เมื่อครบเวลาที่กำหนด จ้าวหยางจื่อก็โดนบังคับให้ออกมาจากมิติย่อย รู้สึกว่าตนเองอยู่ข้างนอกแล้วนั้น เขาพลันลืมตาขึ้นพร้อมกับวิเคราะห์ในใจ
‘หลังจากตั้งใจบ่มเพาะมาหนึ่งชั่วยามเต็ม ในที่สุดข้าก็ควบแน่นปราณหยดที่สองได้สำเร็จ! ความก้าวหน้าถือว่ามั่นคง’ จ้าวหยางจื่อดีใจอย่างมากที่ตนเองพัฒนาขึ้น การพัฒนาไปทีละก้าวอย่างมั่นคงสักวันเขาก็ประสบความสำเร็จ
หลังจากดื่มน้ำพุไปมากมาย ในที่สุดมันก็เห็นผลที่จัดเจน เวลานี้เรือนร่างของจ้าวหยางจื่อไม่ผอมแห้งมีแต่กระดูกเหมือนเดิมแล้ว กล้ามเนื้อทั่วร่างสังเกตเห็นได้อย่างเด่นชัดดูแข็งแรงไม่น้อยเลย
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็นำเ้าพังพอนขาวออกมา เมื่อมันได้กลับสู่โลกภายนอกอีกครั้ง ก็พลันหันซ้ายแลขวาอย่างนึกสงสัย
“ตามข้ามา”
จ้าวหยางจื่อไม่ปล่อยให้มันคิดนานนัก พลางสั่งการมันขณะเดินออกจากบ้าน
เมื่อได้ดื่มน้ำพุวิเศษเข้าไปอีกหนึ่งหยด ดูเหมือนว่าเ้าพังพอนขาวตัวนี้จะเฉลียวฉลาดมากขึ้น พอได้รับคำสั่งจากผู้เป็เ้านาย มันก็ปีนป่ายขึ้นไปบนไหล่ของเขาอย่างรู้ความ
แม้ว่าสัตว์สี่ขาตัวนี้จะดูปีนเกลียวไปบ้าง ทว่า จ้าวหยางจื่อก็ไม่รู้สึกขุ่นเคืองมันแต่อย่างใด สัตว์มันเชื่องย่อมดีกว่าหนีไปอยู่แล้ว
ถามว่าทำไมจ้าวหยางจื่อถึงไม่นำงูเห่าออกมาด้วย? นำออกมาตอนกลางวันแสกๆ ก็บ้าแล้ว พวกชาวบ้านมาเห็นเข้าพวกเขาจะตื่นใกันพอดี ที่สำคัญกว่านั้นน้องๆ เขาอยู่ที่บ้านจะใกลัวเอาได้
ทว่าจ้าวหยางจื่อก็ไม่คิดจะขังมันไว้ในมิติย่อยตลอดไป พอถึงยามค่ำคืนเขาก็จะนำงูเห่าออกมาผลัดเวรกับเ้าพังพอนขาว เพื่อเฝ้าระวังตอนที่น้องๆ เขากำลังหลับใหล เลี้ยงดูพวกมันทั้งทีก็ใช้ประโยชน์เสียบ้าง การขังไว้ไม่เกิดประโยชน์อันใด
เมื่อมีงูเห่าเฝ้าระวังภัย ครานี้เขาก็ไม่ต้องกังวลความปลอดภัยเวลาที่เขาเข้าไปในมิติย่อยได้เสียที
..
จากนั้นจ้าวหยางจื่อก็ทำกิจวัตรประจำวันของเขาต่อ อันดับแรกเขาเดินไปดูหมูทั้งสามตัวก่อนว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ปรากฏว่าทั้งสามตัวยังหลบไม่ตื่นเขาก็ปลีกตัวจากไป ดีที่พวกมันยอมเชื่อฟัง ไม่เช่นนั้นเขาจะให้เ้าพังพอนขาวตัวนี้ไล่ล่าพวกมันแน่
ทันทีที่เ้าพังพอนขาวพบเข้ากับพืชผักที่จ้าวหยางจื่อปลูก น้ำลายมันก็ไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม โชคดีที่เขาสังเกตเห็นก่อนที่มันจะหยดลงบนเสื้อ จึงได้สะบัดมันลงจากไหล่ได้ทัน
เห็นว่าพังพอนจะกิน จ้าวหยางจื่อก็พูดข่มขู่"หยุด! เ้ายังกินไม่ได้!"
พังพอนขาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดตามคำสั่ง ทว่าดวงตาของมันยังคงจ้องมองพืชผักเ่าั้ไม่วางตา แม้กลิ่นของน้ำพุวิเศษจะเบาบาง แต่มันรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เมื่อพังพอนตอนนี้เชื่อฟังที่เขาสั่งแล้ว จ้าวหยางจื่อก็รดน้ำผักตามปกติ ใช้เวลาหนึ่งก้านธูปกว่าจะเสร็จ หลังจากนั้นก็ไปที่แม่น้ำเพื่อตกปลาเพื่อนำไปขาย
ซึ่งวันนี้จ้าวหยางจื่อก็นำกับดักปลาที่เขาทำขึ้นไปใช้งาน ผลออกมาก็ดีเกินคาด แค่หย่อนตะกร้าไม้ไผ่ดัดแปลงลงน้ำ พวกปลาก็ตามกลิ่นเหยื่อที่แช่ด้วยน้ำพุวิเศษมากันตรึม ใช้เวลาแค่สามลมหายใจปลาก็เต็มกับดักปลาแล้ว
ทันทีที่ได้กลิ่นน้ำพุวิเศษอาการของปลาคล้ายกับเ้าพังพอนขาวเมื่อพบเจอกับพืชผักที่เขาปลูก ข้างๆ จ้าวหยางจื่อ ครานี้เ้าพังพอนขาวจ้องมองปลาด้วยความอิจฉาอย่างมาก
การตกปลาครั้งนี้ของจ้าวหยางจื่อว่องไวกว่าเดิมมาก เพียงแค่สามลมหายใจเขาก็ได้ปลาสองตะกร้าไม้ไผ่ ด้วยประสิทธิภาพเช่นนี้เขาควรทำกับดักปลาั้แ่ตอนแรก จะได้ไม่ต้องมานั่งตกปลาให้เสียเวลา
วันนี้จ้าวหยางจื่อเตรียมปลาไปขายถึงสี่ตะกร้า คำนวณจากกลุ่มลูกค้าของเมื่อวาน เขาคาดว่าน่าจะขายปลาได้อย่างไม่มีปัญหา
แต่ทว่าการจะนำตะกร้าโดยมีปลาอยู่เต็มไปที่หมู่บ้านก็เป็ปัญหา เขามีแค่สองแขนสองมือไม่สามารถนำไปได้ทั้งหมด ถ้าจะนำไปขายก่อนสองตะกร้าแล้วค่อยกลับมาเอาทีหลังก็กลัวว่าลูกค้าไม่รอ พลางคิดในใจ
‘เป็ปัญหาอยู่ที่การขนส่ง ถ้าเรามีเกวียนปัญหานี้คงไม่เกิดขึ้น…'
'...สงสัยต้องขอความร่วมมือจากซวนเอ๋อร์และห่าวเอ๋อร์..’
คิดได้เช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็รีบไปปลุกน้องเขาทั้งสองคน
“ซวนเอ๋อร์! ห่าวเอ๋อร์ ตื่น! ตื่นเร็ว!”
“ขอนอนต่ออีกนิด..” ซีห่าวเบี่ยงตัวหลบจ้าวหยางจื่อไปอีกทาง
“อื้อ!!” ส่วนซีซวนลุกขึ้นนั่งอย่างสะลึมสะลือ ทว่าทันใดนั้นดวงตาของนางก็สดใสขึ้นมาเมื่อคิดบางอย่างได้
‘เราตื่นสายอีกแล้ว! ทั้งที่วันก่อนตั้งใจว่าจะตื่นแต่เช้าไปช่วยพี่ใหญ่ตกปลาแท้ๆ ..’
ระหว่างที่ลงจากเตียง ท่ามกลางความมืดสลัวยามเช้าตรู่ ทันใดนั้นซีซวนก็สังเกตเห็นก้อนกลมขนปุกปุยสีขาวบนไหล่ของจ้าวหยางจื่อ นางเบิกตากว้างในทันที
“อาหาร! อาหารนี่!!! พี่ใหญ่จับมันเร็วเ้าค่ะ!! เดี๋ยวจะมันหนีไปก่อน!!” ซีซวนพุ่งตรงมาที่จ้าวหยางจื่ออย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า พลางยื่นมือหวังจะจับพังพอนขาวที่เกาะอยู่บนไหล่เขา
เ้าพังพอนขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเด็กสาวตรงหน้าเรียกมันว่าอาหาร ความรู้สึกแรกพบมันก็รู้สึกไม่ดีกับเด็กผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย
ทว่าจ้าวหยางจื่อก็หยุดผู้เป็น้องสาวเอาไว้ทัน พลางกล่าวอธิบายอย่างใจเย็น
“น้องฟังพี่ เ้านี่ไม่ใช่อาหาร มันคือพังพอนขาว สัตว์เลี้ยงของพวกเรา..”
“เลี้ยงสัตว์? สัตว์ก็เป็อาหารใช่ไหมเ้าคะ?..”ซีซวถามด้วยใบหน้าใสซื่อ
พังพอนขาว “…”
“ซวนเอ๋อร์ใจเย็นๆ แล้วตั้งสติ น้องจะนับรวมสัตว์ทุกตัวเป็อาหารไม่ได้ เชื่อฟังพี่”
“ก็ได้เ้าค่ะ พวกเราจะเลี้ยงมันไว้เพื่อเป็อาหารสำรอง..” แม้ว่าซีซวนจะเชื่อฟังจ้าวหยางจื่อ ทว่านางก็ยังคงมองพังพอนขาวตัวนี้เป็อาหารอยู่วันยังค่ำ
จ้าวหยางจื่อ “…”
ได้ฟังคำพูดของเด็กสาวพังพอนขาวก็หลบไปที่ด้านหลังจากจ้าวหยางจื่อเพื่อซ่อนตัวจากเด็กผู้หญิงคนนี้
หน้าตาก็น่ารัก? ไม่คิดว่าจะโหดร้ายเช่นนี้! โลกภายนอกช่างป่าเถื่อน!
เวลานี้พังพอนขาวอยากกลับเข้าไปในป่าให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ติดที่สัญญาไว้กับจ้าวหยางจื่อมันคงหนีไม่แล้ว
สุดท้ายเมื่อเห็นว่าน้องยอมตกลงว่าจะไม่ทำร้ายพังพอนขาวอีกจ้าวหยางจื่อวางใจไปเปลาะหนึ่ง ถึงอย่างไรพังพอนขาวตัวนี้ก็มีประโยชน์อยู่บ้าง
การที่ซีซวนส่งเสียงดังมันก็ทำให้ซีห่าวตื่นขึ้นมาเต็มตาอย่างช่วยไม่ได้
เห็นว่าน้องๆ พร้อมแล้ว จ้าวหยางจื่อก็กล่าวขึ้น
“วันนี้พวกเราไปขายปลาด้วยกัน พอขายหมดแล้วจากนั้นก็ไปเยี่ยมท่านยายหาน เห็นว่าท่าน้าพบพวกน้องมาก”
“จริงหรือเ้าคะ น้องก็คิดถึงท่านยายหานมากเช่นกัน” ซีซวนกล่าวอย่างตื่นเต้นหลังจากที่ได้ยินว่าจะได้ไปเยี่ยมท่านยายหาน นางไม่ได้พบท่านยายหานมาเป็เดือนแล้ว ส่วนซีห่าวก็พยักหน้าอย่างดีใจเช่นกัน
“เราไปขายปลากันเถอะ!”
“เ้าค่ะ/ขอรับ!”
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel