“แม่สามจะตัดเย็บชุดใหม่ให้แก่เ้าใหม่นะฟางซิน ชุดที่ฟางอินเอาไปใส่ก็เอาให้นางไปเสีย ช่างเป็สตรีที่มิมีความน่าเวทนาเลยแม้แต่นิด” แม่สามพูดบอกฟางซินอย่างรักใคร่ “เอาให้สวยกว่าชุดเดิมที่เสียไปเลยดีหรือไม่”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะแม่สาม” ฟางซินยิ้มหวาน ก่อนจะขอตัวกลับเรือนพักโดยมีจินเมี่ยวเดินตามไป แม้วันนี้จะอยู่ร่วมในเหตุการณ์ทุกอย่างแต่มิอาจจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเื่ของเ้านายได้
“คุณหนูจะชำระร่างกายหรือไม่เ้าคะ บ่าวจะไปเอาน้ำอุ่นเข้ามาให้” จินเมี่ยวเอ่ยถาม
“เอาน้ำอุ่นอ่างเล็กมาก็พอข้าแค่จะเช็ดตัว” ฟางซินเดินมาจนถึงเรือนหลังเล็กที่ตอนนี้ถูกจัดการให้คงอยู่ในสภาพเดิมก็ให้พยักหน้าอย่างพอใจ “หวังว่าคงมิมีเื่ใดอีกนะ”
“บ่าวก็หวังไว้เช่นนั้นเ้าค่ะ”
-------++++++-----------+++++++--------
วันต่อมาในยามเว่ย (13.00) ตู้ชงไห่กับบรรดาฮูหยิน-อนุและสามคนพ่อแม่ลูกสกุลฝู่นั่งจิบน้ำชาในลานกว้างหน้าเรือนใหญ่ ตู้ชงไห่สั่งให้พ่อบ้านมู่ไปเชิญคุณหนูใหญ่ให้มาร่วมจิบชา
“ฟางซินคาราวะผู้าุโฝู่ทั้งสองและคุณชายฝู่เ้าค่ะ” ตู้ฟางซินย่อเข่าลงอย่างมีมารยาทพลางเงยหน้าขึ้นสบตาคุณชายฝู่ ‘หล่อเหลาดูมีสกุลยิ่งนัก’ เห็นบุรุษหนุ่มยิ้มให้ก็ทำเอาฟางซินเอียงอายหลบตาขวยเขิน
“บุตรสาวของท่านตู้ช่างน่ารักอ่อนหวานยิ่งนัก เ้าว่าหรือไม่เซี่ยยี่” ฝู่ลี่กังเอ่ยถามบุตรชายที่ดูจะพึงใจแม่นางน้อยฟางซินเช่นกัน
“ขอรับท่านพ่อ น้องฟางซินช่างน่ารักยิ่งนัก” เซี่ยยี่ยกยิ้มอย่างหมายมาด
“555 เช่นนั้นเ้าใยมิชวนน้องไปเดินพูดคุยกันเล่า" หันมองตู้ชงไห่ที่พยักหน้ารับ "คงมิเป็ไรกระมังหากลุงจะขอวานให้แม่หนูพาเซี่ยยี่เป็ชมรอบๆ บ้านเ้า” ฝู่ลี่กังเอ่ยถามฟางซินอย่างเปิดเผย เพราะอยากจะเกี่ยวดองกับสกุลตู้ผู้ร่ำรวยเต็มแก่
“ท่านพ่ออนุญาตหรือไม่เ้าคะ” ฟางซินถามอย่างประหม่า นางมิเคยถูกบุรุษมองตาหวานเช่นนี้ก็ให้สะเทิ้นอายยิ่งนักจะให้พาไปเดินเล่นรอบๆ ก็มิงามกระมัง แต่บิดานางมิคิดเช่นนั้น
“เอาสิ พูดคุยกันบ้างก็ดีพ่อมิได้ขัดอันใด” เมื่อตู้ชงไห่เปิดทางเซี่ยยี่ก็ชอบใจ
“ขอบพระคุณท่านอาขอรับ” รีบตอบรับ “เชิญน้องฟางซินเถิด” เอ่ยด้วยท่าทีสนิทสนมผู้ใดจะรู้ได้ว่าภายใต้หน้าตาคงแก่เรียนคร่ำเคร่งวิชานั้น ฝู่เซี่ยยี่เป็บุรุษที่เ้าชู้เพียงใดสาวใช้รุ่นเยาว์มิพ้นวัยปักปิ่นในบ้านทุกคนต่างก็ล้วนเสียความบริสุทธิ์ให้เขาทั้งสิ้นพร้อมยังถูกข่มขู่มิให้บอกกล่าวผู้ใดหากใครมิฟังคำย่อมมิมีชีวิตอยู่รอดได้สักราย ยิ่งฟางซินมีอายุมิเกินสิบห้าหนาวเขาก็ยิ่งชอบนัก ภายในใจบุรุษกระหยิ่มยิ้มย่อง คึกคัก
“เ้าค่ะ” ฟางซินมิได้ขัดบิดาเดินนำบุรุษรูปงามเข้าไปในสวนด้านข้างไม่ไกลจากท่านพ่อท่านแม่มากนัก เมื่อปลอดผู้คนเซี่ยยี่ก็เริ่มพูดขึ้น
“เ้ายินดีที่จะหมั้นหมายกับพี่ไว้ก่อนหรือไม่น้องฟางซิน”
“มิเร็วไปหรือเ้าคะคุณชาย” ฟางซินใ มิใช่ว่าเราพึ่งพบกันหรอกเหรอเหตุใดจึงรีบร้อนนัก
“มิเร็วไปหรอก เ้าเชื่อเื่รักแรกพบเมื่อยามสบตาหรือไม่” เดินเข้าไปใกล้และจ้องมองนางจนเขินอาย “พี่เพียงพบเ้าเมื่อครู่ก็เป็เช่นนั้นแล้ว จะหมั้นหมายกับสตรีที่พึงใจั้แ่แรกพบใยพี่จักต้องคิดมากเล่า” ฟางซินหลบสายตาบุรุษไปด้านข้าง นางมิเคยถูกผู้ใดเกี้ยวพาตรงๆ เช่นนี้มาก่อน ทำได้เพียงแค่กัดริมฝีปากครุ่นคิด
“แต่เรายังมิได้พูดคุยกันเลยนะเ้าคะ นิสัยใจคอความชอบหรือเื่ใดก็มิเคยได้รู้” หากตกลงเช่นนี้นางก็จะกลายเป็หญิงใจง่ายเกินไปมิใช่หรือ
“หาใช่เื่สำคัญ เราหมั้นหมายไว้ก่อนพอเ้าพ้นวันปักปิ่นพี่จะบอกท่านพ่อให้ดูฤกษ์ยามแล้วจัดงานมงคลทันที” ‘หากหมั้นหมายแล้วเขาก็จะเข้าหอกับนางก่อนแล้วค่อยสมรสทีหลังถึงยามนั้นนางก็มิมีหน้าไปหาบุรุษอื่นใดได้อีก ทั้งนางทั้งทรัพย์สินจะเป็ของเขา..หึ’ เซี่ยยี่วางแผนในใจ
“แต่สำคัญสำหรับข้าเ้าค่ะ ขอคุณชายอย่าพึ่งรีบร้อนนะเ้าคะข้าขอเวลาศึกษากันสักสองปีแล้วค่อยหมั้นหมายก็มิสายเกินไปเพราะข้าก็ยังมิได้ปักปิ่น” ฟางซินมิใช่คนโง่ ถึงแม้นางจะพึงใจต่อบุรุษผู้นี้ั้แ่ยามเห็นหน้าครั้งแรกเช่นกัน แต่จากการที่นางรู้เห็นทุกอย่างของบิดามาโดยตลอดทำให้รู้สึกมิค่อยวางใจกับบุรุษผู้ใดนัก
“เช่นนั้นพี่ก็มิขัดใจเ้า..แต่พี่ขอแวะเวียนมาหาเ้าบ่อยๆ เพื่อทำความรู้จักคุ้นเคยได้หรือไม่?” เซี่ยยี่ทำใจให้เย็นลงเพื่อการข้างหน้า เขาจะต้องได้สตรีเด็กและร่ำรวยคนนี้แน่นอนมิมีทางรอถึงสองปีเพราะเพียงหนึ่งปีเขาก็จะรวบรัดทั้งหมดทั้งตัว
“แล้วแต่คุณชายเ้าค่ะ” ฟางซินตอบรับเอียงอาย
------+++++------++++++-++------
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรับรู้ว่าสองคนเป็คู่หมายกันบางครั้งเห็นฝ่ายชายพาฝ่ายหญิงไปเดินที่ตลาด ไปตรวจบัญชีร้านและเห็นรถม้าสกุลฝู่จอดอยู่หน้าบ้านสกุลตู้เป็ประจำนับเวลาได้ร่วมสองเดือน ทุกครั้งที่พบเจอพูดคุยกันตู้ฟางซินมิเคยยินยอมให้ฝู่เซี่ยยี่แตะต้องผิวกายแม้เพียงสักครั้งถึงใจนางจะอ่อนไหวต่อบุรุษตรงหน้ามากกว่าครึ่งแล้วก็ตาม เฉกเช่นวันนี้
“พี่เฝ้าเพียรมาหาเ้าอยู่ทุกวันมิได้ว่างเว้นรักเพียงเ้าผู้เดียวแต่เ้าจะมิเห็นใจพี่ให้พี่ได้จับมือของเ้าสักครั้งเลยหรือ?” เซี่ยยี่ออดอ้อนให้นางเห็นใจ
“พี่เซี่ยยี่อย่าพึ่งร้อนใจเ้าค่ะ” คำกล่าวสนิทสนมที่เขาเอ่ยขอให้นางเรียกนางก็เรียกแล้วเหตุใดเขาจึงใจร้อนมีสมกับท่าทีที่แสดงต่อผู้คนภายนอกเลยสักนิด “ท่านจะมิรอให้ข้าพร้อมเลยหรือเื่เช่นนี้เป็เื่ใหญ่สำหรับสตรีนะเ้าคะ” หากเขาจับต้องนางนั่นหมายความว่านางต้องเลือกเขาเช่นนั้นเขาก็ควรรอก่อน
“พี่คงรักเ้ามากเกินไปจึงคิดน้อยเช่นนี้ นี่จะเข้ายามโหย่ว (17.00) แล้วพี่ต้องกลับไปดูบ่าวขนรำข้าว พรุ่งนี้พี่จะมาหาเ้ายามเว่ย (13.00) เช่นเดิมดีหรือไม่?”
“เ้าค่ะ..ฟางซินจะรอนะเ้าคะ” นางยิ้มให้อย่างน่ารัก จวบจนฝู่เซี่ยยี่ลุกขึ้นเดินออกไป
-------++++++------+++++++--------
หน้าประตูทางออกมีรถม้าสกุลฝู่จอดรอคุณชายที่เดินออกมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง เมื่อเซี่ยยี่ก้าวขึ้นไปบนรถ สองตาก็มองเห็นสิ่งที่รออยู่พร้อมยกยิ้มสั่งคนรถเสียงดัง
“ออกรถ วนไปให้รอบเมืองหลวงยังมิต้องเข้าบ้านข้าจนกว่าข้าจะสั่ง” ผ้าม่านของรถม้าซ้อนทับปิดบังสายตาผู้คนถึงสามชั้นปิดกั้นผู้คนมองเห็น
เซี่ยยี่คว้าตัวหญิงสาวแรกรุ่นวัยสิบสามหนาวที่นั่งรออยู่ในรถม้าเข้ามากอดฟัดนัวเนีย กระชากชุดจนขาดวิ่นไปหมดพร้อมกับพร่ำด่า “นังสตรีโง่เง่า รอให้รักข้าเมื่อใดข้าจะย่ำยีมิให้หลงเหลือความงามเลยคอยดูสิ!!!!” ปลดกางเกงแล้วเสือกไสตัวตนแข็งขึ้นเป็ลำใส่กายสาวที่ร้องครวญครางเบาๆ อยู่ในรถม้าที่เคลื่อนไหวไปรอบเมืองโดยที่คนด้านในก็มิได้หยุดขยับกายผ่อนปรนเรี่ยวแรงแม้สักนิด
------++++++--------++++++-------+---
“จินเมี่ยว เ้าว่าพี่เซี่ยยี่จะคิดถึงข้าเหมือนข้าคิดถึงเขาหรือไม่” ฟางซินเอ่ยถามสาวใช้ด้วยใบหน้าเคลิ้มฝัน โดยที่มิได้รู้ตัวสักนิดว่า ‘ตู้ฟางอิน’ แอบลอบมองอยู่ตลอดเวลามิเคยเว้นในยามที่พี่ใหญ่อยู่กับคุณชายฝู่เซี่ยยี่!!