เล่มที่ 1 ตอนที่ 17 - ปีนผาท้าขีดจำกัด1
ยามมองขึ้นไปยังผาตานติ่งที่แทรกอยู่ในหมู่เมฆเยี่ยซางก็รู้ว่าความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการเดินทางมาที่หุบเขาโอสถในครั้งนี้คงจะเกิดขึ้นที่นี่แล้ว
สีหน้าของฉินไห่ดูแย่เหลือทนอาการาเ็ภายในของเยี่ยซางที่ถูกเขาเตะนั้นพอได้กินยาทงลั่วและพักผ่อนคืนหนึ่งก็เกือบจะหายดีเป็ปลิดแล้วทว่ากระดูกไหปลาร้าของฉินไห่นั้นหักจึงทำให้ไม่สามารถปีนผาตานติ่งได้
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งฉินไห่ก็เดินออกจากกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบและตรงมาหาฉู่หลิงเซียว“ผู้น้อยได้รับาเ็จากการลอบโจมตี ยามนี้ยังไม่หายดีจึงไม่สามารถเข้าร่วมการทดสอบนี้ได้ ขอโปรดผู้าุโละเว้นและปล่อยผู้น้อยเข้าร่วมหุบเขาโอสถด้วย”
“มันผิดกฎ”ฉู่หลิงเซียวส่ายหัว
“ศิษย์พี่ฉู่มันผิดกฎที่จะรับเขาเป็ลูกศิษย์ของหุบเขาโอสถก็จริงแต่เขาผ่านการทดสอบสามด่านทั้งพร์ของเขาก็ไม่เลวนักยอดเขาเทียนเยวี่ยของเรายังขาดศิษย์ช่วยงานทั่วไป ดังนั้นให้เขาเป็ศิษย์ช่วยงานทั่วไปในยอดเขาเทียนเยวี่ยก็ได้ไว้ปีหน้าค่อยเข้าร่วมพิธีคัดเลือกศิษย์อีกครั้งคงจะเหมาะสมกว่า”ตัวแทนของยอดเขาเทียนเยวี่ยกล่าว
“เช่นนั้นก็ไม่เป็อะไรหากจะเป็ศิษย์ช่วยงานทั่วไปไม่ใช่ศิษย์ของหุบเขาโอสถ”ฉู่หลิงเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่งและพยักหน้า
เยี่ยซางยิ้มอย่างเหยียดหยามในใจเขารู้ว่าที่เป็แบบนี้ก็เพราะฉินจั้นความจริงแล้วฉินไห่ยังคงได้เข้าร่วมกับหุบเขาโอสถการบอกว่าเป็ศิษย์หรือศิษย์ช่วยงานทั่วไปก็แค่คำพูดเหลวไหลเพราะศิษย์ช่วยงานทั่วไปคนอื่นๆ ได้รับการดูแลต่างกัน
หลังจากจัดการกับเื่ของฉินไห่แล้วฉู่หลิงเซียวก็ประกาศเริ่มการทดสอบและยังเน้นว่าถ้ามีใครโจมตีคนอื่นผู้นั้นจะถูกคัดออกทันที
เยี่ยซางมาถึงใต้ผาตานติ่งพร้อมกับหอกเหล็กดำบนหลังของเขาเด็กหนุ่มคว้าหินที่ยื่นออกมาด้วยมือทั้งสองข้างแล้วเริ่มปีนขึ้นไป
เมื่อเห็นเยี่ยซางกำลังปีนเขาคนอื่นๆ ก็ะโและปีนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
“พยายามเข้า!”ถังเทียนที่สนิทกับเยี่ยซางมากเอ่ยพร้อมพยักหน้าให้เมื่อเขาปีนผ่านเด็กหนุ่มไป
“เด็กคนนี้ข้าไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะทนได้หรือไม่?” ฉู่หลิงเซียวพูดกับตัวเองขณะมองไปยังเยี่ยซางที่กำลังปีนขึ้นไป้า
“ศิษย์พี่ฉู่ถ้าเด็กคนนี้ไม่ผ่านการทดสอบที่สี่ ส่งเขาไปที่ยอดเขาอู๋เหวยของเราเถิด!ที่ยอดเขาอู๋เหวยของเรายังขาดศิษย์ช่วยงานทั่วไปอยู่” ตัวแทนของยอดเขาอู๋เหวยกล่าว
“คิดจะทำอะไรกันอย่างนั้นหรือ? พวกเ้ากำลังพยายามแย่งคนล่วงหน้าหรืออย่างไร?” หลิวหยางอวี่พ่นลมหายใจอย่างเ็าขณะมองไปยังตัวแทนของยอดเขาอู๋เหวย
“อาจารย์อาเข้าใจผิดแล้วกล่าวตามตรงศิษย์ไม่อยากให้เขาออกจากหุบเขาโอสถ ว่าไปแล้วะเขาคือต้นกล้าชั้นดีแม้รากฐานต่ำไปเล็กน้อยทว่านี่เป็ข้อบกพร่องที่สามารถแก้ไขได้ เขายังมีพร์แต่กำเนิดอยู่บ้างทั้งยังมีข้อดีอย่างชัดเจน ถ้าเขาออกจากหุบเขาโอสถไปยังสำนักอื่น เกรงว่าจะถือเป็ความสูญเสียของหุบเขาโอสถเลยก็ว่าได้”ตัวแทนของยอดเขาอู๋เหวยกล่าวกับหลิ่วหยางอวี่
“ศิษย์น้องหานมีศิษย์ที่ดียอดเขาอู๋เหวยมีผู้สืบทอดแล้ว”หลิ่วหยางอวี่พยักหน้าให้กับตัวแทนของยอดเขาอู๋เหวยด้วยสายตาชื่นชมหานตังเป็ประมุขของยอดเขาอู๋เหวยและศิษย์น้องของหลิ่วหยางอวี่
“ศิษย์น้องอี้ฉลาดมาก”ฉู่หลิงเซียวเห็นด้วยกับมุมมองของอี้สุ่ยที่เป็ตัวแทนของยอดเขาอู๋เหวย
หยานเป่ยจี๋พยักหน้าให้ฉินเจินที่อยู่ข้างๆเขา
ฉินเจินเข้าใจแล้วว่าเยี่ยซางไม่จำเป็ต้องออกจากหุบเขาโอสถไม่ว่าเขาจะผ่านการทดสอบที่สี่ได้หรือไม่จะมีคนรับเขาเข้าร่วมในฐานะศิษย์ช่วยงานทั่วไปอย่างแน่นอน
ในยามนี้ความเร็วของผู้เข้าร่วมการทดสอบที่กำลังปีนผาตานติ่งก็เปลี่ยนไปโดยกลุ่มที่เร็วที่สุดลดความเร็วลงจนช้ากว่าตอนแรกที่เริ่มปีนแล้ว
เยี่ยซางยังคงปีนขึ้นไปอย่างช้าๆอยู่ข้างหลังกลุ่ม เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นห่างไกลจากคนอื่นนักและพลังปราณในตันเถียนของตนเองก็มีไม่มากเท่ากับผู้อื่นเช่นกัน
คนที่อยู่ข้างหน้าเริ่มช้าลงเรื่อยๆพวกเขาหยุดพักผ่อนหลังจากปีนขึ้นผ่านจุดพักสองจุดบางคนก็ไปที่แท่นหินเพื่อฟื้นพลัง
เยี่ยซางก็กำลังปีนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
เมื่อคนอื่นที่กำลังโคจรลมปราณเห็นเยี่ยซางปีนขึ้นมาใกล้ตนเองพวกเขาก็พักฟื้นแล้วลุกขึ้นปีนต่อไป
ที่หน้าผากของเยี่ยซางมีเหงื่อไหลอาบเขาเข้าใจแล้วว่าทำไมคนที่อยู่ข้างหน้าและมีรากฐานการฝึกฝนที่สูงกว่าถึงจำเป็ต้องพักฟื้นพลัง
ตอนนี้ผ่านมาแค่พันกว่าหมี่เท่านั้นเยี่ยซางนึกไม่ออกว่าแรงกดดันที่อยู่เหนือขึ้นไปกว่านี้จะมากขนาดไหนต้องรู้ไว้ว่าความสูงของผาตานติ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือหกพันหรือเจ็ดพันหมี่
เยี่ยซางยังไม่ได้ใช้ปราณเขาอาศัยเพียงความแข็งแกร่งของร่างกายในการปีนขึ้นมาถึงตรงนี้เพราะเด็กหนุ่มไม่้าที่จะเสียลมปราณไปใน่ต้น เนื่องจากมันเป็สิ่งจำเป็ในระยะหลัง
การปีนโดยไม่ใช่ปราณแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่เยี่ยซางได้ฝึกฝนจากการล่าใน่สองปีที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็ยากแต่เขาก็ยังสามารถปีนขึ้นไปได้
เมื่อปราศจากการปกป้องสนับสนุนของลมปราณฝ่ามือของเยี่ยซางก็ถูกบาดทิ้งรอยคราบเืไว้บนก้อนหิน
แม้ว่าระยะห่างระหว่างเยี่ยซางกับคนอื่นๆจะแคบลงเล็กน้อย แต่เยี่ยซางก็ยังตามอยู่ข้างหลัง
ไม่มีใครในกลุ่มผู้เข้าทดสอบยอมให้เยี่ยซางแซงหน้าพวกเขาได้พวกเขาจะพักฟื้นเมื่อทิ้งห่างได้ระยะหนึ่ง แต่เมื่อเยี่ยซางไล่ตามขึ้นทัน พวกเขาจะเร่งปีนขึ้นไปต่อการปล่อยให้เยี่ยซางที่มีการบ่มเพาะขั้นที่สามของเลี่ยนชี่ไปเหนือกว่านั้นทำให้พวกเขาอับอาย
ตอนนี้ยังมีผู้เข้าร่วมเหลืออีกหนึ่งร้อยคนระดับต่ำสุดคือขั้นหกของเลี่ยนชี่ พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเยี่ยซางมาก
“การปีนผาตานติ่งด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียวโดยไม่ใช้พลังปราณเป็สิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน”ฉู่หลิงเซียวกล่าวขณะลูบเคราบนคางของเขาพร้อมสายตามองไปที่ร่างของเยี่ยซาง
“ด้วยพลังอันน้อยนิดของมันจะมีประโยชน์อะไร”ฉินไห่ซึ่งยืนอยู่ข้างตัวแทนของยอดเขาเทียนเยวี่ยและฉินจั้นพึมพำ
ปัง!
ฉู่หลิงเซียวโบกแขนเสื้อก่อนพลังปราณดุดันจะพุ่งเข้าใส่ฉินไห่ ส่งเขากระเด็นออกไป “เ้านับเป็ตัวอะไร? ที่หุบเขาโอสถไม่มีที่ให้เ้าเอ่ยปาก ถ้ายังมีครั้งหน้าอีกเ้าตายแน่!”
“ฉินจั้น พาเขาออกไปแล้วสอนกฎให้เขาเสีย”ลั่วเต้าหยวนตัวแทนของยอดเขาเทียนเยวี่ยกล่าวกับฉินจั้นด้วยสีหน้าที่เ็าเื่นี้ทำให้เขารู้สึกอับอายเป็อย่างมากแต่เขาไม่มีโอกาสที่จะปฏิเสธได้เป็ฉินไห่ที่ไม่เข้าใจกฎเกณฑ์นอกจากนี้ด้วยตัวตนและสถานะของเขายังห่างไกลจากฉู่หลิงเซียวนักถ้าเขาเป็ผู้สืบทอดของประมุขยอดเขาเทียนเยวี่ยฉู่หลิงเซียวก็คือผู้สืบทอดของหุบเขาโอสถ
“ศิษย์พี่อี้ท่านมอบเยี่ยซางให้ยอดเขาจื่อเวยของพวกเราดีหรือไม่?” ผู้หญิงคนเดียวในที่นั่งอยู่พูด
“ศิษย์น้องถังเยี่ยซางคนนี้ไม่ใช่คนของยอดเขาอู๋เหวยของข้าตราบใดที่เขาสามารถอยู่ในหุบเขาโอสถได้ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนก็เหมือนกัน”อี้สุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าเขาอยู่ขั้นห้าคนพวกนี้คงหยุดเขาไม่ได้” หยานเป่ยจี๋กล่าว
“อาจารย์อากล่าวได้ถูกต้องเขาสามารถมาถึงระดับนี้ได้ด้วยการฝึกตนขั้นสาม หากมีการฝึกตนขั้นห้าคงไม่ใช่เื่ยากที่เขาจะผ่านการทดสอบที่สี่” ฉู่หลิงเซียวพยักหน้า
ในเวลานี้ผู้ที่ปีนเขาได้สูงที่สุดอยู่ที่สองพันหมี่ส่วนเยี่ยซางปีนได้หนึ่งพันหกร้อยหมี่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อเส้นผมเปียกชื้นแนบติดอยู่บนใบหน้าเืและเหงื่อบนฝ่ามือของเขาทิ้งรอยเปื้อนไว้บนก้อนหินเต็มไปหมด
แรงกดดันจากยอดเขาตานติ่งเป็เหมือนคลื่นที่แผ่มาปะทะร่างกายระลอกแล้วระลอกเล่า จึงเป็การยากสำหรับเยี่ยซางที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองยอดเขา
อ้าก!
แรงกดดันมหาศาลทำให้จิติญญาการต่อสู้ของเยี่ยซางะเิออกมาเขาส่งเสียงร้องเหมือนสัตว์ร้าย หลังจากร้องลั่นออกมาเสียงดังขาของเขาก็ยังคงปีนขึ้นไป
ด้วยเสียงะโของเยี่ยซางมีผู้เข้าร่วมทดสอบสองคนที่เหยียบพลาดจึงโดนแรงกดดันทำให้ร่วงลงจากหน้าผา
“นั่นเขาทำอะไร?” ชายหนุ่มชุดขาวสถบ
“เ้าบ้านี่จะะโทำไมทำข้าใจนเกือบล่วงลงไปแล้ว”ถังเทียนซึ่งอยู่เหนือศีรษะของเยี่ยซางราวสองร้อยหมี่ะโลงมา