จู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง

    ตอนที่ 37 ซื้อของครั้งใหญ่กลับหมู่บ้านกลับถูกปล้น

    นี่...


    จู้เจียงเจียงไม่อยากใช้ความคิดเห็นที่เลวไปคาดเดาคนที่มีคุณธรรมสูงส่ง แต่นางฟังยังไงคำนี้ก็มีความรู้สึกแบบมืดดำแปลก ๆ?


    หรือนางคิดมากเกินไป?


    “ป้าสามสวี คำพูดนี้หมายความว่าอย่างไร? ข้าเชิญทุกคนมากินข้าวขึ้นบ้านใหม่ด้วยกันมีปัญหาอะไรหรือ?” แต่ไหนแต่ไรนางไม่ชอบไปเดาความคิดของคนอื่น


    “สะใภ้เล็กอย่าคิดมาก ป้าสามสวีของเจ้าดีใจแทนเจ้า เจ้าดู เจ้าสร้างบ้านใหญ่โต สวยงามขนาดนี้ใช่ไหม ทุกคนต่างก็อิจฉา”


    ผู้หญิงด้านข้างคนหนึ่งรีบออกมาประนีประนอม “วันมะรืนดื่มสุราใช่ไหม? ถึงเวลานั้นพวกเราไปกันหมด เจ้าสบายใจได้”


    ผู้หญิงคนนั้นยิ้มแห้ง ๆ ให้จู้เจียงเจียง แล้วหันกลับไปยิ้มให้พวกผู้หญิงที่นั่งรับลมอยู่ เอาใจทั้งสองฝั่ง


    ป้าสามสวีที่พูดเมื่อครู่ ตอนนี้กลับเงียบสนิท จู้เจียงเจียงจึงไม่ได้ขุดคุ้ยต่อ


    คงเป็นนางที่คิดมากไปจริง ๆ


    หลังแจ้งคนในหมู่บ้านเรียบร้อย จู้เจียงเจียงยังไปในเมืองเชิญหนิวต้งกับพี่น้องตระกูลหมิง พร้อมซื้อผักไว้ใช้ในงานเลี้ยง


    เผยเสี่ยวอวี๋ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยตามนางเข้าเมือง วันนี้กลับเสนอขอไปพร้อมกับนาง นับว่าเป็นประวัติการณ์


    “ก็ดี พี่สะใภ้เคยรับปากเจ้า รอพวกเราสร้างบ้านเสร็จจะซื้อกระโปรงใหม่ให้เจ้า วันนี้พวกเราไปซื้อกัน”


    เพราะต้องการซื้อของเพิ่มเติมจำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้าเครื่องนอน ถ้วยชามหม้อไหกะละมัง ยังมีเครื่องมือการเกษตรที่ต้องใช้เก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ถึงอย่างไรก็เข้าบ้านใหม่แล้ว ตัดสินใจซื้อมันให้หมด!


    ดังนั้นจู้เจียงเจียงจำเป็นต้องลากรถเข็นที่นางใช้ตั้งร้านเข้าเมืองไปด้วย


    เผยเสี่ยวอวี๋นั่งอยู่บนกระดานบนรถ ภายในใจที่หดหู่มาหลายวันนี้พลันได้คลายลงเล็กน้อย ฮัมเพลงพื้นบ้านตลอดทางอย่างมีความสุข


    “พี่สะใภ้ อีกเดี๋ยวพวกเราไปบ้านพี่ชายแม่ทัพไหม?”


    เผยเสี่ยวอวี๋นั่งอยู่บนกระดานรถ คว้าใบไม้ข้างทางมาหนึ่งกำฉีกเป็นชิ้น ๆ จู่ๆ เงยหน้าขึ้นถามจู้เจียงเจียง


    จู้เจียงเจียงลากรถอยู่ ร้อนจนทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ ได้ยินนางถามแบบนี้ พลันชะงักไปครู่หนึ่ง เอ่ยถามว่า “เจ้าอยากเรียกเขามาหรือ?”


    เหมือนเผยจี้จะไม่ได้โผล่หน้ามานานมากแล้ว


    แต่ก็ปกติระหว่างพวกนาง นอกจากดื่มชาซื้อชาก็ไม่มีความสัมพันธ์อื่น


    “อืม ข้าอยากให้พี่ชายแม่ทัพมาเห็นบ้านใหม่ของพวกเรา!” เผยเสี่ยวอวี๋พยักหน้าเอาจริงเอาจัง


    “...”


    ก็ได้ในเมื่อน้องสามีเอ่ยปากแล้ว งั้นอีกเดี๋ยวก็ถือโอกาสไปลองถามที่จวนเผยแล้วกัน


    แต่สวรรค์ไม่เป็นดั่งใจ


    “แม่นางไม่ต้องเคาะแล้ว แม่ทัพเผยจากไปเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่ออน” หมิงจี่ได้ยินคนสวนบอกว่ามีคนมาหาเขาจึงออกมาจากในจวน


    เห็นจู้เจียงเจียงกำลังเคาะประตูฝั่งตรงข้าม จึงถือโอกาสเตือนหนึ่งประโยค


    “แม่นางมาหาข้า?”


    “ใช่ ข้ามาเพื่อเชิญพวกท่านคุณชายหมิงกับแม่นางหมิง วันมะรืนไปบ้านข้ากินเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ ไม่รู้ทั้งสองท่านจะให้เกียรติได้หรือไม่?”


    จู้เจียงเจียงแค่ถือโอกาสช่วงรอคนใช้สำนักศึกษาตระกูลหมิงไปแจ้ง จึงไปเคาะประตูจวนฝั่งตรงข้าม


    ใครจะรู้หมิงจี่จะออกมาเร็วขนาดนี้ นางถูกจับได้คาหนังคาเขา ใบหน้าเลี่ยงไม่ได้จะมีความอายเล็กน้อย


    “เช่นนี้ ข้าแสดงความยินดีกับแม่นางก่อน”


    หมิงจี่คารวะพูดอวยพร “แต่ว่า เรื่องนี้ข้ายังต้องกลับไปถามท่านปู่ถึงคาบเรียนของวันมะรืนก่อน จึงรู้ว่าจะไปได้ไหม แม่นางเอาบัตรเชิญให้ข้าก่อน มีเวลาว่างพวกเราต้องไปแน่”


    “บัตรเชิญ...ไม่มี”


    ไปกินเลี้ยงในชนบท ใครยังทำบัตรเชิญกัน แน่นอนว่าจู้เจียงเจียงไม่ได้เตรียมมา “ข้าเขียนให้ท่านตอนนี้หนึ่งใบดีไหม?”


    “ไม่ต้องลำบากแล้ว ข้าก็แค่พูดไปเท่านั้น” หมิงจี่รู้สึกเขินอายมาก


    ก็เป็นเช่นนี้ ทั้งสองคนจึงจบบทสนทนาครั้งนี้ลงภายใต้ความเขินอาย


    จากนั้นจู้เจียงเจียงก็ลากเผยเสี่ยวอวี๋กลับที่ย่านการค้า และพากันสนุกสนานไปกับการจับจ่ายซื้อของ


    คิดอยู่ทุกคนในหมู่บ้านช่วยนางมากมายขนาดนี้ จู้เจียงเจียงจึงสั่งจองหมูตัวใหญ่หนึ่งตัวกับหนิวต้ง ตัวละประมาณสามสี่ร้อยจิน สามารถให้คนในหมู่บ้านเสี่ยวฮวงที่มีไม่ถึงหนึ่งร้อยคนกินอิ่มได้


    “เสี่ยวอวี๋ เสื้อผ้าพวกเราก็ซื้อเสื้อกันหนาวกันสักสองตัว เสื้อซับในสักสองตัว ยังมีรองเท้าอีกสองคู่คิดว่าไง?”


    จู้เจียงเจียงรีบไปซื้อผักก่อน หากสายหน่อยตลาดก็วายแล้ว


    เมื่อซื้อผักเสร็จแล้ว นางถึงพาเผยเสี่ยวอวี๋ไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดผ้า


    “พี่สะใภ้ ชุดเดียวก็พอแล้ว ข้ายังมีเสื้อผ้าเก่า” เผยเสี่ยวอวี๋ไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบนี้มาก่อน ในช่วงเวลาสั้น ๆ จึงรู้สึกรับมือไม่ค่อยทัน


    แต่จู้เจียงเจียงไม่ให้โอกาสนางปฏิเสธ หยิบเสื้อผ้าเทียบบนตัวนางอย่างแข็งขัน


    ขอแค่เห็นว่าเหมาะสมก็ยื่นให้คนขาย


    นอกจากซื้อเสื้อผ้า นางยังซื้อผ้าหลายพับ คิดจะกลับไปทำผ้าห่ม


    ถ้วยชามหม้อขันกะละมัง เครื่องมือการเกษตรผ้าแพร ผักผลไม้ วางเต็มรถเข็น ไม่ว่าใครเห็นก็รู้สึกว่าพวกเขาเป็นครอบครัวใหญ่


    เดินรอบในเมืองทั้งวัน ตอนออกจากเมืองมา พระอาทิตย์ก็ใกล้จะลับลับภูเขาแล้ว


    “เสี่ยวอวี๋ เจ้าอยู่ด้านหลังเห็นบนพื้นมีหลุมบ่อก็ช่วยข้าเข็น ต้องตามพี่สะใภ้อย่าให้ห่างรู้ไหม?”


    จู้เจียงเจียงกังวลว่าอีกไม่นานฟ้าก็จะมืดแล้ว ตัวหญิงตัวเล็ก ๆ ให้อยู่ด้านหลัง หากไม่ทันระวังจะทิ้งเด็กน้อยออกห่าง ดังนั้นจึงกำชับหนักแน่น


    “เข้าใจแล้ว พี่สะใภ้”


    เผยเสี่ยวอวี๋เห็นซื้อของดีมามากมายแบบนี้ ธรรมชาติของเด็กก็ปรากฏออกมาทันที จับรถไว้ไม่ยอมปล่อยมือ


    ใต้พระอาทิตย์ตก เงาของพวกนางสองคนพี่สะใภ้และน้องสามีถูกลากยาวขึ้นเรื่อย ๆ


    ผ่านสันเขา ผ่านแม่น้ำ ระหว่างทุ่งนามากมายมีเพียงร่างของพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังพยายามเดินทางกลับบ้าน


    แต่ของบนรถพวกนางโอ้อวดเกินไป ไม่ยากที่จะดึงดูดสายตาผู้คน


    ท้องฟ้าเพิ่งมืดลง จู้เจียงเจียงที่กำลังใช้แรงลากรถกึก ๆ ไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติด้านหลัง กลับเป็นเผยเสี่ยวอวี๋ที่รู้สึกก่อน


    เห็นแค่เด็กน้อยวิ่งมาข้างหน้านาง กอดเอวแล้วมุดหน้าลงที่เอวนาง กล่าวเสียงสั่น ๆ “พี่สะใภ้ ด้านหลังมีคน”


    “เจ้าว่าอะไรนะ?” จู้เจียงเจียงเหนื่อยจนปฏิกิริยาตอบสนองช้า


    นางหยุดฝีเท้า คลายเชือกรถบนไหล่ ปกป้องเผยเสี่ยวอวี๋อยู่ด้านหน้า เหลียวมองไปด้านหลัง “ด้านหลังไม่มีใครนะ”


    ยังพูดไม่ทันจบ ด้านหลังรถเข็นก็มีเสียงคนขยับของบนรถ


    ตอนนี้ทำให้จู้เจียงเจียงตกใจจนใจสั่น


    นางยกคราดเหล็กบนรถที่ซื้อมาใหม่ขึ้น วิ่งสองสามก้าวก็ถึงด้านหลังรถ เผชิญหน้ากับคนสองคนที่กำลังขโมยของอยู่หลังรถเข็นพอดี


    “พวกเจ้าเป็นใคร วางสิ่งของของข้าลง!” จู้เจียงเจียงตะคอก แสดงท่าทางดุร้ายที่สุดของนางออกมา พยายามข่มขวัญโจรชิงทรัพย์ทั้งสองคนนี้


    แต่สองคนนั้นเห็นชัดว่าตามพวกนางมาช่วงถนนหนึ่งแล้ว ดูก็รู้ว่าพวกนางมีแค่ผู้หญิงสองคน ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งดังนั้นจึงไม่หวาดกลัวสักนิด


    ผู้ชายตัวสูงปานกลางสองคนยืนตัวตรง ยื่นหน้าสองมือสองเท้าทำท่าอบอุ่นร่างกาย


    ก่อนจะมองจู้เจียงเจียงอย่างยั่วยุ “สาวน้อย ไม่อยากตายก็อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับ พวกเราเอาของเล็กน้อยก็จะจากไป”


    ท้องฟ้ามืดสลัว จู้เจียงเจียงมองลักษณะพวกเขาไม่ชัด แต่รู้ได้ว่า บนตัวของพวกเขาสวมเสื้อผ้าขาดเหมือนกระสอบ ทั้งยังมีกลิ่นเหงื่อฉุนมาก


    แค่ดูก็รู้ว่าพวกเขาไม่ค่อยได้อาบน้ำ


    นอกจากนี้ พวกเขายังพยายามค้นหาของที่กินได้ในรถ จู้เจียงเจียงจึงคาดเดา เป็นไปได้มากว่าพวกเขาคือขอทานที่ตามหลังพวกนางมาจากในเมือง


    ลงมือตรงถนนก่อนถึงหมู่บ้านทั้งยังห่างจากร้านค้า ดูก็รู้ว่าพวกเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วจะปล้นของของพวกนาง


    ในเมื่อไม่ใช่โจรปล้นสะดมมืออาชีพ เช่นนั้นจู้เจียงเจียงก็สบายใจ


    “ข้าพูดว่า วางสิ่งของของข้าลง!” นางใช้คราดเหล็กในมือชี้ไปที่สองคนนั้น “อย่าบีบให้ข้าต้องลงมือ”


    สองคนนั้นเห็นชัดว่าคิดไม่ถึงว่านางจะใจกล้าแบบนี้ ดวงตาเบิกกว้าง จ้องนางอยู่นาน การกระทำที่มือก็พลันหยุดลง


    คล้ายกับเรื่องจู้เจียงเจียง แม่ม่ายผู้มั่งคั่ง ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199