ไป่เจ๋อใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อไม่นานเขาเดินออกมาด้วยชุดฮูดสีดำ ไม่มีแขนเสื้อเผยให้เห็นกล้ามเนื้อหัวไหล่สวยงามจากการฝึกฝน กางเกงเป็กางเกงวอร์มสีดำรองเท้าผ้าใบ ออกแนวนักกีฬาเสียมากกว่า
“ขอโทษที่ให้รอหลี่ซีหยาน นายอยากให้ช่วยชี้แนะอะไร อาวุธหรือว่าศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่า”ไป่เจ๋อถามหลี่ซีหยาน
“แน่นอนว่าต้องเป็ศิลปะการต่อสู้เพราะตระกูลหลี่ของเราถนัดวิชาหมัด” หลี่ซีหยานชูหมัดของเขาขึ้นเผยให้เห็นกำไลข้อมือที่ทำจากเหล็กลมปราณขั้นต้น
“หืมกำไลนั่นเป็อาวุธกับเครื่องป้องกันสินะ ถ้ามั่นใจในฝีมือตัวเองก็เข้ามาได้เลย”ไป่เจ๋อยืนหลังเหยียดตรง เขาผายมือไปข้างหน้าก่อนจะกวักมือท้าทายให้หลี่ซีหยานเข้ามาโจมตีเขา
ในพริบตาหลี่ซีหยานโคจรลมปราณพุ่งเข้าใส่ไป่เจ๋อทันทีแต่สิ่งที่ไป่เจ๋อเห็นนั้นเป็การเคลื่อนไหวของหลี่ซีหยานนั้นแสนจะเชื่องช้าต่อให้เขาหลับตาหลบก็ยังสามารถหลบได้สบาย ๆ
หลี่ซีหยานซัดหมัดกับฝ่ามือออกมาอย่างรวดเร็วจนเกิดภาพติดตาเป็หมัดและฝ่ามือนับสิบนี่คือหนึ่งในวิชาหมัดประจำตระกูลหลี่ที่จะให้ผู้ชายในตระกูลฝึกชื่อวิชาหมัดไหมฟ้าเป็การต่อสู้โดยการใช้กำไลเหล็กลมปราณสอดประสานกับกระบวนท่าในการโจมตีและป้องกัน
เมื่อถูกไป่เจ๋อสวนกลับหลี่ซีหยานเพียงพลิกฝ่ามือและกำหมัดทำให้กำไลเหล็กลมปราณเกาะเรียงกันเป็ปลอกแขนแล้วยกขึ้นป้องกันการโจมตีของไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อเห็นว่าการโจมตีของหลี่ซีหยานนั้นจะเป็การโจมตี2 หมัดพร้อมกัน ทั้งบนและล่าง คู่ต่อสู้จะถูกหลอกให้ป้องกัน้าที่เป็ส่วนบริเวณใบหน้าในขณะที่ด้านล่างถูกเปิดโล่ง
ไป่เจ๋อยิ้มการโจมตีแบบนี้ใช้กับเขาที่มีประสบการณ์โชกโชนไม่ได้ เขาพลิกตัวหลบพร้อมกับใช้ขาตวัดตัดขาที่ใช้เป็หลักยืนของหลี่ซีหยาน
“เฮ้ย”หลี่ซีหยานใเมื่อเขาสูญเสียการทรงตัวเขาจึงใช้เท้าอีกข้างถีบตัวไปข้างหน้าก่อนจะกลับหลังหันมามองไป่เจ๋อซึ่งไป่เจ๋อนั้นไม่ได้ตามโจมตีต่อ แต่กลับมายืนตัวตรงเปิดช่องว่างให้เหมือนเดิม
“ไม่ถูกหลอกง่ายๆ สินะ” หลี่ซีหยานก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า เขาเร่งโคจรลมปราณก่อนจะพุ่งเข้าหาไป่เจ๋ออีกครั้งแล้วชกหมัดออกไป โดยมีกำไลเหล็กลมปราณหุ้มหมัดของเขาไว้อยู่
ไป่เจ๋อแค่เอี้ยวหลบซ้ายขวาหลบหมัดของหลี่ซีหยานได้ทุกหมัดส่วนหลี่ซีหยานที่คอยสังเกตการเคลื่อนไหวของไป่เจ๋อเขาพบว่าไป่เจ๋อนั้นใช้เท้าขวายืนเป็หลัก จึงตวัดขาเข้าโจมตีเท้าขวาของไป่เจ๋อ
ฟุบ
ไป่เจ๋อออกแรงที่ขาขวาดีดตัวขึ้นเล็กน้อยทำให้หลบการโจมตีของหลี่ซีหยานได้ ก่อนจะขึ้นไปเหยียบอยู่บนหมัดขวาของหลี่ซีหยาน
“วิชาตัวเบาเหรอเนี่ยยอดเยี่ยมจริง ๆ” ผู้าุโคนหนึ่งกล่าว
ซีหยานพยายามจะคว้าขาของไป่เจ๋อให้ได้แต่ไป่เจ๋อกลับเคลื่อนไหวไปมาบนแขน ไหล่ หมัด หรือแม้กระทั่งบ่าของหลี่ซีหยานจนทำให้กระบวนท่าของหลี่ซีหยานรวนไปหมด
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เหมือนผู้ใหญ่เล่นกับเด็กน้อยไม่มีผิด” หลี่โจวหม่าหัวเราะลั่น
ทางหลี่ไป๋ตอนนี้ถึงกับเหงื่อตกแม้หลี่ซีหยานจะมีปราณน้อยกว่าตน แต่ท่าร่างกับกระบวนท่าที่ใช้ล้วนเป็วิชาหมัดของตระกูลทั้งสิ้นการที่ไป่เจ๋อต่อสู้ได้อย่างสบายนั้นเป็ไปได้ว่าอีกฝ่ายคงมีประสบการณ์ในการต่อสู้มากกว่าเป็แน่
“หลี่ไป๋ท่านหมอไป่นี่แข็งแกร่งมากจริง ๆ นายคิดว่าพอจะสู้ไหวไหม” ไป๋กุ้ยอิงถาม
“ไม่รู้เหมือนกันแต่ฉันที่เอาชนะซีหยานได้ตลอด น่าจะทำได้ดีกว่าล่ะนะ” หลี่ไป๋ตอบเขาไม่กล้าการันตีว่าตัวเองจะชนะ เพราะไป่เจ๋อนั้นน่าจะมีประสบการณ์มากกว่า
ทางซีหยานตอนนี้กำลังพยายามหาวิธีให้ไป่เจ๋อหลุดจากตัวของเขาลมหายใจของเขาสับสนวุ่นวายไปหมด แม้แต่พลังปราณเองก็ปั่นป่วน
“จะหนีไปถึงไหนกันมาซัดกันตรงซักทีสิ” หลี่ซีหยานเริ่มหมดความอดทนตามตัวเขาเต็มไปด้วยรอยรองเท้าของไป่เจ๋อที่แทบจะเดินไปทั่วตัวของเขาแล้ว
เมื่อไป่เจ๋อได้ยินเขาก็โดดลงมาที่พื้น ก่อนจะยืนตัวตรง ยกสองมือขึ้นดุจพระพุทธรูปปางห้ามสมุทรแผ่กลิ่นอายสงบ ไร้ซึ่งรังสีฆ่าฟันหากตรวจสอบพลังปราณของไป่เจ๋อตอนนี้ก็จะพบว่าลมปราณของไป่เจ๋อได้หายไป
‘คิดจะทำอะไรกันแน่’หลี่ซีหยานคิดระแวงท่าทีของอีกฝ่าย แต่เขาก็ลองพุ่งเข้าไปดู
“สงบดุจโพธิสัตว์”ไป่เจ๋อหลับตาลง ในตอนนั้นหลี่ซีหยานรู้สึกถึงความผิดปกติ จึงคิดจะยั้งมือแต่ไม่ทันซะแล้ว เขาซัดหมัดเข้าตรงหน้าไป่เจ๋อซึ่งไร้การป้องกันเต็ม ๆ
ตึบ
เสียงทึบดังขึ้นภาพที่ทุกคนเห็นคือหมัดของหลี่ซีหยานปะทะกับอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นตรงหน้าไป่เจ๋อจากนั้นตามด้วยเสียงกระดูกมือหักดังขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึง ตามมาด้วยเสียงร้องของหลี่ซีหยานดังขึ้น
“อ๊ากกกมือ ๆ ของฉัน” ตอนนี้หมัดกับแขนของหลี่ซีหยานที่ใช้ต่อยไป่เจ๋อหักห้อยอยู่ราวกับแขนของเขาไม่มีกระดูก ส่วนกำไลเหล็กลมปราณนั้นแตกละเอียดเป็ชิ้นๆ ร่วงอยู่ตรงหน้าไป่เจ๋อ
ไป่เจ๋อลดมือลงก่อนจะก้าวเพียงพริบตาก็ถึงตัวหลี่ซีหยาน เขาออกหมัดพลิกเหมือนกับที่หลี่ซีหยานทำแต่ท่าทางนั้นชัดเจน แข็งแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะต่อยไปที่หน้าอกกับท้องของหลี่ซีหยานพร้อมกันทำให้หลี่ซีหยานกระเด็นหงายหลังลงไปกระแทกกับพื้นท่ามกลางความตกตะลึงของคนตระกูลหลี่
ใช่แล้วไป่เจ๋อใช้วิชาหมัดไหมฟ้าแบบที่หลี่ซีหยานใช้โจมตีเขาเมื่อครู่เหล่าคนในตระกูลหลี่ต่างไม่อยากเชื่อว่าวิชาประจำตระกูลจะถูกเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์ในเวลาไม่นาน
‘หมอไป่คนนี้เป็ยอดอัจฉริยะแน่ๆ’ ทุกคนคิดขึ้นพร้อมกัน
“กระบวนท่าดีแข็งแรง แต่การตอบสนองช้า ไม่รู้จักพลิกแพลง ขาดประสบการณ์และขาดการฝึกจัดสรรปราณอย่างเหมาะสมขณะต่อสู้ ทำให้หลังโจมตีชุดใหญ่ไป 2-3 ชุดพลังปราณก็ลดลงไปกว่าครึ่ง นี่คือความคิดเห็นของผม”ไป่เจ๋อกล่าวถึงจุดที่ต้องปรับปรุงของหลี่ซีหยาน
“การจัดสรรปราณเป็เื่ส่วนบุคคล เทคนิคของแต่ละคนไม่เหมือนกันไม่มีใครสอนกันหรอกนะท่านหมอไป่” หลี่โจวหม่ากล่าว
“ยังไงเื่นี้ก็ต้องมีคนสอนเขาอาจารย์ของผมเคยกล่าวไว้ว่า ผู้ที่ไม่รู้จักการจัดสรรปราณของตนก็เหมือนกับเขื่อนที่มีน้ำเต็ม แต่กลับปล่อยน้ำทีเดียวจนหมด หากน้ำคือปราณการที่ปราณหมดขณะสู้กับศัตรู รับรองว่าคนผู้นั้นคงได้ไปพบยมบาลแน่นอน”ไป่เจ๋อพูดในสิ่งที่อาจารย์ของเขาสอน
“พอจะบอกฉันได้รึเปล่าว่าอาจารย์ของเธอชื่ออะไร”หลี่โจวหม่าถาม เธอคิดว่าคนที่สอนเด็กหนุ่มจนเก่งกาจขนาดนี้ต้องเป็เสือซุ่มัซ่อน เป็แน่
“ชื่อของท่านคือเทพหมัด เยี่ยชิงหาน หลังถ่ายทอดวิชาให้ผมแล้ว ท่านก็ออกท่องเที่ยวไปทั่วทุกวันนี้ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านอยู่ที่ไหน” ไป่เจ๋อกล่าว ยังไงเยี่ยชิงหานอาจารย์ของเขาก็ไม่มีตัวตนในโลกนี้อยู่แล้ว
“ใครเคยได้ยินบ้าง”
“ไม่เคยหรือจะเป็ยอดฝีมือที่ปลีกวิเวกกัน”
“เป็ไปได้”
เสียงพูดคุยเกี่ยวกับเทพหมัดเยี่ยชิงหาน ดังขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาทำให้ทุกคนหันกลับมาให้ความสนใจที่มาของเสียงนั้น
“ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ผมที” เป็หลี่ซีหยานนั่นเองที่เป็ต้นเสียงก่อนหน้านี้เขาใกับการโดนหมัดของตระกูลตัวเองเล่นงานเขารู้ทันทีว่าไป่เจ๋อนั้นยั้งมือไว้หลายส่วน หากโดนเต็ม ๆอย่างน้อยกระดูกคงหักอีกหลายชิ้น
หลังทุกคนหันกลับมาสนใจหลี่ซีหยานไป่เจ๋อก็เดินเข้าไปหาหลี่ซีหยานที่ยังคงนอนแผ่อยู่กับพื้นและย่อตัวลงก่อนจะจับแขนข้างที่หักของหลี่ซีหยานขึ้นมา จากนั้นวาดอักขระลมปราณบนแขนของหลี่ซีหยานก่อนส่งมันเข้าไปตามแขนกับมือที่หักของหลี่ซีหยาน
“ประสาน”จบคำของไป่เจ๋อ กระดูกมือและแขนของหลี่ซีหยานก็ประสานกันอย่างรวดเร็วความเ็ปนั้นหายไปในพริบตา
“เฮ้ยหายแล้ว เป็ไปได้ไงเนี่ย” หลี่ซีหยานผุดลุกขึ้น ก่อนจะตรวจดูแขนของตัวเองที่เมื่อกี้ยังหักอยู่อย่างตกตะลึง
ส่วนคนอื่นรวมถึงแม่เฒ่าหลี่ต่างปากอ้าตาค้าง คิดว่าไป่เจ๋อทำได้ยังไงขนาดโอสถที่ดีที่สุดหากกินเข้าไปก็ต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์กว่าจะประสานกระดูกได้การรักษาให้หายแบบฉับพลันแบบนี้ราวกับปาฏิหาริย์ก็ว่าได้
“ท่านหมอไป่ทำได้ยังไงกัน” หลี่โจวหม่าถาม
“ผมใช้อักขระลมปราณที่อาจารย์ของผมสอนมาครับ”ไป่เจ๋อกล่าว
“งั้นมาลองประมือกันอีกรอบไหมฉันยังไม่หนำใจเลย” หลี่ซีหยานพอหายแล้ว ไฟต่อสู้ของเขาก็กลับมาลุกโชนหายากที่จะได้ประมือกับคนที่มีฝีมือแบบนี้
“กระดูกที่ประสานให้แนะนำให้รอ 1 สัปดาห์ มันถึงแข็งแรงพอที่จะประลองได้อีกครั้งจากนี้นายต้องเดินลมปราณเพื่อรักษาบริเวณที่ฉันประสานกระดูกให้ทุกวันและอย่าให้โดนกระทบกระเทือนเด็ดขาด” ไป่เจ๋อเตือน
“เข้าใจแล้วงั้นต่อไปพี่หลี่ไป๋จะสู้ต่อสินะ ระวังด้วยล่ะ เขาแข็งแกร่งกว่าฉันอีก”หลี่ซีหยานกล่าว
“น่าสนใจดี”ไป่เจ๋อตอบกลับ
“พักครึ่งชั่วโมงฟื้นฟูปราณก่อนเถอะ”แม่เฒ่าหลี่ประกาศ ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวนิดหน่อย มีเพียงหลี่ซีหยานหลี่ไป๋ กับไป๋กุ้ยอิง ที่ยังคงอยู่ พวกเขาสนใจในวิชาของไป่เจ๋ออย่างมาก จึงเดินเข้าไปสอบถาม
“เอ่อ...ท่านหมอไป่ช่วยบอกหน่อย วิชาที่เรียกว่า สงบดุจโพธิสัตว์ นั่นมันใช้ยังไง ฝึกยากรึเปล่ามันค่อนข้างยากที่จะรับมือเลยล่ะ” หลี่ซีหยานถามหลี่ไป๋เองก็หันมาฟังอย่างตั้งใจเช่นกันเขาเองก็ััถึงพลังปราณของไป่เจ๋อไม่ได้เลย ราวกับเขาไม่ได้ใช้ปราณป้องกันการโจมตีของหลี่ซีหยานแต่ทำไมหลี่ซีหยานกลับาเ็หนักขนาดนั้นกัน
“อย่าได้คิดฝึกถ้ายังไม่ชำนาญการจัดสรรพลังปราณ” ไป่เจ๋อพูดดักคอ
“แล้วไอ้การจัดสรรพลังปราณนั่นมันฝึกกันยังไงล่ะย่าทวดยังบอกเลยว่ามันเป็เทคนิคเฉพาะของแต่ละคนในการบริหารการใช้ปราณของตนเอง”หลี่ซีหยานกล่าว เขาอยากฝึกแต่ไม่มีคนสอนเนี่ยสิ
“ถ้าอยากฝึกฉันจะบอกแนวทางให้ แต่จงจำไว้ว่าที่เหลือขึ้นอยู่กับตัวนายเอง”ไป่เจ๋อกล่าวจบก็เดินไปยังลานฝึกจากนั้นก็ขยับนิ้ววาดสัญลักษณ์อักขระลมปราณลงที่พื้นไม่นานพื้นดินตรงลานฝึกก็ยกตัวขึ้น กลายเป็ผาสูงร่วม 30 เมตร ทั้งหลี่ซีหยานหลี่ไป๋ กับไป๋กุ้ยอิง ต้องแหงนหน้ามองยอดผาก่อนจะหันมามองไป่เจ๋ออย่างสงสัยว่าจะให้ฝึกยังไงกับหน้าผานี้
“เดี๋ยวจะทำให้ดูเป็ตัวอย่างก่อน”ไป่เจ๋อโคจรปราณไปยังมือข้างขวาแล้วจับก้อนหินที่ยื่นออกมา จากนั้นก็ใช้กล้ามเนื้อแขนยกตัวเองขึ้นพร้อมกับหาที่วางเท้าของตนบนผาแล้วเอื้อมมือไปจับหินอีกก้อน ไป่เจ๋อโคจรปราณไปยังเท้าที่เขายืนเพื่อสร้างแรงส่งตัวเองให้สามารถจับก้อนหินก้อนต่อไปได้ไป่เจ๋อทำวนซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งถึงยอดผา ก่อนจะะโลงมาถึงพื้นอย่างนิ่มนวลท่ามกลางสายตาของพวกหลี่ซีหยานที่อยู่ข้างล่าง
“ให้ส่งปราณไปยังจุดที่สมควรต้องใช้ในปริมาณที่พอดี นี่เป็ขั้นแรกของการฝึก ทำได้ไหม” ไป่เจ๋อถาม
“เดี๋ยวนะนั่นมันโคตรยากเลย นายพูดเหมือนเป็เื่ง่าย ๆ งั้นแหละ” หลี่ไป๋กล่าวตอนนี้เขานับถือไป่เจ๋อขึ้นมามาก สิ่งที่ไป่เจ๋อแสดงให้เห็นทำให้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าจะฝึกจัดสรรปราณของตนได้ยังไง
“ที่ตระกูลของฉันไม่เคยมีการฝึกแบบนี้น่าสนใจจริง ๆ ถ้ายังไงหากสะดวก ฉันขอเชิญไปเยี่ยมที่ตระกูลของฉันบ้างได้ไหม”ไป๋กุ้ยอิงกล่าว
หลี่ไป๋หันขวับมาทันทีไป๋กุ้ยอิงไม่เคยชวนเขาไปที่ตระกูลเลย มีแต่เขาที่เสนอหน้าไปเองตอนนี้เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เขาไม่ได้โกรธแค่รู้สึกเ็ปที่ตนนั้นไม่มีความสามารถมากพอที่จะได้รับเชิญไปยังตระกูลไป๋
“หลังจากวันอาทิตย์นี้ผมก็ไม่ว่างแล้วล่ะมีงานถ่ายโฆษณาของทางมู่เทียนรออยู่” ไป่เจ๋อกล่าว
“เอ๋คุณเป็ดาราเหรอ” ไป๋กุ้ยอิงถาม ดวงตาเธอมีประกายขึ้นมาทันที
“เพิ่งเข้าวงการน่ะงานถ่ายโฆษณานี้เป็งานแรก” ไป่เจ๋อกล่าว
“มันยอดมากเลยนะรู้ไหมมู่เทียนมีข่าวว่าจะออกสินค้าใหม่ทั้งน้ำหอมและครีมบำรุงผิวฉันพยายามจะสั่งน้ำหอมแล้วแต่ก็ไม่ทัน หากคุณจะกรุณาช่วยฉันฉันรับปากว่าจะยินดีช่วยคุณตอบแทนเช่นกัน” ไป๋กุ้ยอิงกล่าวส่วนไป่เจ๋อนั้นลองนึกดูว่า ถ้าความจริงถูกเปิดเผยว่าหัวน้ำหอมนั้นทำจากเหงื่อของเขาคนยังจะกล้าใช้กันอีกไหม
“แต่ครีมบำรุงผิวผมจองไว้ให้พี่สาวไป๋กระปุกนึงแล้วล่ะ” หลี่ไป๋กล่าว
“จริงเหรอขอบใจมากนะหลี่ไป๋” ไป๋กุ้ยอิงดึงหลี่ไป๋เข้าไปกอดหน้าของหลี่ไป๋ตอนนี้จมอยู่ในูเาลูกมหึมาของไป๋กุ้ยอิงไปแล้ว
“พี่สาวไป๋ขอมั่งดิ ผมขาดความอุ่น” หลี่ซีหยานรีบโผเข้าไปทันทีแต่ก็ถูกหมัดของหลี่ไป๋ซัดออกมา
ไป๋กุ้ยอิงที่เพิ่งรู้ตัวก็รีบผลักหลี่ไป๋ออกทันทีหลี่ไป๋ตอนนี้มีเืกำเดาไหลออกมานิดหน่อย ส่วนไป๋กุ้ยอิงนั้นหน้าแดงเพราะความอายสำหรับเธอนั้นเครื่องประทินโฉมเป็สิ่งที่เธอชอบมากที่สุดก็ว่าได้ดังนั้นพอเป็เื่นี้ทีไร เธอมักจะหลุดจากนิสัยเ็าตามปกติของเธอทันที
พวกเขาคุยกันไม่นานหลี่โจวหม่ากับผู้าุโก็กลับมาที่ลานฝึก ไป่เจ๋อกับหลี่ไป๋ขึ้นมาบนเวทีประลองแล้ว สำหรับหลี่ไป๋ที่เป็อัจฉริยะอันดับ 1 ของตระกูลเขาจะไม่ยอมพลาดท่าง่าย ๆ เหมือนกับหลี่ซีหยานแน่นอน
“ไป่เจ๋อมีอะไรงัดออกมาเลย ฉันคนนี้จะรับทุกกระบวนท่าของนายให้ดู”หลี่ไป๋นำหมัดที่มีกำไลเหล็กลมปราณมาชนกัน ก่อให้เกิดระลอกคลื่นขึ้นในอากาศเพื่อเป็การอุ่นเครื่อง ก่อนจะชี้นิ้วไปทางไป่เจ๋อ
ส่วนไป่เจ๋อนั้นยืนนิ่งพร้อมกับหลับตาลงเมื่อแม่เฒ่าให้สัญญาณเริ่ม หลี่ไป๋ที่กำลังจะพุ่งตัวออกไป กลับหยุดฝีเท้าด้วยเพราะเหล่ากระบี่แสง เริ่มปรากฎขึ้นด้านหลังไป่เจ๋อหลายสิบเล่มโดยที่เขาไม่สามารถััถึงพลังปราณของไป่เจ๋อได้เลยนั่นทำให้การจะตรวจจับกระบี่แสงเหล่านี้เป็เื่ยากทีเดียวหากมันพุ่งมาโจมตีเขาจากทางด้านหลัง