บทที่ 27 เฉียวหนิง ปีศาจผู้คลั่งรักน้องชาย
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ณ คฤหาสน์เดี่ยวใจกลางเมืองฉางหยาง
ชายวัยกลางคนที่ดูสง่างามมองดูเฉียวซู่ที่กำลังซ่อมรถในหน้าจอ โดยมีเส้นเืปูนบนหน้าผากของเขาเผยให้เห็นเด่นชัด
“บอกให้ไอ้เด็กเปรตนั่นรีบกลับมาซะ!”
ชายวัยกลางคนคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว สองภาพลักษณ์ที่ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงกลับผสมผสานกันอย่างลงตัว คงมีเพียงผีเท่านั้นที่รู้ว่าเขาทำอย่างไรให้ตนดูทั้งสง่างามอย่างผู้ดีและดูหุนหันพลันแล่นในเวลาเดียวกัน
เฉียวชิงเฟิง ผู้นำตระกูลเฉียว ทั้งรวยและหน้าตาดี แต่ดันมีฉายาว่า ‘ไอ้บ้าเฉียว’
“รีบกลับมาคงไม่ได้หรอก แต่ถ้ากลับมาแบบนอนนิ่ง ๆ น่ะได้” หญิงสาวที่อยู่ตรงข้ามกับเฉียวชิงเฟิงจิบชาร้อนแล้วพูดอย่างใจเย็น “ผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่ละเว้นจากหน้าที่โดยพลการก็เท่ากับทหารหนีทัพ จะยิงให้ตายตรงนั้นก็ไม่ถือเป็เื่ผิดอะไร”
เฉียวหนิง ลูกสาวคนโตของตระกูลเฉียว ทั้งยังถือครองตำแหน่งผู้สืบทอดเฉียวกรุ๊ป
“เป็ทหารหนีทัพย่อมดีกว่าตาย” ดวงตาของเฉียวชิงเฟิงเผยให้เห็นร่องรอยของความทุกข์ทรมานที่ยากจะััได้ เห็นได้ชัดว่าเถ้าแก่ใหญ่ท่านนี้ไม่ได้โกรธลูกชายตนผู้ซึ่งกำลังทุกข์ทรมานในทะเลทรายอย่างที่เขาแสดงออกภายนอก
“เมื่อกี้แกไม่เห็นเหรอ? พายุทรายใหญ่นั่นจะฝังร่างน้องชายของแกทั้งเป็ งานแบบนี้คือการเอาชีวิตไปโยนทิ้งชัด ๆ!”
เฉียวหนิงมองเฉียวชิงเฟิงอย่างสงบ “นี่คือทางเลือกของเขาเอง ในฐานะสมาชิกในครอบครัว เราไม่สามารถตัดสินใจแทนเขาได้ตลอดไป”
เฉียวชิงเฟิงเดินวนไปมาข้างโต๊ะราวกับลูกข่าง กลับเป็เฉียวหนิงที่ดูสงบกว่า
“อีกอย่าง พ่อไม่รู้เหรอว่าทำไมเสี่ยวซู่ถึงไปที่นั่น?” เฉียวหนิงมองพ่อของตนอย่างลึกซึ้ง “จากสิ่งที่เขาพูด นี่คือการชดใช้ให้ตระกูลเฉียวของเขา”
เฉียวชิงเฟิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ทว่าไม่นานเขาก็เอ่ยขึ้น
“ไม่ได้ ๆ สภาพแวดล้อมในทะเลทรายเลวร้ายเกินไป แม้กระทั่งดื่มน้ำไอ้เด็กนั่นยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันจำเป็ต้องให้คนส่งของไปให้บ้าง”
“ส่งขบวนรถของเราไปที่นั่น ไม่ได้สิ พวกขบวนรถช้าเกินไป งั้นก็ใช้เฮลิคอปเตอร์ขนส่งทางอากาศ โทรบอกตาเฒ่าพวกนั้นด้วย ฉันจะยึดเฮลิคอปเตอร์ของพวกเขามาใช้ทั้งหมด”
“ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกพ่อ” เฉียวหนิงถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ “ส่งของไปให้เสี่ยวซู่ได้ แต่พ่อรู้รึเปล่าว่าเสี่ยวซู่อยู่ที่ไหน”
“ไม่ใช่เขตพื้นที่ปกครอง 044 เหรอ?”
“ใช่ แต่เขตปกครอง 044 อยู่ที่ไหนล่ะ?” เฉียวหนิงถามต่อ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉียวชิงเฟิงก็นิ่งไปทันที
เนื่องจากความพิเศษของเขตพื้นที่ปกครอง 044 ตำแหน่งเฉพาะของมันจึงถูกจัดว่าเป็ความลับ คนทั่วไปรู้เพียงว่ามันตั้งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน แต่พิกัดที่เฉพาะเจาะจงอย่างลองจิจูดและละติจูดนั้นไม่มีใครรู้
แม้ว่าตระกูลเฉียวจะร่ำรวย แต่ข้อมูลที่เป็ความลับสุดยอดแบบนี้ก็ใช่ว่าอยากรู้ก็สามารถรู้ได้
“ไม่เป็ไร ฉันสามารถบริจาคเงินให้กับองค์กรผู้พิทักษ์ทะเลทรายได้” เฉียวชิงเฟิงพูดขึ้นทันที “ฉันต้องบริจาคเงินเท่าไหร่ถึงจะยอมบอกที่ตั้งเขตปกครอง 044? ร้อยล้านพอไหม?”
“ถ้าร้อยล้านไม่ได้ แล้วห้าร้อยล้านล่ะ? ถ้าห้าร้อยล้านไม่ได้ ก็หนึ่งพันล้าน”
“ตระกูลเฉียวมีเงินมากมาย เงินไม่ใช่ปัญหา”
หนึ่งพันล้านแลกกับข้อมูลหนึ่งเื่ สำหรับคนธรรมดาทั่วไปนี่คงเป็การแลกเปลี่ยนที่โง่เขลาจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน
แต่เฉียวชิงเฟิงและเฉียวหนิงล้วนไม่ได้คิดว่าการแลกเปลี่ยนเช่นนี้จะมีปัญหาอะไร สำหรับคนรวยสุด ๆ เงินและครอบครัวสิ่งไหนสำคัญที่สุดกันแน่?
เงินสามารถหามาได้อีก แต่คนในครอบครัวหายไปก็คือหายไปเลย
ทุ่มหนึ่งพันล้านเพื่อให้ชีวิตลูกชาย (น้องชาย) ตัวเองดีขึ้น นั่นก็คุ้มค่าแล้ว!
“เสี่ยวหนิง เื่ซื้อของให้น้องชาย ยกให้เป็หน้าที่แกแล้วกัน” เฉียวชิงเฟิงมองไปที่เฉียวหนิง “ขาดเหลืออะไร บอกพ่อได้ตลอดเวลา”
“เข้าใจแล้วค่ะ” เฉียวหนิงพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นหนูก็ขอตัวก่อน ส่วนพ่อก็อย่าได้โมโหจนเกินไป ความสามารถทางวิชาชีพของเสี่ยวซู่ไม่ได้แย่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทรายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้หรอกค่ะ”
“อืม”
เห็นลูกสาวเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป เฉียวชิงเฟิงก็นั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เฉียวชิงเฟิงกดรับแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนแรงว่า “ฮัลโหล นั่นใคร?”
“เหมืองถ่าน? เหมืองถ่านอะไร? ยังจะขุดถ่านหินอะไรอีก!”
“เป็พิษต่อสิ่งแวดล้อม อุณหภูมิทั่วทั้งโลกก็กำลังสูงขึ้น แล้วนี่ยังจะขุดถ่านหินอีก คุณยังมีจิตสำนึกอยู่ไหมฮะ”
“เื่เหมืองถ่านพับไว้ก่อน นายช่วยเตรียมเฮลิคอปเตอร์ให้ฉันหน่อย ยิ่งเยอะยิ่งดี”
เฉียวหนิงฟังเสียงอันดังของพ่อที่อยู่ด้านหลัง เธอส่ายหัวอย่างอดไม่ได้ ดวงตาคู่งามแฝงซึ่งความกังวล
หลังจากเดินออกจากคฤหาสน์ ชายชราและหญิงสาวคู่หนึ่งรีบรุดหน้าเข้ามาหา พวกเขาคือพ่อบ้านเฒ่าของตระกูลเฉียวและคนขับรถส่วนตัวของเฉียวหนิง
คนขับรถส่วนตัวเป็คนขับรถสาวที่มีทักษะการขับรถดีเยี่ยม ซึ่งพ่อบ้านเป็คนหามาให้เฉียวหนิงโดยเฉพาะ ด้วยความที่คนขับรถก็เป็ผู้หญิงเช่นเดียวกัน จึงค่อนข้างสะดวกต่อเฉียวหนิงในการเดินทาง
“พี่หนิง” คนขับรถสาวเข้ามาประชิด ทั้งพูดกระซิบ “ได้ยินมาว่านายน้อยไปเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทรายแล้ว มันอันตรายมากเลยใช่ไหม?”
แม้ว่าพ่อบ้านเฒ่าจะอายุมากแล้ว แต่เขามีสุขภาพที่ดี การได้ยินและการมองเห็นเป็เลิศ
หลังจากได้ยินคำพูดของคนขับรถหญิง เขาก็ลอบขมวดคิ้ว
เฉียวหนิงมีการวางตัวที่ดีต่อผู้คนรอบตัวมาโดยตลอด แม้ว่าการเรียกแบบนี้ของคนขับรถสาวจะค่อนข้างล่วงเกิน แต่เธอก็ยังตอบอย่างสุภาพว่า “ใช่ มันค่อนข้างอันตรายเลยทีเดียว”
“นั่นแย่มากเลยนะเนี่ย” คนขับรถหญิงถอนหายใจอย่างกังวล “นายน้อยยังเป็ผู้ชายคนเดียวในตระกูลอีก ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้น ตระกูลของพวกเราจะทำยังไง?”
ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา สายตาของพ่อบ้านเฒ่าก็พลันเฉียบคมขึ้น
หากมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเฉียวซู่ ธุรกิจของตระกูลจะทำอะไรได้อีก?
เฉียวชิงเฟิงมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคนเท่านั้น แม่ของเฉียวซู่เสียชีวิตไปนานแล้ว และเฉียวชิงเฟิงก็ไม่เคยแสดงเจตนาที่จะแต่งงานอีกครั้ง
หากเกิดอะไรขึ้นกับเฉียวซู่ แน่นอนว่าก็เหลือเพียงเฉียวหนิงเท่านั้นที่สามารถสืบทอดธุรกิจของตระกูลต่อ
ยิ่งไปกว่านั้น เื่ต่าง ๆ ในบริษัทก็มีเฉียวหนิงที่ช่วยพ่อจัดการมาโดยตลอด ประการแรกคือเฉียวซู่อายุยังน้อยเกินไป ประการที่สองคือเขาไม่มีความสนใจต่อธุรกิจจริง ๆ
คำพูดของคนขับรถหญิงดูเหมือนจะกังวลเกี่ยวกับเฉียวซู่ แต่จริง ๆ แล้วเธอกำลังเตือนเฉียวหนิง
ต้องเริ่มวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ!
เฉียวหนิงยังคงรอยยิ้มเล็ก ๆ ไว้บนใบหน้า เธอเหลือบมองคนขับรถหญิงแวบหนึ่งแล้วหันไปพูดกับพ่อบ้านว่า
“ลุงฝู”
“ครับ เชิญคุณหนูพูดได้เลย” พ่อบ้านเฒ่ารีบเก็บสายตาที่เฉียบคมแล้วพูดด้วยความเคารพ
“ให้เงินเดือนชดเชยเธอสำหรับหนึ่งเดือน” เฉียวหนิงยกนิ้วชี้ไปที่คนขับรถหญิง “แล้วให้เธอรีบไสหัวไป”
“เคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงปล่อยให้คนที่ชอบยุให้เกิดความขัดแย้งแบบนี้ผ่านประตูเข้ามาในบ้านได้?”
“รับทราบครับคุณหนู” ลุงฝูมองคนขับรถสาวที่หน้าซีดด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “มากับฉัน”
คนขับรถหญิงรู้สึกหนาวเหน็บไปทั้งตัว แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาทำงานที่ตระกูลเฉียวได้ไม่กี่วัน แต่เฉียวหนิงก็ต้อนรับเธออย่างดีมาโดยตลอด พวกของน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เคยขาด
เดิมทีคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ทำให้ตนเป็คนสนิทของเฉียวหนิง แต่คิดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะเปลี่ยนท่าทีอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้
หลังจากไล่คนขับรถหญิงออกไปแล้ว สีหน้าของเฉียวหนิงก็อ่อนลงมาก
“ลุงฝู ต้องรบกวนคุณช่วยซื้อของชุดหนึ่ง ของค่อนข้างเยอะอยู่ คุณจำไว้ให้ดีล่ะ”
“ครับ”
“จริงสิ ต้องซื้อรถออฟโรดสำหรับขับในทะเลทรายด้วย เอาเป็ระดับท็อป ฉันไม่ค่อยรู้เื่นี้มากนัก คุณช่วยเลือกรถดี ๆ ให้ฉันหนึ่งคันแล้วกัน”
พ่อบ้านเฒ่ารีบจดจำสิ่งของเหล่านี้ไว้ โดยไม่ลืมหัวเราะให้กับความไม่รู้เื่ของคนขับรถหญิงเมื่อกี้ในใจ
เพียงแค่น้ำแร่ชาดันเต้ 500 กล่องนั้นก็ถือเป็ของดีที่มีราคาแต่ไม่มีขายตามท้องตลาด มันเป็น้ำแร่หลวงของพระเ้าหลุยส์ที่ 14 และได้รับการขนานนามว่าเป็ ‘น้ำแร่โรลส์-รอยซ์’
ไม่ต้องพูดถึงสินค้าตัวอื่นในรายการจัดซื้อ แม้จะไม่นับว่าหรูหราอะไร แต่โดยพื้นฐานแล้วมันล้วนเป็สินค้าที่มีราคาสูงละลิ่วในหมู่สินค้าด้วยกันเลยทีเดียว
นี่นายน้อยไปทะเลทรายเพื่อเป็ผู้พิทักษ์ทะเลทราย หรือไปพักร้อนกันแน่?
เขาเป็พ่อบ้านของตระกูลเฉียวมาหลายปี เข้าใจหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้เป็อย่างดี และยังเข้าใจความสัมพันธ์ของสองพี่น้องตระกูลเฉียวนี้มากอีกด้วย
เฉียวหนิงหรือจะแย่งทรัพย์สินของตระกูลกับน้องชายตัวเอง?
คนโง่เท่านั้นที่จะคิดอย่างนี้!
ผู้หญิงคนนี้คือ ‘ปีศาจผู้คลั่งรักน้องชาย’ อย่างแท้จริง!