-ต้นกล้ายอดที่ 8-
เอ๋!! ผู้ชายคนนี่หน้าคุ้นจัง ต้นกล้าคิดในใจแต่เกือบปากโพล่งพูดดังออกมาผู้ชายตรงหน้าเหมือนใครสักคนในความทรงจำที่คิดยังไงก็คิดไม่ออก
“เป็อะไรมานั่งลงก่อนสิครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามเสียงนิ่มเมื่อเห็นเ้าตัวเล็กยืนมองหน้าเขาอย่างไม่ละสายตา คนถูกทักทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ
ทั้งที่มั่นใจว่าไม่เคยเจอกันมาก่อนแต่กลับคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
เท้าเล็กย่างไปนั่งเก้าอี้ข้างหน้าหมอ“เป็แผลฮะ”นิ้วป้อมดึงขากางเกงขึ้นให้หมอดู ก่อนคนที่สวมเสื้อกาวจะก้มลงมาดูแผลใกล้ ๆ
“แผลถลอกไม่ลึกมาแต่ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ” คนพูดเอี้ยวตัวขึ้นหยิบแอลกอฮอล์พร้อมสำลีแผ่นมาจากฉันวางด้านหลัง
ถึงจะไม่ได้เรียนหมอมาแต่ต้นกล้ารู้ดีว่าการที่เขาเอาน้ำฝนจากโอ่งล้างแผล กับเอาผ้าขาวม้าพันแผลไว้มันไม่ได้ทำให้แผลสะอาดขึ้นเลย ซึ่งโอกาสติดเชื้อหรือเป็หนองค่อนข้างสูง แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะหมอกำลังใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ก่อนจะบรรจงเช็ดลงบนแผลของหนูน้อยเบา ๆ
“โอ้ยหนูเจ็บ” ต้นกล้าหลุดร้อง หมอมือหนักหรือเขาสำออยก็ไม่ทราบ
“อย่าดิ้นสิครับเด็กดี”
“ไม่ได้อยากดิ้น แต่หนูแสบ”
ปากเล็กเถียงไม่หยุดทั้งยังดิ้นพล่านไปมาจนเกือบตกเก้าอี้ คนเป็หมอทั้งเอ็นดูสงสาร จนต้องยกร่างเล็กขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง
“จะได้เช็ดแผลได้สะดวก”
“พี่หมอทำอะไรหนู”
“จะได้เช็ดง่ายๆ ไงครับ หนูจะได้ไม่ดิ้นด้วย”
ทั้งสองคนทักท้วงกันไปมาจนสุดท้ายต้นกล้าก็ต้องยอมนั่งงอตัวอยู่ในตักนุ่ม ๆ ของพี่ชายหมออย่างหนีไม่ได้รู้อย่างนี้เขาไม่น่าจะสำออยั้แ่แรกเลย
“แสบน้อยลงไหม”เสี่ยงทุ้มเดิมเอ่ยถามขณะที่ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซสีขาว
“แสบ”เด็กดื้อตอบห้วน
“งั้นมานี่มา”หมอว่าแล้วยกตัวต้นกล้าออกจากตักแล้ววางเขาลงบนเก่าอี้ตัวเดิมร่างสูงนั่งย่อลงบนพื้นจนความสูงขอศีรษะตัวเองเท่ากับตัวของต้นกล้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้“เพี้ยง หายไว ๆ นะครับ เด็กดี” ลมอุ่น ๆ ถูกพ่นออกจากปากสีชมพู
“....”
ก่อนจะได้พูดอะไรต่อมือหนาของพี่ชายหมอก็ยกมาวางบนหัวแบน ๆ พร้อมกับขยี้เบา ๆ
“เก่งมากเลยครับเดี๋ยวพี่หมอให้รางวัลนะ” ขนมซองหนึ่งถูกยื่นให้ต้นกล้าหลังพูดจบเขาคงจะดีใจถ้าเขาไม่ใช่ต้นกล้าที่คิดว่าตัวเองอายุ 30แล้วในปีนี้
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะ”ต้นกล้าปั้นปากพร้อมขมวดคิ้วมุ่ยแต่ก็รับขนมมาไว้ในมือั้แ่หมอยื่นมาแล้ว การกระทำของเ้าตัวปุ้กปิ้กเรียกรอยยิ้มให้หมอหนุ่มได้ไม่น้อย
“ค้าบไม่เด็กเลย แค่ตัวเท่าเอวพี่หมอเอง” ร่างสูงว่าพรางลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้ของตัวเองสายตาคมมองจ้องเข้ามาในดวงตาดำที่กำลังก้มหลบหน้าหลบตาเพราะโดนแซว
“ชิ”
“แผลหนูไปโดนอะไรมาครับ”หมอใช้เสียงโทนอ่อนขึ้นในการถาม เขาไม่แน่ใจว่าเป็อุติเหตุจากความซนของเด็กทั่วไปหรือเปล่าเพราะเขาสังเกตเหนรอยจ้ำสีเขียวจาง ๆ ที่ข้อแขนต้นกล้าราวกับโดนบีบมา ที่บ้านนอกแบบนี้เื่ยาและของมึนเมาจนใช้ความรุนแรงมีอยู่ให้เห็นทุกวัน
ต้นกล้าหันมามองหน้าหมอ
“ล้ม”เด็กน้อยตอบเสียงเบาราวกับคนโกหกไม่เก่ง
“บอกพี่หมอได้นะความลับของเราสองคน”
ต้นกล้าเริ่มปั้นปากทำแก้มป่องเหมือนเด็กที่โดนจับทางหนีที่ไล่ได้ ลึกแล้ว ๆเด็กน้อยก็อยากปรึกษาเื่ที่เจอมากับใครสักคนจะเป็ใครก็ได้ที่ไม่ใช่พันสรกับเพรี เขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ไม่สบายใจ และต้นกล้าไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมหมอคนนี้ถึงทำตัวน่าไว้ใจได้เก่งขนาดนี้
“ฮึก” เสียงเล็กเริ่มสะอื้นแต่คิดว่าจะเล่าระบาย น้ำตามันก็ไหลออกมาเองนี่สินะความเป็เด็กที่ได้จากร่างมาเต็ม ๆ สุดท้ายต้นกล้าคนนี้ก็เป็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่ง “หนูโดนผลัก มีผู้ชายมาทวงเงินที่บ้านแต่บ้านหนูไม่มีเงินให้เขา แงๆๆๆๆ” น้ำตาพรั่งพรูออกมาไม่หยุดต้นกล้าน้อยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาร้องไห้ให้ผู้ชายที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเห็นแบบนี้มันน่าอายมากสำหรับคนที่ไม่เคยมีปัญหาเื่เงินมาก่อนเลยอย่างเขา
แต่แล้วััอุ่นๆ ที่หน้าก็เรียกสติเด็กน้อย มือหนาของผู้ฟังที่ดีหยิบทิชชูเช็ดน้ำตาให้เด็กที่สงสารดูอย่างนุ่มนวลไม่ใช่แค่ต้นกล้าที่รู้สึกคุ้นเคยหมอ ลึก ๆแล้วหมอก็รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน
“หนูชื่ออะไรครับ”
“ต้นกล้า” ยังคงตอบด้วยเสียงสะอื้นใบหน้าหล่อของคนฟังกระตุกเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินคำตอบ
“หนูต้นกล้ามีพี่น้องหรือเปล่า”
“หนูมีน้องชายหนึ่งคนฮะ ฮึก”
“งั้นถ้ายังไม่มีพี่ชายพี่ขอเป็พี่ชายหนูต้นกล้าได้มั้ยครับ” หมอวางมือบนหัวต้นกล้าอีกครั้งด้วยความเอ็นดูลำพังเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่รู้อีโหน่อีแหน่ที่โดนผู้ใหญ่ใจร้ายใช้กำลังทวงหนี้อย่างน้อยหมอก็อยากเป็ที่พึ่งทางใจให้เด็กน้อยคนนี้
ต้นกล้าหยุดร้องเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นจนหน้าประหลาดใจแถมยังเป็ความอบอุ่นเหมือนเคยได้ััมาก่อน
“ได้มั้ยครับหนูต้นกล้า พี่ชื่อขอเป็พี่ชายหนูได้มั้ย”เ้าของใบหน้าหล่อเอ่ยถามซ้ำเมื่อเห็นท่าทางลังเลของหนูน้อย
“ดะ ได้ฮะ ฮึก”
“งั้นถ้ามีอะไรก็ปรึกษาพี่ชายคนนี้ได้จะขี้แง จะอ่อนแอ ก็มาระบายกับพี่ได้ หนูต้นกล้าตัวเล็กแค่นี้เองไม่ต้องแข็งแกร่งทุกเื่หรอกนะครับ” หมอพูดราวกับรู้ว่า ต้นกล้าพยายามทำตัวเกินอายุเขาเอานิสัย ความคิดที่เป็ผู้ใหญ่มายัดใส่ตัวเด็กเล็กจนอยากแบกรับทุกอย่างเอาไว้จนลืมไปว่าตอนนี้เขาแค่เด็ก 5 ขวบคนนึง
คำพูดของหมอทำให้ต้นกล้ารู้สึกเหมือนโดนอ่านใจได้
“ขอบคุณฮะ”.
ก่อนออกจากห้องหมอให้เงินต้นกล้า หนึ่งพันบาทตัวหมอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเขาเองถึงรู้สึกเอ็นดูเด็กชายคนตรงหน้าได้ขนาดนี้
“หนูจะหามาคืนฮะสัญญา” ต้นกล้าจำใจต้องรับมาทตอนนี้เขาไม่มีทางออกอื่นนิ้วก้อยเล็กจิ๋วเกี่ยวกับนิ้วก้อยอีกคนเป็สัญญาใจก่อนจะะโลงจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยว” หมอร้องทักก่อนขาเล็กจะก้าวออกจากห้องไป
“มีอะไรหรอฮะ”
“ไม่ถามชื่อพี่หน่อยหรอ” หมอเลิกคิ้วถาม
“พี่ชื่อหมออะไรฮะ” ต้นกล้าแก้มแดง
“ชื่อทิมครับ พี่หมอทิม”
ฉันคุ้นแม้กระทั่งชื่อของเขาเลยแฮะ
“พี่ หมอ ทิม”
“อย่าลืมนัดล้างแผลอีกสองครั้งตามในบัดนะครับหนู ต้น กล้า”
หมอทิมเลียนแบบคำพูดต้นกล้าราวกับตัวเองเป็เด็กก่อนจะปล่อยให้เด็กน้อยเดินออกไปหาพ่อที่กำลังนั่งรออยู่หน้าห้อง
.
.
วันต่อมาระหว่างที่เพรีกับพันสรเข้าไปในสวนตามเดิม ต้นกล้าได้จ่ายดอกเ้าหนี้ไป หกร้อยบาทตามที่ตกลงไว้ซึ่งเงินต้นทั้งหมด ห้าพันบาท พ่อกับแม่จะต้องหามาคืนภายในเดือนหน้าไม่อย่างงั้นจะต้องเสียดอกต่อไปเรื่อย ๆ
ทำไมการหาเงินมันถึงยากขนาดนี้ตอนใช้ไม่เห็นจะยากเลย
ต้นกล้าพยายามใช้ความคิดว่าเขาจะใช้ร่างเล็กจิ๋วของตัวเองหาเงินอย่างไรดี จะไปรับจ้างทำงานก็คงไม่มีใครกล้าจ้างเรี่ยวแรงก็ยังน้อย แต่ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆเขาก็ได้ยินเสียงประกาศตามสายของทางหมู่บ้านดังก้องไปทั่ว
‘สวัสดีครับพี่น้อง ผมผู้ใหญ่ลีไม่ได้มาตีกลองประชุม แต่จะมาชี้แจงงานวิ่งควายประจำปีนี้งานวิ่งควายจะถูกจัดขึ้นอีกสี่วันหลังจากนี้ เงินรางวัลชนะเลิศ สองพันบาท และชมเชยอีก 1 รางวัล ห้าร้อยบาทขอให้พี่น้องชาวบ้านทุกคนเตรียมตัวเองและตัวควายให้พร้อมเจอกันที่สนามแข่งควายเดิมของหมู่บ้าน ขอบคุณครับ”
สิ้นเสียงประกาศ สายตาต้นกล้าที่เคยหมองหม่นก็เปล่งประกายสายตาลุกวาว
ครั้งนี้แหละฉันจะขี่ควายครั้งแรกในชีวิตเพื่อนทำภารกิจล่าเงินรางวัล แต่ว่าจะหาควายที่ไหนล่ะ
***