บทที่ 19 เ้าของหัวใจดวงนั้น
งานวันก่อตั้งของหนัวต้ากรุ๊ป ในฐานะประธานบริหาร ฟู่อวิ่นซางก็ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สองสามประโยค
ทุกคนซึ่งอยู่เบื้องล่างได้แต่เงียบและฟังเขา แม้แต่ตงซินหลิงก็ยังหยุดกวนประสาทเยี่ยเจีย แล้วเดินไปยืนแถวหน้าสุดทำตัวเป็แฟนคลับตัวน้อยซึ่งตั้งใจฟังที่ฟู่อวิ่นซางพูด
หลังจากจบสุนทรพจน์ ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันต่อ มีคนจำหานปิงได้จึงเข้าไปทักทาย “หานปิง ประธานหานสบายดีไหม”
“คุณปู่ร่างกายแข็งแรงดีมากเลยครับ แถมยังไปออกกำลังกายตอนเช้าได้ทุกวัน ขอบคุณที่คุณลุงห่าวเป็ห่วง”
“งั้นก็ดีแล้วละ แล้วเมื่อไหร่จะพาแฟนคนสวยไปเปิดตัวล่ะ”
“คุณลุงห่าวครับ ลุงเข้าใจผิดแล้วล่ะ เธอเป็แค่เพื่อนของผม”
“โอ้ อย่างนั้นก็รีบหาแฟนสักคนเถอะ เธอก็อายุไม่น้อยแล้ว อย่าให้ประธานหานเป็ห่วงไปเลย…”
เยี่ยเจียที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองหานปิงพูดคุยกับคนอื่นแล้วก็รู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองอย่างถึงที่สุด เธอไม่น่าจะมาร่วมงานแบบนี้เลยจริง ๆ แม้แต่คนรู้จักก็ไม่มีสักคน
ขณะที่จมอยู่กับความคิด มือถือขอเธอก็สั่นแจ้งเตือนบางอย่าง เธอจึงหยิบมันขึ้นมาดู
พบว่าเป็ข้อความจากฟู่อวิ่นซางที่ส่งมาบอกว่า ‘คุณอู๋มารอที่ลานจอดรถแล้ว คุณกลับไปกับเขาเดี๋ยวนี้’
เยี่ยเจียเงยหน้าขึ้นมองฟู่อวิ่นซาง เขากำลังถือแก้วไวน์พูดคุยทักทายกับแขกอยู่
ข้าง ๆ กันนั้น มีสวีเสี้ยนหย่ายืนอยู่ด้วย เธอสวมชุดราตรีสีฟ้าอ่อน ดูสง่างามเป็อย่างมาก มือเรียวก็ถือแก้วไวน์พูดคุยเฮฮากับแขกเช่นกัน
พวกเขาดูเป็คู่รักที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองกับใบหยก
ภาพนี้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแปลบในดวงตา ราวกับมีเหล็กแหลมเสียบเข้าไปในหัวใจของเธอ ความเ็ปที่มีแผ่ขยายกัดกินหัวใจไปทุกอณู
เขาให้เธอกลับบ้านไป แต่ดันให้ผู้หญิงคนนี้มายืนอยู่ข้างกายเขา...
“เป็อะไรไปเหรอ” หานปิงที่เพิ่งคุยกับคนอื่นจบ ก็หันกลับมามองเยี่ยเจีย สีหน้าของเธอดูไม่ค่อยดี อีกฝ่ายจึงถามด้วยความเป็ห่วง
เหมือนกับว่าเยี่ยเจียไม่ได้ยินคำพูดของเขา สายตายังคงจ้องมองไปที่ชายหญิงคู่นั้น
หานปิงมองตามสายตาของเธอ เมื่อเห็นฟู่อวิ่นซางและคนที่ยืนข้าง ๆ ก็ขมวดคิ้วแน่น “ลืมถามไปเลย ผู้หญิงคนนั้นเป็ใครเหรอ”
“เธอชื่อสวีเสี้ยนหย่าค่ะ”
ชื่อนี้ทำให้หานปิงรู้สึกคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก เขาขมวดคิ้วแน่นขึ้นพลางทวนชื่อของหญิงสาวเบา ๆ “สวีเสี้ยนหย่า… สวี…”
ดูเหมือนว่าเ้าของหัวใจที่บริจาคให้กับเยี่ยเจียก็สกุล ‘สวี’ เช่นกัน
ฟู่อวิ่นซางที่อยู่ไกลออกไปรู้สึกได้ถึงสายตาของเยี่ยเจียจึงหันมามองเธอ สายตาเ็าของเขาที่ส่งมานั้นมีเสียงเร่งเร้าให้เธอรีบกลับบ้านไปเสียที
“พี่อวิ่นซางคะ คุณหลิวอยากดื่มไวน์แสดงความยินดีด้วยน่ะค่ะ” สวีเสี้ยนหย่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟู่อวิ่นซางก็กระตุกแขนเสื้อเขาเบา ๆ
เธอเห็นว่าเยี่ยเจียก็กำลังมองมาเช่นกัน รอยยิ้มร้ายบนใบหน้าสวย ๆ พลันผุดขึ้น หญิงสาวขยับเข้าไปยืนแนบชิดกับฟู่อวิ่นซางมากขึ้น ร่างกายของเธอเอนเอียงไปแทบจะพิงอยู่กับแผ่นอกกำยำของเขาอยู่รอมร่อ
คุณหลิวซึ่งอยู่ยืนดูข้าง ๆ ก็ยิ้มและพูดว่า “ยินดีด้วยจริง ๆ ครับประธานฟู่ ที่ได้เลขามือโปรคอยดูแลแบบนี้”
เขาไม่รู้ว่าการประจบสอพลอของตนเองนั้นผิดที่ผิดทางไปมาก แต่คำพูดนี้กลับทำให้สวีเสี้ยนหย่าที่ได้ยินรู้สึกดีใจไม่น้อย
ก่อนที่ฟู่อวิ่นซางจะได้อ้าปากปฏิเสธ เธอก็แย่งพูดเสียก่อน “คุณหลิว คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะค่ะ ฉันกับพี่อวิ่นซางไม่ใช่แบบที่คุณคิดหรอกนะคะ”
ด้วยความฉลาดหลักแหลมของเธอ จึงใช้คำพูดที่ดูเหมือนเป็การปฏิเสธกลาย ๆ แต่ความจริงแล้วกลับยิ่งทำให้คนฟังเข้าใจผิดมากขึ้น
“เลขาสวี ไม่ต้องปิดบังผมหรอกครับ ท่านประธานฟู่ไม่ได้พาผู้หญิงคนไหนมาออกงานด้วยนานหลายปีแล้ว แถมยังเป็งานฉลองวันก่อตั้งบริษัทอีก คุณกับท่านประธานฟู่มีความสัมพันธ์แบบไหน ต่อให้ผมไม่พูดออกไป คนอื่นก็ต้องมองออกอยู่แล้ว”
“นี่… คือ… จริง ๆ แล้วไม่ใช่…” สวีเสี้ยนหย่าแสดงสีหน้าร้อนรนราวกับ้าจะอธิบาย