แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาถึงห้องนอนภายในตำหนักส่วนตัวที่ท่านอ๋องโจวทรงพระราชทานมอบให้ธิดาบุญธรรมของพระองค์ในอนาคต
ไป๋ลี่จิงยังไม่ตื่นจากการหลับใหลด้วยความที่นางเป็คนชอบนอนตื่นสายเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งไม่มีใครมาปลุกนางยิ่งไม่มีทางตื่น
เช้าวันนี้ไม่มีใครกล้ามาปลุกนางเนื่องจากวีรกรรมที่นางก่อไว้เป็ที่โจษจันกันไปทั่วตำหนักอิงฮวาบ่าวรับใช้นางกำนัลไม่มีใครกล้าเข้าไปพบนางในห้องจนเวลาล่วงเลยไปจนถึงยามซื่อ(09.00 – 10.59 น.)
ไป๋ลี่จิงตื่นลืมตาขึ้นนางยังมีอาการง่วงงุนแต่ที่ตื่นเพราะท้องของนางเริ่มร้องนางจึงมองไปรอบๆ ตัว ขยับกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงคบคิดเื่เมื่อวานที่นางมาถึงก็ถูกนำตัวมาอาบน้ำจนสะอาดสวมใส่ชุดสตรีจากนั้นก็มีนางกำนัลนำอาหารมาให้แล้วเดินออกไปกระซิบกระซาบกันที่หน้าประตู
นางกำนัลที่ช่วยนางอาบน้ำแต่งตัวเดินเข้ามาสีหน้าท่าทางตื่นกลัวไม่กล้าเข้าใกล้นางเหมือนในตอนแรกพบหน้า
“พระชายาทรงรับสั่ง ว่าคุณหนูไป๋เดินทางมาไกลร่างกายอ่อนล้าวันนี้ยังไม่ต้องรีบไปเข้าเฝ้าทรงอนุญาตให้พักผ่อนตามสบายพรุ่งนี้ค่อยไปเข้าเฝ้าเ้าค่ะ”
นางพยักหน้ารับรู้พอกินข้าวเสร็จก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทาง
เมื่อคืนไป๋ลี่จิงจึงยังไม่ทันได้สังเกตห้องของตนว่าเป็เช่นไรเมื่อแสงสว่างสาดส่องเข้ามาในห้องทำให้เห็นสิ่งต่างๆรอบๆ ห้องได้ชัดเจนขึ้นห้องถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงามมีฉากกั้นลวดลายนกกระเรียนสีขาวบดบังสายตาจากหน้าประตูมาที่เตียงนอน
ผ้าม่านสีชมพูอ่อนทำให้ห้องแลดูสว่างสะอาดตาที่โต๊ะเครื่องแป้งมีกระปุกแป้งฝุ่นใช้ทาหน้าสีขาวนวลเมื่อเปิดฝาออกได้กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆลอยขึ้นมาเตะจมูก ชาดทาปากสีแดงไล่สีจากแดงอ่อนไปจนถึงแดงเข็ม
แจกันมีดอกไม้สีเหลืองแซมสีขาวถูกจัดวางไว้จนทั่วทั้งห้องรู้สึกได้ถึงความใส่ใจของผู้จัดเตรียมที่ตั้งใจให้เหมาะสมกับเป็ห้องพักสำหรับสตรีอ่อนวัย
เมื่อสำรวจสิ่งต่างภายในห้องเรียบร้อยไป๋ลี่จิงก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ“ห้องนี้ถูกจัดไว้สวยงามยิ่งนัก” นางเอ่ยปากชื่นชมอยู่เพียงลำพังนางเดินไปที่หน้าประตูเอามือผลักเบาๆ ประตูก็เปิดออกมีนางกำนัลสองคนยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าห้อง
“พวกเ้าใครก็ได้ช่วยหาข้าวให้ข้ากินหน่อยหิวจนแสบท้องไปหมดแล้ว”นางกำนัลคนหนึ่งรีบย่อตัวทำความเคารพมือไม้สั่น
“คุณหนูไป๋รอสักครู่ บ่าวจะรีบไปจัดสำหรับอาหารมาให้เ้าค่ะ”พูดเสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวไปในทันทีอีกคนทำท่าจะเดินตามแต่ไป๋ลี่จิงกลับห้ามไว้
“เ้าจะไปไหน! เ้าไปแล้วใครจะช่วยข้าอาบน้ำแต่งตัว...เร็วรีบตามข้าเข้ามา”
ไป๋ลี่จิงเดินนำกลับเข้ามาในห้องนางกำนัลที่คอยรับใช้กลับไม่ยอมเดินเข้ามาช่วยเปลี่ยนชุดนางรู้สึกแปลกใจกับท่าทางตื่นกลัวของนางกำนัลเป็อย่างมาก
“เ้าเป็อะไร! ทำไมยังยื่นนิ่งไม่มาช่วยข้า!”นางกำนัลเมื่อได้ยินเสียงตวาดก็ยิ่งทวีความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นรีบคลุกเข่าลงเอาศีรษะโคกลงพื้นจนเกิดเสียงดัง
“คุณหนูไป๋เ้าค่ะ ท่านอย่าทำอะไรบ่าวเลยบ่าวกลัวแล้ว...บ่าวกลัวแล้วเ้าค่ะ”
ไป๋ลี่จิงก้มลงมองนางกำนัลแล้วก็ทำหน้าขมวดคิ้วทำไมนางจึงมีท่าทีหวาดกลัวข้าเช่นนี้มันเกิดเื่อะไรขึ้นนางจึงเดินไปนั่งที่เตียงเฝ้าคิดทบทวนตนเอง
คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าตัวเองทำอะไรลงไปจึงเริ่มต้นเข่นถามเอาความจริง
“เ้าบอกข้ามาเดี๋ยวนี้นี่มันเื่อะไรกันข้าไปทำสิ่งใดให้พวกเ้าทำไมถึงตื่นใกลัวข้ากันได้ขนาดนี้ถ้าเ้าไม่พูดข้าจะทำโทษเ้า”
นางกำนัลคลุกเขาก้มหน้าก้มตาไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้าสบตากับไป๋ลี่จิง“ข้านับหนึ่งถึงสามถ้าเ้ายังไม่ยอมพูดก็อย่าหาว่าข้าใจคอโหดร้ายก็แล้วกันหนึ่ง...สอง....สาม!”
กำลังจะนับถึงสามนางกำนัลจึงรีบะโกล่าวขึ้น"บ่าวยอมแล้วเ้าค่ะ...เมื่อวานทุกคนในตำหนักอิงฮวาต่างพากันพูดเื่ที่คุณหนูไป๋ลงมือฆ่าหมีูเา
สัตว์น่ากลัวเช่นนั้นคุณหนูไป๋ยังไม่กลัวพวกเราทุกคนจึงไม่มีใครกล้าเข้ามารับใช้เกรงว่าจะทำให้คุณหนูไม่พอใจแล้วจะ..ลงไม้ลงมือตอนนี้มีเพียงข้าน้อยกับน้องสาวที่ไม่อาจขัดคำสั่งพระชายาให้มาคอยรับใช้คุณหนูไป๋เ้าค่ะ"
ไป๋ลี่จิงได้ยินคำตอบของนางกำนัลก็หัวเราะออกมาดังลั่น..ฮ่ะๆฮ่าๆ เสียงหัวเราะทำให้นางกำนัลถึงกับสะดุ้ง เมื่อหัวเราะจนพอใจก็ก้มตัวลงจับมือช่วยพยุงร่างคนที่กำลังนั่งคลุกเข่าเนื้อตัวสั่นเทาลุกขึ้นพร้อมกับเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่ต้องกลัว..เ้าบอกข้าสิ..ว่าเ้ากับน้องสาวของเ้ามีชื่อว่าอะไร”
นางกำนัลเห็นท่าทีที่อ่อนโยนของไป๋ลี่จิงทำให้คลายความหวาดกลัวลงไปได้บ้าง“บ่าวชื่อว่าเจียวลู่น้องสาวชื่อว่าเจียวหย่งเ้าค่ะ”
"ต่อไปเ้าสองคนพี่น้องมาเป็คนสนิทคอยรับใช้ข้าข้าชอบคนเชื่อฟังคำสั่ง ไม่รักตัวกลัวตายหนี้เอาตัวรอดเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ของเ้า
เ้าไม่ต้องกลัวข้าไม่ฆ่าใครหรือทำร้ายใครโดยไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องฆ่าเ้าหมีตัวนั้นเพราะมันทำร้ายผู้อื่นหากมันอยู่เฉยๆข้าจะฆ่ามันทำไมจริงไหม”
นางกำนัลได้ยินดังนั้นก็เริ่มรู้สึกว่านายหญิงคนใหม่ของตนไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พูดต่อๆกันมา อีกอย่างนางก็เป็หญิงสาวหน้าตาสะสวยหมดจดงดงามยิ่งกว่าสตรีทุกคนที่เคยเห็นมานางกำนัลเจียวลู่จึงเริ่มมีรอยยิ้มน้อยๆ ขึ้นมาบนใบหน้า
“มาเ้าค่ะ...นายหญิงข้าจะช่วยท่านอาบน้ำแต่งตัวหวีผมข้าจะทำให้นายหญิงน้อยที่มีรูปโฉมงามอยู่แล้วงดงามมากยิ่งขึ้นรับรองว่าพระชายาเห็นต้องพอพระทัยเป็แน่”
“เ้าไม่กลัวข้าแล้วหรือเจียวลู่”เป็บ่าวเองที่มีตาหามีแววไม่สตรีที่งามเช่นนี้จะมีจิตใจโเี้ได้อย่างไรคนมีปากก็พูดกันไปจนเกินจริงนายหญิงอย่าถือสาบ่าวเลยนะเ้าค่ะ"
แต่งตัวเสร็จก็เดินตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งนั่งรอให้นางกำนัลรับใช้มาช่วยจัดแต่งทรงผมพลันสายตาเมื่อมองผ่านกระจกไปเห็นนางกำนัลอีกคนดูท่าจะเป็เจียวหย่งน้องสาวของเจียวลู่ที่เมื่อครู่ได้รับคำสั่งให้ไปยกสำรับอาหารยืนพูดคุยกับพี่สาว
ไป๋ลี่จิงชะเง้อมองหาถาดสำรับอาหารในมือนางกำนัลคนน้องเมื่อไม่พบก็เริ่มมีอาการไม่พอใจ
“เ้าสองคนมานี้ซิ...ยืนกระซิบกระซาบกำลังนินทาข้ากันอยู่อย่างนั้นหรือ”
นางกำนัลทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงนายหญิงก็รีบเดินเข้ามาทันที“บ่าวไม่กล้าเ้าค่ะ...แค่อธิบายให้น้องสาวของบ่าวเข้าใจว่าเหตุใดนายหญิงจึงต้องลงมือฆ่าเ้าหมีูเาตัวนั้น”
ไป๋ลี่จิงใช้สายตาแสดงถึงความไม่พอใจที่ไม่เห็นสำรับอาหาร“ข้าสั่งให้เ้าไปเอาอาหารมาให้ข้าทำไมเ้าถึงกลับมาตัวเปล่าไหนล่ะอาหารของข้า”
นางกำนัลคนน้องเจียวหย่งรีบรายงานทันที“เรียนนายหญิงบ่าวไปที่โรงครัวมาแล้วเ้าค่ะแต่หัวหน้าแม่ครัวบอกว่าพระชายามีรับสั่งให้นายหญิงเข้าเฝ้าและรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกันเ้าค่ะ”
ไป๋ลี่จิงแม้จะโมโหหิวอยู่บ้างแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็รับสั่งของพระชายาคนที่นางมิบังควรทำให้ไม่พอพระทัยั้แ่ครั้งแรกที่พบหน้า
“พวกเ้าก็รีบมาหวีผมแต่งหน้าให้ข้าจะได้รีบไปเข้าเฝ้า”
ระหว่างที่นั่งหวีผมไป๋ลี่จิงก็คิดขึ้นมาได้ว่าคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงคำถามจากทุกคนเื่ที่นางลงมือฆ่าหมีูเาเมื่อวานเป็แน่คิดได้ดังนั้นก็พูดกับตนเองว่าข้าจะแสดงท่าทางแข็งเกล้าไม่ได้เด็ดขาดมิเช่นนั้นจะส่งผลร้ายกับตนเองหากพระชายาไม่พอพระทัยชีวิตในวังแห่งนี้นางไม่มีทางได้อยู่อย่างเป็สุข!
#ตำหนักเฟยเทียน
ท่านอ๋องโจวมีความปีติที่จะได้เห็นบุตรสาวของแม่ทัพไป๋สหายรักข่าวว่านางงดงามเกินสตรีทุกคนในใต้หล้าวันนี้จะได้เห็นกับตาว่าเป็จริงตามที่ทุกคนกล่าวไว้หรือไม่
ห้องจัดเลี้ยงอาหารกลางวันถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับการมาของไป๋ลี่จิงว่าที่องค์หญิงคนใหม่ของด่านชายแดนเหนือ
ท่านอ๋องโจวพระชายาองค์ชายจื่อเหยาและท่านแม่ทัพไป๋มานั่งรออยู่ในห้องจัดเลี้ยงนานแล้วแต่ยังไม่มีวี่แววของไป๋ลี่จิงพระชายากำลังจะส่งคนไปตามหากแต่ยังไม่ทันจะออกรับสั่งทหารเฝ้าหน้าประตูก็ขานชื่อ
“คุณหนูตระกูลไป๋มาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ไป๋ลี่จิงใส่ชุดสีเหลืองอ่อนบนศีรษะปักด้วยปิ่นไข่มุกทรงผมเปิดให้เห็นใบหน้าที่งามหมดจนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาขับให้ผิวขาวของนางแลดูเนียนละเอียดมากยิ่งขึ้นท่าทางการเดินก็เรียบร้อย
นางย่อตัวลงเล็กน้อยเอามือประสานกันไว้ที่ด้านหน้าสูงระดับเอวเพื่อทำความเคารพ“ถวายบังคมท่านอ๋อง ถวายบังคมพระชายา ถวายบังคมองค์ชายเพคะ”
จากนั้นนางก็หันไปหาท่านแม่ทัพไป๋ทำความเคารพท่านพ่อของนาง“ลูกไป๋ลี่จิงทำความเคารพเ้าค่ะท่านพ่อ”
สำหรับท่านอ๋องกับพระชายาไม่ได้รู้สึกขัดตากับท่าทางของไป๋ลี่จิงเห็นได้ชัดว่านางงดงามดังคำเล่าลือมีเพียงท่านแม่ทัพไป๋กับองค์ชายจื่อเหยาเท่านั้นที่รู้สึกแปลกใจกับท่าทางเรียบร้อยอ่อนโยนของนาง
“ไม่ต้องมากพิธีไป๋ลี่จิงเ้านั่งเถอะทำตัวตามสบายข้าอ๋องโจวไม่ได้เป็คนชอบพิธีรีตองอะไรมากมายมา..มา..กินข้าว”
ไป๋ลี่จิงนั่งลงมองอาหารที่อยู่บนโต๊ะดูแล้วไม่น่ากินเอาเสียเลยมีแต่ผักกับเต้าหู้เนื้อสัตว์ที่พอมองเห็นคือเป็ดน้ำแดงลำตัวผอมแห้งจนแทบหาเนื้อไม่เจอเหลือเพียงหนังติดกระดูด
นางคิดว่าอาหารในพระราชวังจะหรูหรากว่านี้เสียอีกนางกินไปได้ไม่กี่คำก็วางตะเกียบลงนางครุ่นคิดในใจว่าอาหารในจวนไป๋ยังดีซะกว่า
ท่านอ๋องโจวสังเกตเห็นอาการเด็กสาวตรงหน้าก็กล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดู“อาหารไม่ถูกปากเ้าอย่างนั้นหรือ”
“เพคะคงเพราะหม่อมฉันพึ่งมาจึงยังไม่ค่อยคุ้นกับรสชาติอาหารแดนเหนือ” ท่านอ๋องโจวยิ้มหัวเราะในลำคอในคำตอบของไป๋ลี่จิง
“เราว่าไม่ใช่เพราะเ้าพึ่งมาหลอกเราเองอยู่ที่นี่มาก็ตั้งนานยังไม่คุ้นกับรสชาติเหมือนกันแต่จะทำยังไงได้ที่นี่เพราะปลูกอะไรก็ไม่ค่อยได้ผลหน้าหนาวยาวนานเกินไปเลี้ยงสัตว์ก็พากันแข็งตายหมดเราเองก็จนปัญญา”
ไป๋ลี่จิงฟังท่านอ๋องพูดจบก็แสดงความคิดเห็นออกไปว่า“พื้นดินปลูกผักไม่ขึ้นเราก็ไม่จำเป็ต้องปลูกบนพื้นดินก็ได้เพคะ
ตอนหม่อมฉันอยู่ที่จวนไป๋พ่อบ้านชิงสอนหม่อมฉันปลูกผักหิมะตกก็ทำโรงเรือนหลังคาสูงจากนั้นใช้ไม้ไผ่มากันเป็คอกตีตารางบนพื้นหาดินจากที่อื่นที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุนำมาปลูกผักโดยใช้ปุ๋ยธรรมชาติ
เพียงเท่านี้ผักก็งอกงามเต็มสวนหลังบ้านหม่อมฉันไม่ต้องเสียเงินซื้อผักมาทำอาหารอีกเลยฤดูหนาวที่ยาวนานหม่อมฉันเห็นว่าควรปลูกผักที่สามารถเติบโตได้ในฤดูหนาวเพคะ
ส่วนเื่การเลี้ยงสัตว์เราสามารถเลี้ยงหมูได้เพคะหมูเป็สัตว์ที่กินง่ายอยู่ง่ายสามารถอดทนต่ออากาศหนาวเย็นได้ ข้อเสียคือมันกินจุหน่อยเท่านั้นข้อดีของมันกลับมีมากกว่ามันสามารถออกลูกได้ครั้งละหลายๆตัว
่แรกเราอาจจะยังกินมันไม่ได้ต้องขยายพันธุ์พวกมันเสียก่อนหม่อมฉันชอบกินเนื้อหมูนุ่มๆ เนื้อของมันทำอาหารได้หลากหลายชนิด ชั้นไขมันนำมาเจียวเป็น้ำกากที่เหลือก็เก็บไว้ทำอาหารได้เนื้อหมูหมักเกลือตากแดดจนแห้งสนิทสามารถเก็บไว้ได้นานอยากกินเมื่อไหร่ก็นำมาทอดกับน้ำมันร้อนๆรสชาติหอมอร่อยมากทีเดียว”
ท่านอ๋องโจวฟังแล้วหัวเราะชอบใจ“ดี...ดีมาก..ความคิดของเ้าเราจะเอาเข้าที่ประชุมขุนนางความคิดของเ้าใช้ได้ทีเดียว”
“หม่อมฉันพูดไปไม่ทันคิด...ขอฝ่าาทรงอภัยที่หม่อมฉันก้าวก่ายงานพระราชกิจของพระองค์”
"เ้าคิดมากไปแล้วสิ่งที่เ้าพูดมีประโยชน์ต่อราษฎรอย่างมากต่อไปทุกครัวเรือนจะมีผักให้กินและเนื้อหมูแสนอร่อยอย่างที่เ้าว่าโดยไม่ต้องหาเงินไปซื้อจากนอกเมืองอีกต่อไป
ที่เราหนักใจก็คือตอนนี้ข้าศึกเข้าประชิดเมืองเื่เสบียงอาหารก็ขาดแคลนเื่ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ที่เ้าเสนอมานี้ในเวลาเช่นนี้คงมิอาจทำได้ต้องรอให้บ้านเมืองสงบเสียก่อน"
ไป๋ลี่จิงเก็บความสงสัยไว้ในใจไม่กล้ากราบทูลถามตามตรงว่าเพราะเหตุใดชายแดนเหนือถึงขาดแคลนเสบียงอาหารถึงเพียงนี้ในเมื่อในเมืองหลวงลั่วอี้อุดมสมบูรณ์ไม่ได้ขาดแคลนอาหารมีเหลือกินเหลือใช้เสียด้วยซ้ำ
*************************************
ติตตามความฉลาดอยู่เป็ของสาวน้อยไป๋ลี่จิงกันต่อไปได้เลยจ้า
อ่านแล้วชอบช่วยกดหัวใจ เป็กำลังให้นักเขียนด้วยนะจ๊ะ ขอบคุณคะ นามปากกา K.P.STOM