พิมพ์พายหลับตาลงอย่างหงุดหงิดแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เธอกรี๊ดใส่เด็กบ้าที่กวนประสาทเธอั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน
“ทำไมไม่บอก?” เธอเดินเข้าไปถามเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักและพยายามกดเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ก็ผมไม่แน่ใจนี่ฮะว่าใช่พี่พายหรือเปล่า?ผมเองก็ไม่มีรูปพี่ ผมก็นึกว่าพี่มารับคนอื่น”น้ำเสียงเรียบเรื่อยของเขาทำให้เธอจ้องเขาเขม็ง
เธอมั่นใจว่าเขารู้แน่ ๆเลือกที่จะยืนขำเธอแทน แต่ในเมื่อเธอไม่มีหลักฐานอะไรที่จะเล่นงานเขาได้เธอเลยจำใจต้องปล่อยเื่นี้ไป
เอาเถอะครั้งนี้เธอพลาดเองที่ไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนแต่เธอก็รู้ได้เลยว่าในหกเดือนที่เดือนข้างหน้าของเธอไม่สงบสุขแน่!
“งั้นไปกินข้าวกันก่อนแล้วกันออกไปตอนนี้ก็ไปติดแหง็กอยู่บนถนนอยู่ดี”
“แล้วแต่พี่ซิฮะพี่ว่าไงผมก็ว่างั้น”ท่าทางอารมณ์ดีของเควินทำให้เธอเม้มปากและออกเดินไปโดยไม่มองเขาแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าเด็กบ้าเดินตามเธอมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆในลำคอ!
กว่าเธอจะพาเควินกลับถึงบ้านก็ปาไปเกือบสี่ทุ่มเธอจึงก็เลยพาเขาตรงไปยังห้องนอนรับแขกเลยแทนที่จะพาเดินดูบ้านอย่างที่ตั้งใจ
“วิน นายพักห้องนี้นะส่วนห้องน้ำก็ออกไปใช้ข้างนอก เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ค่อยพาดูมหาลัยกับที่ทำงาน”
“ฮะ”
เธอมองเควินที่เดินเข้าไปนั่งกลางเตียงแล้วเดินไปเปิดแอร์ให้ก่อนที่จะเหลือบตามองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของเขา
“นายจัดของเองได้ใช่ไหม?”
เควินมองเธอยิ้ม ๆก่อนที่จะพยักหน้าเบา ๆ “ผมโตแล้ว ดูแลตัวเองได้น่า”
“โอเค งั้นก็พักเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันว่ากฎของที่นี่มีอะไรบ้าง?”
“ฮะ” หางเสียงที่แกว่งนิด ๆราวกับคนพูดกำลังกลั้นหัวเราะทำให้เธอหันกลับไปจ้องเควินเขม็งเด็กหนุ่มรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็เรียบร้อยอย่างรวดเร็วจนเหมือนกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีแล้วเม้มปากแน่น
เควินในตอนนี้ดูแตกต่างไปจากตอนเด็กที่มักจะเอาแต่ใจเขาดูกวนประสาทมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมา แต่ก็อย่างว่าแหละเขาเป็น้องชายคนเล็กแถมยังห่างจากพี่ ๆ มากด้วย
แต่ก็กวนให้ได้ตลอดนะวินถ้าพี่เอาคืนบ้างก็อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน!
“พี่พายฮะพี่ร็อบให้ผมเอาของนี้มาให้”เธอหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็พบว่าเควินเดินลงมาในชุดอยู่บ้านแต่เพราะเขาเดินลงมาทั้งที่หัวและตัวยังไม่แห้งดีนั่นเลยทำให้เสื้อเชิ้ตนั้นเปียกจนเห็นกล้ามเนื้อของเด็กหนุ่มอย่างชัดเจน
เธอเหลือบมองกล้ามอกที่วางเรียงตัวแน่นลงมาจนถึงซิกแพคที่เห็นร่องสิบเอ็ดชัดเจนแล้วเผลอกลั้นหายใจ
เด็กบ้านี่ทำไมไม่แต่งตัวให้เรียบร้อย!
พิมพ์พายรีบหันไปหาถุงกระดาษที่เควินวางไว้ข้างๆ โดยพยายามบังคับสายตาตัวเองให้อยู่ที่ถุงกระดาษอันนั้นเท่านั้น
“หือ? อะไรหรือ?”
“ลองเปิดดูซิฮะ”เธอวางทัพพีลง ก่อนที่จะหันไปรับถุงกระดาษจากเควินเธอดึงกล่องกระดาษสองใบออกมาจากถุงแล้วก็พบว่าข้างในนั้นคือเทียนหอมยี่ห้อดัง
พิมพ์พายยกเทียนหอมขึ้นมาดมแล้วก็ยิ้มกว้างออกมาเพราะไม่คิดว่าโรเบิร์ตจะรู้ว่าเธอชอบเทียนหอมยี่ห้อนี้
“ขอบใจนะ” เธอหันไปบอกเควินก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและส่งข้อความไปขอบคุณโรเบิร์ตเป็การส่วนตัว
“พี่ฮะ อาหารจะไหม้แล้ว”เสียงเตือนเบา ๆ จากเควินทำให้เธอชะงักแล้วรีบหันไปค้นข้าวต้มบนเตาทันที
เธอเหลือบมองเควินที่กำลังมองอาหารบนเตาอย่างสนใจแล้วเลิกคิ้ว“นายเคยกินไหม?”
“เคยฮะตอนที่น้าพิณกับน้านิแวะเยี่ยมพวกผมที่บ้านก็ทำให้กินหลายครั้งอยู่”คำตอบของเควินทำให้เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจถึงแม้ดารินกับคริสโตเฟอร์จะเสียไปนานแล้วแต่พ่อกับแม่เธอยังคงแวะไปหาพวกเขาปีละสองครั้งเพราะเป็ห่วงที่พวกเขาอยู่กันแค่สามคนพี่น้อง
“แล้วปกติกินอะไรกันล่ะใครทำให้กิน?”
“ปกติเป็แม่บ้านฮะถ้าแม่บ้านไม่อยู่จะเป็ไรอันทำไว้บ้าง แต่พอโตแล้วก็ต้องทำกินเอง”แม้ว่าน้ำเสียงของเควินจะยังคงเรียบเรื่อยแต่แววตาของเขากลับดูหม่นแสงลงจนเธอนึกสงสาร
“ลองชิมดูก่อน? ถ้านายชอบพี่จะทำให้กินบ่อย ๆ” เธอตักข้าวต้มใส่ถ้วยใหญ่แล้วยื่นให้เขาก่อนที่จะตักถ้วยเล็กให้ตัวเอง
“จริงฮะพี่พายนี่ใจดีเหมือนเดิมเลยน่า”เด็กหนุ่มร่างสูงรับถ้วยข้าวต้มไปถือแล้วยิ้มให้ตาหยีจนเธออดยิ้มบาง ๆ ไม่ได้
“โตแล้วนะเรายังอ้อนพี่อีกหรือ?”
“ถ้าผมไม่อ้อนพี่ผมก็อดกินของอร่อยนะซิ ไม่มีใครทำให้กิน” ประโยคท้ายที่เบาลงทำให้เธอนึกสะท้อนในใจถึงจะอยู่กับพวกพี่ชายที่รักเขา แต่เควินก็ยังเล็กมากตอนที่เสียแม่เขาไป
“งั้นพี่จะทำข้าวเช้าไว้ให้ก่อนไปทำงานก็อย่าลืมกินด้วยล่ะ ส่วนตอนเย็นถ้าจะกินข้าวที่บ้านก็โทรบอกพี่ก่อน”เธอยกมือลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดู
“จริงหรือฮะ?”
“อือ อยากกินอะไรก็บอกแต่พี่ทำได้แต่อาหารไทยนะ ส่วนขนมตรงนี้ก็กินได้เลยหรือว่าอยากกินอะไรเป็พิเศษไหม?” เธอถามพลางนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวที่ตั้งอยู่อีกด้านของครัวซึ่งติดกับผนังกระจก
ในขณะที่เควินก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามแล้วจ้องเธอตาเป็ประกาย“อยากกินพายฮะ”
คำพูดของเควินทำเอาเธอสะดุ้งเบาๆ และหน้าร้อนวาบขึ้นมาในทันใด แต่พอเธอเพ่งมองดวงตาสีกีวีตรงหน้าชัด ๆก็พอแต่ความใสซื่อในนั้น
“พี่พายยังทำพายสับปะรดไหมฮะผมอยากกิน เอ๊ะ! พี่พายเป็อะไรหรือเปล่าฮะ”สายตาสงสัยของเควินทำให้เธอกะพริบตาถี่ ๆเพื่อไล่ความรู้สึกบางอย่างออกไปและพยายามปั้นสีหน้าให้เป็ปกติที่สุด
เควินโตที่อเมริกา...เขาคงใช้ภาษาไทยไม่คล่องแหละ!
“ฮะแอ่ม... ก็มีนะงั้นเดียววันหลังพี่จะเอามาติดตู้เย็นไว้ให้เผื่อว่าวินจะหิวกลางดึก”
“ขอบคุณฮะ”เด็กหนุ่มยิ้มกว้างพลางจ้วงข้าวเข้าปากหลายคำติด ๆกันจนหมดในพริบตาแล้วเขาก็เดินไปตักเพิ่ม
“ว่าแต่กฎที่พี่บอกเมื่อวานนี้มันคืออะไรหรือฮะ?”
“ก็ไม่มีอะไรมากแค่กฎในการอยู่ร่วมกันเท่านั้น ว่าแต่นายเคยออกไปอยู่เองคนเดียวไหม?”
“ไม่เคยฮะ ครั้งนี้ครั้งแรก”เควินส่ายหัว แต่ถึงอย่างนั้นมือหนาก็คว้าคุกกี้ในขวดโหลมาแทะเล่น “หวานไปนิดแต่อร่อยนะฮะ”
“โอเคถ้างั้นพี่จะเขียนกฎคร่าว ๆ ให้ แล้วนายโตแล้ว นายต้องรับผิดชอบของใช้ของตัวเองไม่ว่าจะเป็เสื้อผ้าหรือห้องนอนตัวเองและต้องช่วยกันรักษาความสะอาดพื้นที่ส่วนร่วมที่ใช่ร่วมกัน นายโอเคไหม?”
“งั้นผมก็ดูกฎก่อนแล้วผมจะตอบฮะ?”
“ได้! งั้นรอแป๊บ”
“พี่แน่ใจนะว่านี่คือกฎบ้านไม่ใช่กฎหมายทำไมมันละเอียดขนาดนี้”เควินก้มลงมองข้อความในกระดาษและมองเธอคล้ายไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ใช่ อันนี้แค่คร่าวๆ นะแต่ถ้านายอยากได้แบบละเอียดพี่จะเขียนอีกฉบับให้”เธอเอนตัวพิงโซฟาพลางมองเควินที่กำลังก้มลงอ่านกฎพวกนั้นด้วยสีหน้าปุเลี่ยน
อันที่จริงเธอไม่ได้ซีเรียสเื่ทำความสะอาดส่วนกลางนักหรอกเพราะเธอมีอุปกรณ์เวทเมดช่วยทำอยู่แล้วแต่เพราะท่าทางเฮี้ยวเอาเื่ของเควิน เธอเลยคิดว่าต้องมีกฎเอาไว้ควบคุมเขาบ้าง
“ถ้านายมีอะไรสงสัยก็ถามพี่ได้เลยพี่จะได้อธิบายทีเดียว”
“เื่ทำความสะอาดพี่สอนผมหน่อยก็ไม่มีปัญหาแต่ที่ผมสงสัยคือทำไมผมต้องขออนุญาตพี่ด้วยถ้าจะบ้านดึก ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะฮะ”เควินที่เงยหน้าขึ้นมองเธออย่างไม่พอใจนัก
“ไม่ใช่การขออนุญาตพี่แค่ขอให้นายส่งข้อความมาบอกพี่ว่าทำไมนายถึงกลับบ้านเลทและตอนนั้นอยู่ที่ไหนอยู่กับใครและจะกลับเมื่อไรก็แค่นั้นเอง”
“แล้วมันต่างกับการขออนุญาตตรงไหน?”
“ต่างตรงที่พี่ไม่ได้จะจับผิดนายพี่แค่ให้ส่งเผื่อเอาไว้ เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นพี่จะได้ตามไปช่วยได้ทัน”เธอสบตากับเควินที่กำลังมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งจนอ่านไม่ออกแล้วเธอต้องถอนหายใจออกมา
“วินพี่รับปากพี่ร็อบแล้วว่าจะดูแลนาย ถ้าพี่ทำน้องชายเขาหายพี่ไม่มีปัญหาชดใช้หรอกนะ”
เควินจ้องเธอด้วยสายตาที่แปลกไปอยู่ชั่วครู่แล้วหลุบตาลง“พี่ร็อบไม่ทำอะไรพี่หรอกแต่ช่างเถอะ ผมทำก็ได้ พี่ยัง้าอะไรอีกไหม?”
“มีอีกนิดนึงถ้านายจำเป็ต้องออกไปทำงานหรือไปเที่ยวต่างจังหวัดนายก็ให้ส่งข้อมูลให้พี่หน่อยแล้วกันพวกที่พัก วันกลับและคนที่ไปด้วยแล้วก็ระหว่างที่อยู่ที่นั่นก็ส่งมาบอกว่าโอเค สบายดีหรืออะไรก็ได้สักวันละครั้งก็พอ”
เควินเอนตัวพิงโซฟามองเธอด้วยสายตาอ่อนใจ“มีใครเคยบอกพี่ไหมว่าพี่เป็คนระแวงมากเกินไป”
“พี่ก็ไม่เห็นจะเกินไปตรงไหนตอนที่พี่ไปเที่ยวหรือไปในที่ที่ไม่คุ้นเคยพี่ก็ส่งข้อความพวกนี้ให้เพื่อนสนิทหรือแม่ทุกครั้ง”คำพูดของเธอทำให้เควินเลิกคิ้วแล้วพยักหน้ารับคล้ายจำยอม
“โอเค ผมเข้าใจแล้วส่วนกฎพวกนี้ก็ตามนี้ เฮ้อ...”
เธอมองเควินที่กำลังถอนหายใจเฮือกพลางเอนตัวลงนอนแผ่บนโซฟาแล้วแอบเด็ดกลีบดอกฟรีเซียจากแจกันใกล้ๆ มาบี้จนละเอียด ก่อนที่จะฉวยโอกาสนั้นจับแขนเควินและร่ายมนตราเพต้าอย่างรวดเร็ว
มนตราเพต้าเป็มนตราที่ใช้คุ้มครองบ้านโดยการสร้างภาพมายาตามที่เ้าของบ้านกำหนดและป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามาในอาณาเขตบ้านได้
ด้วยมนตรานี้ไม่ว่าจะเป็คนเผ่าพันธุ์ไหนก็ไม่สามารถเหยียบย่างเข้ามาในบ้านได้หากเธอไม่ได้เป็ผู้พาเข้ามารวมไปถึงเพื่อนบ้านก็ไม่สามารถมองเห็นตัวเธอได้แม้ว่าจะยืนประจันหน้ากับเธอก็ตาม
ความรู้สึกเย็นวาบที่นิ้วบ่งบอกให้รู้ว่าเธอทำสัญลักษณ์สำเร็จแล้วหลังจากนี้เควินจะได้รับการปกป้องจากมนตราเพต้าสามารถเข้าออกบ้านได้โดยที่เธอไม่จำเป็ต้องเป็ผู้พาเข้าออกอีกแล้ว
พิมพ์พายอมยิ้มเล็ก ๆเมื่อเห็นว่ากลีบดอกฟรีเซียนั้นซึมหายเข้าไปในแขนของเควินโดยที่เขาไม่รู้ตัวแต่ทว่าจู่ ๆเควินก็ก้มลงมองแขนตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นพลางหรี่ตามองเธอด้วยแววตาจับผิด!