“ หนูนึกยังไงไปรับงานนี้ จะไหวเหรอลูก” ผู้เป็บิดาเอ่ยถามขณะที่นั่งรับประทานมื้อเย็นด้วยกันสองคนพ่อลูกอย่างเรียบง่าย หลังจากที่แม่สีดาจากไปแล้วอย่างไม่ วันกลับด้วยอุบัติเหตุถูกรถชนขณะข้ามถนน
เหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้นขณะที่แม่กำลังไปซื้อกับข้าวที่ตลาดใกล้บ้านในตอนเช้า รถกู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล มนต์ตรายังจำได้แม่นยำว่าคุณพ่อมากระชากแขนเธอขึ้นรถ ในขณะที่เธอใส่เสื้อนักเรียนแล้ว แต่ยังไม่ได้สวมกระโปรง แต่นุ่งกางเกงขาสั้นอยู่ เธอปลิวติดมือพ่อมาถึงโรงพยาบาล สภาพคุณแม่ไม่ได้มีาแมากนักแต่ไม่รู้สึกตัว แต่! ทำไมแม่ถึงตาย แม่ตายเพราะอะไร ? เพราะหมอมาช้าเหลือเกินในความหงุดหงิดของพ่อและความหวาดหวั่นของลูก
เหตุการณ์นั้นฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของเธออยู่ตลอดเวลาว่า “ ช่วยได้ทำไมไม่ช่วย” รออะไรกันอยู่ ในวัยเด็กเธอเครียดแค้นเกลียดหมอเกลียดโรงพยาบาล เธอฟังจากปากคำผู้ใหญ่ที่มาในงานศพโจษขานกันไปต่างๆนาๆ จากกิริยาที่เครียดของพ่อ ก่อเกิดคำถามมากมายในใจของเด็กน้อย จากวันนั้นเธอตั้งปณิธานไว้ว่า..เธอจะเป็หมอผ่าตัดที่เก่งที่สุดให้ได้ คนไข้ที่ถึงมือฉันจะต้องรอด
“ ว่าไงลูก ใจลอยเชียว” ผู้เป็พ่อถามย้ำ
“ ห๊ะ..หา..อะไรคะคุณพ่อ อ๋อ! ก็ต้องตั้งใจทำให้ดีที่สุดสิคะ หนูอาจต้องไปพักที่โรงแรมกับทีมงานของบริษัทเพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับคณะของเกาหลีนะคะคุณพ่อ” หญิงสาวบอก
“ ทำให้ดีที่สุดเถอะ ไม่ต้องห่วงพ่อ ทำอย่างกับตัวเองได้อยู่บ้านบ่อยนักนี่ ขึ้นเวรอุตลุด จนจะลืมทางกลับบ้านแล้วมั๊ง”คุณพ่อตัดพ้อลูกสาว
“ โธ่! คุณพ่ออย่าพูแบบนี้สิคะ หนูยังมีแรงอยู่ก็ต้องรีบโกย เอาไว้เลี้ยงคุณพ่อไงคะ ” ลูกสาวรีบประจบ
“ ถ้าจะต้องทำงานหนักขนาดนี้เพื่อหาเงินมาไว้เลี้ยงพ่อ พ่อก็จะบอกว่า เลิกเถอะงานมดงานหมอ พ่อมีำาญมากพอที่จะเลี้ยงตัวเองแล้วยังมีเงินอีกก้อนโตไว้ซื้อทองมาหุ้มคานใหัลูก ”
“ คุณพ่อ อีกแล้วนะ ” แล้วสองพ่อลูกก็หัวเราะให้แก่กันอย่างสนุกสนาน
“ คุณพ่ออย่าซีเรียสนะคะ โอ๋ๆเรารักกันนะ” ลูกสาวส่งยิ้มหวานพร้อมทั้งส่งนิ้วก้อยยื่นมาให้เป็สัญลักษณ์ว่า.. ดีกันนะ..ผู้เป็บิดาเบะปากร้องดัง
“ เฮ่อ.อ.อ อยากไปไหนก็ไปเถอะ ผู้หญิงก็ไม่ใช่ ผู้ชายก็ไม่เชิง เชิญ..เชิญ ” ลูกสาวส่งเสียงหัวเราะ พูดคุยกับบิดากระหนุง
กระหนิง เอาอกเอาใจตักนั่นตักนี่ให้ ชายชรารำพึงในใจ
“ เ้าตากวางของพ่อเอ๋ย ใครกันนะที่จะได้มาดูแลเ้าต่อจากพ่อ เ้าเป็คนเก่ง..พ่อรู้..แต่เ้าอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกนะ