามลบภาพของเขากับผู้หญิงอีกคนออกจากสมองอย่างยากเย็น แต่ความคิดเจ้ากรรมกลับผุดภาพความสุขของเขากับน้ำชาขึ้นมาทับซ้อนอย่างแจ่มชัดเสียแทน เพราะเป็นเช่นนี้จึงข่มตาให้หลับไม่ลงแม้แต่วินาทีเดียว
…
ไนล์ไม่กลับมาจนกระทั่งตี 4 ฉันผงกศีรษะหรี่ตามองไฟที่สว่างจากห้องแต่งตัว ตัดสินใจลุกจากโซฟาเพื่อเดินไปหยุดตรงประตู มองร่างสูงกำลังจัดการกับเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่ตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้า
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง แสดงให้เห็นว่าเขาดื่มมาหนักขนาดไหน
“ยังไม่นอนเหรอ” เขาหันมาถาม คล้ายตกใจเมื่อเห็นฉันปรากฏตัวเงียบๆ ขณะปลดกระดุมเสื้อแล้วโยนลงตะกร้า ตามด้วยเข็มขัด แม้กลิ่นเหล้าค่อนข้างรุนแรงแต่เขาก็ยังคงครองสติสัมปชัญญะได้เป็นอย่างดี
“ฉันคิดว่าจะคุณจะไม่กลับซะอีก” ฉันเอนตัวพิงขอบประตู พยายามข่มหัวใจและปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด
ไนล์ไม่ได้ตอบ แต่เปลี่ยนเสื้อผ้าพันผ้าขนหนูรอบเอว เผยให้เห็นแผงอกอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ …แต่ไร้ร่องรอยที่ผู้หญิงอีกคนฝากเอาไว้
“เธอกลับไปนอนต่อเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้วเข้านอนเหมือนกัน” เขาบอกแล้วเดินแทรกตัวออกจากประตูเพื่อตรงไปห้องน้ำ ไม่ได้พูดหรืออธิบายใดๆ เลยกับการหายไปค่อนคืนกับผู้หญิงคนอื่น
ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างของไนล์ ปล่อยแขนตกลงข้างตัว ไม่พยายามฝืนทำตัวให้เข้มแข็งอีกต่อไปเมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าเขา
...ถ้าเราแต่งงานกันแล้วฉันมีสิทธิ์จะได้รู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเขาหรือเปล่า หรือควรปล่อยให้เขาได้ทำทุกอย่างตามใจตัวเองแบบนี้เรื่อยไปกันนะ
ฉันไม่มั่นใจในตัวเขาเลยสักนิด