แสงบนท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ รอบกายยามนี้เมื่อมองออกไป มีเพียงแต่แสงจากหลอดไฟข้างถนน กับจากไฟหน้ารถที่อยู่รอบตัว ผมกำลังนั่งอยู่เบาะหน้าข้าง ๆ กับแม่ดาว คุณแม่เลี้ยงคนสวยของผม เราทั้งสองกำลังมุ่งหน้าเพื่อกลับบ้านหลังจากเรียนหนังสือ กับทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
แม่ดาวกำลังนั่งฟังเพลงจากวิทยุในรถ ขณะกำลังขับรถ ส่วนผมเองก็นั่งเล่นโซเชียลในมือถือ กับแชตไลน์กับเ้าธีร์ เพื่อนรักที่โรงเรียน มันมักจะส่งข้อความมาระบายให้ผมฟังอยู่เสมอ ๆ ว่าครอบครัวของมันกำลังมีปัญหาหนัก ไหนจะเื่หนี้สินของครอบครัว ไหนจะเื่ผลการเรียนของมัน ไหนจะเื่ของพ่อ กับแม่อีก ฟังแล้วก็น่าเห็นใจไม่น้อย ผมเองที่ถูกพ่อทิ้งไปเมื่อหลายปีจึงเข้าใจหัวอกมันดี ทุกวันนี้แม่ดาวเองก็ไม่ใช่จะสบาย เพราะเธอต้องคอยรับผิดชอบภาระทุกอย่างในบ้าน ผมสงสารเธอใจจะขาด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแม่ดาวกำชับไว้เด็ดขาดว่าให้ผมตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว เื่อื่นไม่ต้องสน ไม่ต้องหาทางช่วยเธอ ถ้าผมอยากจะช่วย แม่ดาวบอกว่าให้ผมเรียนให้จบ และหางานดี ๆ ทำ ซึ่งผมก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่เหมือนกัน
"เฮ้ออออ…ออ รถติดจังเลยน่าาาาา เมื่อไรจะถึงเนี่ย" แม่ดาวบุ้ยปาก ทำท่าเซ็ง ๆ ก่อนจะบ่นพึมพำขึ้น จากนั้นเธอจึงหันมายิ้มกับผม แล้วพูดขึ้นว่า
"ฮั่นแน่ ตาเอกแอบทำอะไรอยู่ แอบแชตกับสาวเหรอจ๊ะ"
"สาวเสิวที่ไหนเล่าครับแม่ คุยกับเ้าธีร์อยู่ มันส่งมาระบายให้ฟังยาวเหยียดเลยนี่เห็นไหม"
ผมรีบตอบแม่ดาว ก่อนจะชูหน้าจอมือถือที่มีแชตไลน์ให้เธอดู
"อ้อ จ้า ๆๆ เื่ของบ้านธีร์น่าสงสารจังเนอะ พ่อเขาไม่น่าทำตัวแบบนั้นเลย อืม…แต่จะว่าไป พ่อของเราก็ใช่ย่อยนะ ดีแค่ว่าเขาไม่ได้ทิ้งหนี้สินไว้ให้พวกเราหัวโตเหมือนบ้านนั้นแค่นั้นเอง"
"นั้นสิครับแม่ ถ้าพ่อทิ้งหนี้ไว้ให้เราแบบที่พ่อเ้าธีร์ทำก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะเป็ยังไงบ้าง…"
พอผมพูดแบบนั้นแม่ดาวก็เลิกคิ้วยักไหล่ ประมาณว่า 'แม่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน' จากนั้นเธอจึงหันไปขับรถต่อ เพราะรถคันหน้าขยับพอดี ส่วนผมเองแบตมือถือจะหมดก็เลยต้องจำใจเก็บเข้ากระเป๋า ก่อนจะเหม่อมองวิวนอกรถฆ่าเวลาไปเรื่อย ๆ บอกเลยว่า โคตรน่าเบื่อ รถขยับได้ที่ล่ะไม่ถึง 1 เมตรก็หยุด ขยับไปได้ 3 เมตรก็หยุด เมื่อไรจะถึงบ้านนะ ผมชักหิวแล้วด้วย และยิ่งคิดมันก็เหมือนจะยิ่งหิวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายี้เีมองวิว ก็เลยหันมามองแม่แทน กะจะชวนเธอคุยฆ่าเวลา ทว่า….
ยังไม่ทัน ที่ผมจะได้เอ่ยปากสายตาก็ดันมาหยุดชะงักอยู่ที่…ร่องกระดุมเสื้อของแม่ดาว กับต้นขาขาวอวบอัดที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้น ๆ ออกมา ไม่ได้อยากคิดอกุศลกับแม่ดาวเลยแม้แต่น้อย เพราะผมเคารพรักเธอเหมือนแม่แท้ ๆ แต่ทว่า….แม่ดาวสวยมากจริง ๆ เนินอกขาวอวบอิ่มไซซ์มหึมาที่ห่อหุ้มอยู่ด้วยยกทรงลายลูกไม้สีดำ ต้นขาขาวเนียนอวบอัดราวกับสาว ๆ วัยแรกรุ่น แม้ผมไม่อยากจะคิดอะไรเกินเลยแต่มันก็อดใจไม่ไหวจริง ๆ ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว นาน ๆ ขอแอบมองแม่ดาวสักครั้งจะเป็ไรไป อูยยยยย..ยยยย สวยเป็บ้าเลย แม่ดาวของผม
ผมแอบดูเธอเงียบ ๆ สลับกับมองหน้ารถบ้าง มองนอกหน้าต่างบ้าง ทำแบบนี้ไปสักพัก จนมารู้ตัวอีกทีก็เกือบจะถึงบ้านแล้ว ทว่า..ซอยที่จะผ่านเข้าไปบ้านผม มันจะมีถนนอยู่่สั้น ๆ ่หนึ่งที่ค่อนข้างเปลี่ยว และมืดเพราะไฟทางเสียไม่มีใครมาซ่อม แต่ก็ไม่นานหรอกครับ ขับผ่านไม่ถึงนาทีก็เจอชุมชนที่มีแสงไฟแล้ว เราสองคนผ่านเส้นทางนี้กันมาเป็สิบ ๆ ปีแล้วไม่เคยเจอ….!!
เอี้ยดดดดดดดดด….ดดดดด!!!!
แม่ดาวเหยียบเบรกจนผมแทบจะหัวทิ่ม ผมใมากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา และได้พบกับ กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำราว ๆ 5 - 6 คนยืนขวางถนนอยู่ แม่ดาวใมากเพราะไม่รุ้ว่าพวกมันเป็ใคร และ้าอะไรจากเรา แต่ก็นับว่าแม่ดาวยังมีสติดี เธอรีบล็อกประตูรถ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อโทรแจ้งตำรวจแต่ทว่า…
แม่ก็ต้องรีบวางมันลงเมื่อได้เห็นเข้ากับปากกระบอกปืนที่ยกขึ้นมาจ่อ ก่อนจะส่ายไปมาเชิงบอกว่า 'ถ้าไม่อยากตายอย่าแจ้งตำรวจ' ก่อนที่มันจะสะบัดปลายกระบอกปืนบอกให้ผมกับแม่ดาวออกมานอกรถ เราทั้งคู่ไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมออกไป บางทีพวกมันอาจจะ้าแค่ทรัพย์สินก็เป็ได้ แม่ดาวคงมองว่าให้มันไปเถอะ ดีกว่าถูกทำร้าย หรือต้องตาคารถทั้งคู่
เราสองคนค่อย ๆ เดินออกมาก่อนจะชูมือขึ้นเหนือหัว แม่ดาวพูดกับพวกมันเสียงสั่น ๆ ว่า อยากได้อะไรก็ให้เอาไปแต่อย่าทำร้ายผม ทว่า….ยังไม่ทัน ที่แม่จะพูดจบผมก็เห็นมันเอาปืนฝาที่ท้ายทอยของเธอจนสลบ ตอนนั้นผมใสุดขีด และกำลังจะพุ่งเข้าไปหาแม่ แต่ก็พลันบังเกิดความเจ็บแปลบ ๆ ที่หัว ก่อนทุกอย่างรอบกายจะมืดดับไป…..
จบตอน