เช้าวันแรกของการทำงาน
รถซีดานสีดำแล่นออกจากคฤหาสน์อย่างนุ่มนวล นลินนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ส่วนฌอนนั่งเบาะหลัง เปิดแท็บเล็ตไล่อ่านเอกสารอย่างเงียบขรึม
บรรยากาศในรถเงียบเสีย จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ ผ่านไปเกือบค่อนทางเกือบถึงบริษัท เสียงทุ้มจึงดังขึ้น
"แวะร้านกาแฟข้างหน้า"
"ครับ"รถค่อย ๆ ชะลอเข้าจอดนลินหันมาถามอย่างสุภาพ
"อเมริกาโนเพิ่มช็อต ไม่หวาน เหมือนที่คุณบอกเมื่อวาน"
ฌอนเหลือบตามอง "ดี...ที่ยังจำได้.."
นลินยิ้มบาง "ครับ"
นลินรีบลงจากรถ เดินเข้าไปในร้าน ขณะที่ฌอนย้ายจากผู้โดยสารมาประจำที่คนขับ เขาเหลือบมองกระจกมองหลัง ก่อนเหยียบคันเร่ง นำพารถแล่นออกไปทันที มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย
"...หึ!..ถ้ากาแฟไปถึงฉันแล้วเย็นชืด..ฉันเล่นงานให้หนัก.."
ยี่สิบนาทีต่อมา ฌอนผลักประตูห้องกรรมการผู้จัดการเข้าไป
"พี่"
ซลพี่ชายแม่เดียวกัน ชายหนุ่มรูปร่างสง่า สุขุม บุคลิกเป็ผู้บริหารระดับสูง วัยสามสามปี เงยหน้าจากเอกสาร ก่อนยิ้มกว้าง
"อ้า..มาพอดีเลยเ้าน้องชายสุดที่รัก"
แต่คนที่ทำให้ฌอนหยุดนิ่ง กลับไม่ใช่พี่ชาย เมื่อนลินกำลังวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของชล
"อเมริกาโนร้อนครับคุณซล"
ร่างบางหันมาอีกด้าน ในมือยังถือแก้วอีกใบ
"ส่วนของคุณฌอน..."นลินยื่นแก้วมาตรงหน้า
"อเมริกาโนเพิ่มช็อตครับ"
"ยังร้อนๆ อยู่ครับ"
ฌอนมองแก้วกาแฟ ก่อนเงยหน้ามองคนตรงหน้า "..."
"ผมลืมแนะนำคุณฌอน"นลินส่งเสียงปกติ
"วินมอเตอร์ไซค์..่เช้า เร็วกว่ารถยนต์อีกนะครับ"
ชลหัวเราะเบา ๆ เขาไม่รู้ว่าน้องชายสร้างเื่อะไรไว้ แต่รู้ว่าสิ่งนลินพูดคือเื่ที่น้องชายของเขา ควรเรียนรู้
"จริงของนลิน อาทิตย์ก่อนพี่ก็ต้องะโขึ้นวิน รีบมาประชุมกับลูกค้า ดีนะมีคนขับรถให้ ไม่อย่างนั้นต้องจดทิ้งไว้ข้างทาง ฮ่า ๆ "
คำชมธรรมดาของพี่ชาย แต่มันกลับทำให้ฌอนกำแก้วกาแฟแน่นขึ้น เหมือนเขาเพิ่งแพ้เกม ที่ตัวเองเป็คนตั้งกติกา
หลังคุยเื่งานเสร็จ ฌอนเดินออกจากห้องเสียงรองเท้าหนังหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของตัวเอง
ประตูเปิดอยู่
นลินกำลังจัดแฟ้มเอกสารเข้าตู้เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า
"ผมกำลังจัดเอกสารตามแผนกให้ครับ"
ฌอนไม่ตอบเขาเดินเข้ามาช้า ๆ ช้าเสียจนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกว่าระยะห่างกำลังสั้นลงเรื่อย ๆ
นลินยืนนิ่งดวงตาสบกับฌอนอย่างสงบ ชายร่างสูงหยุดและยืนห่างเพียง่แขน เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย เพื่อมองป้ายชื่อบนแฟ้มที่นลินถืออยู่ ปลายขนอ่อนที่แก้มของทั้งคู่ เกือบเฉียดกันแ่เบา
นลินเผลอกลั้นหายใจ จนใบหน้าขาวค่อย ๆ มีสีแดงระเรื่อ ทำให้ฌอนสังเกตเห็นในทันที เขาไม่ได้แตะต้องอีกฝ่าย เพียงเลิกคิ้ว แล้วถามเรียบ ๆ
"ตัวหนังสือเล็ก มองไม่ชัด"
นลินกะพริบตา ก่อนรีบถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว
"...เดี๋ยวผมส่งให้ดูครับ"
ร่างบางยื่นแฟ้มออกไป พลางมองปฏิกิริยานั้นเงียบ ๆ ในใจเริ่มตัดต่อภาพบางอย่างเข้าด้วยกัน
มันไม่ใช่ความกลัว แต่คือความไม่ชินเวลามีคนอื้นเข้าใกล้ มุมปากของฌอนขยับขึ้นเล็กน้อย ราวกับเพิ่งค้นพบ จุดอ่อนของอีกฝ่าย
เขาไม่พูดอะไร เพียงเดินผ่านไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ปล่อยให้นลินถอนหายใจเบา ๆ โดยไม่รู้ว่าตัว ว่าถูกใครบางคนเก็บข้อมูลอย่างเงียบๆ
ฌอนเปิดแฟ้มตรงหน้า แต่สายตากลับไม่ได้อยู่บนตัวอักษรแม้แต่นิด ในหัวของเขา มีเพียงความคิดเดียว คือจุดอ่อนที่เขาจะใช้มันเอาชนะอีกคน
เม็ดฝนโปรยลงมา ั้แ่รถออกจากบริษัท
ไม่นานนัก ท้องฟ้าสีเทาก็เปิดทางให้สายฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย จนใบปัดน้ำฝนทำงานแทบไม่ทัน
นลินนั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ในมือยังมีแฟ้มเอกสารของฌอนที่เขาเพิ่งตรวจทานเสร็จ
ตลอดทางไม่มีบทสนทนา มีเพียงเสียงฝนกระทบหลังคารถ ดังสม่ำเสมอ ฌอนเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนหักพวงมาลัยเข้าจอดริมถนนเครื่องยนต์ยังไม่ดับ
"ลง"
นลินหันมองอย่างงุนงง"ครับ?"
"ฉันจะไปหาเพื่อน"
ฌอนส่งเสียงเรียบ เหมือนกำลังพูดเื่สภาพอากาศ
"คุณหาทางกลับเองแล้วกัน"
นลินมองออกไปนอกกระจก ฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็นฝั่งตรงข้ามถนน
"ตรงนี้...ยังห่างจากบ้านเป็กิโลเลยนะคุณ"
"ก็เดิน"ฌอนยักไหล่ "หรือจะเรียกวิน แบบเมื่อเช้า เก่งไม่ใช่เหรอ?"
ริมฝีปากของนลินเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "...ครับ"
เขาเปิดประตูรถ แล้วก้าวลงไปท่ามกลางสายฝน เพียงประตูปิดลง ฌอนเหยียบคันเร่งทันที
รถสีดำแล่นหายไปจากตรงนั้น มุมปากของฌอน ยกขึ้นอย่างพึงพอใจ
"...สำนึกบุญคุณ" เขาพึมพำเบา ๆ"ก็ต้องอดทนให้ได้สิ"
แต่รถแล่นไปได้ไม่ถึงห้านาที มือที่จับพวงมาลัย กลับหมุนรถกลับโดยไม่รู้ตัว
"..."
"คงเรียกวินไปแล้วมั้ง"เขาบ่นกับตัวเอง
ไม่ใช่เพราะเป็ห่วง แค่อยากเห็นสีหน้าคนที่ถูกทิ้งไว้ อยากเห็นว่า...รอยยิ้มสุภาพนั่น จะหายไปหรือยัง
รถค่อย ๆ ชะลอเมื่อมาถึงจุดเดิม แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ฌอนขมวดคิ้ว
ไม่มีนลินยืนหลบฝนอยู่ริมทาง ไม่มีสีหน้าโกรธ ไม่มีท่าทีสิ้นหวังอย่างที่เขาอยากเห็น
แต่ห่างออกไปไม่ไกล มีชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาว กำลังช่วยคุณยายคนหนึ่ง เข็นรถขายขนมฝ่าสายฝนขึ้นเนิน ล้อรถติดหล่มน้ำ จนขยับแทบไม่ได้
นลินถอดรองเท้าหนังของตัวเอง ถือไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างออกแรงดันรถเต็มกำลัง ทั้งตัวเปียกชุ่ม
น้ำฝนไหลอาบใบหน้า แต่เขายังหันไปยิ้มให้คุณยายคนนั้น เป็ระยะฌอนมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ก่อนหัวเราะในลำคอ
"...โง่"
"ตัวเองยังเอาไม่รอด"
"ยังจะไปช่วยคนอื่นอีก"
เสียงฝนยังคงกระหน่ำใส่กระจกหน้ารถ แต่ฌอนกลับไม่ออกรถ เขานั่งมองอยู่เฉย ๆ จนรถเข็นคันนั้นค่อย ๆ พ้น่ถนนที่เป็เนิน คุณยายยกมือไหว้
นลินรีบยกมือรับไหว้ พลางส่ายหน้าจนคุณยายหัวเราะ จากนั้นชายหนุ่มก็รับถุงขนมเล็ก ๆ มาหนึ่งถุง คงเป็การตอบแทน
แต่เพียงไม่กี่ก้าวต่อจากนั้น เขากลับหยุดเดิน เมื่อเห็นเด็กชายตัวเล็กยืนหลบฝนอยู่หน้าป้ายรถเมล์
นลินย่อตัวลง ยื่นถุงขนมในมือให้เด็กคนนั้นทันที เด็กชายยิ้มกว้างจนเห็นฟันหลอ โค้งศีรษะขอบคุณหลายครั้ง ก่อนวิ่งเข้าไปหาแม่
ฌอนมองทุกอย่างผ่านกระจก นิ้วที่เคาะพวงมาลัยเป็จังหวะค่อย ๆ หยุดลง เขาควรจะรู้สึกสะใจ คนที่เขาเพิ่งทิ้งไว้กลางฝน ที่ต้องกลับเดินเปียกปอนอยู่ริมถนนราวลูกนก
แต่แปลก...ทำไมความรู้สึกในอกถึงไม่เป็อย่างที่คิด มันกลับหงุดหงิดกว่าเดิม คนคนนั้นไม่เคยสนใจตัวเอง
ต่อให้ลำบากแค่ไหน ก็ยังยิ้มให้คนอื่นได้ และที่น่าหงุดหงิดที่สุด...เพราะเขาเพิ่งรู้ตัวว่า คนที่รู้สึกวกวนกลับสายฝนตอนนี้ ไม่ใช่นลิน แต่เป็เขาเอง
ฌอนเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเหยียบคันเร่งอีกครั้ง รถสีดำพุ่งทะยานออกไป ทิ้งภาพชายหนุ่มที่ยังเดินฝ่าสายฝนไว้ในกระจกมองหลัง
แต่ไม่ว่าจะขับไปไกลแค่ไหน ภาพนั้นก็ยังติดอยู่ในหัวของเขาราวกับสายฝนในวันนั้น ไม่ได้ทำให้ใครเปียกเพียงคนเดียว
หากยังค่อย ๆ ซึมลึกเข้าไปในรอยร้าวของหัวใจ ที่ฌอนปิดตายมาตลอดสิบกว่าปี...จนเ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ความเกลียดที่เขาคิดว่ามั่นคง กำลังเริ่มถูกบางสิ่งสั่นคลอนอย่างเงียบงัน.
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง นลินกลับถึงบ้านเปียกทั้งตัว ขณะที่ฌอนกลับมาก่อนและรีบเข้าห้องตัวเอง แกล้งทำเป็ไม่สนใจ
จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องข้าง ๆ เขาหันไปมองประตูระเบียง
ร่างสูงตัดสินใจ จับลูกบิดเปิดประตูระเบียง เขาก้าวเท้าเดินข้ามทางเชื่อมไป เปิดประตูเข้าห้องนลิน ไม่ใช่เพราะเป็ห่วง แต่เพราะเขามีสิทธิ์
เขาเดินมองข้าวของในห้องที่มีไม่มาก ห้องและการตกแต่งไม่ได้เปลี่ยนไป แม้ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ร่างสูงทิ้งตัวนั่งอยู่ปลายเตียง จ้องมองไปยัง ประตูห้องน้ำ รอให้ประตูเปิด
ประตูห้องน้ำเปิดออกมาพร้อมละอองไออุ่นน้ำลอยมาบาง ๆ นลินชะงักใจนรีบกอดตัวเอง
".อื้อ....คุณฌอน!"
"..ขะ..เข้ามาได้ยังไง? ..ไม่สิ!เข้ามาทำไม?"
ฌอนเอนหลังพิงหัวเตียงนอนราวกับเป็ของตัวเองอย่างสบาย "ก็เข้ามา...."
"..."
"อะ..ออกไปเลยครับ"
ฌอนเลิกคิ้ว
"นี่ห้องผม" นลินส่งเสียงนิ่ง
"ห้องนี้เ้าสัวอนุญาตให้ผมพัก"
"ไม่ใช่ของคุณ"
ฌอนหัวเราะเบา ๆ "รู้.."
"..."
"แต่ห้องนี้..ของพี่ชล"
"เมื่อก่อนฉันจะเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้"
นลินเดินไปเปิดประตูห้องก่อนหันกลับมา
"...เชิญออกไปครับ"
ฌอนไม่ขยับ กลับถามด้วยน้ำเสียงนิ่ง "โมโห?"
"..."
"เมื่อเช้ายังยิ้มอยู่เลย.."
นลินสูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมอารมณ์
"ผมไม่อยากทะเลาะ"
"งั้น..."ฌอนลุกขึ้นเดินเข้าไปช้า ๆ แต่ยังรักษาระยะห่างพอสมควร
"ทำไมมือสั่น"
นลินรีบซ่อนมือไว้ด้านหลัง "...ไม่ได้สั่นครับ"
"โกหก"
"..."
"กลัวเหรอ?"
ครั้งแรกที่นลินเงยหน้าสบตา ดวงตาที่อ่อนโยนมาตลอดเริ่มมีประกายบางอย่าง
"ไม่ครับ"เขาพูดช้า ๆ ชัดทุกคำ
"ผมไม่ได้กลัว"
"แต่..."มือเล็กกำชายผ้าเช็ดตัวแน่น"ผมไม่ชอบ..."
"เวลามีใครเข้ามาในพื้นที่ของผม"
ฌอนยิ้ม เขาคิดว่าตัวเองจับจุดอ่อนได้แล้ว แต่ประโยคต่อมากลับทำให้รอยยิ้มนั้นค่อย ๆ จางลง นลินพูดต่อ
"คุณอยากรู้ไหม...ว่าทำไม"
ฌอนเงียบ นลินหลุบตาลง ก่อน้อ่ยต่อ
"เพราะผมเคารพคนอื่น..ผมก็หวังว่า..."
"..จะได้รับความเคารพกลับมาบ้าง"
ห้องทั้งห้องเงียบสนิทฌอนยืนอยู่กับที่ เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนตัวเอง...ถูกอีกฝ่ายตำหนิทั้งที่นลินไม่ได้ต่อว่าเขาตรงๆ
..........................