ตอนที่ 14 ความห้าวหาญที่โง่เขลา
กองทัพปีศาจและกองทัพเอลฟ์ต่างจับจ้องสองตัวตนปริศนาเบื้องหน้าแข็งค้างราวกับก้อนหิน สมรภูมิรบกลับกลายเป็ป่าช้าในชั่วพริบตา สองตัวตนปริศนานี้ปรากฏตัวขึ้น ณ ใจกลางสนามรบ ไม่มีใครทราบเลยว่ามันปรากฏขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่… ตัวแรกรูปร่างสูงเพรียวสง่าราศีคลับคล้ายกับมนุษย์วัยชรา ตัวที่สองเป็สิ่งมีชีวิตที่รูปลักษณ์แปลกประหลาดตาอย่างถึงที่สุด ผิวขาวซีดราวกับกระดาษ ั์ตาสี่ดวงแดงฉานราวกับโลหิต รูปลักษณ์ราวกับมนุษย์ที่ผอมแห้งติดกระดูก แต่นั่นไม่ใช่เผ่ามนุษย์อย่างแน่นอน…
“สัตว์ประหลาดบ้าอะไรกัน…” ขุนพลปีศาจทั้งสามโพล่งคำด้วยความตกตะลึงงัน ต่อหน้าสเตตัสของผู้ชราเฒ่า
Lv.10 (ดรากอส) (ฮิวเมน) (มนุษย์ชั้นสูง)
เื:100,000
พลังโจมตี:10,000
มานา:120,000
พลังป้องกัน:80,000
ค่าความว่องไว:1,000
ความสามารถในการฟื้นฟู:30หน่วย/วินาที
สกิล:ไม่มี
ค่าสเตตัสที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าฝูงปีศาจและกองทัพเอลฟ์ระดับสูง นี่ราวกับสัญญาณหายนะที่กำลังเคลือบคลานเข้ามา พลังของมันสูงกว่าจอมมารและผู้กล้าเสียอีก!!! ไม่เกินเลยที่จะบอกว่า มันเป็ค่าสเตตัสระหว่างการรวมร่างของจอมมารและผู้กล้า ทั้งที่ความจริงนั้น… นี่เป็ค่าสเตตัสปลอม…
……………………………………………………………………………………
ในระยะทางที่ห่างจากบริเวณสมรภูมิรบหลายสิบกิโลเมตร กล้องเวทมนตร์ประดิษฐ์ในฝ่ามือของสตรีนางหนึ่งได้ร่วงหล่นจากฝ่ามือของนาง สืบเนื่องจากความตกตะลึงที่เข้าจู่โจมในฉับพลัน ตุบ! กล้องเวทมนตร์ประดิษฐ์ที่เอาไว้ส่องระยะไกลตกกระทบพื้นเสียงดังเล็กน้อย
“ฟาฟา! กล้องเวทมนตร์ประดิษฐ์มีมูลค่ามหาศาลเลยนะ!! ท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์เอาตายแน่!!” หญิงสาวในชุดนักผจญภัยก้มหยิบกล้องเวทมนตร์ประดิษฐ์ที่หล่นบนพื้นขึ้นมา เมื่อนางสำรวจกล้องดู นางถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อพบว่ามันไม่เป็อะไรมาก “ฟู่ว~ นึกว่าต้องรับงานขาดทุนซะแล้ว สถานการณ์ในสนามรบเป็อย่างไรบ้าง”
นางหันมองไปทางฟาฟาที่แข็งค้างราวกับก้อนหินไปแล้ว ฟาฟาพยายามรวบรวมสติที่แตกกระเจิง ปลายนิ้วชี้ของนางชี้ตรงไปยังทิศทางหนึ่ง ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้าน “ค่าสเตตัสโดยรวมสูงกว่าจอมมารเดบอส…”
“นี่เ้าล้อข้าเล่นรึไง…” หญิงสาวไม่รอช้าที่จะหยิบกล้องเวทมนตร์ประดิษฐ์ขึ้นมาสอดส่อง ทันใดนั้นเองที่กล้องในมือของนางร่วงหล่นลง… ตุบ… ั์ตาคู่งามทั้งสองแข็งค้าง ลมหายใจขาด่ไปขณะหนึ่ง “นะ…นี่มัน นี่มันอะไรกัน”
พวกนางทั้งคู่เป็นักผจญภัยที่ได้รับการรับรองจากนครหลวงะต่างเป็นักผจญภัยแข็งแกร่งระดับS พวกนางทั้งคู่ได้รับการจ้างวานโดยตรงจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปาแห่งศาสนจักร โดยงานนั้นเป็การสอดแนมความเป็ไปของานี้
นางที่ได้เห็นค่าสเตตัสของตัวตนนั่นถึงกับสติแตกขึ้นมา “ระ…เราควรรีบกลับไปรายงานท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์”
ฟาฟาตบบ่านีนาเพื่อเรียกคืนสติ “นีนา ใจเย็นก่อน นี่เป็โอกาสดีที่จะรวบรวมข้อมูลว่ามันมาดีหรือมาร้าย หรือมันขึ้นตรงต่อใคร…”
“แข็งแกร่งขนาดนั้นยังเป็ลูกน้องใครอีกรึไง! ค่าสเตตัสบ้าๆนั่นฆ่าจอมมารเดบอสได้เลยนะ!! ขนาดผู้กล้านาเนียร์ที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดยังเทียบกับสัตว์ประหลาดนั่นไม่ได้เลย!! นี่ไม่ใช่แค่ต้องรายงานต่อท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์หรือทางศาสนจักรแล้ว นี่ต้องรายงานต่อสมาคมนักผจญภัยแล้ว!!” นีนารู้สึกว่าตนเองกำลังจะเป็บ้าไปจริงๆ ตัวตนแบบนั้นไม่ใช่แค่ภัยคุกคามระดับราชอาณาจักร… มันคือภัยคุกคามที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษยชาติได้เลย!!
“นีนา… ใจเย็นไว้” ฟาฟาดูเหมือนจะรวมรวบสติได้ดีที่สุด อากัปกิริยาของนีนาตอนนี้เป็สิ่งที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ใช่ว่านางไม่มีความมืออาชีพพอ ต่อหน้าตัวตนนั่น อาการของนีนามันสามารถทำความเข้าใจได้จริงๆ…
ไม่ใช่แค่ศาสนจักรที่ส่งหน่วยสอดแนมมาดูความเป็ไปของา นี่ยังมีการมาสำรวจดูของเผ่า์,เผ่าคนแคระ,เผ่าจิ้งจอก,เผ่ายักษา ส่วนใหญ่ที่ได้เห็นค่าสเตตัสของดรากอส พวกมันต่างพากันกลับราชอาณาจักรของตนทันที
……………………………………………………………………………………..
ไม่ใช่แค่สามขุนพลปีศาจ กระทั่ง ผู้นำเอลฟ์ระดับสูงยังแทบกระอักเืออกมา าาเอลฟ์ที่เขาเกรงกลัวยังเทียบไม่ได้กับค่าสเตตัสของตาเฒ่านี่!! ไวท์ที่ใช้อาณาเขตเคลื่อนย้ายมาพร้อมกับดรากอสทอดมองสถานการณ์กลางสนามรบด้วยท่าทางสบายๆ บรรยากาศที่คุ้นเคย…
“กี่สิบปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับสู่สนามรบ” ไวท์พึมพำเบาๆ เขากวาดสายตาไปทั่วทั้งเผ่าปีศาจและทั้งเผ่าเอลฟ์ หลังจากได้เห็นค่าสเตตัสของดรากอสเข้าไป พวกมันคงไม่กล้าแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว “ผู้นำของเผ่าปีศาจและเผ่าเอลฟ์”
สิ้นคำกล่าวของไวท์ เผ่าปีศาจและเผ่าเอลฟ์ยังคงอยู่ในอาการงุนงง เส้นเืปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเฒ่าัดรากอส เ้าพวกนี้มันโง่และไร้ไหวพริบสิ้นดี เฒ่าัแผ่จิตสังหารออกไปพลางกล่าวด้วยเพลิงโทสะ “นายเหนือหัวของข้า …เรียกหาพวกเ้า!!”
ชั่ววินาทีนั้นเองที่ปีศาจและเอลฟ์ทุกคนต่างััได้ถึงูเาที่กดทับร่าง พวกเขารู้สึกเหมือนบนบ่ากำลังแบกูเาที่หนักอึ้ง แรงกดดันนี้ทั้งหนักหน่วงทั้งอึดอัด ท่ามกลางปีศาจนับแสนตน มันย่อมมียอดฝีมือและปีศาจธรรมดา เพียงสามลมหายใจ ปีศาจระดับกลางต่างพากันทยอยสิ้นสติ…
“มะ…ไม่ไหวแล้ว” ปีศาจหลายตนน้ำลายฟูมปาก ร่างกายร่วงหล่นราวกับใบไม้
หลังจากคำเตือนของดรากอสปล่าวประกาศออกไป ขุนพลปีศาจทั้งสามและหัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงพลันตระหนักได้ถึงความโง่เขลาของตนเอง พวกมันต่างพากันตรงดิ่งมาทางตัวตนที่เรียกมัน แน่นอน ทันทีที่ขุนพลปีศาจทั้งสามและหัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงมาถึง พวกมันที่เคยชินกับการเป็ผู้นำย่อมลืมบางสิ่งไป
“คุกเข่า พวกเ้าในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ตั้งคำถามใดๆทั้งนั้น อย่าหาว่าผู้เฒ่าไม่เตือน” ดรากอสกล่าวขึ้น แววตาของผู้ชราเด็ดขาดและน่าสะพรึงอย่างถึงที่สุด
ขุนพลปีศาจทั้งสามและหัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงพากันสะดุ้งโหยงด้วยความใ “นี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ… พวกท่านทั้งสอง้าอะไร” ขุนพลปีศาจที่สองนั้นฉลาดที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ความสามารถทางการรบ เขาเป็นักเจรจาเช่นกัน ทันใดนั้น เสียงคล้ายะเิพลันดังขึ้นจังหวะหนึ่ง ปุ!
แทบจะในทันทีที่เรือนร่างของขุนพลปีศาจที่สองแตกะเิออก โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นใส่ขุนพลที่หนึ่งและขุนพลที่สาม ประหนึ่งสายฟ้าฟาดใส่ทุกสรรพชีวิต ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามเคลื่อนมองไปทางสหายร่วมรบที่เหลือเพียงแต่ต้นขา…
พวกมันหันมองไปทางผู้ชราเฒ่าซึ่งที่ฝ่ามือของเขากลับกลายเป็สีแดงสด…
“ข้าบอกให้คุกเข่า”
ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามไม่รอช้าพลันคุกเข่าต่อหน้าเฒ่าัในทันที
หางคิ้วของดรากอสกระตุกเล็กน้อย “ไม่ใช่ข้า” เมื่อขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามได้ยินเช่นนั้นต่างพากันแหงนศีรษะขึ้นมองด้วยสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด ดรากอสหันมองไปทางเอเลี่ยนไวท์ จู่ๆ ขุนพลปีศาจที่หนึ่งและขุนพลปีศาจที่สามก็ฉลาดขึ้นมา พวกมันเปลี่ยนทิศการคุกเข่าอย่างรวดเร็ว
“เ้านี้ดูอ่อนแอที่สุด ถ้าจับเป็ตัวประกันได้ละก็…” หัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงคิดในใจ มันไม่รอช้าพลันปลดปล่อยสกิลที่ใช้ระยะเวลาในการร่ายน้อยที่สุดแต่ยังคงความรุนแรงชนิดถึงฆาต ทันใดนั้น หอกลมขนาดเล็กได้ถูกสร้างขึ้นในระยะเวลาหนึ่งวินาที แต่ทว่า หนึ่งวินาทีนั้นมันมากพอจะทำให้เฒ่าัรับรู้ได้
ปุ!
เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างกายของหัวหน้าเอลฟ์ระดับสูงที่แตกกระจาย…