หลังจาก่เวลา 7 วันแห่งการฟื้นฟูและพัฒนาพลังเวท จินได้สั่งให้อควาออกไปสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทรงอิทธิพลที่เข้าร่วมประมูลใน่ท้ายของงาน พวกเขาไม่ได้ปกปิดตัวตน คงสามารถสืบได้ไม่ยาก
“อควา ข้า้าข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับคนที่มาประมูล่ท้ายเ่าั้” จินกล่าวขณะที่เขากำลังจัดเรียงหินมานาที่เหลือ “พวกเขาคือใคร มาจากกองกำลังใด และผู้ที่ได้แหวนไปนั้นมีความสำคัญเพียงใด”
“รับทราบ” อควาตอบรับเสียงเรียบ ก่อนจะหายตัวไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
ไม่นานนัก อควาก็กลับมาพร้อมข้อมูลที่ครบถ้วนและแม่นยำ จินนั่งฟังอย่างตั้งใจขณะที่อควารายงาน
“จากการหาข้อมูลของข้า ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่มาเข้าร่วมการประมูลใน่ท้าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประมูลแหวน”
“ผู้ที่ประมูลแหวนมารีนัสแห่งรัตติกาลไปได้คือ องค์ชายสาม ‘ซีริอุส’ แห่งราชวงศ์อาคาเน่” อควาเริ่มรายงาน
“ราชวงศ์อาคาเน่เป็ราชวงศ์ปกครองเมืองเออร์มา ซึ่งเป็เมืองหลวงและศูนย์กลางอำนาจที่สำคัญของอาณาจักร องค์ชายซีริอุสมีชื่อเสียงด้านความสามารถและความทะเยอทะยาน การมาประมูลครั้งนี้เป็การออกมาหาประสบการณ์ส่วนตัวพร้อมกับกองอัศวินส่วนพระองค์ ซึ่งล้วนแต่เป็ยอดฝีมือ โดยมีหัวหน้าองครักษ์ส่วนพระองค์ ระดับอัศวินขั้นกลางคุ้มกันอย่างใกล้ชิด องค์ชายซีริอุสนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของราชวงศ์ และพลังปัจจุบันอยู่ที่อัศวินชั้นสูง”
“ตัวแทนจากสถาบันจอมเวทที่เข้าร่วมประมูลคือ ศาสตราจารย์ ‘เอลาริส’ แห่งสถาบันจอมเวทเอเทรียม”
“สถาบันนี้ตั้งอยู่ในเมืองถัดจากเทอร์วา และเป็หนึ่งในสี่สถาบันจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปวาโรเร็น อาจารย์เอลาริสเป็จอมเวทาุโที่ทรงอิทธิพลมาก มีระดับพลังอยู่ที่จอมเวทชั้นสูง”
“สำหรับผู้ที่มาจากตระกูลเวทคือ ท่านผู้าุโ ‘อิสคาร์ ฟอร์จูน่า’ แห่งตระกูลฟอร์จูน่า”
“ตระกูลฟอร์จูน่าเป็หนึ่งในสิบตระกูลจอมเวทที่ทรงอำนาจที่สุดในทวีปวาโรเร็น และมีฐานที่มั่นอยู่ในเมืองอีกแห่งหนึ่งที่ห่างออกไป ท่านอิสคาร์เป็ผู้ทรงอิทธิพลในตระกูล มีระดับพลังอยู่ที่จอมเวทชั้นสูงเช่นกัน”
“นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนจากกิลด์พ่อค้าขนาดใหญ่ กิลนักสำรวจและขุนนาง ซึ่งส่วนใหญ่มีระดับพลังอยู่ที่ระดับจอมเวทชั้นต้นเป็ส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่มีระดับจอมเวทชั้นกลาง ที่มาเพื่อจับตาดูสถานการณ์และอาจจะร่วมประมูลในบางรายการที่น่าสนใจ”
จินพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากได้ฟังข้อมูลทั้งหมด “ขอบใจมาก”
หลังจากได้ข้อมูลที่จำเป็แล้ว จินก็มุ่งความสนใจไปที่ผลึกแห่งความทรงจำโบราณที่วางอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง ด้วยพลังเวทที่ฟื้นคืนมาอย่างสมบูรณ์ และขีดจำกัดในการกักเก็บมานาที่เพิ่มขึ้น เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าคราวนี้จะสามารถไขปริศนาของมันได้
จินหยิบผลึกขึ้นมา มันยังคงเรืองแสงสีขาวนวลอย่างลึกลับ เขานั่งลงบนพื้นห้องในท่าขัดสมาธิ วางผลึกไว้บนฝ่ามือที่ประสานกัน ปิดเปลือกตาลง และรวบรวมสมาธิทั้งหมด เขาััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากผลึก ราวกับกำลังจะบดขยี้จิตใจของเขา
เขาเริ่มเชื่อมต่อกับ ‘เรลม์ แห่งความเป็ไปได้’ อีกครั้ง คราวนี้พลังของเขาแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าครั้งแรกมาก จินค่อยๆปล่อยกระแสจิตและมานาบริสุทธิ์ของตนเองเข้าสู่ผลึก พยายามััถึงโครงสร้างและความลับที่อยู่ภายใน
ในอดีต เมื่อพลังของเขาอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด การเชื่อมต่อนี้เป็ไปอย่างยากลำบากและพลังงานไม่เพียงพอ แต่ตอนนี้ ด้วยร่างกายที่เปรียบเสมือนภาชนะอันโอฬารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมานา จินรู้สึกว่าเขาสามารถ "มองเห็น" โครงสร้างอันซับซ้อนของผลึกได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น การทำความเข้าใจโครงสร้างที่ซับซ้อนและข้อมูลมหาศาลนี้ก็ทำให้สมองของเขาปวดหนึบราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
กระแสจิตของจินเริ่มสำรวจเข้าไปในส่วนลึกของผลึก ราวกับกำลังเดินทางผ่านเขาวงกตแห่งความรู้และข้อมูล เขาััได้ถึงคลื่นพลังงานที่แตกต่างจากมานาทั่วไป คล้ายกับ "ความทรงจำ" ที่ถูกผนึกไว้ภายใน
จินใช้พลังสรรสร้างของเขา พยายาม "แกะรอย" และ "ทำความเข้าใจ" กลไกการทำงานของผลึก ราวกับกำลังซ่อมแซมเครื่องจักรโบราณที่ซับซ้อน เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ แต่เขาก็พร้อมที่จะทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อปลดล็อกความลับที่เชื่อมโยงกับอดีตที่หายไป
จินจมดิ่งสู่ห้วงแห่งสมาธิ พลังสรรสร้างของเขาค่อยๆสอดประสานเข้ากับผลึกแห่งความทรงจำโบราณอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ภาพเลือนรางเริ่มฉายชัดในจิตใจของเขา เป็ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ภายในผลึก จินรู้สึกราวกับกำลังย้อนเวลากลับไปััอดีตอันไกลโพ้น
พลังงานที่หลั่งไหลจากผลึกนั้นแตกต่างจากมานาทั่วไป มันคือกระแสแห่งข้อมูลและความทรงจำที่เก่าแก่เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้ เขาพยายามทำความเข้าใจโครงสร้างที่ซับซ้อนของผลึก และเข้าถึงแก่นแท้ของมัน
ในวินาทีที่จิตของเขาัักับผลึก ภาพและเสียงมากมายก็ถาโถมเข้ามาในหัวของเขา!
ไม่ใช่ภาพหลอนที่ทรมานจิตใจเหมือนครั้งก่อน แต่เป็ภาพที่ชัดเจนและมีชีวิตชีวา ภาพของโลกที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน!
เป็ยุคที่ท้องฟ้ามีดวงจันทร์เพียงดวงเดียว โลกที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์อันบริสุทธิ์และสิ่งมีชีวิตโบราณที่ทรงพลัง ปราสาทลอยฟ้าที่ส่องประกายราวกับอัญมณี อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่ปกครองโดยจอมเวทผู้ทรงภูมิปัญญา
และแล้ว ภาพของชายคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้น เขาคือชายหนุ่มรูปงามที่มีผมสีเงินยาวสลวย ดวงตาของเขาลึกซึ้งราวกับท้องฟ้าในยามราตรี เขากำลังยืนอยู่บนยอดหอคอยที่สูงเสียดฟ้า สองมือยกขึ้นสู่เบื้องบน คล้ายกำลังร่ายเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
“อาร์เทมิส…” เสียงหนึ่งดังก้องในห้วงความคิดของจิน เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาลัยภาคภูมิใจ และแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
ผลึกเริ่มสั่นะเืเบาๆ แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นและอ่อนลงเป็จังหวะราวกับกำลัง “หายใจ” จินรู้สึกว่าความทรงจำเ่าั้กำลังไหลเข้าสู่จิตใจของเขาอย่างรวดเร็วและเป็ระเบียบ เหมือนสายน้ำที่หลั่งไหลลงสู่มหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
ความรู้เกี่ยวกับการใช้พลังธาตุขั้นสูง… ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรที่สาบสูญ… เื่ราวของลอร์ดแห่งความว่างเปล่าที่เคยถูกขับไล่ออกจากทวีปวาโรเร็นแห่งนี้… และข้อมูลที่สำคัญที่สุดคือ… รายละเอียดของการใช้พลังการสรรสร้างในระดับที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาเคยรู้มา
จินเห็นภาพอาร์เทมิสสร้างชีวิตขึ้นมาจากธาตุว่างเปล่า สร้างูเาไฟจากเปลวเพลิง สร้างมหาสมุทรจากหยดน้ำเล็กๆ และสร้างกองทัพิญญาเพื่อต่อสู้กับความมืดมิด
“ความทรงจำบางส่วนของอาร์เทมิส เดอรา โวลต้า…” จินพึมพำกับตัวเอง เมื่อเขาสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเ่าั้เข้ากับสิ่งที่อควาเคยบอกได้อย่างสมบูรณ์
ผลึกนี้คือสิ่งที่อาร์เทมิสทิ้งไว้!
ข้อมูลไหลบ่าเข้ามาไม่หยุด จินรู้สึกเหมือนเขากำลังได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของโลกใบนี้ และโลกในอดีตที่หายสาบสูญไป เขาได้รู้ว่า ลอร์ดแห่งความว่างเปล่านั้นแท้จริงแล้วคือ ปรสิตแห่งมิติ ที่พยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งในทวีปแห่งนี้ โดยใช้แกนอสูรธาตุมืดเป็ช่องทางในการขยายอิทธิพล และมันยังคงมีเศษเสี้ยวของมันหลงเหลืออยู่ในโลกนี้ และกำลังพยายามกลับมาอีกครั้ง
จินยังได้รู้ว่า แท้จริงแล้วพลังแห่งการสรรสร้างไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสิ่งของ แต่เป็การ เชื่อมโยงจิติญญาของผู้สรรสร้างเข้ากับแก่นแท้ของโลก ทำให้สามารถดึงเอา "ความเป็ไปได้" ทั้งหมดมาสร้างสรรค์เป็ "ความจริง" ได้ และพลังนี้ยังสามารถ สร้างสิ่งมีชีวิตที่มีจิติญญาเป็ของตัวเอง เช่นเดียวกับอควา
และค้นพบเคล็ดลับในการใช้พลังสรรสร้างเพื่อพัฒนาธาตุของเขา รวมถึงเ้าถึงความเข้าใจในธาตุอื่นๆ เช่นพัฒนาเวทวารีให้กลายเป็เวทน้ำแข็ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้กับพลังธาตุน้ำของเขา อย่างไรก็ตาม มันระบุว่าเขาจะต้องพัฒนาพลังเวทให้ถึงจอมเวทขั้นต้นเสียก่อน จึงจะสามารถพัฒนาและใช้พลังน้ำแข็งหรือธาตุอื่นๆที่พัฒนาได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อข้อมูลทั้งหมดถูกหลอมรวมเข้าสู่จิตใจของจิน ผลึกแห่งความทรงจำก็ค่อยๆ ส่องแสงจางลง และกลายเป็เพียงหินธรรมดาที่ไร้ซึ่งพลัง
จินถอนพลังของเขาออกจากผลึกแห่งความทรงจำอย่างช้าๆ ผลึกกลับมานิ่งสงบอีกครั้ง แต่คราวนี้จินรู้แล้วว่าภายในมันมีความลับอะไรซ่อนอยู่
จินลืมตาขึ้นมา ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตาของเขากลับฉายแววความเข้าใจอันลึกซึ้ง และความมุ่งมั่นที่แข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม เขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับเข้ามา
“ได้อะไรมาบ้าง?” อควาถาม เมื่อเห็นจินลืมตาขึ้น
จินถอนหายใจ
“มากเกินกว่าที่คาด” น้ำเสียงของเขาหนักอึ้ง
เขามองไปยังอควา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความใ ความโกรธ และความเข้าใจในโชคชะตา “ลอร์ดแห่งความว่างเปล่า… มันไม่ใช่แค่เื่เล่าปรัมปรา”
“และข้าก็รู้แล้วว่าทำไมพวกสหภาพแห่งดวงดาวถึงได้ออกกฎ ‘มาตรา 13 แห่งการควบคุม’ แต่ไม่ใช่แค่คนกลุ่มหนึ่ง แต่เป็กฏร่วมที่มีการตกลงกันทั้งทวีป” จินกัดฟันแน่น ภาพของอาร์เทมิสที่ถูกบีบให้กลายเป็วายร้ายวนเวียนอยู่ในหัว
“คนเ่าั้ไม่้าให้ใครมีอำนาจมากเกินไป จนกลายเป็ภัยคุกคามต่อพวกเขาเหมือนอาร์เทมิส” จินอธิบาย “แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้คือ.. ภัยคุกคามที่แท้จริงนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมากนัก เมื่อแสนปีก่อนเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
"สรุปแล้วอาร์เทมิสไม่ได้้าครองทวีปวาโรเร็น แต่้าพลังเพื่อไว้ต่อสู้กับลอร์ดแห่งความว่างเปล่าอีกครั้ง และพยายามพัฒนาปรับเปลี่ยนทวีป แต่พวกมันกลัวเสียอำนาจที่มีเลยต่อต้าน งั้นรอบหน้าก็คงต้องให้สู้เองเลยแล้วกัน" เสียงของจินแฝงด้วยความเยือกเย็น
จินก้าวเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังเมืองเทอร์วาที่คึกคัก แต่แววตาเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ มีเพียงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น