วาดจันททร์กวาดสายตามองอย่างพิจารณา ใบหน้าของที่ดูเกือบชรายังคงยิ้มแย้ม จีวรสีกรังแดงและสายสร้อยเม็ดประคำสีดำที่คอสร้างความเข้มขลังให้ไม่น้อย
“เออ ข้านี้แหละมหาเถรคันฉ่อง เอ็งไม่ต้องมาสงสัยข้าให้มากความเ้าจันทร์”
เสียงเสียงทุ่มวาดจันทร์ถึงกับใว่าท่านรู้ได้อย่างไรว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ที่เธอเคยเรียนมา พระมหาเถรผู้นี้เป็ผู้ที่มีความรู้ที่ ตำราพิชัยา การฝึกฝนอาวุธ และมีสรรพวิชาคาถาอาคมที่แกร่งกล้ามาก ถ้าท่านเป็มหาเถรจริงๆ มันก็ไม่แปลกที่ท่านจะรู้ว่าเธอคิดอะไร
วาดจันทร์คุกเข่าลงตรงหน้าพระมหาเถรแล้วเอ่ยถามในสิ่งที่เธอ้าจะรู้แต่ก่อนที่จะเอ่ยท่านก็เอ่ยตัดหน้าเหมือนรู้ในสิ่งที่เธอกำลังจะอ้าปากถาม
“ใกล้เวลาของเอ็งแล้วเ้าจันทร์ อีกไม่นานเอ็งต้องกลับมาอยู่ที่นี้ มาช่วยแผ่นดิน...กลับมาหาเขา เขารอเ้าอยู่..ตามสัญญา”
ดวงหน้ามนขมวดคิ้วเข้าหน้ากันเข้าไปใหญ่
“ได้เวลากลับของเอ็งแล้ว...ไปเถิดเ้าจันทร์อีกไม่นานเราจะพบกัน”
พระมหาเถรพูดเพียงเท่านี้หมอกหนาก็พลัดปรากฎขึ้นตรงหน้าภาพทุกอย่างค่อยๆ เลือนลางและในที่สุดเธอก็มองไม่เห็นอะไรอีก
วาดจันทรูลุกพรวดขึ้นมาพบว่าเธอยังคงอยู่บนที่นอนที่เดิมที่โรงแรมที่เธอพักอยู่ มือบางลูบใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างอ่อนล้า ราวกับว่าเดินทางมาไกลแสนไกล ความเย็นของแอร์ในห้องไม่ได้ช่วยดับไอร้อนจากกายเธอได้เลย หญิงสาวล้มตัวลงนอนอีกครั้งพร้อมกับปล่อยความคิดให้ว่างแล้วดำดิ่งลงสู่ห้วยนิทรา
เช้าวันรุ่งขึ้น วาดจันทร์ตื่นขึ้นมาด้วยความเกือบจะสดใส ใช่ เกือบจะสดใส ถ้าหากเธอไม่นอนฝันก็คงจะสดใสกว่านี้ เช้าววันนี้หญิงสาวแต่ตัวด้วยชุดทะมัดทะแมง และรวมผมที่ยาวสลวยไว้ด้วยหนังยาง พร้อมด้วยรองเท้ารัดส้นตามสไตล์เวลาที่เธอจะท่องเที่ยว
สถานที่แรกที่เธอจะไปคือวัดพระศรีสรรเพชญ์ และพระราชวังโบราณที่อยู่ติดกัน
วัดพระศรีสรรเพชญ เป็อดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณ อยุธยา ตั้งอยู่ที่ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทางทิศเหนือของวิหารพระมงคลบพิตรในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ วัดพระศรีสรรเพชญ์ มีจุดที่น่าสนใจที่สำคัญคือเจดีย์ทรงลังกา จำนวนสามองค์ที่วางตัวเรียงยาวตลอดทิศตะวันออกและทิศตะวันตก สร้างขึ้นเป็องค์แรกทางฝั่งตะวันออก เมื่อปี พ.ศ. 2035 โดยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 เพื่อบรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พระราชบิดา) ต่อมาในปี พ.ศ. 2042 ก็ทรงให้สร้างเจดีย์องค์ต่อมา (องค์กลาง) ของสมเด็จพระบรมาาธิราชที่ 3 (พระเชษฐาต่างพระมารดาของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2) และเจดีย์ฝั่งตะวันตกของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 และในรัชสมัยสมเด็จพระบรมาาธิราชที่ 4 ก็ทรงสร้างเจดีย์อีกองค์ในฝั่งทิศตะวันตกให้ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 พระราชบิดา รวมเป็สามองค์ตามปัจจุบัน
วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็วัดประจำวังที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา แตกต่างจากวัดมหาธาตุ สุโขทัย ที่มีพระสงฆ์จำพรรษา จึงกลายเป็ต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ในเวลาต่อมา
ในส่วนของพระราชวังโบราณ นั้นสร้างขึ้นเมื่อ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1893 พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างพระที่นั่ง 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งไพฑูรย์มหาปราสาท พระที่นั่งไพชยนต์มหาปราสาท และ พระที่นั่งไอศวรรย์มหาปราสาท ในเขตวัดพระศรีสรรเพชญ์ในปัจจุบัน และ ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งมังคลาภิเษกมหาปราสาทและพระที่นั่งตรีมุขด้วย พระราชวังระยะแรกนี้ เป็ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 7 พระองค์ เป็เวลา 98 ปี
ครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. 1991 ทรงยกบริเวณพระราชวังเดิม ได้แก่ พระที่นั่ง 3 องค์นั้น ให้เป็พุทธาวาส หรือก็คือวัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายพระราชวังมาสร้างใหม่ทางด้านเหนือของพระราชวังเดิม ใกล้แม่น้ำลพบุรี คูเมืองด้านเหนือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งเบญจรัตนมหาปราสาทและพระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท เป็พระที่นั่ง 2 องค์แรก
มีพระที่นั่งอีกองค์หนึ่งซึ่งสร้างในเขตนี้ แต่ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสร้างในรัชสมัยใด ก็คือ พระที่นั่งมังคลาภิเษก หรือพระที่นั่งวิหารสมเด็จพระมหาปราสาท 3 องค์นี้ เป็ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ 16 พระองค์ เป็เวลา 182 ปี
ในสมัยของสมเด็จพระเ้าปราสาททอง ทรงขยายให้วังหลวงกว้างขวางมากขึ้นกว่าเดิม โดยให้เขตพระราชวังไปเชื่อมติดกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทเพิ่มอีก 2 องค์ คือพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์ และ พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงสร้างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ขึ้นเป็ที่ประทับอีกองค์หนึ่ง ดังนั้นวังหลวงสมัยอยุธยาตอนปลายมี พระมหาปราสาทรวมทั้งสิ้น ๖ องค์ เป็ที่ประทับของ พระมหากษัตริย์ 10 พระองค์ เป็เวลา 137 ปี จนเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อ พ.ศ. 2310
พระบรมมหาราชวังระยะหลังนั้น มีป้อมรอบพระราชวัง 8 ป้อม ประตูน้ำ 2 ประตู ประตูบก 20 ประตู พระราชวังหลวงแบ่งออกเป็เขตต่างๆ บริเวณเขตพระราชฐานชั้นนอก ไกลๆ คือเขตพระราชฐานชั้นกลาง เขตพระราชฐานชั้นนอก เป็ที่ตั้งของ พระที่นั่งจักรวรรดิ์ไพชยนต์ และส่วนราชการต่าง ๆ เช่น ศาลาลูกขุน ศาลหลวง ศาลาสารบัญชี เขตพระราชฐานชั้นกลาง เป็ที่ตั้งของพระมหาปราสาท 3 หลัง ได้แก่ พระที่นั่งวิหารสมเด็จ พระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ นอกจากนี้ยังเป็ที่ตั้งของคลังมหาสมบัติ โรงช้าง โรงม้า เขตพระราชฐานชั้นใน เป็ที่ตั้งของพระที่นั่งบรรยงค์รัตนาสน์ โรงเครื่องต้น และที่อยู่ของฝ่ายใน เป็ต้น นอกจากนี้ยังมีพระที่นั่งตรีมุข ในปัจจุบันพบเป็ซากฐาน เมื่อครั้นสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงให้สร้างพลับพลาตรีมุข เพื่อประกอบพระราชพิธีบวงสรวงบรรพกษัตริย์ในวาระที่พระองค์ครองราชย์ครบ 40 ปี เมื่อ พ.ศ. 2451 ซึ่งเป็เวลายาวนานเท่ากับพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา
สวนไพชยนต์เบญจรัตน์ อันเป็ที่ตั้งของพระคลังมหาสมบัติ ได้แก่ คลังศุภรัตน์ คลังพิมาณอากาศ คลังวิเศษ โรงราชรถ คลังแสง เป็ต้น เช่นเดียวกับหอพระเทพบิดร และหอพระมณเฑียรธรรม
สวนองุ่น เป็สวนหลวงประจำพระราชวัง มีตำหนักสระแก้ว ตำหนักสวนกระต่าย และตำหนักศาลาลวดตั้งอยู่ บริเวณนี้ และมีวัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดหลวงประจำพระราชวัง