เวลานี้ในห้องรับรองแขกทุกคนต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าไม่ว่าจะเป็ท่านตาและท่านยายเหอ ครอบครัวสกุลกู้ก็อยู่กันพร้อมหน้าเช่นกัน รวมไปถึงเฉินเฟยเทียน เฉินอี้หลิง ถังเซี่ยหยู และถังฮั่วต่างก็ได้รับอนุญาตให้อยู่ในห้องนี้ด้วย
“เ้ารู้วิชาแพทย์ด้วยหรือหรานเอ๋อ แต่หมอหลวงที่ตามข้ามาไม่ได้บอกเลยนะว่าร่างกายข้ามีส่วนใดผิดปกติ” เฉินเฟยเทียนถามขึ้น
“จริงหรือหรานเอ๋อ? เทียนเอ๋อป่วยจริงๆ หรือ เขาป่วยเป็อะไร แล้วมีวิธีรักษาไหม” ท่านยายเหอถามขึ้นอย่างเป็กังวล
“เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็ก ข้าจะเขียนจดหมายส่งไปขอหมอหลวงฝีมือดีมาตรวจเทียนเอ๋ออีกรอบ” ท่านตาเหอพูดสำทับ
“อาการป่วยของเฟยเทียนรุนแรงหรือ เขาจะรักษาหายหรือเปล่า” เฉินอี้หลิงมองเฉินเฟยเทียนอย่างเห็นใจ “เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะเฟยเทียน ข้าจะไม่ทอดทิ้งเ้า ข้าจะคอยดูแลเ้าเอง”
“เดี๋ยวๆๆ ใครป่วยหรือเ้าคะ แล้วพวกท่านกำลังพูดถึงเื่อะไรกันอยู่” กู้เสี่ยวหรานถามขึ้นอย่างสงสัย ทำไมทุกคนถึงเอาแต่มองมาที่นาง แล้วยังพูดเหมือนกับว่าญาติผู้พี่กำลังป่วยหนักอีกด้วย
“ก็เ้าคิดค้นอาหารที่ทำจากสมุนไพรขึ้นมา” เฉินเฟยเทียนชี้ไปที่ขิงแปรรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ “แล้วเ้ายังบอกอีกว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับข้าโดยตรง”
กู้เสี่ยวหรานนึกย้อนคำพูดของตนเองก็ยิ้มออกมา “เื่นี้เกี่ยวข้องกับพี่เฟยเทียนจริงๆ เ้าค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามีอาการป่วย และข้าก็ไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ด้วยเ้าค่ะ”
“อ้าว...แล้วขิงพวกนี้มันเกี่ยวกับข้าตรงไหน” เฉินเฟยเทียนยังไม่เข้าใจ
“ข้าแค่อยากชวนท่านมาร่วมทำธุรกิจด้วยกันเท่านั้นเองเ้าค่ะ” กู้เสี่ยวหรานยิ้มแล้วอธิบายต่อ “พี่เฟยเทียน ต่อไปเมื่อท่านมีตำแหน่งใหญ่ขึ้น ท่านก็ต้องเลี้ยงดูคนที่ไว้ใจได้ไว้ใช้งานมากขึ้นด้วยเหมือนกัน การจะเบิกเงินจากคลังหลวงมาใช้เพียงอย่างเดียวมันคงไม่ค่อยสะดวกนัก”
“ความหมายของเ้าก็คืออยากให้ข้าหาเงินมาไว้ใช้ทำภารกิจลับของข้าเองอย่างนั้นหรือ แล้วข้าต้องทำยังไงบ้าง” เฉินเฟยเทียนถามขึ้นอย่างสนใจ
กู้เสี่ยวหรานยิ้มพร้อมกับคิดถึงซีรีส์หลายๆ เื่ที่นางเคยดู โรงเตี๊ยม โรงน้ำชา หอสุรา หอนางโลม เหล่านี้ล้วนแต่เป็สถานที่สืบข้อมูลที่ดีทั้งนั้น อีกอย่างผู้คนที่มาใช้บริการในสถานที่เหล่านี้ได้ก็ล้วนแต่เป็คนมีฐานะ เพราะฉะนั้นขอแค่นางจัดเตรียมสถานที่ อาหาร เครื่องดื่ม หรือดนตรีที่ดีไว้คอยบริการ เศรษฐีทั้งหลายก็ย่อมยินดีที่จะควักเงินของตนเองออกมาใช้จ่ายไม่ใช่หรือ
“โรงเตี๊ยม โรงน้ำชา หอสุรา เหล่านี้ล้วนทำได้ทั้งนั้นเ้าค่ะ”
“แล้วข้าต้องทำยังไงบ้าง”
“เื่นี้ไม่ยากเ้าค่ะ ท่านมีองครักษ์ที่ซื่อสัตย์อยู่ในมือมากมาย เื่คนงานข้าจะให้ท่านเป็คนรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนผู้ดูแลร้านข้าจะให้ท่านอาของข้าเป็คนดูแล เริ่มแรกข้าอยากทดลองปรับโฉมโรงน้ำชาของท่านอาขึ้นมาใหม่”
“โรงน้ำชาของข้าน่ะหรือ” กู้เจิ้งแสดงสีหน้าหนักใจ “หรานเอ๋อ โรงน้ำชาของเราใหญ่ที่สุดในอำเภอชิงไห่ก็จริง แต่ลูกค้าที่เข้ามาก็มีแต่คนกลุ่มเดิมทั้งนั้น”
“ที่ท่านอามีแค่ลูกค้ากลุ่มเดิมก็เพราะท่านอามีชาให้พวกเขาเลือกดื่มแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นเองนี่เ้าคะ ถ้าท่านอาลองเพิ่มเครื่องดื่มให้มีความหลากหลายมากขึ้นก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าได้ทุกกลุ่ม หรือแม้แต่การจัดสถานที่ดีๆ ไว้คอยบริการก็มีผลเช่นกัน อย่างเช่นบัณฑิตที่มีความเหนื่อยล้าจากการเรียน พวกเขาก็จะเลือกมาดื่มชาเพื่อเป็การผ่อนคลาย หากเราจัดห้องดื่มชาให้มีบรรยากาศที่ดี เหมาะแก่การที่พวกเขาจะใช้เป็สถานที่แลกเปลี่ยนความคิดด้านศิลปะหรือวรรณกรรม หรือแม้แต่การวางกระดานหมากดีๆ ไว้สักกระดาน เพื่อให้พวกเขาได้ใช้ประชันฝีมือกัน เหมือนอย่างที่ท่านตากับท่านปู่ชอบทำในยามว่าง ท่านอาคิดว่าบัณฑิตกลุ่มนั้นสนใจจะเข้ามาใช้บริการโรงน้ำชาของเราหรือไม่เ้าคะ”
ท่านตาเหอลูบเคราพร้อมนึกภาพตาม “นั่งถกวรรณกรรมท่ามกลางธรรมชาติ ฟังเสียงนกร้องและจิบน้ำชากับสหายที่รู้ใจ ความสุขเรียบง่ายแค่นี้ก็บรรเทาจิตใจที่วุ่นวายจากการเรียนมาทั้งวันได้ดีไม่น้อย”
“นั่นสินะ ได้ประชันหมากดีๆ กับสหายที่รู้ใจสักกระดาน เท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว” ท่านปู่กู้ก็นึกภาพตามเช่นกัน
“ยังไม่เท่านั้นนะเ้าคะ หากเป็ลูกค้าที่มียศศักดิ์ เราจะจัดห้องรับรองพิเศษพร้อมกับสาธิตวิธีชงชาให้เขาดื่มด้วยก็ย่อมได้ ศิลปะการชงชาเหล่านี้ข้าคิดว่าพี่เฟยเทียนน่าจะหาคนมาได้นะเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานหันไปยิ้มให้เฉินเฟยเทียน
“นางกำนัลของเสด็จแม่ล้วนเชี่ยวชาญเื่นี้ ข้าจะขอให้เสด็จแม่ส่งพวกนางมาสอนวิธีชงชาให้ก็ได้” เฉินเฟยเทียนเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น
“หากจะมองในแง่ของความเสมอภาค เราจะละเลยกลุ่มลูกค้าที่เป็สตรีไปไม่ได้เหมือนกันนะ ส่วนมากสตรีจะนิยมมาโรงน้ำชาเพื่อพบปะพูดคุยกับสหาย และสตรีส่วนใหญ่จะชอบดื่มชาที่มีกลิ่นหอมอย่างเช่นชาดอกไม้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่าผลไม้ก็นำมาทำชาไว้ดื่มได้เหมือนกัน”
“เ้าทำชาผลไม้ได้ด้วยหรือ” เฉินเฟยเทียนถาม
“ทำได้สิเ้าคะ ว่าแต่ท่านสนใจจะร่วมธุรกิจนี้กับพวกเราหรือเปล่า”
“ยินดีสิ ฟังจากที่เ้าเล่ามาก็น่าสนุกจะตาย”
“ในตอนแรกเราทำแค่โรงน้ำชาก่อนก็พอเ้าค่ะ หากกิจการเป็ไปได้ดีเราค่อยขยายสาขาไปที่เมืองอื่น หรือแม้แต่เริ่มธุรกิจอื่นเราค่อยมาว่ากันทีหลัง แต่ว่าพี่เฟยเทียน หมู่บ้านแห่งนี้เป็ที่พักอาศัยของสกุลเหอเรามานาน” กู้เสี่ยวหรานหันไปมองหน้าท่านตาและท่านยาย “อีกทั้งท่านยายก็ยังเกิดและเติบโตมาจากที่นี่ พวกเราไม่สามารถทอดทิ้งบ้านเกิดของเราไปได้โดยไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณ ข้าเห็นว่าอำเภอชิงไห่ของเรามีภูมิประเทศที่ดีเหมาะแก่การปลูกผลไม้และพืชผักบางชนิด ข้าอยากส่งเสริมให้พวกเขามีอาชีพและความเป็อยู่ที่ดีขึ้นก่อนที่เราจะย้ายกลับไปอยู่ที่เมืองหลวง ท่านเห็นว่าความคิดของข้าเป็อย่างไรเ้าคะ”
เฉินเฟยเทียนมองญาติผู้น้องอย่างรู้สึกทึ่ง เขาเข้าใจเจตนาของนางดี ที่นางพูดมาทั้งหมดไม่ใช่แค่เพราะที่นี่เป็บ้านเกิดของท่านยาย แต่นางอยากให้เขาสร้างรากฐานของที่นี่ให้เข้มแข็งเพื่อที่ว่าต่อไปอำเภอชิงไห่แห่งนี้จะเป็กำลังหลักที่จะคอยสนับสนุนเขา ไม่ว่าจะเป็ราษฎรและแหล่งเงิน
“ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะจัดหาคนดีมีฝีมือและคนที่ไว้ใจได้ให้เข้ามาดูแลอำเภอแห่งนี้ให้ดี หากเ้า้าสิ่งใดอีกเ้าก็บอกกับข้ามาได้ตลอด” เฉินเฟยเทียนหันไปมองท่านตาเหอ “ท่านตาขอรับ ข้าจดจำคำสอนของท่านตาได้ไม่ลืม ราษฎรเป็รากฐานของแคว้น ข้าจะปกครองพวกเขาให้ดี และจะทำให้ชีวิตความเป็อยู่ของพวกเขาดีขึ้นให้ได้ขอรับ”
“ในราชสำนักมีผู้คนมากมายหลายประเภท ถึงแม้ครอบครัวของเราจะไม่มีอำนาจยิ่งใหญ่หนุนหลังเ้าเหมือนในอดีต แต่พวกเราก็จะพยายามสร้างรากฐานให้เ้าอย่างมั่นคงเช่นกัน ขอแค่เ้ามีปณิธานที่ดีและตั้งมั่นอยู่บนความถูกต้อง เท่านี้ก็เป็โชคดีของไพร่ฟ้าทั้งปวงแล้ว” ท่านตาเหอบอกกับหลานชาย
“ท่านปู่กู้ ข้าต้องขอบคุณครอบครัวของท่านด้วยนะขอรับ” เฉินเฟยเทียนยกมือขึ้นคารวะ
“พวกเราสองตระกูลล้วนเป็ญาติกัน เหมือนอย่างที่ท่านตาของเ้าว่า พวกเราจะคอยเป็กำลังหลักที่จะคอยสนับสนุนเ้าอยู่เื้ัเอง”
จากนั้นพวกเขาก็หารือเกี่ยวกับธุรกิจกันต่อ ข้อสรุปแรกคือโรงน้ำชาเดิมของสกุลกู้คงต้องมีการปรับปรุงสถานที่ขนานใหญ่ โถงชั้นล่างจะมีไว้บริการสำหรับคนทั่วไป โดยจัดโต๊ะไว้หลายชุดในมุมต่างๆ ส่วนชั้นสองและชั้นสามจะตกแต่งเป็ห้องรับรองพิเศษไว้รองรับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็ห้องที่มีดนตรีไว้เป็บริการเสริม ห้องวรรณกรรมจะมีชั้นหนังสือไว้คอยบริการอยู่ในห้องด้วย ห้องที่มีสาธิตศิลปะการชงชาแบบชาววัง หรือแม้แต่ห้องดื่มชาสำหรับสตรีที่จะมีกิจกรรมหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปทั้งการสาธิตวิธีการแต่งหน้า การเล่นไพ่นกกระจอก และการปักผ้า
เมื่อมีการแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อย กู้เสี่ยวหรานก็แทบจะไม่มีเวลาว่างเลยทีเดียว นางเร่งเขียนวิธีการจัดการและการบริการของร้านในระหว่างที่รอคนงานที่ฮองเฮาส่งมาให้จากเมืองหลวง
ในภพที่แล้วนางเป็ทั้งเชฟและฟู้ดสไตลิสต์จึงมีโอกาสได้ัักับงานบริการเหล่านี้มาอยู่บ้าง เื่พวกนี้จึงเป็สิ่งที่ง่ายมาก เพียงแต่ที่นางต้องเขียนแผนและวิธีการขึ้นมาก็เพื่อว่าต่อไปจะได้มอบหมายงานนี้ให้คนอื่นดูแลแทน เพราะจะให้นางมาคอยสอนคนงานด้วยตัวเองตลอดคงเป็ไปไม่ได้ ในอนาคตครอบครัวของนางยังต้องทำธุรกิจอื่นเพิ่มอีกหลายอย่าง ลำพังแค่โรงน้ำชาเพียงอย่างเดียวจะใช้เป็แรงสนับสนุนให้กับว่าที่องค์รัชทายาทในอนาคตได้อย่างไร