- 23 -
กักขัง
โจวซวงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ กลิ่นสาบโชยเข้าจมูกจนสำลัก มองเห็นลูกกรงเหล็กที่ขวางกั้นตัวของเขากับด้านนอก
มันคือคุก! นี่โจวซวงมาอยู่ในคุกได้ยังไง
“อึก!...ปล่อยข้านะ!!! พวกเ้าจับข้ามาทำไม!!??” เสียงโวยวายแหกปากลั่นของโจวซวง ทำให้ผู้คุมเดินเข้ามา พลางใช้ขวานฟันไปที่กรงเหล็กเสียงดัง
“เฮ้ย!!”
“หุบปากเ้าไว้ซะ”
ใบหน้าของมันชวนขนลุก นี่เขาคงโดนลักกพาตัวมาอย่างแน่นอน มองซ้ายขวาก็ไม่เห็นแม้ทางออก เมื่อหมดสิ้นหนทาง ก็ต้องมานั่งพิงกำแพงอย่างหมดเรี่ยวแรง
“สวัสดี!”
“ฮึ่ย!! ต..ตัวอะไร?”
“อ่อ ข้าเป็ภูติน่ะ โดนมารพวกนี้จับตัวมาเหมือนกัน” ห้องข้างกันถูกกั้นด้วยลูกกรง ทำให้โจวซวงเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ลักษณะเหมือนมนุษย์ทุกกอย่าง ยกเว้นก็ตรงที่มีหูห้อยลงมา และมีหางกลมติดอยู่ด้านหลังบริเวณก้น
“ภูติกระต่ายน่ะ นี่หูของข้า แล้วนั่นก็หาง”
“อ่อ”
“ชื่ออะไร ข้า เหมียนเมี่ยน” เ้าภูติกระต่ายนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงหน้า ใบหูกระดิกไปมา
“ข้า..เอ่อ ข้าเป็มนุษย์ ชื่อ โจวซวง”
“อื้อ! ยินดีที่ได้รู้จักเ้านะโจวซวง” เหมียนเมี่ยนโยกตัวไปมา เผยรอยยิ้มให้กับเพื่อนใหม่ แม้ทุกคนในหมู่ภูติจะบอกให้เขาหยุดสร้างมิตร เขาทำให้ทุกคนเดือดร้อนหนีตาย
“เราจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร?”
“ยากมาก! หากไม่มีใครมาช่วยเ้า ก็คงต้องติดอยู่ที่นี่ตลอดไป”
“หา!!!?? ข้าอยู่ตลอดไปไม่ได้”
“นั่นสิ ข้าก็อยากออกไปเหมือนกัน” เหมียนเมี่ยนทำหน้าเศร้า โจวซวงเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ อย่างที่รู้ภูติค่อนข้างอ่อนแอเมื่ออยู่นอกพื้นที่ พลังของพวกเขาใช้การไม่ได้
“โจวซวง ว่าแต่ทำไมโดนจับตัวมาได้”
“เอ่อ คือว่า!”
ปึงงงง!
“แหม่ เ้าได้เพื่อนใหม่แล้วหรือ ปรับตัวได้ไวเสียจริงเ้ามนุษย์หนุ่ม”
“เ้า!!!! ปล่อยข้า ไอ้ขี้ขลาด!!”
“ภูติอ่อนแอนั่น เรายังเก็บไว้อีกหรือ ทำไมไม่เอาไปฆ่าทิ้งให้สิ้นเื่” เสี่ยวซิงพูดออกมาหน้าตาเฉย เหมียนเมี่ยนกอดเข้าตัวสั่น ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะกำลังสะอื้นหวาดกลัว
“ย..อย่าทำ! อย่ายุ่งกับเหมียนเมี่ยน”
“ย่อมได้ เพียงแค่เ้าทำตัวดี เชื่อฟังทุกสิ่งอย่างที่ข้าบอก” ไอ้ตาเขียวที่โจวซวงสาบานว่าชาตินี้ หากเขายังไม่ตาย จะต้องควักลูกตาของมันออกมาเผาทิ้งให้ได้
“อืม”
“อ่อ เพื่อนของเ้าก็มานะ เทพหนุ่มผู้นั้น”
“อาเพ่ย.....”
“นับว่าเ้ายังมีความดีความชอบ เอาเ้าออกมาล่อนิดหน่อย เทพโง่ๆก็ตามกลิ่นมาถึงเผ่ามาร ฮ่าฮ่า”
เสี่ยวซิงเดินออกอย่างอารมณ์ดี โจวซวงได้แต่ชกกำแพงด้วยความแค้นใจ
“ฮึก! ฮือออ ขอบคุณนะ”
“อย่าร้อง”
“ข้ากลัว ข้าอยากเจอครอบครัว ไม่อยากตายแบบนี้เลย”
โจวซวงเอื้อมมือไปลูบใบหูยาวๆของเหมียนเมี่ยน เ้าภูติหยุดร้องไห้และนั่งตัวแข็งทื่อทันที
“เป็อะไรไป?”
“หูของข้า อึก!....ม..มันเป็จุดอ่อนไหว”
“ห๊ะ!? เอ่อ ขอโทษๆ ข้าไม่จับแล้ว” โจวซวงรีบชักมือหนี แต่เหมียนเมี่ยนกลับจับมือเขาไว้ พร้อมกับเอากลับไปวางที่แก้มของตัวเองแทน
“ลูบตรงนี้ เป็วิธีปลอบใจในหมู่ภูติของข้า”
“อ่อ อืมๆ”
แก้มของเหมียนเมี่ยนนิ่มเหมือนปุยนุ่น ผิวก็ขาวจนอมชมพูไปหมด ท่าทางของเ้าภูติที่เอียงหน้าเข้ากับฝ่ามือเขา แถมยังหลับตาพพริ้มเหมือนชอบใจ ทำให้โจวซวงรู้สึกดีขึ้น
“ข้าว่าเราต้องออกไปได้แน่นอน เ้าอดทนหน่อยนะ”
“อื้อ!”
ทันทีที่สองขาของป๋อเหวินย่างก้าวเข้าที่เผ่ามาร เสวี่ยชิงเหอไม่รอช้ารีบวิ่งมาสวมกอดคู่หมั้น พลางควงแขนเดินผ่านหน้าของเพ่ยอิงไป
“เชิญท่านทางนี้”
เทพหนุ่มจำต้องตามเสี่ยวรุ่ยไปอีกทาง เวลานี้ิญญาของอี้เฉิงและซัวเหิงถูกนำไปอีกที่
“ปล่อยอี้เฉิงไม่ได้หรือ?”
“เกรงว่าจะไม่ได้ แต่ข้ารับปากว่าพวกเขาจะไม่เป็อะไร”
“เสี่ยวรุ่ย”
“...”
“ขอบคุณท่าน ที่ยังไม่ลงมือทำอะไร”
เพ่ยอิงเดินหายเข้าห้องไป ทิ้งเสี่ยวรุ่ยที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิด ก่อนจะเดินออกไปจากบริเวณนั้น ภายในห้องตกแต่งได้น่าหวาดกลัว สมกับเป็เผ่ามารปีศาจ เพ่ยอิงทิ้งตัวลงบนที่นอนพร้อมมือก่ายหน้าผาก หวังว่าป๋อเหวินคงไม่ใจอ่อนหันไปทำอะไรที่ชั่วร้าย
ที่ปรภพเองก็ไม่ต่างกัน ชินอ๋องเยี่ยหลางชื่นชมการทำงานของเสี่ยวรุ่ย ในขณะเดียวกันก็มีผุ้มาเยือนใหม่ เดินปรบมือเสียงดังมาแต่ไกล
“ชินอ๋องเยี่ยหลาง!? จับตัวคนของ์เก้าชั้นฟ้ามา”
“ท่านเองก็ขโมยศิลาทำนายเช่นกัน”
“คิดไหมว่าพวก์ จะแห่มารุมกันที่ปรภพ เวลานี้เง็กเซียนฮ่องเต้รับรู้เื่ราวแล้ว”
“หึ! ก็รีบทำเวลาเสียสิ ข้าจัดมาประเคนท่านถึงมือแล้ว” ชินอ๋องเยี่ยหลางส่ายหน้า ผู้ที่หลงใหลในการดื่มชาที่ร้อนเดือด นี่มันปีศาจตัวพ่อเลยก็ว่าได้ ยามมาเยือนปรภพก็เอาแต่โปรยยิ้ม ไม่ก็ดื่มชาอย่างสบายอกสบายใจ
ภายใต้หน้ากากรอยยิ้มนี้ ซ่อนปีศาจตัวโตเอาไว้จนมันเริ่มควบคุมไม่อยู่
“ข้า้าพบเสี่ยวหลัน”
“หืม?”
“อย่างน้อยนางก็มีพลังหยั่งรู้ จำต้องให้นางช่วยเหลือ”
ชินอ๋องเยี่ยหลางพยักหน้าให้อีกคน นำไปที่ห้องของเสี่ยวหลัน พร้อมกับไล่เสี่ยวรุ่ยให้ออกไป
เพียงแค่ได้ยินชื่อของนาง จิตใจของพี่ชายอย่างเขาก็แตกเป็เสี่ยง
เสี่ยวหลันยอมทนทุกข์ ให้ชินอ๋องเยี่ยหลางหาประโยชน์จากนาง ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเ็ป
“ข้าบอกท่านแล้วเสี่ยวรุ่ย”
“เสี่ยวซิง! มาทำอะไรที่นี่?”
“ข้าแวะไปดูมนุษย์ผู้นั้นมา อ่อ แล้วท่านก็เปลี่ยนใจได้แล้ว”
“พูดอะไรของเ้า!”
“ข้าพูดเื่จริง สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ท่านก็เห็นว่าป๋อเหวินทรยศ เขาไม่มีทางเข้ากับเผ่ามาร มีเพียงท่านผู้ยิ่งใหญ่ ที่จะช่วยพวกเราและน้องสาวของเราได้”
“เ้าโง่! คิดหรือว่าเขาจะมองเห็นเ้า”
“หรือท่านจะยังเชื่อป๋อเหวินอยู่ก็ตามใจ ข้าบอกเลยว่าเขาจะฆ่าเราทิ้งอย่างไม่ใยดี”
เสี่ยวรุ่ยถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือบีบนวดขมับของตนเอง ยามนี้ทุกอย่างกำลังเปลี่ยน เขาไม่ควรเชื่อใจใครก็จริง ทว่าหากเขาเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เสี่ยวหลันคงต้องโดนกำจัดทิ้งแน่นอน
เพ่ยอิงเปิดประตูห้องของตัวเอง ด้านนอกไร้เงาของพวกมาร ร่างสูงโปร่งจึงลอบออกจากห้องอย่างระวัง เพื่อหาทางไปตามศิษย์พี่โจวที่โดนจับตัวเอาไว้
ระหว่างทางเดินก็ต้องหลบอยู่ตลอด ไม่อยากเชื่อว่าเผ่ามารก็มีวิถีไม่ต่างจากเทพ หรืุ์ ทุกชีวิตดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็
“ป๋อเหวิน! นั่นท่านจะไปไหน?”
จอมมารหนุ่มเดินเร็วไม่สนใจประมุขหญิงที่วิ่งตามหลัง แต่เดี๋ยวก่อน...นะ นั่นมันทางไปห้องพักของเขานี่นา ว่าแต่ป๋อเหวินจะไปหาเขาทำไม ั้แ่กลับมาก็เห็นเอาแต่สนใจมารสาวคู่หมั้น
“เ้ามนุษย์นั่นท่าทางจะเป็ของสำคัญ ท่านเสี่ยวซิงกำชับให้ดูแลอย่างดี”
“ข้าว่าเกี่ยวกับจิตมารแน่ ท่านป๋อเหวินไม่รับ ก็ต้องมีร่างมารับแทน” ทหารเผ่ามารคุยกันเสียงดัง ผ่านหน้าเพ่ยอิงไป เทพหนุ่มตาโตด้วยความใ เขาจึงต้องลอบกลับมาที่ห้องนอนของตัวเอง เื่นี้ต้องให้ป๋อเหวินช่วย
อุ๊บ!....อื้อ
เพ่ยอิงโดนใครบางคนดึงลากไปอีกทาง มือใหญ่ปิดปากเขาอย่างมิดชิดไม่ให้ส่งเสียง
“พวกเ้าตามหาป๋อเหวินเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับท่านประมุข”
น้ำเสียงร้อนใจของมารสาวมองไปรอบตัว เมื่อครู่นางเดินตามป๋อเหวินมาติดๆ แต่เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอยซะงั้น นางรับปากชินอ๋องเยี่ยหลางเอาไว้อย่างดี ว่าจะดูแลป๋อเหวินไม่ให้คลาดสายตา เสวี่ยชิงเหอไม่อยากทำให้ชินอ๋องไม่พอพระทัย
ฝ่ามือที่ปิดปากเอาไว้คลายออก เพ่ยอิงกลับมาหายใจได้คล่องอีกครั้ง
“ป๋อเหวิน!!”
“ชู่ว!”
“ท่านต้องช่วยศิษย์พี่โจว พวกเขาจะเอาจิตมารใส่ร่างของศิษย์พี่”
“หือ!? เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เราแอบฟังทหารคุยกัน ป๋อเหวิน....ขอร้องล่ะ ช่วยศิษย์พี่เถอะนะ” เพ่ยอิงคว้าลำแขนกำยำของป๋อเหวินเอาไว้ ส่ายไปมาเหมือนเด็กขอของเล่นไม่มีผิด
“ทำไมเ้าต้องอยากรักษาทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ด้วย! ชะตากรรมของผู้ใดก็ต้องอยู่ในมือเ้าหมด”
“พูดอะไรของท่าน”
“อยากปกป้องรักษาก็ทำไป แต่ถ้าเ้าหายไปจากสายตาของข้าแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว”
“.....”
“ข้าจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก!”
ป๋อเหวินพูดจบก็ลากเพ่ยอิงกลับไปที่ห้อง ก่อนที่เขาจะเดินออกไป ยังคงหันกลับมามองด้วยสายตาแกมดุอย่างที่เคยเป็ “จำคำข้าไว้ให้ดี อย่าหาย อย่าตาย และอย่าคิดไปจากข้า!”
“อือ เข้าใจแล้ว แต่ท่านต้องช่วยศิษย์พี่โจวนะ”
“เ้าชอบมันหรือไง!!”
“เขาเป็พี่ชายของเรา ป๋อเหวิน! ไม่ง่ายนักหรอกนะที่เรา...จะต้องเผชิญชีวิตอย่างยากลำบาก ศิษย์พี่โจวช่วยเหลือเรามาโดยตลอด”
“อืม”
“แต่...! เอ่อ แต่ว่า ศิษย์พี่โจวบอกว่ารักเรา”
“ฮึ่ม!”
“เราไม่เข้าใจหรอก ศิษย์พี่บอกว่า ความรักคือ การยอมตายแทนได้” คนฟังถึงกับคิ้วกระตุก เ้าเทพบ้านี่กำลังจะพูดอะไรออกมา แล้วทำไมเขาต้องอยากได้ยินด้วย
“ถ้าอย่างนั้น เราก็รักป๋อเหวินใช่ไหม เรายอมตายแทนท่านได้”
“เด็กโง่!”
“เอ่อ คงไม่ได้หรอก ท่านมีคู่หมั้นสุดสวยรออยู่ด้านนอก” เพ่ยอิงพยักหน้าไปนอกห้อง
“เกี่ยวอะไร?”
“หา! ท่านไม่สนใจศีลธรรมบ้างเลยหรืออย่างไร แบบนั้นท่านอาจารย์คงผิดหวังในตัวของเรา”
ป๋อเหวินเดินไปหาคนที่กำลังพูดจ้ออยู่บนเตียง สองมือที่แข็งอย่างกับเหล็กจับไหล่ของเพ่ยอิงเอาไว้ ั์แดงก่ำจดจ้องั์ตาฟ้าครามตรงหน้า
“ข้ายังไม่ชัดเจนอีกหรือไง!”
“อะไร?”
“บอกว่าห้ามหาย ห้ามตาย ห้ามไปจากข้า!” ปากบางของเพ่ยอิงกำลังสั่นระริก คงเป็เพราะป๋อเหวินพูดเสียงเข้มจริงจัง คล้ายกับว่ากำลังไม่พอใจ “เด็กโง่! เ้าแปลมันไม่ได้อีกรึ?”
เพ่ยอิงก้มหน้าบ่นเสียงอุบ ไหล่สองข้างก็เริ่มเจ็บแล้วด้วย ป๋อเหวินเป็คนหรือเหล็กกันแน่ ริมฝีปากเทพน่ารำคาญเอ่ยวาจาที่ทำป๋อเหวินชะงักไป “หากป๋อเหวินทอดทิ้งเราอีก จะฆ่าล้างเผ่ามารเลยคอยดู!”