“เป็ยังไง เ้าไม่คิดจะสู้แล้วหรือหรือว่าเ้ายังอับอายไม่พอ”
เฟิ่งซูลุกขึ้นมาเขาะเิพลังทั้งหมดของเขาพร้อมกับจู่โจมเข้าหาเฟิ่งหยูอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เขาทุ่มเทพลังทั้งหมดที่เขามีเพื่อที่จะเอาคืนเฟิ่งหยู
เฟิ่งซูปล่อยหมัดที่รุนแรงเป็อย่างมากเข้าหาเฟิ่งหยูอีกครั้งเฟิ่งหยูทำได้เพียงส่ายหัว พร้อมกับปล่อยลูกเตะของเขาออกไปทันที
ตุ๊บบบ......
ทุกคนต่างเงียบสนิทจ้องมองภาพที่เห็นด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อเฟิ่งซูที่พวกเขาว่าแข็งแกร่งถูกเฟิ่งหยูเตะเข้าเต็มท้อง ปลิวลอยออกไปจากลานประลองไปติดกับต้นไม้ที่อยู่ข้าง ๆ ลูกน้องของเฟิ่งซูรีบเข้าไปประคองเขาทันที
แต่เมือไปถึงตัวเฟิ่งซูเขากลับสลบเป็ที่เรียบร้อยแล้วลูกน้องของเฟิ่งซูจึงรีบนำตัวของเฟิ่งซูกลับไปยังเรือนพักอย่างรวดเร็ว
เฟิ่งหยูเดินลงเวทีอย่างช้าๆ เขาหยิบตระกล้าสมุนไพรขึ้นหลังพร้อมกับเดินจากไปจากลานประลอง ปล่อยให้ผู้คนจำนวนมากมายต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เป็ไปได้ยังไงเฟิ่งหยูชนะเฟิ่งซูอย่างนั้นหรือ”
“เป็ไปไม่ได้เ้าลองตบข้าดูที นี่ข้าฝันไปใช่ไหม”
เพียงไม่นานข่าวการพ่ายแพ้ของเฟิ่งซูก็กระจายไปทั่วตระกูลอย่างรวดเร็วเฟิ่งซูหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาเขากลับแค้นเฟิ่งหยูเป็อย่างมาก
ไม่ต้องห่วงยังมีการทดสอบของตระกูลที่ข้าจะทำให้เ้าต้องขายหน้าได้อีกครั้ง
เฟิ่งหยูกลับไปถึงเรือนพักพร้อมกับนำสมุนไพรเข้าไปยังเจดีย์ฟ้า์อีกครั้งหลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเรียบร้อย เขาจึงเดินไปหาบิดาของเขาพร้อมกับเอ่ย
“ท่านพ่อข้าจะฝึกหลอมโอสถเย็นนี้ข้าไม่ทานข้าวนะ ท่านบอกท่านแม่ให้ข้าด้วย”
“เ้ามัวแต่ฝึกหลอมโอสถจนลืมเื่สำคัญไปเื่หนึ่งแล้วกระมัง”
“เื่อะไรหรือท่านพ่อ”
“เื่การทดสอบของตระกูลยังไงหละอีกสามวันการทดสอบของตระกูลเฟิ่งก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้วเ้าอย่าลืมเตรียมตัวไว้ด้วยหละ”
“ข้าลืมเื่นี้ไปเสียสนิทเลยท่านพ่อไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
เฟิ่งหยูกลับเข้าห้องของเขาไปแต่ก่อนจะกลับไป บิดาเขามอบสิ่งหนึ่งให้กับเฟิ่งหยู
“หินิญญาระดับต่ำท่านพ่อท่านไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหน มันราคาแพงมากไม่ใช่หรือ?”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องกังวลไปรีบไปฝึกฝนซะ....”
“ขอรับท่านพ่อ”
เฟิ่งหยูกลับเข้าไปในเจดีย์ฟ้า์เขาไม่รอช้าที่จะนั่งลงขัดสมาธิและเริ่มต้นดูดซับพลังงานภายในหินิญญาที่อยู่ในมือทันทีเพราะถึงแม้จะเป็ระดับต่ำแต่มันก็ช่วยให้เขาพัฒนาพลังไปได้มากเพราะระดับพลังของเขายังต่ำอยู่ ใช้เวลาไม่นานหินิญญาก็กลายเป็ผุยผง
“คงต้องหาวิธีหาหินิญญาให้ได้มาก ๆกว่านี้” เฟิ่งหยูคิดอยู่ในใจว่าควรจะหาหินิญญาได้อย่างไรในอนาคต
ข้าต้องรีบฝึกฝนการหลอมกลั่นโอสถ เพื่อหาหินิญญาจำนวนมากมาบ่มเพาะพลังให้ได้
สามวันหลังจากนั้น……..
ในที่สุดวันที่ทดสอบรุ่นเยาว์ของตระกูลก็มาถึงเฟิ่งหยูยังนั่งขัดสมาธิอยู่ในห้องเพื่อปรับแต่งพลังในร่างกายของเขาเพราะตลอดสามวันที่ผ่านมาเขาได้เข้าไปฝึกในเจดีย์ฟ้า์เขาใช้เวลาไปกับการฝึกควบคุมเพลิงฟ้า์โชคดีที่มีาุโ อู่หวังฉี คอยชี้แนะให้โดยตลอด เขาจึงฝึกฝนอย่างหนักหวังเฟื่อจะได้หลอมโอสถระดับสูงขึ้นมาโดยเร็วเขาฝึกฝนจนร่างกายของเขาเหนื่อยล้าไปหมด
ดังนั้นเฟิ่งหยูจึงต้องพักฟื้นพลังของเขาโดยใช้เวลาสามชั่วยามเต็มในการพื้นพลังและทำให้ร่างกายกลับมาดังเดิมตอนนี้ทักษะการควบคุมเพลิงฟ้า์ของเขานั้นสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเปลวเพลิงได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน
“ก๊อก ๆๆๆ”
“เฟิ่งหยู ลูกพร้อมหรือยัง”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของเฟิ่งหานหลี่ที่ดังขึ้นมาบิดาของเขาเปิดประตูเข้ามา
“พร้อมแล้วท่านพ่อ พวกเราไปกันเถอะ”
จากบ้านของเขาไปที่ลานทดสอบนั้นอยู่ไม่ไกลกันมากเพียงไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงมีเพียงแค่เฟิ่งหยูกับเฟิ่งหานหลี่เท่านั้นที่มาส่งเฟิ่งหยู มารดาของเขาไม่ได้มาด้วย......
เมื่อมาถึงแล้วเฟิ่งหานหลี่ก็พูดขึ้นอีกครั้ง
“เฟิ่งเอ๋อร์เ้าต้องพยายามให้ดีที่สุดไม่ต้องกังวลว่าจะทดสอบผ่านหรือไม่ พวกเราไม่ได้สนใจผลของการทดสอบขอเพียงเ้าทำให้มันดีที่สุดก็เพียงพอแล้ว”
“ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วงเลยข้าจะตองผ่านการทดสอบนี้ไปได้แน่”
เฟิ่งหยูตอบกลับพร้อมกับยิ้มอย่างมั่นใจ
“อื่ม.......”
เฟิ่งหานหลี่เอามือลูบไปที่หัวของเฟิ่งหยูด้วยความรักและความอบอุ่นที่มันห่วงไม่ใช่เื่ของพลัง แต่เขาห่วงว่าจะเกิดเื่กับเฟิ่งหยูในด่านทดสอบหลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่าเฟิ่งหยูประลองชนะเฟิ่งซูมาได้
นอกจากเฟิ่งหยูแล้วมีคนที่มีอายุเท่ากับเขาอีกสามสิบห้าคนเลยทีเดียว มีทั้งหญิงและชายรวม ๆ กันเพราะว่าไม่จะเป็ใครฐานะอะไร ถ้าอยู่ในตระกูลก็มีสิทธิเข้าร่วมได้ทั้งหมด.......
“เฟิ่งซูเ้านั่นสิเ้าเฟิ่งหยูมันมาแล้ว..”
เด็กชายตัวผอมสะกิดให้เฟิ่งซูพร้อมกับกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเฟิ่งหยูเดินเข้ามา
“ดีในเมื่อมันกล้ามาที่นี่ข้าก็จะทำให้มันต้องอับอายเองลูกพี่ไม่ต้องห่วงข้าจะแก้แค้นให้ท่านเอง”เด็กชายตัวอ้วนอีกคนพูดขึ้นเมื่อมันมองไปที่เฟิ่งหยูพร้อมกับเบ้ปากของมันด้วยท่าทางดูถูก.........
ส่วนเฟิ่งซูเมื่อมันเห็นเฟิ่งหยูมันก็ยิ้มออกมาที่มุมปากก่อนจะพูดว่า
“ดีในเมื่อมันกล้ามา ข้าจะได้คิดบัญชีเื่ในอดีตทั้งต้นทั้งดอกเลยคอยดู”
ทันใดนั้นเองชายชรา ผมขาว คนก็ได้ขึ้นมาบนเวทีและเขาคือผู้าุโในการทดสอบครั้งนี้เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ขอให้รุ่นเยาว์ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานเพื่อรายงานตัวด้วย”
เก้าอี้ตัวบนถัดจากเก้าอี้ของผู้นำตระกูลชายวัยกลางคนรุ่นราวคราวเดียวกับเฟิ่งหานหลี่ได้นั่งอยู่ และเมื่อเห็นเฟิ่งหานหลี่เดินเข้ามามันยิ้มที่มุมปากก่อนจะพูดขึ้นว่า
“อ้าวน้องหานหลี่ข้านึกว่าเ้าจะไม่มาเสียอีก.......”
มันพูดพร้อมกับทำหน้าดูถูกเหยียดหยาม
“มาสิทำไมข้าจะไม่มาหละท่านพี่เล่าซู บุตรชายของข้าก็เข้าร่วมการทดสอบเช่นเดียวกัน”
เฟิ่งหานหลี่ไม่ได้สนใจในคำพูดของเขายังคงตอบกลับแบบสุภาพเหมือนเดิม
คนที่ทักเฟิ่งหานหลี่คือเฟิ่งเล่าชู่ ผู้าุโใหญ่ของตระกูลนั่นเอง และมันยังเป็ปู่ของเฟิ่งซูด้วยทั้งสองคนไม่ถูกกันมานานแล้วเพียงแต่ว่าเฟิ่งหานหลี่นั้นได้ทำประโยชน์ให้กับตระกูลไว้มากมายมันเลยไม่กล้าทำอะไรได้แต่แอบลอบกัดเท่านั้นและเป็ต้นเหตุทำให้ครอบครัวของเฟิ่งหานหลี่ถูกทำโทษให้ไปเก็บสมุนไพรเกือบ3 ปี.....
ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่รอบ ๆ ข้างพวกเขาต่างรู้ถึงความบาดหมางของทั้งสองคนดีจึงไม่มีใครพูดอะไรได้แต่เพียงยิ้มแห้งๆ มองดูทั้งสองคนทักทายกันเท่านั้น .........
“สวัสดีพี่ซือถู” กู่ถังกล่าวทัก.......
“คาราวะท่านลุงซือถู”กู่กังที่เดินเข้ามาทีหลังก็ประสานมือกล่าวทักขึ้นตามพ่อของเขา
“อ่าน้องกู่ถังหลานกู่กัง” ซือถูเมื่อได้ยินเสียงทักทายของทั้งสองก็หันกลับไปพร้อมกับยิ้มให้ทั้งสอง...