ตอนที่ 59 คนจากครอบครัวเดิมมาหา
ไป๋เพ่ยเพ่ยพยักหน้า “อืม! หากบำรุงดูแลได้ไม่ดีก็จะเป็นเช่นนั้น”
“แบบนั้นก็แย่สิ นางกับลูกเขยของข้าเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่กี่ปี ให้กำเนิดลูกสาวมาคนเดียว หากว่าในอนาคตนางไม่สามารถให้กำเนิดบุตรได้ นั่นไม่เท่ากับเป็นอันตรายต่อชีวิตของนางหรอกหรือ?” ป้าหวงกังวลไม่น้อย จึงรีบเอ่ยถามว่าจะต้องดูแลอย่างไร
ทางด้านหวงจวนเองเมื่อได้ยินว่าจะส่งผลต่อการตั้งครรภ์ในอนาคตของตนก็สนใจขึ้นมาไม่น้อย ทุกครั้งที่ไป๋เพ่ยเพ่ยมาซักถามอาการก็จะเอ่ยถามเสมอว่าดีขึ้นบ้างหรือไม่
ไป๋เพ่ยเพ่ยอยากจะกลอกตานัก “เจ้าไม่รู้หรือว่าร่างกายของตัวเองเป็นเช่นไร หากวันนั้นแม่ของเจ้าไปช้ากว่านี้อีกเพียงนิด เจ้าคงลาโลกไปแล้ว ป่วยเจียนจะลงโลงอยู่แล้ว คิดว่าสถานการณ์เช่นนี้ร้ายแรงหรือไม่เล่า”
สีหน้าของหวงจวนพลันเจื่อนลง
“ข้ารู้ว่าเจ้าร้อนใจ อยากจะหายดีในเร็ววันเพื่อกลับไปยังบ้านสามี แต่ก็ต้องดูบ้างว่าร่างกายของตนเป็นอย่างไร บ้านสามีของเจ้าปฏิบัติต่อสะใภ้เช่นนั้น หากกลับไปในสภาพทั้งที่ยังไม่หายดี คิดว่าจะมีโอกาสได้รับการบำรุงดูแลอย่างดีอยู่ไหม?”
“... แต่จะให้อยู่บ้านแม่ตลอดไปก็ไม่ได้ ข้าแต่งงานแล้ว ถือเป็นครอบครัวอื่น จะให้อยู่บ้านแม่ตลอดก็ไม่ใช่เรื่อง”
“เมื่อแต่งออกไปแล้ว เจ้าก็ไม่ใช่คนในครอบครัวเดิมแล้วอย่างนั้นหรือ แซ่ของเจ้าไม่ใช่แซ่ของบิดาแล้วอย่างนั้นสิ หรือเลือดในกายไหลออกไปเมื่อแต่งงานเข้าไปอยู่บ้านสามี แล้วถูกแทนที่ด้วยเลือดของบ้านสามีหรืออย่างไร เลือดถูกถ่ายเปลี่ยนหรือก็ไม่ ในเมื่อไม่เปลี่ยนก็เท่ากับว่าเลือดครึ่งหนึ่งในกายเจ้าเป็นของพ่อและอีกครึ่งหนึ่งเป็นของแม่ และไม่ว่าพ่อแม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็คือบ้าน”
ในตอนที่เห็นว่าโน้มน้าวหวงจวนได้สำเร็จ ก็พลันมีเสียงความวุ่นวายดังมาจากข้างนอก
“แซ่หวง ออกมาเดี๋ยวนี้!”
ป้าหวงรีบตรงดิ่งออกไปข้างนอก ก่อนจะพบว่าคนที่มาคือครอบครัวที่เป็นดอง ซึ่งเป็นครอบครัวเดิมของหลิ่วเหนียง สะใภ้ใหญ่ของนาง
หัวใจของป้าหวงพลันเต้นระรัว ด้วยรู้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ก่อนจะรีบก้าวออกไปด้วยสีหน้าประจบประแจง “โอ้… ครอบครัวแม่ของหวงจวน พวกท่านมาได้อย่างไรกัน?”
“หากไม่มา ลูกสาวของเราจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้” สีหน้าของหลิ่วต้าเหนียงเย็นเยียบ ทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้ หลานสะใภ้ ตลอดจนคนอื่น ๆ ในครอบครัวต่างยืนอยู่ข้างหลังคอยสนับสนุนนาง
เห็นได้ชัดว่า หลังจากข่าวของหลิ่วเหนียงแพร่ไปถึงหูตระกูลหลิ่ว ทุกคนในตระกูลหลิ่วก็เริ่มเคลื่อนไหว
“อะไรกัน... หลิ่วเหนียงตั้งท้องแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่ดีอย่างยิ่ง …”
โดยไม่รอให้ป้าหวงพูดจบประโยค หลิ่วต้าเหนียงก็ผลักป้าหวง แล้วกล่าวว่า “เรื่องใหญ่สิ นางถูกผลักล้มลงไปกับพื้นจนแท้งลูก ทำไม… ลูกสาวของข้าที่แต่งงานเข้าตระกูลเจ้าก็ถือเป็นคนในครอบครัวของเจ้า เช่นนั้นทำไมจึงปล่อยให้คนในตระกูลหวงหยามเกียรติได้ตามใจประสงค์กันเล่า?”
พี่สะใภ้ของหลิ่วต้าเหนียงรีบเอ่ยสมทบ “นั่นสิ ตอนที่หลิ่วเหนียงของเราอยู่ในครอบครัวเดิม นางได้รับการประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดี จะปล่อยให้คนอื่นมารังแกแบบนี้ได้อย่างไร”
“คนที่ไม่รู้คงคิดว่าตระกูลหลิ่วของเรานั้นไม่มีใครใช้การได้ เลยสามารถข่มเหงรังแกสตรีจากตระกูลหลิ่วได้อย่างง่ายดาย”
...
พูดให้ชัดคือทุกครอบครัวมีลูกสาว หากสะใภ้บ้านไหนประพฤติตัวไม่ดียามอยู่ที่บ้านสามี ก็จะถูกคนในบ้านสามีรังแก จึงกลัวว่าครอบครัวอื่นเห็นแล้วจะเอาไปทำตาม แล้วมารังแกลูกสาวของตน
ดังนั้น เมื่อตระกูลหลิ่วได้ยินว่าหลิ่วเหนียงตั้งครรภ์และถูกผลักล้มจนทำให้แท้ง พวกเขาจึงรีบยกโขยงมาที่นี่โดยไม่เอื้อนเอ่ยอะไรให้มากความ เหตุด้วยต้องการคำอธิบายจากตระกูลหวง
ป้าหวงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “เข้าใจผิด… เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วจริง ๆ ! ไม่มีใครผลักหลิ่วเหนียงทั้งนั้น นางพลาดล้มเอง ...”
“ถุย! ผู้หญิงดี ๆ จะล้มได้อย่างไร เจ้าคิดหลอกลวงใครกัน หลิ่วเหนียงอยู่ที่ไหน ข้าต้องการถามนางด้วยตัวเอง”
“พักอยู่ในบ้าน นี่คือบ้านของนาง” ป้าหวงเดินนำทางหลิ่วต้าเหนียงและคนในตระกูลหลิ่วเข้าไปในบ้านของลูกชายคนรองและลูกสะใภ้ของนาง
ภายในบ้าน หลิ่วเหนียงซึ่งเอนตัวพิงเตียงอยู่ครึ่งหนึ่ง กำลังตัดเย็บเสื้อผ้าชุดเล็ก ๆ เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างนอกก็พลันกังวล
หากแต่ในเวลานี้นางกำลังตั้งครรภ์ จึงไม่กล้าขยับไปมานัก หญิงสาวจึงทำได้เพียงร้อนอยู่ในอกเท่านั้น
เมื่อเห็นผู้เป็นมารดาเดินเข้ามา ใบหน้าของหลิ่วเหนียงก็พลันแดงก่ำ “ท่านแม่ ...”
“หลิ่วเหนียง เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมเจ้าถึง... นั่งอยู่บนเตียงล่ะ คงไม่ใช่ว่าเจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรอกใช่ไหม?” ทันทีที่หลิ่วต้าเหนียงเห็นท่าทางของลูกสาว ก็แสดงความห่วงใยออกมาทันที
“ข้าไม่ได้บาดเจ็บอะไร นี่เป็นการถนอมลูกในท้อง” ป้าหวงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด จึงรับออกปากอธิบาย
พี่สะใภ้ของหลิ่วต้าเหนียงก้าวเข้ามา แล้วผลักป้าหวงไปด้านข้าง “ท่านไม่ต้องพูดมากความ เราจะถามหลิ่วเหนียงเอง”
คนอื่น ๆ ถึงกับเอ่ยให้ป้าหวงออกไป
ป้าหวงจะออกไปได้อย่างไรกัน?
ในเมื่อลูกสะใภ้ยังคงผูกใจเจ็บกับลูกสาวตนอยู่เช่นนี้ นางกลัวว่าหากตนออกไปแล้ว น้ำโคลนสกปรกนี้คงถูกสาดใส่ลูกสาวของนาง
ป้าหวงจึงกล่าวว่า “หลิ่วเหนียง เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล เรื่องใดที่ไม่เคยเกิดขึ้นก็แสดงว่าไม่เคยเกิดขึ้น ...”
ครอบครัวเดิมของหลิ่วเหนียงยิ่งไม่พอใจ “หมายความว่าอย่างไร เจ้ากำลังข่มขู่หลิ่วเหนียงต่อหน้าเราอย่างนั้นรึ อยู่ต่อหน้ายังกล้าทำเช่นนี้ แล้วยามอยู่ลับหลัง เจ้าไม่รังแกนางเจียนตายเลยหรือไร?”
เอ่ยแล้วก็ผลักเจ้าป้าหวงออกไปจากห้องทันที
ป้าหวงซึ่งอยู่นอกห้องอยากจะกระทืบเท้าด้วยความโมโห
ทว่าเมื่อหันไปเห็นว่าหวงฮวา ลูกสาวคนที่สามของนางก็อยู่ที่นั่นด้วย จึงส่งเด็กสาวไปเรียกสามีของตน รวมถึงลูกชายคนรองอย่างหวงต้าซู่มา
ผู้ชายจากตระกูลหลิ่วซึ่งยืนอยู่ในลานบ้าน เมื่อเห็นดังนั้นก็ไม่ได้เข้ามาขัดขวาง
อย่างไรเสีย พวกเขามาที่นี่ก็เพื่อขอคำชี้แจง และแน่นอนว่าพวกเขาต้องการพูดคุยกับคนในตระกูลหวง
หวงจวนได้ยินเสียงความโกลาหลข้างนอกจึงรีบรุดออกไปอย่างร้อนใจราวกับคนวิตก กังวลว่าป้าหวงจะเสียเปรียบ
ไป๋เพ่ยเพ่ยเมื่อเห็นภาพนี้ จึงเอ่ยกำชับให้เซี่ยเหมียวเหมียวอยู่ใกล้นางเอาไว้ ก่อนเดินตามหวงจวนออกไป
“เจ้ามีแขกอยู่ด้วยงั้นหรือ?” ก่อนที่จะมา ตระกูลหลิ่วรู้ว่ามีสตรีซึ่งแต่งงานออกไป กลับมาพักฟื้นอยู่ในบ้านตระกูลหวง ซึ่งเป็นครอบครัวเดิม แต่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นตาทั้งสามพร้อมกันในคราวเดียว
โชคดีที่อายุของพวกนางต่างกัน เพียงมองแวบเดียวก็ตัดสินได้ทันทีว่าคนไหนคือหวงจวน ส่วนไป๋เพ่ยเพ่ยและเซี่ยเหมียวเหมียว ที่เดินตามหลังมานั้นพวกเขาไม่รู้จัก
“ท่านแม่ ...” หวงจวนยืนอยู่ข้างป้าหวงด้วยท่าทีตึงเครียด
ป้าหวงลูบมือนางเบา ๆ เพื่อปลอบโยน ก่อนแนะนำกับหลิ่วเหล่าเซิง ผู้เป็นบิดาของหลิ่วเหนียงว่า “นางคือภรรยาของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ มาเพื่อตรวจรักษาหลิ่วเหนียง ส่วนนี่คือเซี่ยเหมียวเหมียว ลูกสาวของนาง ...”
ความหมายที่ต้องการจะสื่อคือต้องการบอกกล่าวตระกูลหลิ่วว่าหลังจากหลิ่วเหนียงเกิดอุบัติเหตุ ตระกูลหวงของพวกเขาได้เชิญหมอมา พวกเขาใส่ใจในเรื่องนี้ ไม่ได้รังแกลูกสาวของอีกฝ่ายแต่อย่างใด
“ภรรยาเซี่ยเหล่าเอ้อร์?” หลิ่วเหล่าเซิง บิดาของหลิ่วเหนียงหันเข้าหาไป๋เพ่ยเพ่ยพลางมองดูนางอย่างละเอียด แล้วเอ่ย “คือคนที่ข้าเคยได้ยินมาว่าสามารถรักษาอาการตกเลือดของสตรีได้ใช่หรือไม่?”
“ใช่ เป็นไป๋เพ่ยเพ่ยคนนี้ ข้าเชิญมาทันทีที่หลิ่วเหนียงประสบอุบัติเหตุ และได้กินยาไปหลายขนานแล้ว เด็กในท้องก็ได้รับการรักษาเอาไว้ ตอนนี้เหตุผลที่หลิ่วเหนียงต้องนอนอยู่บนเตียงก็เพื่อถนอมเด็กในท้อง ในทุกวันนางจะได้กินข้าวปลาอาหารที่จัดสรรอย่างดี หวังว่าลูกสะใภ้จะหายดีในเร็ววัน เมื่อถึงเวลาจะได้ให้กำเนิดลูกน้อยตัวอ้วนพีให้กับตระกูลหวง ...”
หลิ่วเหล่าเซิงไม่ได้แสดงความเห็นอะไรนัก เขาเอ่ยถามคำถามเพียงสองสามข้อ ก่อนจะไปยืนนิ่งรอให้บรรดาผู้หญิงในห้องออกมา
ป้าหวงเองรู้ดีว่าเรื่องนี้จะอย่างไรก็ต้องผ่านด่านฝ่ายแม่ดองก่อน หลังจากนั้น พ่อดองจึงจะปริปากเอ่ยความเห็นของตน
เมื่อได้รับข่าว คนของตระกูลหวงซึ่งอยู่ในทุ่งนาก็รีบวางมือจากสิ่งที่ทำ แล้วเร่งรุดกลับมาที่บ้าน
เช่นเดียวกับตระกูลหลิ่วที่ยกโขยงกันมาทั้งตระกูล พวกพี่น้องของหวงต้าซู่ก็สาวเท้ากันมาที่นี่ พร้อมเรียกภรรยาของพวกเขามาด้วย
ไม่นานนัก ลานบ้านของตระกูลหวงก็คลาคล่ำไปด้วยหนุ่มสาวจากตระกูลหวงและตระกูลหลิ่ว
แม้ว่าหลิ่วเหนียงจะโกรธหวงจวน พี่สาวคนโตของสามีซึ่งแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ทว่าตนก็ไม่ได้พูดเหลวไหลอะไรต่อหน้าครอบครัวเดิม หญิงสาวรู้ว่านี่เป็นเรื่องดีที่ครอบครัวเดิมของตนนั้นสามารถมาช่วยเหลือได้ แต่นางเองแต่งงานเข้าตระกูลหวงแล้ว จึงเท่ากับว่าตอนนี้นางเป็นคนของตระกูลหวง หากทั้งสองครอบครัวเกิดแตกหักกันขึ้นจริง ๆ ก็จะไม่เป็นผลดีกับหลิ่วเหนียงเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ในตอนที่หลิ่วเหนียงเล่าบอก หญิงสาวจึงบอกเพียงว่าตอนที่นางล้มลง พี่สาวคนโตของสามีนางก็อยู่ข้าง ๆ ตรงนั้นด้วย แต่กลับไม่ช่วยเหลือ หากไม่ใช่เพราะในหมู่บ้านมีไป๋เพ่ยเพ่ยที่มีทักษะการแพทย์ ตนก็คงสูญเสียลูกไปหลังจากที่ล้มลงไป
“ไม่ใช่ว่าเจ้าถูกผลักหรอกหรือ?”
หลิ่วเหนียงเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า “นางอยู่ข้างหลังแต่กลับไม่ช่วยเหลือ ข้าโกรธนักจึงโวยวายไปสองสามคำ ...”
“เจ้านะเจ้า! เหตุใดจึงไม่รู้ความถึงเพียงนี้ เรื่องเช่นนี้ใช่เรื่องที่จะเอะอะโวยวายได้งั้นหรือ?” หลิ่วต้าเหนียงจิ้มหน้าผากหลิ่วเหนียงอย่างเจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็นเหล็กกล้าได้ ก่อนเอ่ยต่อ “เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้ากลัวแทบตายเมื่อได้ยินข่าว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ กลับไม่รู้จักกล่าวบอกครอบครัวเดิมของตน”
“... ข้าลืมน่ะเจ้าค่ะ”
“ลืมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร เรื่องท้องเรื่องใหญ่ เรื่องที่มีคนรังแกก็เรื่องใหญ่เช่นกัน ข้าคลอดเจ้าออกมา เวลามีเรื่องอะไร ไม่คิดว่าข้าจะห่วงหาอาทรเจ้าหรือไร?”
...
บรรดาสตรีในห้องพูดคุยกันถึง ‘ข้อเรียกร้อง’ ของตน และเตรียมพร้อมที่จะเจรจากับครอบครัวหวงหลังจากนี้