บทที่ 21: เส้นทางสู่เมืองหลวง
ความโกลาหลในหุบเขาใบไม้แดงสงบลงหลงเหลือเพียงกลุ่มทหารฏที่ยอมจำนนและร่างไร้สติของคงจือที่นอนค้างอยู่อย่างน่าสมเพช ผมก้าวเท้าเดินนำขบวนกลับจวนตระกูลลู่อย่างผ่าเผยโดยมีองค์หญิงใหญ่จีเสวี่ยในชุดผ้าไหมฟ้าครามและภรรยาทั้งสามโอบล้อมเคียงข้าง ทันทีที่นั่งลงในห้องทำงานใหญ่ที่เต็มไปด้วยตำราและเอกสารค้าขาย องค์หญิงใหญ่ก็หันมาสบตาผมอย่างเคร่งขรึมน้ำเสียงหวานสั่นะเืปนกระเส่าอธิบายแผนการเมืองหลวง
"เซียวเฉิน... ค่ายกลศึกของเ้าช่างยอดเยี่ยม ทว่าการบุกโจมตีของขบวนอรหันต์ครั้งนี้เป็เพียงด่านแรก อัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ในเมืองหลวงทรงอำนาจล้นฟ้า คอยควบคุมการคลังและแอบร่วมมือลับ ๆ กับพวกเผ่าเถื่อนประชิดชายแดนตะวันตก เสด็จพ่อของข้าเริ่มชราภาพและมีพระวรกายที่อ่อนแอลงทุกวัน ส่วนรัชทายาทก็หูเบาไร้ความสามารถที่จะค้ำชูบัลลังก์ หากเรา้ากำจัดเนื้อร้ายคนทรยศแผ่นดินคนนี้ และรักษาความปลอดภัยระยะยาวให้ตระกูลลู่... เ้าต้องเดินทางไปนครหลวง์ร่วมกับข้าเพื่อช่วยแฉสมุดบัญชีลับและการลักลอบค้าอาวุธาเถื่อนต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ!"
ผมเอนตัวพิงตั่งไม้หรูหราโบกพัดกระดาษในมือเล่นฉุย ๆ แสร้งทำใบหน้ายียวนกะล่อนพราวเสน่ห์ตามประสาเขยแมงดาผู้รักความสบายในหอหอ: *'โอ้โฮ... จะให้พนักงานออฟฟิศี้เีอย่างข้าเดินทางไกลไปเมืองหลวงเนี่ยนะ?! ลำบากสายตัวตายชะมัด! แต่เดี๋ยวก่อน... นครหลวง์เป็เมืองหลวงที่รวบรวมสาวงาม ค้าประเวณีหอคณิกา และคลังสมบัติไว้เพียบ ถ้าข้าไม่ไป ข้าก็ขยายฮาเร็มเพิ่มแต้มระบบได้ยากสิโว้ย! ยิ่งองค์หญิงจีเสวี่ยคนงามผิวขาวผ่องแกนทองคำขั้น 9 นี่ก็กำลังท้าทายศึกเตียงนอนข้าอยู่ด้วย ถ้าได้นางมาร่วมเตียง ลมปราณข้าคงก้าวะโแบบไร้ลิมิตชัวร์!'*
"ได้จ้ะองค์หญิงรัก" ผมหัวเราะก๊ากและยื่นข้อเสนอสุดกวนประสาทแก้ี้เี "แต่ข้ามีกติกาข้อหนึ่งนะจ๊ะ... ข้าไปนครหลวง์ด้วยเงื่อนไขว่าต้องพาสามฮูหยินของข้า ทั้งเหมยหลิน ไป๋หลิง และเฉินฮวาเดินทางไปด้วยกัน! ข้าเป็พวกขี้เกรงใจและนอนคนเดียวไม่ได้จ้ะ ยิ่งเดินทางไกลขาดเนื้อนุ่มนิ่มให้อุ่นตักข้าคงปวดหลังและเบื่อแย่เลย มือคู่หล่อเหลาของข้ามีไว้เพื่อลูบไล้ของนุ่ม ๆ และนับเงินทองของเมียเท่านั้น ไม่ชอบถือของหนักจ้ะ!"
จีเสวี่ยกลอกตาค้อนวงใหญ่อย่างอ่อนใจกับความหน้าหนาไร้ยางอายของผม นางถอนหายใจยาวด้วยความโมโหปนระอา "เ้าขยะลามกไร้ยางอาย! เดินทางไปช่วยชาติบ้านเมืองแท้ๆ แต่ยังคิดจะพกฮาเร็มสาวงามไปกกกอดนอนร่วมเตียงนอนหอกลางทางอีกรึ?! แต่ช่างเถอะ... พละกำลังยุทธ์ของไป๋หลิงและเฉินฮวาเป็ประโยชน์ต่อการรบ ข้ายอมรับข้อตกลงของเ้า!"
ลู่เหมยหลินหรี่ตามองผมยิ้ม ๆ แอบเดินมากระตุกชายเสื้อผมเบาๆ พลางยื่นมือนุ่มมาบิดเอวผมแก้หมั่นไส้: *"สามีจ๋า... เดินทางบนรถม้าหลวงคราวนี้ เ้าห้ามแอบนอกลู่นอกทางลวนลามองค์หญิงใหญ่เข้านะจ๊ะ ไม่งั้นพวกข้าจะช่วยกันใช้กระบี่บินสับกล่องดวงใจของเ้าให้กลายเป็เศษเนื้อชิ้นๆ จริงๆ ด้วย!"*
"โธ่... เมียจ๋า สามีคนนี้เป็คนรักเดียวใจเดียว (กับทุกคน) จะตายไปจ้ะ ไม่มีทางนอกลู่นอกทางเว้นแต่นางจะเสนอตัวเองจ้ะ ฮ่าๆ!" ผมกะล่อนตอบเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากไป๋หลิงจอมยุทธ์สาว ส่วนเฉินฮวาเตรียมก้าวไปจัดการจัดเตรียมข้าวของให้ผมโดยไม่บ่นสักคำ
พวกเราใช้เวลาสองวันเตรียมสัมภาระ ขนย้ายสิ่งของและแร่เหล็กไหลเก็บซ่อนไว้ในคลังลับอย่างมิดชิด การแพ็กกระเป๋าเดินทางเป็ไปอย่างสนุกสนาน ผมแกล้งโยนกางเกงในสีแดงพราวเสน่ห์ใส่เหมยหลินจนนางเขวี้ยงหมอนอิงหนังใส่หัวผมกึ่งหยอกล้อ จากนั้นพวกเราออกเดินทางโดยขบวนรถม้าหลวงสีทองสุดหรูหราขนาดใหญ่กว้างแปดศอกที่จีเสวี่ยเตรียมไว้ ภายในปูด้วยเบาะขนจามรีหนานุ่มสีแดงสด ประดับกระจกไม้แกะสลักสวยงามประหนึ่งห้องหอเคลื่อนที่ มีเตาถ่านอุ่นไอร้อนผะแ่คอยขับไล่ความหนาวชื้นยามฤดูใบไม้ร่วง
รถม้าหลวงออกตัวควบวิ่งผ่านประตูเมืองหลงไห่บึ่งพุ่งตรงสู่นครหลวง์ ทหารองครักษ์เกราะขาวร้อยนายควบม้าศึกสีขาวล้อมอารักขาอย่างแ่า ผมนั่งอยู่กลางรถม้าอุ่นสบายขนาบข้างด้วยเหมยหลินที่นอนหนุนตักขวา ไป๋หลิงคอยป้อนผลองุ่นหวานฉ่ำให้ผม และเฉินฮวานั่งบีบนวดไหล่กว้างของผมอย่างเอาอกเอาใจ สองมือกะล่อนของผมแอบสอดลูบไล้เนินอกอวบอัดใหญ่โตล้นฟองเต้าและต้นขาเรียวเนียนของสองฮูหยินสลับกันไปมาสร้างความเสียวสยิวครางระเส่าอื้ออึงในรถม้าอย่างเพลิดเพลินอารมณ์หื่น
ขณะที่จีเสวี่ยนั่งเกร็งตัวอยู่ตรงมุมรถม้าฝั่งตรงข้าม พยายามสงบจิตใจอ่านคัมภีร์ยุทธ์ทว่าดวงตาหงส์กลับแอบจ้องมองพฤติกรรมสัปดนลามกของผมด้วยสีหน้าขึ้นแดงระเรื่อปนโมโห
"เซียวเฉิน... เ้าไม่มีความละอายใจบ้างเลยหรืออย่างไร?! อยู่ต่อหน้าองค์หญิงแท้ ๆ กลับทำตัวเหลวแหลกเหลวไหลขนาดนี้!" จีเสวี่ยตำหนิเสียงสะบัดสะบิ้ง
"โธ่... องค์หญิงจ๋า" ผมยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์หยอกเย้า "ถ้าน้องสาวจีเสวี่ยรู้สึกเหงาหูเหงาตาหรือหนาวชื้นตัวสั่น อยากจะมาร่วมหนุนตักอุ่นนอนเบียดกับสามีคนนี้ ข้าก็ยินดีเปิดพื้นที่ว่างข้างหัวใจต้อนรับเสมอเลยนะจ๊ะ ร่างกายของข้ามีพลังหยินหยางร้อนรุ่มสามารถปัดเป่าความหนาวเย็นและช่วยนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอกเต่งตึงของเ้าได้ดีวิเศษเชียวล่ะจ้ะ!"
"หยุดพูดจาเหลวไหลประเดี๋ยวนี้นะ!" จีเสวี่ยตวาดหน้าแดงก่ำรีบสะบัดหน้าหนีแอบใจสั่นสะท้านระริกกับความทะลึ่งหน้าด้านของผม
ขบวนเดินทางผ่านเมืองเล็กเมืองน้อย ทหารและชาวบ้านต่างพากันคุกเข่าก้มกราบราชรถทองคำปานเทพ์ลงโปรด ผมยื่นมือออกไปโยนเหรียญทองแดงแจกเด็ก ๆ ตามทางรื่นเริงใจ และใช้ทักษะหมากรุกพูดจาไขปัญหาภูมิศาสตร์ของ 'ด่านหัวั' ด่านหน้าสำคัญก่อนเข้าเมืองหลวงให้ภรรยาทั้งสามฟังอย่างสนุกสนาน
"ด่านหัวัเป็ด่านทหารหินผาคับแคบ มีขุนพลเฝ้าด่านชั่วร้ายฝักใฝ่เสนาบดีหลี่หลินฝู่ คอยตั้งกฎปิดกั้นด่านกวนประสาทคนเดินทางแน่ ๆ จ้ะ" เฉินฮวาอธิบายเสริมอย่างพะวง
"หึๆ... ด่านทหารงั้นรึ มีเมียรักคุมทหารห้าพันคนกับองค์หญิงนั่งหน้ารถม้า ใครหน้าไหนกล้าขวางพ่อจะให้เมียสับหัวเรียงตัวเลย!" ผมหัวเราะลามก
ทว่าผ่านพ้นแนวหุบเขาไปได้ไม่นาน ท้องฟ้าพลันมืดครึ้ม ลมหนาวพัดกระโชกแรงส่งเสียงหวีดหวิวปานปีศาจร่ำไห้ ทันใดนั้นมีนกอินทรีเหล็กสีดำทมิฬขนาดใหญ่ตัวหนึ่งบินร่อนลมหมวนวนอยู่เหนือหลังคารถม้าหลวงอย่างผิดสังเกต ส่งกลิ่นอายรังสีพลังแปลกประหลาด
[ ติ๊ง! ]
[ ตรวจพบสัตว์สอดแนมปราณมนตร์: อินทรีเหล็กเงาโลหิต (ระดับพลังขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9) ]
[ สัตว์เลี้ยงสอดแนมนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยนักฆ่าเงาโลหิตตระกูลหลี่ เมืองหลวง! ]
ผมเงยหน้าขึ้นผ่านช่องแสงรถม้า หยิบเศษหินอ่อนเศษหนึ่งจากแจกันดอกไม้ข้างรถม้า ดีดด้วยปลายนิ้วโป้งโดยใช้ลมปราณก่อตั้งรากฐานระดับ 5 พุ่งฟิ้วออกไปราวกับะุปืนกลทะลักเข้าใส่ปีกอินทรีเหล็กเงาโลหิตสอยมันร่วงหล่นดังปังยาวละลิ่วตกหน้าผาทำเอาจีเสวี่ยสะดุ้งตัวโยงตื้นตันใจในฝีมือสะดุดใจอันร้ายกาจของผม
จีเสวี่ยจ้องมองแผ่นหลังกว้างของผมด้วยดวงตาสั่นไหวระริก ในใจนางเต้นตึกตักสะท้านกระเส่า: *'ชายคนนี้ภายนอกทำตัวเป็เขยขยะเกาะเมียกินและลามกหื่นกระหายยิ่งนัก ทว่าฝีมือปลดปล่อยลมปราณดีดหินสอยอินทรีระดับก่อตั้งรากฐานขั้น 9 ร่วงโรยอย่างง่ายดายในพริบตากลับเฉียบคมและทรงพลังมหาศาลปานขุนศึกแผ่นดิน! หรือความเกียจคร้านทั้งหมดจะเป็เพียงฉากบังหน้าเพื่อตบตาศัตรูยุทธภพกันแน่?!'*
"ใต้เท้าเซียวเฉิน... ข้างหน้าอีกไม่ไกลจะเข้าสู่เขตด่านหัวัแล้วขอรับ คืนนี้พวกเราคงต้องพักทัพและรับมือศึกใหญ่แน่แท้!" หัวหน้าองครักษ์เกราะขาวเคาะหน้าต่างรถม้ารายงานน้ำเสียงเคร่งเครียด
"เตรียมน้ำชาร้อน ๆ ไว้ให้พร้อมเถอะพี่ชายทหาร" ผมเลียริมฝีปากแสยะยิ้มกะล่อนพราวเสน่ห์ในสมองโคจรแผนโกงระบบชิงตัว: *'หึ ๆ... อัครเสนาบดีหลี่หลินฝู่ขี้ระแวงชะมัด ส่งนกสอดแนมบินมาคอยจับตาดูกล่องดวงใจขององค์หญิงใหญ่และข้าั้แ่ปากทางเลยงั้นรึ?! งานนี้พ่อแมงดาใหญ่จะล่อเหยื่อไปบดขยี้กวาดล้างให้สิ้นซากที่ด่านหัวัหน้าด่านถัดไปเลยโว้ย! คืนนี้ศึกบนรถม้าศึกรักและศึกนอกรถม้าคงเดือดเร่าร้อนสลับกระแทกสะโพกแน่นอน!'*
*ข้ากางมุ้งครอบเตาถ่านอุ่นผึ่งสบาย รถม้าทองคำควบดิ่งข้ามคืนฝ่าสายฝนชื้น ยิ่งเข้าใกล้เขตด่านหัวัความหนาวเย็นยิ่งทวีความรุนแรงปานจะปอดแข็ง ทว่าเป้าหมายที่อยู่ตรงข้ามข้ากลับเริ่มหายใจหอบสะท้านผิดปกติ... รัศมีปราณเย็นในตัวองค์หญิงใหญ่กำลังส่งสัญญาณย้อนกลับบิดขั้ว อารมณ์ราคะและกลีบ์ของนางเริ่มคันยิบ ๆ แสวงหาการััสวาทของัข้าเดือดหนาวแน่แท้แล้วจ้ะ! ข้าเล็งเห็นช่องว่างรักทางอารมณ์นี้อย่างสุขสม คืนนี้หากข้าสามารถทะลวงช่องแคบรักเพื่อดูดซับพิษหนาวเย็นของนางเข้ามาผสานเข้ากับลมปราณหยินหยาง ข้าคงก้าวขึ้นสู่ระดับแกนทองคำ (Golden Core) ได้เร็ววันแน่! ยุทธการถล่มด่านหัวัและล่อเหยื่อรักของระบบกำลังเริ่มต้นเดือดร้อนสะท้านแผ่นดินแล้วจ้ะ! ข้าขยับยิ้มพราวเสน่ห์ในยามค่ำคืนนี้ ัั์ในเป้ากางเกงร้อนรุ่มกระสับกระส่าย รอคอยศึกรักลุยปราบองค์หญิงให้สยบราบคาฟูกรถม้าศึกในเร็ววันแล้วโว้ย!*
(โปรดติดตามบทต่อไป...)