ภูชิสส์วิ่งเหยาะๆเพื่อออกกำลังกายไปตามทางฟุตพาทที่ถูกปูด้วยอิฐตัวหนอนของหมู่บ้าน ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายของ่เช้าตรู่และไปจบลงที่สวนสาธารณะของส่วนกลางดังเช่นทุกวันที่ผ่านมา
เขาชูแขนทั้ง 2 ข้างขึ้นเหนือศีรษะสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ เพื่อเป็การปรับสมดุลภายในร่างกายแต่แล้วจู่ๆภาพของหญิงสาวร่างเล็ก ผมหยักศกสีน้ำตาลยาวสลวยในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกหูกระต่ายเล็กๆสีดำตัดกันดูน่ารัก ได้ผุดขึ้นมาอย่างแจ่มชัดภายในห้วงความคิดคำนึง
“ฮั่นแน่.. เจอหน้ากันแค่แป๊บเดียวมีคิดถงคิดถึงกันด้วยเหรอ?” ภูมิพัฒน์ในร่างโปร่งใสพูดอยู่ข้างหูพี่ชาย พลางทำหน้าตาทะเล้นใส่
“ถ้าคิดถึงเค้า ก็ไปหาเค้าสิพี่เต้มายืนส่งกระแสจิตแบบนี้พี่หวานเค้าไม่รับรู้ด้วยหรอกนะ”
ภูชิสส์ย่นคิ้วทำหน้ายุ่งราวกับคนที่กำลังถูกขัดใจ
“วันนี้ไม่ว่าง” เขาพึมพำ
“โธ่.. พี่เต้ ไม่กลัวสุนัขคาบไปรับประทานเหรอผับนะฮะ ไม่ใช่วัด คนหล่อๆกว่าพี่มีเยอะนะจะบอกให้” เด็กหนุ่มให้เหตุผล
“เอาไงดี” เขาพึมพำเสียงเบาถามใจตัวเองเพราะในเวลานี้ภาพของสาวเ้าที่บังเอิญพบเจอกันแค่ชั่วครู่ชั่วยาม ได้เข้ามาประทับอยู่ในความทรงจำจนยากที่จะลบออกไปเสียแล้ว
“ก็ไม่เห็นจะยากเลยฮะ มีแค่ 2ทางเลือกเท่านั้นคือ ไป กับ ไม่ไป”
“เต้จะออกไปไหนลูก นี่มันดึกแล้วนะ?”กานต์ติมาผู้เป็แม่เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นลูกชายคนโตแถมในตอนนี้ยังพ่วงตำแหน่งลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านอัครวัชโยธินเดินลงบันไดมาจากชั้น 2 ของบ้านด้วยชุดเก่งสีดำที่ทั้งเสื้อและกางเกงดูเข้ากันอย่างเหมาะเจาะแม้จะดูอึมครึมแต่ก็มีสไตล์ ในความเป็จริงแล้ว จะใช้คำว่าชุดเก่งก็คงไม่ถูกนักเพราะั้แ่ที่ภูชิสส์เสียน้องชายไป หลังจากเสร็จงานศพ เขาก็ไม่คิดที่จะใส่เสื้อผ้าสีอื่นอีกเลย
ภูชิสส์ยิ้มบางๆ “ผมคิดว่าคืนนี้จะไปคลายเครียดสักหน่อยน่ะครับไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้ว”
“แล้วนัดใครไปด้วยกันหรือเปล่าจ้ะเต้ ?” หญิงสูงวัยกว่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความกังวลอย่างชัดเจน
“ไม่ได้นัดใครไว้ฮะแม่ พี่เต้เค้ากำลังจะออกไปหาต่างหากครับ”ภูมิพัฒน์กระซิบบอกข้างหูมารดา
“ไม่ได้นัดใครไว้ครับ ผมไปคนเดียว” ภูชิสส์รีบบอกพลางชำเลืองมองเวลาที่หน้าปัดนาฬิกาข้อมือของตน
“ไม่ได้นัดใคร แล้วทำไมต้องก้มมองนาฬิกาด้วยล่ะ?”
ชายหนุ่มชะงัก นึกแปลกใจไม่น้อยที่วันนี้มารดาคอยจับจ้องการกระทำทุกอิริยาบถของเขาทั้งๆที่เมื่อก่อนแทบจะไม่เคยมองเสียด้วยซ้ำไป
“คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
กานต์ติมารีบยิ้มกลบเกลื่อน เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังขึงขังของบุตรชาย
“พอดีว่า.. พรุ่งนี้เย็นป้าภาเพื่อนของแม่น่ะจ้ะเขาจะพาน้องผิงมาหาเราที่บ้านนะ”
ภูชิสส์ทำหน้างง “เรานี่คือผมเหรอครับแล้วพามาทำไมครับผมไม่เข้าใจ?”
“คืองี้จ้ะพอดีขนมผิงเพิ่งเรียนจบมาแล้วป้าภาก็อยากให้มีประสบการณ์ในการทำงานที่บริษัทอื่นบ้างก่อนมาทำงานให้กับทางบ้าน แต่ทีนี้ป้าภาก็ไม่อยากให้ไปทำงานที่ไหนไกลหูไกลตาไม่ไว้ใจเพื่อนร่วมงานที่เป็ผู้ชายน่ะ แกก็เลยอยากจะขอให้เต้ช่วยรับน้องเข้าทำงานด้วยคนนึงแม่เองก็เห็นด้วยกับป้าภานะ เพราะจะได้มาช่วยงานเต้บ้าง เห็น่นี้เต้ดูเหนื่อยๆชอบกล”
“แล้วขนมผิงของคุณแม่ไม่เคยออกไปฝึกงานระหว่างเรียนเลยเหรอครับถึงต้องมาหาประสบการณ์การทำงานกับบริษัทอื่นก่อน นี่การทำงานนะครับต้องเข้าใจด้วยว่าไม่ใช่นึกอยากจะทำก็มา แล้วพอเบื่อก็ไม่อยากจะทำ” ภูชิสส์ถามน้ำเสียงจริงจัง
“ก็…”
“คุณแม่ครับ ผมเคยบอกแล้วไงครับ ว่าผมไม่ชอบทำงานกับผู้หญิงผู้หญิงน่ะเื่มาก ชักช้า ไม่งั้นนะผมจะเคี่ยวเข็ญเ้าเต้ยมันทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งใจที่จะดันมันขึ้นมาให้ช่วยดูแลเื่การบริหารงานของบริษัทเรา”
เมื่อกานต์ติมาเริ่มเห็นท่าทีที่ไม่พอใจของลูกชายเธอจึงรีบตีหน้าเศร้า หลุบตามองพื้น
“แม่อยากให้มีคนมาช่วยเต้ทำงานจริงๆ แม่เห็นลูกเหนื่อยอีกอย่างน้องก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าเกิดเต้เป็อะไรไปอีกคน พ่อกับแม่จะอยู่ยังไง?” หญิงสูงวัยกว่าพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
ภูชิสส์ถอนหายใจยาวเขาเป็คนที่แพ้ทางน้ำตาของผู้หญิง ยิ่งน้ำตาของผู้บังเกิดเกล้าด้วยแล้วเขาจะไม่ยอมให้มันไหลรินอย่างเด็ดขาด
“โอเคครับคุณแม่ พรุ่งนี้เย็นผมจะอยู่ทานข้าวกับป้าภาแล้วก็น้องผิงส่วนเื่การทำงานที่บริษัทเดี๋ยวผมขอคิดดูอีกทีก่อนแล้วกัน ตอนนี้ขอยังไม่รับปากอะไรนะครับ”
“ก็ได้จ้ะ แต่แม่อยากให้เต้เปิดใจดูนะลองคบลองคุยกับคนอื่นบ้าง สำหรับแม่ ถ้าลูกเพิ่มน้องผิงเข้ามาอีกสักคนแม่ก็ไม่ว่าอะไรนะ”
ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเบาๆสุดท้ายมารดาก็วนกลับมาที่เื่เดิม
“ผมจะลองเอาไปคิดดู”
ภูชิสส์เดินเข้าไปในผับเดิมที่ตนได้มาเที่ยวเมื่อคืนวานอีกครั้งแต่คราวนี้สายตาของเขากลับสอดส่ายมองหาแต่หญิงสาวร่างเล็ก ท่ามกลางบรรดานักท่องราตรีทั้งชายและหญิงที่ยังคงโชว์ฟอร์มโยกย้าย ส่ายสะโพกเข้ากับจังหวะเพลงที่แสนจะดังกระหึ่มและเร้าใจ โชคดีหน่อยที่ยูนิฟอร์มของที่นี่เป็เสื้อเชิ้ตสีขาวเลยทำให้สามารถมองหาได้เร็วขึ้นในที่มีแสงน้อยเช่นนี้
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
ชายหนุ่มหันไปตามเสียงที่ทักดังมาจากทางด้านหลังพบว่าเป็พนักงานสาวผมสั้น ยืนส่งยิ้มสดใสทักทายมา
“พอดีว่าผมอยากจะมาพบคนคนนึงน่ะครับ เธอเป็พนักงานของที่นี่ตัวเล็กๆ ผมยาวหยักศก สีน้ำตาล สูงก็เออ…ประมาณนี้ครับ”เขาพยายามอธิบายลักษณะโดยการทำมือประกอบความสูงของหญิงสาวที่ได้พูดคุยด้วยพลางลอบถอนหายใจเบาๆอย่างสิ้นหวัง ‘จะเจอไหมเนี่ยเรา’
“ไม่ทราบว่าเขาชื่ออะไรคะ?”พนักงานสาวคนนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสุภาพ
“ไม่ทราบครับ”
“อ้าว… มาหาคนแล้วไม่รู้จักชื่อเขาเหรอคะเนี่ย?”
“ไม่รู้จักครับ พอดีผมมีเื่จะคุยกับเธอคนนั้นด้วยนิดหน่อย”
“พนักงานที่นี่มีหลายสิบชีวิตเลยนะคะคุณ แล้วทุกคนก็ทำงานอยู่ในส่วนของตัวเองเกรงว่าจะไม่สามารถ…”
ภูชิสส์ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ที่อยู่ในกางเกงสแล็กสีดำเนื้อดีขึ้นมาแล้วหยิบธนบัตรใบละ 1,000บาท ยื่นให้พนักงานสาวคนนั้น 3 ใบ
“ถ้าคุณรู้ว่าคนที่ผมตามหาอยู่เป็ใคร ช่วยพาเธอคนนั้นมาพบผมทีผมมีเื่จะคุยที่จะด้วยจริงๆ แล้วก็ช่วยจัดเครื่องดื่มแบบเบาๆ มาให้ด้วย 2 ที่ผมจะนั่งรออยู่ตรงนี้แหละ”
พูดจบเขาก็เดินตรงไปนั่งที่โต๊ะนั่งชุดเล็กที่ว่างอยู่และไม่ไกลจากที่เขายืนเท่าไหร่นักแถมยังอดขำกับท่าทีของพนักงานสาวคนนั้นไม่ได้ ที่ดูกระตือรือร้นขึ้นมาทันตาเห็นหลังจากที่ได้รับสินน้ำใจไป
เพียงเวลาไม่นานพนักงานสาวผมสั้นคนเดิมก็กลับมาพร้อมกับเครื่องดื่มตามที่ได้สั่งเอาไว้หากแต่ว่าข้างกายเธอไม่มีคนที่เขา้าเจอ
“แล้วพนักงานหญิงคนนั้น ที่ผมให้คุณไปตามมาล่ะ?”
หญิงสาววางเครื่องดื่มลงบนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มก่อนถอยออกมาครึ่งก้าว เพื่อตอบคำถาม
“คือ..น้องเค้าไม่ใช่พนักงานของร้านเราน่ะค่ะคุณลูกค้า”
“ไม่ใช่พนักงาน?” ภูชิสส์ทวนคำตอบอย่างงุงงง “จะเป็ไปได้ยังไงแล้วยูนิฟอร์มที่เธอใส่ล่ะ มันไม่ใช่ฟอร์มของที่ผับนี้หรือยังไง ?”
“ชุดที่น้องใส่เป็ชุดของพนักงานค่ะ แต่ว่าเขาไม่ได้พนักงานของที่ร้านจริงๆน้องเขาเป็พริตตี้มารับงานฟรีแลนซ์แจกของ เพราะฉะนั้นเขาเลยไม่ยอมมาหาคุณน่ะค่ะ” พนักงานสาวผมสั้นอธิบายช้าๆ
“ฟรีแลนซ์” ชายหนุ่มทวนคำในใจ “โอเคครับ แล้วตอนนี้เธอยังอยู่ที่นี่ไหมอยู่ตรงส่วนไหน เดี๋ยวผมจะเดินไปหาเธอเอง”
“ถ้าลักษณะของน้องเขาเป็แบบที่คุณบอกเมื่อสักครู่ตอนนี้เธออยู่ตรงประตูหน้านะคะ ยืนแจกของอยู่”
“ขอบคุณ”พูดจบภูชิสส์ก็หยิบค่าเครื่องดื่มส่งให้ พร้อมกับรีบลุกออกไปทันที
มธุรสยืนแจกผลิตภัณฑ์ ‘ถุงยางอนามัย’ รุ่นใหม่ของบริษัทผลิตถุงยางชื่อดังแห่งหนึ่งของเมืองไทย ที่สำคัญถุงยางอนามัยตัวอย่างนี้ยังไม่ได้ถูกนำไปโฆษณาทางช่องทางใดๆไม่ว่าจะเป็ทางโทรทัศน์ หรือทางโซเชียลมีเดีย ถุงยางที่ว่านี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในถุงกระดาษฟอยด์สีทองคาดดำขนาดเล็กซึ่งเธอได้หยิบยื่นให้กับบรรดานักท่องราตรีที่เป็ผู้ชายทุกคนที่เดินออกจากผับไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
ภูชิสส์ยืนมองอากัปกิริยาของหญิงสาวอยู่ชั่วครู่ถึงแม้ว่าจะสวมใส่เพียงชุดยูนิฟอร์มของพนักงาน แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ดูเซ็กซี่ยั่วยวนถึงเพียงนี้ และเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมถึงต้องรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจมากมายเมื่อเห็นสายตาของบรรดานักเที่ยวผู้ชายที่มองมายังร่างบางอย่างแทะโลมในตอนที่รับของแจกแถมเ้าตัวก็ยังยิ้มกลับให้อย่างน่ารักอีกด้วย หรือว่าเธอมองเห็นไม่ชัดเพราะในผับออกจะมืดเสียขนาดนี้
ชายหนุ่มเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าในขณะที่หญิงสาวกำลังสาละวนเติมของใส่ในถาดสีเงินใบย่อมที่ถือเอาไว้ ก่อนหยิบยื่นส่งมาให้พร้อมรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ แจกฟรีนะคะ”
เขาเอื้อมมือไปรับสินค้าจากมือของเธอก่อนที่จะพูดขึ้นมาให้พอได้ยินกัน 2 คน
“คุณจำผมได้ไหม?”
คราวนี้เป็มธุรสเองที่ต้องเป็ฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตาคมอย่างเต็มตาและตั้งใจพลางนึกทบทวนความทรงจำที่ผ่านมาก่อนที่จะตอบออกไป
“จำไม่ได้ค่ะ เรารู้จักกันเหรอคะ?”
“เราไม่รู้จักกัน”
“อ้าว..”
“แต่เราเจอกันที่นี่เมื่อคืนนี้ตอนที่ผมทำแก้วแตก”
มธุรสยืนนิ่ง เธอทบทวนความจำเื่เมื่อคืนอีกครั้ง
“อ๋อ…จำได้แล้วค่ะวันนี้มาคนเดียวเหรอคะ?” หญิงสาวเอ่ยถามเมื่อมองไปรอบๆแล้วพบว่าเขายืนอยู่คนเดียวไม่ได้พาเด็กหนุ่มที่ชื่อเต้ยมาด้วย
ภูชิสส์ย่นคิ้ว ทำหน้างงก่อนที่จะตอบคำถามของเธอ “เมื่อวานผมก็มาคนเดียว ไม่ได้พาใครมาด้วย”
“ค่ะ มาคนเดียวก็มาคนเดียว แล้วมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่าคะ?พอดีว่าตอนนี้กำลังทำงานอยู่ไม่สะดวกคุยค่ะ” มธุรสพูดตัดบท พลางยื่นผลิตภัณฑ์ทดลองใช้ให้กับนักท่องเที่ยวชายท่านอื่น
“คุณไม่คิดทำงานประจำบ้างเลยเหรอ?”
หญิงสาวมองกลับไปที่ชายหนุ่มแปลกหน้าอีกครั้งอย่างนึกแปลกใจเมื่อพิจารณาแล้วก็เห็นว่าผู้พูดนั้นมีความหล่อเหลา คมเข้มอยู่พอควร แต่ก็อย่างว่าเขาเป็ใคร มาจากไหน และ้าอะไร ทำไมดูแปลกๆ
“สนใจจะทำงานประจำไหม ?” ภูชิสส์เอ่ยถามอีกครั้ง
“งานที่ว่านี่เป็งานเกี่ยวกับอะไรคะถ้าเป็งานที่ต้องทำในแนวราบค่าจ้างสูงๆฉันไม่สนใจค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”พูดจบมธุรสก็ก้มตัวลงหยิบกล่องกระดาษที่ว่างเปล่าซึ่งในครั้งหนึ่งมันได้เคยบรรจุถุงยางอนามัยเอาไว้อย่างเต็มกล่องก่อนเดินออกห่างจากตัวของคู่สนทนา
ภูชิสส์ยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างนึกขำก่อนเดินตามเธอไป “ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะต้องทำงานในแนวราบน่ะ คุณคิดได้ยังไง?”
คราวนี้เป็มธุรสเสียเอง ที่เป็ฝ่ายต้องอายจนหน้าแดงก่อนที่จะหันมาตอบอย่างไม่ค่อยเต็มใจ
“ขอโทษค่ะ แล้วมีใครจะมาเสนองานดีๆให้ทำกันในผับบ้างล่ะคะ?”
“ก็ผมนี่ไง”ภูชิสส์ตอบด้วยน้ำเสียงและหน้าตาที่จริงจัง ขึงขัง
“ห๊ะ!”
“ผมให้พนักงานของผับมาตามคุณ เขาก็มาบอกว่าคุณทำงานฟรีแลนซ์ผมก็เลยเสนองานประจำให้คุณทำ แล้วมันแปลกตรงไหน?”
“คุณไม่รู้จักฉัน แล้วคุณมาเสนองานให้ฉันได้ยังไงคุณไม่คิดบ้างเหรอว่าฉันอาจจะไม่มีความรู้ก็ได้นะ” เธอลองหยั่งเชิงถาม
“ผมมั่นใจว่าคุณจะรับทำงานนี้อย่างแน่นอนเพราะว่างานที่ผมเสนอให้ทำมันง่ายมาก แล้วเงินเดือนก็ดีมากด้วย”
มธุรสเริ่มก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีแต่อีกใจก็อยากรู้ว่างานที่เขาจะเสนอให้ทำมันคืออะไรถ้าหากว่าเป็งานเมียน้อยเมียเก็บ หรือว่าส่งยา รับรองได้เลยว่าแม่จะเอาถาดตีหัวให้ยับเลย
“งานที่จะให้ทำเป็งานอะไรคะ?”หญิงสาวถามอย่างกล้าๆกลัวๆ
“เลขาส่วนตัวของผม” ภูชิสส์ตอบอย่างมั่นใจ
“เลขา!” หญิงสาวอุทานเสียงหลง ‘งานเลขาหาใครที่ไหนทำก็ได้หรือเปล่าพ่อคุณ ลงทุนมาหาพนักงานเอาในผับนี่นะ’
“ฉันคิดว่าความสามารถของตัวเองคงจะไม่ถึง ต้องขอโทษด้วยนะคะ”พูดจบเธอหมุนตัวรีบเดินกลับออกไปอีกครั้ง โดยไม่สนใจคู่สนทนาอีกต่อไป
“ตำแหน่งนี้ ได้เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาทเลยนะคุณ”
มธุรสได้ยินถึงกับหูผี่งรีบเดินกลับมาหาชายหนุ่มเสื้อดำที่ยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว
“คุณพูดจริงเหรอ?”
“จริงทุกคำ”
“ถ้าอย่างนั้น…ฉันขอกลับไปคิดทบทวนดูก่อนขอเบอร์ติดต่อกลับด้วยนะคะ”
“ไม่ได้.. ถ้าคิดจะทำต้องรีบตกลงตอนนี้ทันทีตำแหน่งนี้ไม่ได้เปิดนาน” ภูชิสส์ยิ้มกรุ่มกริ้ม “คุณใช้คอมพิวเตอร์เป็ไหม?”
“เป็ค่ะ” คนตัวเล็กกว่าตอบสั้นๆ
“โอเค งั้นก็แค่นี้แหละ ตกลงคุณจะทำหรือไม่ทำ?”
มธุรสอึกอัก หันรีหันขวาง “แต่ว่า..ฉันยังติดสัญญาต้องแจกของที่นี่ในวันพรุ่งนี้อีกวันนึงค่ะฉันทิ้งงานไปไม่ได้เดี๋ยวชื่อจะติดแบล็คลิส”
“แล้วคุณอยากทำงานกับผมไหม?”คราวนี้เป็ชายหนุ่มเองที่เดินเข้าไปประชิดตัวถามซ้ำเสียงขรึม
“ฉัน….” หญิงสาวอึกอัก ลังเล
“มีแค่ 2 ทางเลือก ทำ กับ ไม่ทำ”
“ทำค่ะ” มธุรสตอบเสียงเบา “แล้วฉันจะต้องไปกรอกใบสมัครที่ไหนคะ?”
“ไม่ต้องไปที่ไหนทั้งนั้น นี่สมัครแล้วสัมภาษณ์และรู้ผลแล้ว”ภูชิสส์เอามือล้วงโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงอีกข้างแล้วยื่นให้กับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เมมเบอร์คุณลงในโทรศัพท์ให้ผมหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะโทรหาจะได้นัดเื่การเริ่มงานอีกที”