สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 95 อัญเชิญอย่างบ้าคลั่ง

            “ข้าไม่เชื่อมาลองอีกครั้งกันเถอะ....อืมคราวนี้เรามาลองทีละคน” ซุนเฟยพูดก่อนจะคว้ามือเล็กๆ ของสาวน้อยผมสีม่วงที่อยู่ข้างๆจากนั้นก็มีแสงสีฟ้าพร้อมเสียงดังวิ้งขึ้น เขาและวอร์ริฟก็หายไปแต่...สาวน้อยยังอยู่

            แสงสีฟ้าสว่างวูบ ซุนเฟยกลับมาอีกครั้งด้วยท่าทางขึ้งโกรธ

            “อีกครั้ง...”

            ซุนเฟยหายไป

            ซุนเฟยกลับมา

            ซุนเฟยหายไป

            ……

            สิบนาทีต่อมา

            ซุนเฟยแทบจะจับมือสาวๆ ทุกคน ตอนแรกคนขี้เกียจไร้ยางอายผู้นี้จับมือสาวๆ เพื่อครุ่นคิดหาสาเหตุแต่หลังๆ เริ่มจงใจหาข้ออ้างแต๊ะอั๋งสาวๆ ด้วยการจับมือนิ่มๆ พวกโร้กสาววัยขบเผาะทั้งหลาย...ฮ่าๆๆมีแต่ไอ้หน้าโง่เท่านั้นที่ปล่อยโอกาสทองนี่ไป

            แต่ไม่ว่าจะพยายามย้ายไป 'ลุกค์โกลไลน์' เท่าไรเขาก็ไม่สามารถทำได้

            นอกจากเอเลน่า

            “นี่มันแปลกจริงๆ ต้องมีเหตุผลที่สำคัญสิ ข้ามองข้ามอะไรไปนะ...”

            ซุนเฟยก้มหน้าครุ่นคิดหาสามารถสาเหตุ

            ทำไมกัน ทั้งๆ ที่เป็นโร้กสาวเหมือนกัน แต่มีเพียงเอเลน่าคนเดียวที่สามารถไป 'ลุกค์ โกลไลน์' กับตัวเองได้แต่คนอื่นกลับไปไม่ได้? ฉับพลันซุนเฟยกลับนึกขึ้นได้ว่าสถานการณ์แบบนี้เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่บังเอิญใช้ทักษะ 'อัญเชิญ' หนึ่งในทักษะพระเจ้าสถานการณ์ทั้งสองอย่างนี้มีความคล้ายคลึงกัน  ทักษะ 'อัญเชิญ' ทักษะพระเจ้าในตอนนี้ มีเพียงเอเลน่าคนเดียวที่เขาสามารถอัญเชิญมาที่โลกแห่งความจริงได้ แต่กลับอัญเชิญคนอื่นไม่ได้

            คิดไปคิดมาสายตาของซุนเฟยก็พลันมาหยุดอยู่ที่วอร์ริฟ ชายที่เป็นกุญแจสำคัญ

            รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นมาบนหน้า

            “วอร์ริฟ เจ้ารู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” ซุนเฟยพอจะเดาอะไรบางอย่างได้

            “ใช่แล้ว นายท่าน เหตุผลง่ายๆ เลย เอเลน่าเป็นทหารรับจ้างของท่าน นางได้ทำ 'สัญญาจ้าง' กับท่านดังนั้น ด้วยอำนาจของสัญญา นางจึงสามารถติดตามท่านผ่านห้วงมิติได้แต่กับสาวๆ คนอื่นพวกนางไม่ได้ทำสัญญาจ้างกับท่านดังนั้น เพราะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากอำนาจของสัญญาจ้างได้ ท่านจึงไม่สามารถพาพวกนางไป 'ลุกค์โกลไลน์' ได้”

            'สัญญาจ้าง' ?

            ทันใดนั้นก็มีบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวของซุนเฟย

            ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองได้กุญแจสำคัญมาไว้ในมือแล้วและเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบเกี่ยวกับทักษะ 'อัญเชิญ' ทันทีที่วอร์ริฟพูดประโยคนี้ราวกับว่าใบหน้าที่แท้จริงที่อยู่หลังม่านลึกลับกำลังเปิดออกมาให้ซุนเฟยเห็นทีละนิด

            ใช่แล้ว!

            ทันใดนั้นซุนเฟยก็พลันตระหนักขึ้นมา

            ที่เขาสามารถอัญเชิญเอเลน่าจากโลก Diablo ออกมาที่โลกแห่งความจริงได้เพียงคนเดียวนั้น เป็นเพราะว่าระหว่างเราทั้งสองคนมี 'สัญญาจ้าง' อยู่สัญญาฉบับนี้ได้รับการลงนามโดยอัตโนมัติหลังจากที่ตัวเองทำเควสสังหาร 'บลัดเรเว่น' ที่ผู้นำทหารรับจ้างคาเชียมอบให้ เมื่อเขาทำเควสสำเร็จจึงได้รับรางวัลเควสนี่คือสาเหตุลึกลับที่ถูกเขามองข้ามไป หากทำสัญญาประเภทนี้กับคนอื่นใน 'ค่ายโร้ก' ได้นั่นไม่ได้หมายความว่าตัวเองสามารถอัญเชิญคนอื่นไปโลกแห่งความจริงได้หรอกหรือ?

            ซุนเฟยแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะได้พิสูจน์ความคิดนี้

            เขาบอกลาวอร์ริฟและเหล่าโร้กสาวจากนั้นก็เดินผ่านหลายเต็นท์จนมาถึงเต็นท์เล็กๆ ทรุดโทรมที่อยู่มุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของค่ายเขาเดินไปหาแม่ชีอาคาร่าที่กำลังปรุงน้ำยาอยู่

            “สัญญา?”

            เมื่อได้ยินการคาดเดาของซุนเฟย ดวงตาของแม่ชีอาคาร่าก็เปล่งประกายราวกับนึกขึ้นได้จึงพูดอย่างช้าๆ ว่า “จากการคาดเดาของท่าน นี่อาจจะเป็นเหตุผลว่าทำไมมีเพียงเอเลน่าเท่านั้นที่สามารถไปยังโลกของท่านได้ตามลำพัง”

            “ถ้าอย่างนั้น ข้าสามารถทำ 'สัญญาจ้าง' กับคนอื่นๆ ได้ไหม?” ซุนเฟยถามประเด็นสำคัญที่สุดขึ้นมา

            “อืม...เกรงว่าคงไม่ได้” อาคาร่าส่ายหน้า

            “อะไร...นี่...ทำไม?” ซุนเฟยได้ยินก็รีบถามทันที

            “บนแผ่นดินอาเซรอท 'สัญญาจ้าง' เป็นสัญญาประเภทพิเศษที่สุดในบรรดาสัญญาอื่นๆ มันมีลักษณะและเอกลักษณ์ที่พิเศษ ท่านได้ทำ 'สัญญาจ้าง' กับเอเลน่าแล้วดังนั้นไม่สามารถทำสัญญากับคนอื่นได้อีก นอกเสียจากว่า ท่านจะยกเลิก 'สัญญาจ้าง' ระหว่างเอเลน่าเสียก่อน”

            คำอธิบายของอาคาร่าทำให้ความตื่นเต้นในใจของซุนเฟยค่อยๆ ลดลงใบหน้าก็เปลี่ยนดูไม่ได้ขึ้นมา

            หรือว่า นี่คือสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้ตัวเองสามารถอัญเชิญคนได้เพียงคนเดียวจากโลก Diablo มาที่โลกแห่งความจริง? สมควรตาย!

            ทว่า ไม่ว่าอย่างไร ไอ้เรื่องที่จะให้ยกเลิก 'สัญญาจ้าง' กับเอเลน่า แน่นอนว่าซุนเฟยไม่ทำเอเลน่าเคยพูดว่า สำหรับโร้กสาวคนหนึ่งแล้ว หากถูกยกเลิกว่าจ้างนั่นเท่ากับว่าสูญเสียเกียรติยศของตัวเอง เลวร้ายยิ่งกว่าตาย นอกจากนี้ เขากับทหารรับจ้างสาวแสนสวยคนนี้ก็ร่วมมือกันมาเป็นเวลานานจนต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันสำหรับซุนเฟยแล้ว ทหารรับจ้างสาวคนนี้เหมือนดอกบัว ทหารรับจ้างสาวที่ด้านนอกอาจดูอ่อนนิ่มแต่ข้างในกลับแข็งแกร่งคงจะเกิดความรู้สึกเศร้าเสียใจอยู่ลึกๆ หากเขาทำแบบนั้นไป

            แต่ตอนนี้เองจู่ๆ แม่ชีอาคาร่าก็แสยะยิ้มลึกลับบนใบหน้าพลางพูดต่อไปว่า“แต่แผ่นดินโร้ก นอกจาก 'สัญญาจ้าง' แล้ว ยังมีรูปแบบสัญญาอื่นๆ ที่มีผลเหมือนกัน เช่น 'สัญญามิตรภาพ' 'สัญญาข้ารับใช้' 'สัญญารบ' 'สัญญาลูกศิษย์' 'สัญญาพันธมิตร' เป็นต้น หากสิ่งที่ท่านเดาไม่ผิดจริงๆ ก็ทำสัญญาพวกนี้กันเถอะมันอาจจะบรรลุความคาดหวังของท่านก็ได้ ทำไมท่านไม่ลองดูล่ะ?”

            ซุนเฟยสำลักน้ำลาย “…”

            ในที่สุดเขาก็แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่าเมื่อครู่นี้ตัวเองถูกยัยป้าอาคาร่าชั่วร้ายมันแกล้งเข้าให้อีกครั้ง

            ……

            ภูเขาด้านหลังเมืองแซมบอร์ด ณ เขาวงกตใต้ดิน

            วิ้ง วิ้ง วิ้ง

            ทันใดนั้นก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น มีอะไรในอากาศกำลังสั่นไหวอยู่ จากนั้น วินาทีต่อมามิติก็ถูกฉีกขาด ก่อนที่ประตูมิติสีฟ้าขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นในห้องโถง

            ซุนเฟยก้าวออกมาจากประตูมิติ

            ด้านหลังของเขาตามมาด้วยร่างเงาเล็กๆ ผอมบางที่สวมคลุมชุดสีม่วง ต่อมาเป็นนักธนูเวทสาวแสนสวยที่มีผมสีแดงสดดุจเปลวเพลิงพร้อมทั้งสวมชุดเกราะสวยงามทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความแข็งแกร่ง

            ทั้งสองคนก็คือแม่ชีอาคาร่าและเอเลน่า

            “อา! ทำไมอากาศสดใหม่ขนาดนี้ พลังธรรมชาติก็บริสุทธิ์มาก...”อาคาร่าที่ยืนอยู่ในห้องโถงหลับตาลงเคลิบเคลิ้มกับการสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อสัมผัสอากาศของแผ่นดินอาเซรอทบนใบหน้าแสดงถึงความตื่นเต้นดีใจ“นี่คือความรู้สึกของโลกที่สดใส...นานแล้วที่ไม่ได้พบแบบนี้!”

            ซุนเฟยและเอเลน่าต่างมองท่าทางของอาคาร่าที่กำลังตื่นเต้นโดยไม่พูดอะไร

            ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณของ 'ค่ายโร้ก' น้อยครั้งมากๆ ที่แม่ชีอาคาร่าจะเสียท่าทีออกมาแบบนี้ ในช่วงเวลาที่ความมืดเข้าปกคลุมแผ่นดินโร้ก ไหล่ผอมบางของนางแบกรับความหวังของทุกคนและกลายเป็นผู้พยากรณ์ของแผ่นดินโร้ก เหมือนมีดวงไฟที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืด คอยชี้แนะทิศทางที่ทุกคนต้องไปให้ความหวังเล็กๆ แก่เหล่าโร้กสาว ตลอดมา ในสายตาทุกคนคำว่า 'อาคาร่า' สามคำนี้คือผู้ที่คอยวางแผนกลยุทธ์ เป็นตัวแทนของความเงียบสงบ แต่มาวันนี้เพราะรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของโลกนี้ที่บริสุทธิ์กลิ่นอายนี้คล้ายกับแผ่นดินโร้กในอดีตที่ยังไม่มีมลพิษความมืดมันทำให้ผู้นำทางจิตวิญญาณอดไม่ได้ที่จะตกอยู่ภวังค์อันตื่นเต้น

            เป็นเวลานานกว่าอาคาร่าจะค่อยๆ สงบอารมณ์ลงอย่างช้าๆ

            “นายท่านซุนเฟย นื่อาณาจักรของท่านใช่ไหม? ตามที่เอเลน่าเล่าว่าที่นั่นมีเขาวงกตลึกลับอยู่ด้วย?แต่ทำไมนะ ข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยกับมันนัก?” แม่ชีอาคาร่ารู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบริเวณรอบๆ จึงถามออกมาอย่างสงสัย

            “ข้าจะให้คนพาท่านไปเยี่ยมชมก่อน ด้านอกเขาวงกตนี้เป็นโลกที่สวยงามข้าคิดว่าท่านน่าจะหลงรักโลกนี้แน่” ซุนเฟยหยอกล้อก่อนจะพูดต่อไปว่า“สำหรับความรู้สึกแปลกๆ นั่น ข้ากับเอเลน่าก็รู้สึกเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่พวกข้าก็หาสาเหตุไม่ได้เลย”

            อาคาร่าครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้าตกลง

            ซุนเฟยคิดเกี่ยวกับค่ามานาทั้งหมดที่เสียไปของ 'โหมดคนเถื่อน' เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูมิติอีกสองสามครั้งเพื่อทำการ 'อัญเชิญ' เหล่าโร้กสาวแสนสวยหลายสิบคนและช่างตีเหล็กสาวชาร์ซีมาที่ห้องโถงเขากำชับสิ่งที่ต้องระวังอย่างละเอียดก่อนจะเดินออกจากห้องโถงแล้วกวักมือเรียกพัศดีโอเลเกร์ที่กำลังทำงานอยู่ให้เข้ามา แล้วสั่งให้พาแม่ชีอาคาร่าและคนอื่นๆ ไปเที่ยวชมในเมือง

            “น้อมรับคำสั่ง ฝ่าบาท”

            เมื่อเห็นสาวๆ สิบกว่าคนที่พากันเดินออกมาจากในห้องโถงโอเลเกร์รู้สึกว่าหัวของเขาชักไม่ฉลาดซะแล้วเขาไม่รู้ว่าคนเหล่านี้หลบเลี่ยงสายตาของตัวเองและเหล่าทหารด้านนอกเข้ามาในห้องโถงได้อย่างไรแต่เห็นได้ชัดว่า ฝ่าบาทและพวกนางดูสนิทชิดเชื้อกันพอสมควร โอเลเกร์ไม่กล้าถามมากเขาให้ความสำคัญแก่อาคาร่าและคนอื่นๆ พานำออกไปด้านนอกห้องโถง

            ตอนนี้เอง ซุนเฟยก็หันมากุมมือเอเลน่าที่อยู่ด้านหลัง

            เขากระซิบข้างหูว่า “เจ้าคงคุ้นเคยกับโลกนี้มากแล้วจงดูแลแม่ชีและพวกพี่น้องของเจ้าให้ดี ช่วงนี้มีผู้คนมากมายในเมือง อย่าปะทะกับคนอื่นมีเรื่องอะไรก็ให้แจ้งกับเจ้าอ้วนคนนั้นก่อน” ซุนเฟยชี้ไปทางพัศดีโอเลเกร์ ในด้านการแก้ไขเฉพาะหน้าของเจ้าอ้วนถือว่าเป็นคนที่เก่งมาก

            ในขณะที่พูด เส้นผมตรงขอบหูของเอเลน่าคลอเคลียกับแก้มของซุนเฟยทำให้หัวใจของเขาสะดุดไปจังหวะหนึ่ง

            ขณะที่เอเลน่าก้มหน้าลงก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากมือของซุนเฟยราวกับว่าคุ้นเคยกับการที่ซุนเฟยจับมือเล็กๆ ของนาง นางจึงไม่ได้รู้สึกเขินอายอีกเพียงยิ้มแล้วพยักหน้า

            “ท่านไม่ไปเที่ยวกับพวกเราหรือ?” นางถาม

            ซุนเฟยหัวเราะเล็กน้อย “ข้ายังมีเรื่องต้องทำอีกเล็กน้อย”

            ในตอนนั้นทั้งสองคนเหมือนเด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังพยายามหลีกเลี่ยงสายตาของครูและแอบกระซิบกันอยู่ด้านหลังห้องเรียน บรรยากาศอบอุ่นและมีเสน่ห์ชวนให้หัวใจเต้น

            สุดท้ายเอเลน่าเดินจากไปอย่างมีความสุข

            ---------------------------------------