เมื่อเฉินอันหลานเข้าไปในห้องพักก็พบว่าคุณพ่อเหลียงและคุณแม่เหลียง ไม่อยู่ที่นี่ ทั้งห้องว่างเปล่าไม่เห็นแม้แต่เงาของพวกเขาไม่ว่าจะข้างในหรือข้างนอก คุณชายตระกูลเฉินลงมาด้านล่างเพื่อจะสอบถามผู้จัดการโรงแรม แต่เมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าจุดต้อนรับ โอเมก้าหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักลงทันที คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบกลับขึ้นไปยังห้องพักของสองสามีภรรยาก่อนจะเปิดม่านหน้าต่างและมองลงไปข้างล่าง ที่ถนนด้านล่างนั้นเขามองเห็นรถตู้สีดำกำลังขับผ่านประตูโรงแรมเพื่อแล่นออกสู่ทางหลวงด้านนอก ไม่นานนักก็หายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว
ตอนนั้นเอง ผู้จัดการโรงแรมก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“คุณชายสาม คุณชายสามครับ...”
แววตาของเฉินอันหลานฉายประกายเย็นเยียบ เขาหมุนตัวไปหาผู้มาเยือนแล้วพุ่งเข้าบีบคออีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“พวกเขาไปไหน?!”
คนที่ถูกบีบคอตื่นตกใจเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าเฉินอันหลานจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้ถึงขนาดนี้ ด้วยความหวาดหวั่นจึงทำให้เขาไม่กล้าแสดงปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ และไม่แม้แต่จะสามารถเปิดปากพูด
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ สีหน้าของเฉินอันหลานก็คล้ำเข้มมากยิ่งขึ้น
“ฉันให้นายเป็นคนดูแลพวกเขาทั้งคู่ให้ดี ๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วพวกเขาหายไปไหน นายทำพวกเขาหายไปไหน?!”
“คุณ… คุณชายสามครับ...”
เมื่อเห็นว่าผู้จัดการของโรงแรมเริ่มหายใจไม่ออก เฉินอันหลานจึงหรี่ตาลงก่อนจะสะบัดมือที่บีบรอบคออีกฝ่ายออก
ผู้จัดการไอแห้ง ๆ สองสามทีเมื่อลำคอถูกปล่อยเป็นอิสระ หลังจากอาการดีขึ้นแล้วจึงยื่นนามบัตรใบหนึ่งให้คุณชายสามด้วยมืออันสั่นเทาจากความหวาดกลัว
“นี่… นี่เป็นนามบัตรที่คุณคนนั้นฝากไว้กับเคาน์เตอร์ครับ ด้านบน... ด้านบนมีข้อความฝากไว้ด้วยครับ”
เฉินอันหลานกวาดตามองผู้จัดการอย่างสังเกตท่าที ก่อนจะรับนามบัตรนั้นมาดู
“เอ่อ...อยู่อีกด้านครับ” ผู้จัดการโรงแรมบอก
เฉินอันหลานพลิกดูอีกด้านของนามบัตรก่อนพบกับอักษรที่เขียนด้วยลายมือสามพยางค์ ‘ห้องเก็บศพ’
“นี่เป็นนามบัตรของลูกค้า คนที่พูดคุยกับคุณชายสามข้างล่างเมื่อสักครู่ครับ เขาแจ้งชื่อกับเคาน์เตอร์ไว้ว่าหมิงจวงครับ”
แววตาของเฉินอันหลานเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“เขาพูดอะไรอีก?”
“เขาบอกว่าถ้าอยากเจอพวกเขาให้ไปตามที่อยู่นี้ครับ”
‘ห้องเก็บศพ?’
เฉินอันหลานเข้าใจในเจตนาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนในทันที โอเมก้าหนุ่มจึงรีบตรงไปยังสถานีตำรวจอย่างรวดเร็ว
※※※※※※※※※※
ณ สถานีตำรวจ
คุณหมอหลิวกำลังเซ็นชื่อลงบนเอกสารฉบับหนึ่ง หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ปิดเอกสารลง ก่อนจะนำทางคุณพ่อคุณแม่เหลียงเดินเข้าไปรับศพในห้องเก็บศพ หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วคุณพ่อเหลียงและคุณแม่เหลียงก็ได้นำศพของบุตรชายกลับบ้าน
หมิงจวงสั่งให้ลูกน้องทั้งสองคนที่มาด้วยเข้าไปช่วยสองสามีภรรยา
“เมื่อเช้าคุณชายเฉินโทรศัพท์มาบอกว่าจะมาดูด้วยตัวเอง แต่จู่ ๆ ทำไม เขาถึงไม่มาเสียล่ะครับ?”
“พอดีมีเรื่องด่วนจริง ๆ ที่เขาต้องไปจัดการน่ะครับ เลยขอร้องให้ผมพาผู้อาวุโสทั้งสองมารับศพแทนครับ”
“อย่างนี้นี่เอง” เมื่อเข้าใจแล้วคุณหมอหลิวก็หันไปมองสองผู้อาวุโสเหลียง ที่กำลังกอดกันร้องไห้อย่างเจ็บปวดอยู่ข้างศพลูกชาย “อายุก็มากขนาดนี้แล้ว ดันมาเสียลูกชายไปอีก น่าสงสารจริง ๆ”
หมิงจวงไม่พูดอะไรนอกจากยืนมองลูกน้องของตัวเองเข็นร่างไร้วิญญาณของเหลียงลั่วหยินออกจากห้องเก็บศพ
“นั่งรถไฟกลับชนบทจะต้องใช้เวลาสองสามวัน ไหนจะต้องหาทางพาศพขึ้นเขาที่ไม่รู้จะนานเท่าไหร่อีก เวลายาวนานขนาดนี้อาจจะคงสภาพศพให้ดีไม่ได้” คุณหมอหลิวทักขึ้น
“ไม่ต้องรอนานขนาดนั้นหรอกครับ”
“เรียกรถมารับเหรอ?”
หมิงจวงก้มหัวให้คุณหมอหลิวด้วยความเคารพ จากนั้นก็เดินประคอง คุณแม่เหลียงที่ร้องไห้จนแทบไม่มีแรงเดินเข้าไปในลิฟต์ เพราะรู้สึกตงิดใจแปลก ๆ คุณหมอหลิวจึงเดินตามไปดู ก่อนจะเห็นว่าลิฟต์นั้นเลื่อนขึ้นไปชั้นบน ไม่ได้เลื่อนลงไปด้านล่างตามที่ควรจะเป็น
‘หรือว่าจะลืมกดชั้นลิฟต์กันนะ?’
“คุณหมอหลิวครับ”
ในตอนนั้นเอง เฉินอันหลานก็พุ่งออกมาจากลิฟต์อีกตัวหนึ่ง นายตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาหาคุณหมอหลิวด้วยสีหน้าร้อนรน นั่นทำให้คุณหมอหลิวยิ่งรู้สึกแปลกใจ เข้าไปใหญ่
“คุณเฉิน คุณมีธุระด่วนต้องไปจัดการไม่ใช่เหรอ จัดการเสร็จแล้วเหรอครับ?”
‘ธุระด่วน?’
เฉินอันหลานฉุกคิดได้ว่าอาจจะเป็นหมิงจวงที่เป็นคนมารับศพของเหลียงลั่วหยิน เขาจึงไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมแก่คุณหมอหลิว แต่รีบเอ่ยถามเรื่องที่ตนอยากรู้
“เรียบร้อยแล้วครับ ว่าแต่คุณหมอหลิวครับ ศพของลั่วหยินล่ะครับ?”
“ถูกพาไปแล้วครับ เมื่อกี้นี่เอง” คุณหมอหลิวชี้ไปยังลิฟต์ที่กำลังเลื่อนขึ้นไป ชั้นบน “พวกเขาขึ้นไปข้างบน ถ้าคุณขึ้นไปตอนนี้ก็อาจจะทันส่งเขาก็ได้นะ”
“ขอบคุณครับคุณหมอหลิว ผมขอตัวไปดูก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ”
เฉินอันหลานรีบกดลิฟต์และเข้าไปในลิฟต์ทันทีเมื่อลิฟต์มาถึง เขาคิดว่า การที่หมิงจวงจะเป็นคนส่งศพของเหลียงลั่วหยินกลับบ้านนั้นย่อมไม่ใช่ใช้รถยนต์ที่มารับที่ชั้นล่าง ดังนั้นเขาจึงกดลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด เมื่อประตูเปิดออก เฉินอันหลานก็วิ่งตรงขึ้นไปยังดาดฟ้าทันที ในตอนที่เขาเปิดประตูดาดฟ้าและวิ่งออกไปนั้น โอเมก้า หนุ่มก็พบว่าศพของเหลียงลั่วหยินถูกยกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปแล้ว และเวลานี้คุณพ่อคุณแม่เหลียงก็กำลังจะก้าวตามไป
“คุณชายเฉิน”
เฉินอันหลานกำลังจะวิ่งเข้าไปขัดขวาง ทว่าถูกหมิงจวงที่ยืนอยู่ด้านข้างยื่นมือเข้ามาขวางไว้
“นายจะทำอะไร?”
“ศพถูกขนขึ้นไปแล้ว จะให้เอาลงมามันยุ่งยากมากนะครับ”
เฉินอันหลานขมวดคิ้ว
“ลานเซลอตคิดจะทำอะไร คิดจะใช้เรื่องนี้มาเตือนฉันว่าอย่าต่อต้านเขา งั้นเหรอ?”
“นายน้อยไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะครับ” หมิงจวงหันไปมองคุณพ่อเหลียงและคุณแม่เหลียงที่กำลังขึ้นเครื่องตรงหน้า “คุณชายเฉินก็เห็นแล้วนี่ครับ นายน้อยแค่อยากจะช่วยด้วยการนำศพของเหลียงลั่วหยินและพาครอบครัวของเขากลับไปส่ง ที่บ้านอย่างปลอดภัย”
“เขาใจดีขนาดนั้นเลย?”
“ถ้าคุณชายเฉินไม่เชื่อล่ะก็ เดี๋ยวรอให้ผมส่งพวกเขากลับไปถึงบ้านชนบทบนภูเขาอย่างปลอดภัยก่อน คุณชายเฉินก็ค่อยโทรศัพท์ไปถามพวกเขาก็ได้ครับ”
เฉินอันหลานไม่คิดสนใจ เขาสะบัดมือของหมิงจวงออกและเตรียมจะเดิน เข้าไปยังเฮลิคอปเตอร์
“คุณชายเฉิน” หมิงจวงเรียกอย่างต้องการรั้งเฉินอันหลานไว้ “ศพไม่สามารถวางไว้ข้างนอกนาน ๆ ได้นะครับ ถ้าคุณคิดจะจัดหารถไปส่งพวกเขา อย่างเร็วที่สุด ก็ต้องใช้เวลาสองสามวัน อย่าว่าแต่ระยะทางที่ไกลมากเลย แม้แต่รถดี ๆ ก็ไม่มีทาง ขับขึ้นไปในหมู่บ้านบนเขาสูงแบบนั้นได้อย่างราบรื่นหรอกครับ”
เท้าที่กำลังก้าวอยู่หยุดชะงักลง เฉินอันหลานยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนเพียงแค่ปรายตามองไปทางคุณพ่อเหลียงและคุณแม่เหลียงที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์
หมิงจวงเดินไปด้านหน้าของเฉินอันหลาน
“ยิ่งนำศพกลับไปประกอบพิธีฝังเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะครับ ไม่ว่าจะต่อศพของเหลียงลั่วหยินเองหรือว่าต่อพ่อแม่ของเขา ก็ย่อมดีทั้งสองฝ่าย”
“พวกนายช่วยฉันมากขนาดนี้ ฉันจะขอบคุณพวกนายยังไงดีล่ะ?” เฉินอันหลานประชดประชันอย่างเย็นชา
“เมื่อคืนนายน้อยทำร้ายคุณ” หมิงจวงหันไปมองเฉินอันหลาน “นี่ถือว่าเป็นการขอโทษแล้วกันครับ”
คำพูดนั้นทำให้เฉินอันหลานมีสีหน้ามืดครึ้มลง
เฮลิคอปเตอร์พาศพของเหลียงลั่วหยินพร้อมกับพ่อแม่วัยชราทั้งสองเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากว้าง เฉินอันหลานที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่กล่าวคำลา ได้แต่มองดูเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นบินห่างออกไปเรื่อย ๆ ใจของโอเมก้าหนุ่มแทบอยากจะบินตามศพของเหลียงลั่วหยินกลับไปด้วย
“ผมขอตัวก่อนนะครับ คุณชายเฉิน”
“เดี๋ยวก่อน”
“คุณชายเฉินมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”
เฉินอันหลานละสายตากลับมาจากทิศทางที่เฮลิคอปเตอร์ลับตาไปก่อนหันหน้าไปมองชายหนุ่มในชุดคลุมสีขาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หลังจากไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า เฉินอันหลานก็เดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะจ้องมองฝ่ายนั้นนิ่งแล้วเอ่ยถามขึ้น
“บาวดี้อยู่ที่ไหน?”
หมิงจวงยิ้ม
“คุณชายเฉินเปลี่ยนความคิดแล้วเหรอครับ?”
“พาฉันไปหาเขา”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ระหว่างทางที่มาสถานีตำรวจ นายน้อยของเรา เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน”
“หมายความว่ายังไง?”
“นายน้อยอยากจะเก็บเขาเอาไว้ก่อนสักสองสามวันน่ะครับ”
เฉินอันหลานหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะเดียวกันก็จ้องหมิงจวงเขม็งด้วยแววตาดุดัน
หมิงจวงหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นก็โค้งตัวแสดงความเคารพให้ เฉินอันหลาน ก่อนจะเดินออกจากดาดฟ้าไป
‘ครืน ครืน ——’
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ที่อยู่บนตัวของเขาก็ดังขึ้น เฉินอันหลานละสายตากลับมาจากหมิงจวง ก่อนจะล้วงไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเหลยจิน จึงได้กดรับสาย
(คุณชายสามครับ)
“มีอะไร?”
(เรื่องที่คุณชายสามให้ผมไปค้นหาช่องทางการซื้อยาของคริส ตอนนี้มีเบาะแสแล้วนะครับ)
“ว่ามา”
เฉินอันหลานคุยโทรศัพท์พร้อมกับก้าวเดินไปยังประตูดาดฟ้า
(เขาซื้อมาจากคนที่ชื่อหลินฉ่าวเจ๋อครับ)
“หลินฉ่าวเจ๋อ? เขาเป็นใคร?”
(เป็นพ่อค้าตลาดมืดครับ และเป็นคนที่มีอิทธิพลมากในเส้นทางนี้ด้วย ใครที่เจอเขาเป็นไม่กล้าหือกับเขาทุกราย คุณหมอคริสซื้อของมาจากมือของเขา แต่...เอ่อ...คุณชายสามครับ…)
“พูดมา”
(แต่ว่ากันว่าคุณชายหลินคนนี้เป็นคนที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังไม่ธรรมดา ห้ามเข้าไปยุ่งเด็ดขาด คุณชายสาม…)
“จะหาเขาเจอได้ที่ไหน?”
(คุณชายสาม...) เหลยจินที่อยู่ปลายสายทั้งลังเลทั้งร้อนรน แต่เมื่อเห็นว่าจะอย่างไรเขาก็คงพูดโน้มน้าวอีกฝ่ายไม่ได้ จึงทำได้เพียงบอกเรื่องที่ตัวเองรู้ออกมาทั้งหมด
(อาเรียครับ คุณชายหลินมักจะไปพักผ่อนที่นั่นอยู่บ่อย ๆ ครับ)
‘อาเรีย?’
นั่นมันถิ่นของเหอเหวยปังไม่ใช่เหรอ?
เท้าที่กำลังเดินลงบันไดหยุดชะงักลงทันที หลังจากที่นิ่งค้างไปหลายวินาทีเฉินอันหลานก็กดวางสายก่อนจะพุ่งลงไปชั้นล่างอย่างรีบร้อน
.
.
.
ตรงข้ามสถานีตำรวจ
ลานเซลอตนั่งรออยู่ในรถคันหนึ่ง เขาเห็นเฉินอันหลานเดินออกมาจาก สถานีตำรวจ และรีบร้อนขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างทางจากนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว จนหายลับไปสุดสายถนน
“นายน้อยครับ ผมจัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ” หมิงจวงที่นั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับพูดขึ้น
ลานเซลอตละสายตากลับมาจากหน้าต่าง
“ทำผิดก็ต้องชดใช้อย่างสาสม ตัดนิ้วชี้แล้วส่งไปให้เขา”
“ครับ นายน้อย”
“ตามไป”
หมิงจวงก้มหน้าลง ก่อนจะออกคำสั่งให้คนขับออกรถตามเฉินอันหลานไป
เฉินอันหลานขับรถเร็วมาก ถ้าไม่ใช่เพราะหมิงจวงได้ทำการติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอยตามเอาไว้ที่ท้ายรถตอนที่เดินออกมาล่ะก็ วันนี้พวกเขาคงตามอีกฝ่ายไม่ทันอย่างแน่นอน
เฉินอันหลานเลี้ยวรถเข้าไปยังมุมถนน โดยมีรถของลานเซลอตขับตามเข้าไปทันที แต่ทันใดนั้น ตัวนำทางของอุปกรณ์สะกดรอยตามก็หายไปเสียดื้อ ๆ
หมิงจวงสั่งให้คนขับจอดรถทันที แต่เมื่อลงมาสำรวจสถานการณ์ข้างนอกนั้นเขาก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติจากทางฝั่งขวา ถึงอย่างนั้นหมิงจวงก็ยืนนิ่งไม่ขยับ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่ปากปืนกระบอกหนึ่งจ่อเข้ามาบนขมับเขา และเมื่อหันกลับไปมองคนที่จ่อปืน ——
‘เฉินอันหลาน’
“ทำไมไม่ตอบโต้ล่ะ?”
“คุณชายเฉินลงมือเร็วกว่าครับ”
“ถึงจะเร็วแค่ไหนก็คงไม่เร็วเกินสายตาของนายได้หรอก”
เฉินอันหลานพูดประชด จากนั้นก็เก็บปืนกลับเข้าที่ก่อนจะนำอุปกรณ์สะกดรอยตามที่ติดอยู่ท้ายรถโยนให้กับหมิงจวง เขาเดินมาทางด้านข้างของรถจากนั้นก็เปิดประตูแล้วขึ้นไปนั่งบนรถที่มีลานเซลอตอยู่ภายในโดยไม่พูดไม่จา
คนขับรถที่นั่งอยู่ด้านหน้าเตรียมจะลงมือปกป้องนายเหนือหัวของตน แต่ถูกหมิงจวงส่ายหน้าห้ามปรามเสียก่อน
การกระทำเหล่านั้นอยู่ในสายตาของเฉินอันหลานตลอด เขาหันหน้าไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยสายตาเรียบเฉย
“ตอนแรกก็ส่งคนไปพาพ่อแม่ของเหลียงลั่วหยินไปรับศพตัดหน้าผม พอมาตอนนี้ก็ยังสะกดรอยตามผมมาอีก ดูเหมือนผู้นำตระกูลเอสเตจะว่างมากนะครับ” ลานเซลอตยังคงนั่งนิ่งไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา
“ทำไมต้องสะกดรอยตามฉัน?”
“ที่นายพูดก็ถูกแล้วนี่”
“อะไร?”
“ฉันว่างมาก”
เฉินอันหลานควบคุมอารมณ์ไม่อยู่อีกต่อไป สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม
“ฉันไม่รู้ว่านายคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่ฉันจะบอกนายไว้อย่าง ฉันไม่ชอบ ให้ใครมาเฝ้ามองและสะกดรอยตาม ถ้านายจะเล่นแบบนี้อีก ฉันจะจับกุมนายทันที!”
นัยน์ตาสีดำสนิทเคร่งขรึมลงทันที ลานเซลอตหันกลับไปมองเฉินอันหลาน
“จับกุมในข้อหาอะไร?”
“ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่”
“ฉันจำได้ว่านายกำลังหยุดพักผ่อนอยู่นี่”
“หยุดพักก็ปฏิบัติหน้าที่ได้”
ลานเซลอตเลิกคิ้วสูง ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กกว่า
“ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน เอาแบบนี้ไหม ฉันจะแนะนำวิธีที่สะบัดฉันให้หลุด”
เฉินอันหลานจ้องมองลานเซลอตเขม็งโดยไม่พูดอะไร
ลานเซลอตขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูบางอยู่รอมร่อ
“ฟ้องฉันในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศสิ”
ใบหน้าของเฉินอันหลานมืดครึ้มลงกว่าเดิม หลังจากถลึงตาใส่คนลามกไปครั้งหนึ่ง โอเมก้าหนุ่มก็รีบเปิดประตูลงจากรถทันที และไม่ลืมกระแทกประตูปิดอย่างแรง
ลานเซลอตมองตามเฉินอันหลานที่วิ่งจากไป ดวงตาสีรัตติกาลปรากฏแววลึกซึ้งที่มากขึ้นกว่าเดิม
เล่ม 4 วางขาย 17 ธันวาคมนี้จ้า