หลังจากที่เฮ่อหลานจวินได้กินยาคืนชีพไปแล้วหนึ่งเม็ด พิษที่สะสมอยู่ในร่างกายมาเป็เวลานานก็ถูกขับออกมาเล็กน้อย
“ท่านยังอยากอาเจียนอยู่หรือไม่เ้าคะ” กู้หยูม่านถามหลังจากที่นางเช็ดคราบเืที่อยู่มุมปากให้กับเฮ่อหลานจวิน
“ข้าไม่รู้สึกคลื่นไส้อีกแล้ว อาการแน่นหน้าอกก็ไม่มีแล้วเช่นกัน” เฮ่อหลานจวินกุมมือกู้หยูม่านไว้แน่น “ขอบใจเ้ามากที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ม่านม่าน...ข้าสัญญาว่าข้าจะตอบแทนเ้าไปชั่วชีวิต”
“ท่านจะรีบขอบคุณไปไยเ้าคะ ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านเพิ่งกินยาคืนชีพไปได้แค่เม็ดเดียว ยังเหลือที่ต้องกินอีกตั้งสี่เม็ด พิษที่อยู่ในร่างกายถึงจะถูกขับออกมาหมด” กู้หยูม่านบอก
“เช่นนั้น...” เฮ่อหลานจวินมองกู้หยูม่านด้วยสายตาหวานซึ้ง “เ้าจะให้ข้าเปลี่ยนคำขอบคุณเป็อะไรดีเล่า”
“เปลี่ยนเป็การกระทำสิเ้าคะ คำพูดเพียงอย่างเดียวจะมีความหมายอะไร” กู้หยูม่านตอบแบบไม่ได้คิดอะไรมาก คำพูดหวานหูใครๆ ก็พูดได้ แต่การกระทำในวันนี้และวันหน้าย่อมสำคัญ แม้นางจะรู้ว่านางกับเขาเป็เนื้อคู่ที่เฝ้ารอกันมานานหลายชาติภพ แต่นางก็ยังเชื่อว่าการกระทำเท่านั้นที่เป็สิ่งยืนยันคำพูดได้ดีที่สุด
เพราะกู้หยูม่านนั่งอยู่ไกล และเฮ่อหลานจวินก็ไม่สะดวกที่จะโน้มตัวไปหา เขาจึงใช้เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดดึงกู้หยูม่านเขาหาตัว จากนั้นเฮ่อหลานจวินก็จูบที่หน้าผากของนางอย่างแ่เบา
“ข้าใช้วิธีนี้ขอบคุณเ้าได้หรือไม่” เฮ่อหลานจวินที่ใจกล้าในตอนแรกกลับกลายมาเป็หน้าแดง แม้ปีนี้เขาจะมีอายุครบยี่สิบสองปีนับเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว แต่ประสบการณ์ด้านนี้กลับไม่มีแม้แต่น้อย
กู้หยูม่านเห็นท่าทางเขินอายของคู่หมั้นก็ยิ้มกว้าง อย่างไรนางก็ไม่ใช่สตรีที่เกิดในยุคนี้ และในยุคที่นางจากมา คู่รักที่อาศัยอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงานยังถือเป็เื่ธรรมดา กับการที่คู่หมั้นใช้ริมฝีปากแตะที่หน้าผากของนางจะนับเป็อะไรได้ การััที่ทั้งเร็วและเบาแบบนั้น งูฉกยังจะมีความรู้สึกมากกว่าอีก
อีกทั้งนางยังคิดได้แล้วว่าชีวิตคนเรานั้นอาจมีเื่ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เหมือนอย่างที่นางได้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ นางก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อนเหมือนกัน ในเมื่ออะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ เช่นนั้นนางก็ขอทำตามใจตัวเอง
“คำขอบคุณของท่าน ข้าไม่พอใจเลยสักนิด” กู้หยูม่านแสร้งทำหน้าบึ้ง
“เ้า...เ้าโกรธข้าหรือ” เฮ่อหลานจวินทำตัวไม่ถูก ทั้งยังแอบตำหนิความใจร้อนของตัวเองอยู่ในใจ “ม่านม่าน เ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ ข้า...ข้าแค่อยาก...”
“อยากอะไรหรือเ้าคะ ท่านอยากขอบคุณข้าแต่กลับทำได้แค่นี้เองหรือ หากท่านอยากทำให้ข้าพอใจจริงๆ ท่านต้องทำแบบนี้เ้าค่ะ” กู้หยูม่านโน้มใบหน้าเข้าหาแล้วประทับริมฝีปากของตนเองเข้ากับริมฝีปากของคู่หมั้น นางค้างอยู่ในท่านั้นเป็เวลานานก่อนที่นางจะถอนริมฝีปากออก “ทำแบบนี้ข้าถึงจะพอใจเ้าค่ะ”
เฮ่อหลานจวินหน้าแดงจนเกือบจะกลั่นเืออกมาได้ ัันุ่มที่ริมฝีปากทำให้เขารู้สึกดีเป็อย่างมาก “ข้า...ข้าจะเรียนรู้มันให้ดีและครั้งหน้าข้าจะขอบคุณเ้าให้ดีกว่านี้แน่นอน”
กู้หยูม่านอดใจไม่ไหว นางจุมพิตเขาเบาๆ อีกหนึ่งที ‘เป็คนใสซื่อและน่ารักอะไรอย่างนี้ จูบแค่นิดเดียวก็หน้าแดงไปหมดแล้ว’
ส่วนเฮ่อหลานจวินที่ถูกจุมพิตอีกครั้งอย่างกะทันหันก็ถึงกับตัวแข็ง ‘เ้าช่างเป็สตรีที่เปิดเผยเสียจริง แต่ข้าก็ชอบมาก’
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ท่านแม่...” กู้เฟิงเฉิงเคาะประตูแล้วโผล่หัวน้อยๆ มาที่ประตู “ข้าเข้าไปดูอาการท่านลุงเฮ่อได้หรือไม่ขอรับ”
เฮ่อหลานจวินได้ยินเสียงเด็กชายก็ปรับท่านั่งใหม่ กู้หยูม่านช่วยประคองเขาให้นั่งพิงที่หัวเตียงในท่าที่สบายที่สุด
“พวกเ้าสามคนเข้ามาได้” กู้หยูม่านบอกลูกชาย
สามแฝดเดินเข้ามาในห้องแล้วมาหยุดอยู่ข้างเตียง
“แม่เคยสอนพวกเ้าว่าอย่างไร” กู้หยูม่านมองลูกชาย
กู้เฟิงอวี่ “ข้ากู้เฟิงอวี่ คารวะท่านลุงเฮ่อขอรับ”
กู้เฟิงิ “ข้ากู้เฟิงิ คารวะท่านลุงเฮ่อขอรับ”
กู้เฟิงเฉิง “คารวะท่านลุงเฮ่อขอรับ ข้าเคยแนะนำตัวกับท่านไปแล้ว คราวนี้คงไม่ต้องแนะนำตัวอีกกระมัง”
“อืม...ไม่ต้องแล้วล่ะ” เฮ่อหลานจวินมองเด็กชายฝาแฝดทั้งสามด้วยความเอ็นดู ตอนที่เขานอนหมดสติและิญญาของเขากำลังจะออกจากร่าง ภาพอันเลือนลางของเด็กชายทั้งสามได้เรียกเขาไว้ และยังเรียกเขาว่าท่านพ่ออีกด้วย ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเขาไม่เคยใกล้ชิดหรือมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสตรีนางใด แล้วเขาจะมีลูกชายมาจากไหนกัน
แต่เมื่อพิจารณาใบหน้าของเด็กชายทั้งสามคนที่มีส่วนคล้ายกับเขาอยู่ถึงหกส่วน และทั้งสามคนยังมีเค้าหน้าคล้ายกับม่านม่าน ต่อให้เด็กชายทั้งสามคนไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงของเขา และไม่ว่าม่านม่านจะให้กำเนิดพวกเขามาอย่างไร ในเมื่อทั้งสามคนเรียกเขาว่าท่านพ่อเขาย่อมยินดี
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่และดวงของเฮ่อหลานจวินก็ยังไม่ถึงฆาต เหยียนจี้อู๋ฉางหรือยมทูตขาวดำที่มารอรับิญญาจึงให้โอกาสเขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในเมื่อเด็กชายทั้งสามคนช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายมาได้ อีกทั้งเด็กชายทั้งสามคนยังเป็ลูกชายแท้ๆ ของสตรีที่เขารัก แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องปฏิเสธไม่ยอมรับเด็กชายทั้งสามคนด้วยเล่า
“เฟิงอวี่ ก่อนหน้านี้เ้าถามแม่ว่าอย่างไร เ้าจำคำถามนั้นได้หรือไม่” กู้หยูม่านถามลูกชายคนโต
กู้เฟิงอวี่พยักหน้ารับ “ข้าจำได้ขอรับ”
“เ้ายังอยากรู้คำตอบอยู่หรือไม่”
“ข้า...ข้าอยากรู้คำตอบขอรับ” กู้เฟิงอวี่ตอบคำถามมารดา แต่สายตาของเขากลับไม่ละไปจากใบหน้าของเฮ่อหลานจวินได้เลย
ตอนที่กู้เฟิงอวี่เห็นเฮ่อหลานจวินนอนหมดสติอยู่ แม้ใบหน้าของท่านลุงเฮ่อจะซูบผอม แต่เขาก็มองออกว่าท่านลุงเฮ่อมีใบหน้าคล้ายพวกเขาสามคนพี่น้องเป็อย่างมาก อีกทั้งเขายังจำคำพูดของหลิ่วซานกั๋วได้ดี หลิ่วซานกั๋วไม่ยอมรับพวกเขาสามคนเป็ลูกชาย เพราะท่านแม่ตั้งท้องพวกเขาก่อนที่นางจะแต่งเข้าตระกูลหลิ่ว
ตอนนั้นเขาอยากบอกว่าเขาดีใจมากขนาดไหนที่รู้ว่าตนเองไม่ใช่ลูกของหลิ่วซานกั๋ว แต่เขาไม่สามารถพูดมันออกมาได้ ไม่ใช่เขายอมรับไม่ได้ที่เขาเป็ลูกชายที่เกิดจากอันธพาล แต่ที่เขาไม่กล้าพูดเพราะถ้าพูดออกไปจะกลายเป็การทำลายชื่อเสียงของท่านแม่ ถูกอันธพาลข่มเหงจนตั้งท้อง หลังจากนั้นก็มาบังคับผู้มีพระคุณให้แต่งงาน การกระทำที่ไม่สำนึกบุญคุณเช่นนี้จะมีผู้ใดยอมรับ
กู้หยูม่านเดาความคิดของลูกชายออก หลิ่วซานกั๋วคนนั้นไม่สมควรที่จะเป็บิดาของใครเลยด้วยซ้ำ และลูกชายที่แสนดีของนางก็ไม่ควรมีความเกี่ยวข้องกับคนเลวๆ อย่างเขา อีกทั้งเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อหกปีก่อน นอกจากอันธพาลที่ถูกจวงซูซิ่นกับจวงเหมยเหลียนจ้างมา ก็มีเพียงนางกับเฮ่อหลานจวินที่รู้ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง
นางเชื่อว่าอันธพาลกลุ่มนั้นคงถูกจวงซูซิ่นกำจัดไปแล้ว จะเหลือก็แต่นางกับเฮ่อหลานจวิน แต่เฮ่อหลานจวินก็ยอมรับสมอ้างแล้วว่าเขาเป็อันธพาลที่มีสัมพันธ์กับนางในคืนนั้น โดยที่เขาไม่สนใจว่าจะมีคำครหาหรือคำนินทาใดตามมา อีกทั้งนางกับเฮ่อหลานจวินก็เป็คู่แท้และกำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ให้ลูกชายทั้งสามคนคิดว่าพวกเขาเป็ลูกชายของเฮ่อหลานจวินไปเลยจะดีกว่า
“ในเมื่อเ้าอยากรู้ เ้าก็ถามเขาดูสิ” กู้หยูม่านลูบศีรษะลูกชาย “น้องชายของเ้าก็คงอยากรู้คำตอบเหมือนกัน”
“ท่าน...ท่านใช่ท่านพ่อของข้าหรือไม่ขอรับ” กู้เฟิงอวี่ถาม
เฮ่อหลานจวินยิ้มกว้าง “ข้าคือท่านพ่อของพวกเ้า”
กู้เฟิงอวี่ได้ยินคำตอบก็ดีใจเป็อย่างมาก
แต่กู้เฟิงิกลับะโขึ้นอย่างไม่พอใจ “ในเมื่อท่านเป็ท่านพ่อของเรา แล้วทำไมท่านมาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายแต่กลับทิ้งให้เราสี่คนใช้ชีวิตอย่างลำบากที่ตระกูลหลิ่ว ทุกวันพวกเราต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน ได้กินแค่น้ำข้าวเป็อาหาร ต้องนอนในห้องเก็บฟืน หน้าหนาวก็มีเพียงเศษหญ้าเศษฟางแทนผ้าห่ม ยังไม่นับที่พวกเราถูกคนตระกูลหลิ่วทารุณมาสารพัด ท่านเป็บิดาประสาอะไร!”
“เฟิงิ!” กู้หยูม่านเข้าไปกอดลูกชายอย่างใ นางไม่คิดมาก่อนว่าลูกชายจะมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้
เฮ่อหลานจวินก็ใไม่แพ้กัน เขามองเด็กชายทั้งสามคนด้วยสายตาเ็ป ม่านม่านกับเด็กๆ ต้องเจอกับอะไรมาบ้าง “ข้าขอโทษ ขอโทษที่ไม่หาตัวพวกเ้าให้พบเร็วกว่านี้”
“พี่รอง! ท่านพูดแรงเกินไปแล้วนะ” กู้เฟิงเฉิงพูดขึ้น
กู้เฟิงอวี่เข้าใจความรู้สึกน้องชาย แต่การที่น้องชายะโต่อว่าบิดาเป็เื่ไม่สมควร “เฟิงิ เ้าขอโทษท่านพ่อเดี๋ยวนี้!”
กู้เฟิงิกำมือแนบลำตัว เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ถูกต้อง แต่ความลำบากกับเื่ราวในอดีตทำให้เขารู้สึกโกรธและน้อยใจ
เฮ่อหลานจวินได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจ ทำให้เขาอาเจียนเป็เือีกครั้ง
กู้หยูม่านผละจากลูกชายแล้วรีบเข้าไปดูอาการ “ท่านพี่เฮ่อ ท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
กู้เฟิงิตัวแข็งทื่อ เขาไม่คิดว่าท่านพ่อจะโมโหจนอาเจียนเป็เื ส่วนกู้เฟิงอวี่กับกู้เฟิงเฉิงต่างก็หน้าซีดไปหมดแล้ว
“ข้าไม่เป็ไร เ้าไปดูลูกเถิด” เฮ่อหลานจวินส่ายหน้าอย่างหมดแรง
กู้หยูม่านเปลี่ยนท่าให้เฮ่อหลานจวินนอนราบลงบนเตียง จากนั้นนางก็หันไปพูดกับลูกชายทั้งสามคน “แม่กับท่านพ่อของพวกเ้าเป็คู่หมั้นกันมาั้แ่วัยเด็ก แต่แม่ถูกคนร้ายลักพาตัว เป็ท่านพ่อของพวกเ้าที่ช่วยแม่เอาไว้จนตัวเองถูกพิษ หลายปีมานี้ท่านพ่อถูกพิษจนป่วยหนักแต่ก็ยังส่งคนออกตามหาเรา แต่พวกเ้าก็รู้ว่าคนตระกูลหลิ่วไม่อนุญาตให้เราออกนอกหมู่บ้านยกเว้นเวลาที่แม่ต้องเอาของป่าเข้าไปขายในเมือง แต่ถึงอย่างนั้นแม่ก็ต้องใช้ผ้าปิดหน้าไว้ตลอด เพราะหากไม่ทำตาม คนตระกูลหลิ่วก็จะเฆี่ยนตีแม่ ท่านพ่อก็เลยตามหาเราไม่เจอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากตามหาเราหรอกนะ”
กู้เฟิงิได้ยินคำอธิบายก็รู้สึกเสียใจ เขาเดินไปข้างเตียงช้าๆ จากนั้นก็คุกเข่าแล้วโขกศีรษะ “ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้อยากพูดให้ท่านพ่อเสียใจ ท่านพ่อ...ข้าขออภัยขอรับ”
เฮ่อหลานจวินลูบผมลูกชายคนรองก่อนจะหันไปมองลูกชายคนโตกับลูกชายคนเล็ก “ทั้งหมดเป็ความผิดของข้า หากพวกเ้าให้อภัย พวกเ้าเรียกข้าว่าพ่ออีกครั้งได้หรือไม่”
ฝาแฝดทั้งสามไม่ลังเลอีกต่อไป “ท่านพ่อ!”
เฮ่อหลงที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกถึงกับยกมือขึ้นปาดน้ำตาเพราะคิดว่าเื่ที่กู้หยูม่านกับเฮ่อหลานจวินแต่งขึ้นคือเื่จริง ‘คุณชาย ข้าไม่รู้เลยว่าหกปีที่แล้วท่านกับคุณหนูกู้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน หากข้ารู้ข้าคงออกไปตามหาคุณหนูกู้ด้วยตัวเองแล้ว และข้าคงไม่ปล่อยให้ท่าน คุณหนูกู้ และคุณชายน้อยต้องพลัดพรากจากกันนานถึงเพียงนี้’