“นี่แสดงว่าเราย้อนเวลากลับได้จริง ๆ งั้นเหรอ? เป็ไปได้ไง?” เตชินท์ขมวดคิ้วจนเป็ปม
เขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักหลังกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง ต่อหน้าพี่สาวเขาพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุดแต่ในใจของเขาว้าวุ่นอย่างที่สุด ก่อนหน้านี้เขายังสับสนอยู่ว่าเื่ไหนคือจริง แต่หลังระบบภารกิจยังคงทำงานอยู่แม้เขาจะไม่ได้อยู่ภายในมิติมาตุภูมิ มันคือเครื่องยืนยันความจริงให้กับความสับสนของเขาได้ทันที
เตชินท์ตระหนักได้แล้วว่าทุกเหตุการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นจริง ความทรงจำของเขาไม่ได้ผิดเพี้ยนหรือฝันไป เขาเคยมีอายุสามปีแปดจริง และเขาถูกย้อนกลับมาอยู่ในร่างวัยสิบแปดอีกครั้ง เขาไม่ได้แค่ย้อนร่างกายกลับมาเท่านั้น แต่เขาย้อนกลับมาอยู่ใน่เวลาที่เขามีอายุสิบแปดจริง ๆ
ตอนนี้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เขาเจอมาวันนี้ดูสมเหตุสมผลขึ้นทุกอย่าง เมื่อเขากลายเป็เด็กหนุ่มวัยสิบแปด นั่นหมายความว่าใน่ชีวิตวัยสิบแปดของเขายังเป็เพียงคนธรรมดาไร้พลังอำนาจใด ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะใช้ประตูมิติกลับไปยังเมืองเรดเพิร์ล เมืองระดับเอลฟ์ขั้นสามของเขาไม่ได้ คฤหาสน์หลังงามที่เคยอยู่ก็หายไป บ้านที่เขากำลังอยู่ตอนนี้เขาจดจำได้แล้วว่ามันคือบ้านหลังเดิมก่อนที่เขาจะเปลี่ยนให้มันเป็คฤหาสน์อันใหญ่โตหลังเขาเรืองอำนาจ
หลาย ๆ อย่างย้อนกลับไปเป็อยู่ในจุดที่เขาทั้งที่เคยมีและไม่เคยมี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ เขาไม่รู้ว่าการถูกย้อนเวลากลับมาเช่นนี้ มันจะทำให้เขาต้องเจอกับประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหรือไม่ แม้จะดีใจอย่างมากที่ได้กลับมาเจอกับพี่สาวของเขาอีกครั้ง แต่นั่นก็อาจจะหมายความว่าเขาต้องพบเจอกับโศกนาฏกรรมที่ต้องเสียพี่สาวของเขาไปอีกครั้งเช่นกัน
แม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะเหมือนกับในอดีตที่เขาเคยผ่านมาหรือไม่ แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาได้รับโอกาสที่จะลองแก้ไขมัน เขาก็อยากจะลองดู โดยเฉพาะคนที่สังหารพี่สาวเขาในอนาคตที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของเขา ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กน้อยผู้อ่อนต่อโลกเหมือนในอดีตอีกแล้ว เขาสัญญากับตัวเองเลยว่า หากเขาเจอมันแค่เพียงหางตา มันจะต้องจบชีวิตก่อนที่ได้แตะพี่สาวของเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามั้แ่เขาจุติมา เขายังไม่เห็นมีสิ่งใดที่เขาถูกเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นเลย นอกจากระบบภารกิจบ้า ๆ บอ ๆ ที่เขาแทบจะสาปแช่งมันทุกครั้งที่มีภารกิจใหม่เพิ่มขึ้นมา ทุกภารกิจสำหรับเขาราวกับเป็บทลงโทษเสียมากกว่าช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นหรือดีกว่าตอนที่เขายังไม่เลือกจุติแม้แต่นิดเดียว
‘ในเมื่อระบบภารกิจมันยังใช้งานได้ แสดงว่าระบบอื่นก็ควรจะใช้ด้วยสิถูกไหม?’ เตชินท์คิดว่านี่น่าจะเป็ข้อดีที่เพิ่มขึ้นมาหลังจากเขาจุติมา อย่างไม่รอช้า เขาลองเรียกระบบตรวจสอบสถานะตัวเองขึ้นมา เขาอยากรู้ว่ามีสิ่งใดเพิ่มขึ้นมาบ้างหรือไม่หลังเขาจุติมา เนื่องจากก่อนหน้านี้เขามัวยุ่งอยู่กับการยึดหมู่บ้านก็อบลินให้ได้ เขาจึงคิดว่าอาจพลาดบางอย่างไปก็ได้
นิ่งสนิท ไม่มีสิ่งใดตอบสนองต่อการเรียกใช้งานของเขา แต่เมื่อเขาลองเรียกดูภารกิจอีกครั้ง ไม่ว่าจะภารกิจหลัก ภารกิจรอง หรือล่าสุดภารกิจพิเศษ ทุกภารกิจเรียงออกมาให้เขาอ่านตามใจชอบ
“โธ่ไอ้ฉิบหาย! ไอ้ของไร้ประโยชน์นี่ใช้งานได้ดีเชียว เวรเอ๊ย” เตชินท์สบถออกมาทันที
“มีเื่อะไรหรือเปล่า? เตชินท์!” เสียงเกวลินถามมาจากนอกห้อง นั่นทำให้เตชินท์รู้ตัวว่าเขาทำเสียงดังเกินไป เขาจึงรีบตอบกลับทันทีว่า “ไม่มีอะไรครับพี่ พอดีบอลมันเล่นห่วยแตกไปหน่อย ผมก็เลยเผลอด่ามันดังไปหน่อย”
“งั้นเหรอ?” เสียงของพี่สาวตอบกลับมา แต่ไม่วายที่จะพูดจาค่อนแคะก่อนจากไปว่า “เลิกดูบอลแล้วรีบนอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้มีแรงไว้วิ่งหนีก็อบลินชาวบ้านอีก ฮ่าฮ่าฮ่า”
เตชินท์ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขารู้อยู่แล้วว่าพี่สาวของเขาไม่มีทางเชื่อเื่ที่เขาเป็เ้าเมืองก็อบลินจริง ๆ นอกจากจะได้มาเห็นกับตาตัวเอง แต่นั่นก็เป็สิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นจริงเช่นกัน เตชินท์อยากให้พี่สาวของเขาเดินทางข้ามเขตมายังเมืองของเขาจริง ๆ แม้ไม่รู้ว่าเขาจะปกป้องเธอจากโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้หรือไม่ แต่ขอให้เขาได้ดูแลเธอจนวาระสุดท้ายก็ยังดี
ใต้ฟ้าครามยามแดดเริ่มสาย บนลานกว้างข้างไม้ปลายแหลมที่ถูกจัดเรียงเป็รั้วเรียงตัวล้อมหมู่บ้าน ชายคนหนึ่งยืนใช้จอบค้ำกับพื้นแล้วถอนหายใจออกมา
“ตรงนี้กว้างพอไหมนะ?” เตชินท์ถามตัวเองหลังสำรวจ
เตชินท์รีบออกจากบ้านทันทีที่กินข้าวเช้าเสร็จ เขา้ารีบเริ่มงานให้เร็วที่สุด แม้เขาจะเหลือเวลาอีกตั้งหกวัน แต่หลังเขาหาข้อมูลมา ดูเหมือนการเตรียมคันนาจะสาหัสกว่าที่เขาคิด โดยเฉพาะกับเขาที่ไม่เคยมีความรู้เื่ทำนามาก่อนแถมยังมีเพียงแค่จอบเท่านั้นที่จะใช้ขุดเตรียมหน้าดิน เขาสารภาพเลยว่า เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะทำได้สำเร็จภายในหกวันที่เหลือหรือเปล่า
ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่บริเวณพื้นที่รอบนอกของหมู่บ้านกับเหล่าก็อบลินรับใช้ของเขา เตชินท์จำเป็ต้องทำคันนาขนาดหนึ่งงานตามที่ภารกิจ้า แต่บอกตามตรงว่าเขากะประมาณคำว่าขนาดหนึ่งงานไม่ถูกจริง ๆ
“เฮ้ย พวกนายขุดเลย” เตชินท์ออกคำสั่ง แต่คนรับคำสั่งได้แต่เอียงคอมองเขาอย่างงุนงง เตชินท์รู้สึกเหนื่อยใจ ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของพวกมัน เขารู้อยู่แล้วว่าหาก้าใช้งานเหล่าก็อบลิน เขาจะต้องแสดงตัวอย่างให้ดูก่อน
คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เตชินท์จำใจต้องออกแรงเองก่อน
จอบคืออุปกรณ์ทำการเกษตร ไม่ใช่อาวุธใช้ต่อสู้ เพราะฉะนั้นควรใช้มันให้ถูกกับงาน แต่หลังเตชินท์จรดปลายจอบลงกับพื้นดิน ปรากฏเสียงดัง ‘ปึก’ ราวกับเขาขุดเจอเข้ากับก้อนหินแข็งก็ไม่ปาน เขาทำได้เพียงแซะลงหน้าดินลงไปได้ราวหนึ่งถึงสองเซ็นต์เท่านั้น
“แข็งฉิบหาย” เขาบ่นออกมา
เตชินท์ลองขุดอีกครั้งสองครั้ง ผลจะยังคงเหมือนเดิม เขาจึงหันไปออกคำสั่งกับเหล่าก็อบลินรับใช้อีกครั้ง คราวนี้ได้ผล ก็อบลินทั้งหมดรวมถึงเ้าจ่าฝูงก็อบลินก็แทบจะกระโจนลงมาช่วยขุด แต่ปัญหาคือพวกมันไม่มีตัวใดมีจอบหรืออุปกรณ์ที่ใช้ขุดดินเลย ทุกตัวต่างใช้อาวุธประจำตัวที่เป็ดาบ มีด ลูกตุ้ม และขวานทุบลงพื้นแทน
ตอนนี้สภาพหน้าดินแทบไม่ต่างกับที่เขาเห็นเมื่อครั้งที่เ้าจ่าฝูงก็อบลินเคยพยายามสั่งให้เขาช่วยขุดดินไม่มีผิด เตชินท์รู้สึกสิ้นหวังอย่างบอกไม่ถูก แล้วอย่างนี้เขาจะขุดดินเพื่อทำคันนาได้อย่างไร เ้าจอบที่ได้มาก็ช่างไร้ค่าสิ้นดี เขาอุตส่าห์คาดหวังว่ามันจะพิเศษบ้างแต่ก็ไม่เลย
อย่างไรก็ตาม ทุกการกระทำย่อมไม่เสียเปล่า ดูเหมือนเ้าจ่าฝูงก็อบลินจะแสดงความเป็ก็อบลินระดับแข็งแกร่งที่สุดออกมา หน้าดินที่มันพยายามขุดดูจะมีความหวังมากกว่าใคร แม้การขุดของมันไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่มันก็ดูดีกว่าที่เตชินท์ขุดเสียอีก มันเซาะหน้าดินลงไปได้ลึกราวห้าเซ็นต์ทุกครั้งที่มันขุดลงไป
เมื่อเห็นเช่นนั้น เตชินท์รู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากเ้าจ่าฝูงก็อบลินมีเพียงขวานประจำตัวมันเท่านั้นที่ใช้แทนจอบ และเขาก็ไม่สามารถโอนย้ายิญญาอสูรจอบให้เ้าจ่าฝูงก็อบลินยืมได้ เนื่องจากก็อบลินถือเป็สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาต่ำเกินไป แม้แต่เ้าจ่าฝูงก็อบลินที่เป็ก็อบลินระดับสูงที่สุด มันก็ไม่สามารถรับโอนิญญาอสูรได้ หรือแม้แต่เตชินท์จะยื่นให้มันใช้ตรง ๆ มันก็ไม่ตอบรับ เพราะมันจะไม่ยอมห่างขวานเหล็กประจำตัวมันเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาเชื่อว่า เ้าจ่าฝูงก็อบลินคงขุดหน้าดินให้เขาสำเร็จภายในวันนี้อย่างแน่นอน
“เป็เพราะเรายังไม่มีแต้มพัฒนาเลยสินะ ความแข็งแกร่งของเราถึงไม่พอที่จะขุดลงไปได้”
แต่หลังเห็นเ้าจ่าฝูงก็อบลินสามารถขุดลงไปในดินได้ มันก็ทำให้เตชินท์เข้าใจแล้วว่าแม้แต่ดินในมิติมาตุภูมิก็ยังต้องใช้ความแข็งแกร่ง
หลังคิดได้เช่นนั้น เตชินท์รีบสั่งให้เหล่าก็อบลินหยุดขุดทันที ตอนนี้เขารู้แล้วว่าควรทำสิ่งใดก่อนเป็อันดับแรก
ติ๊ง!
ราวกับมีคนเฝ้าจับตาดูเขาเพื่อกลั่นแกล้ง เตชินท์แทบจะอยากต่อยใครสักคนเพื่อระบายออก โดยเฉพาะกับเ้าระบบภารกิจ หากเขารู้ว่าใครเป็คนคอยส่งภารกิจมาให้เขาจะตรงดิ่งไปกระทืบอีกฝ่ายทันที แล้วเขาก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีกเมื่ออ่านรายละเอียดของภารกิจ
< ภารกิจประจำวัน 1 : บุรุษผู้รักสงบ
เป้าหมาย : งดทำการต่อสู้ทุกรูปแบบ >
“ตูไม่ใช่คนรักสงบโว้ย ไอ้เฮงซวยเอ๊ย” เตชินท์โวยวายด่าทอขึ้นท้องฟ้าทันทีราวกับเขาเห็นหญิงสาวที่เรียกตัวเองว่าเทพธิดากำลังมองลงมายังเขา
กดใจหรือคอมเมนต์เป็กำลังใจกันด้วยนะครับ