“เ้าหนุ่มเซียวเยี่ย ถอยห่างไปไกลๆ หน่อย!”
“ให้พี่บากแสดงฝีมือให้ดูเป็ขวัญตา!”
ชายหน้าบากหัวเราะร่าสองมือกระชับขวานั์โจนทะยานไปทางท้ายเรือขวานหนักอึ้งที่มีขนาดสูงท่วมตัวถูกเขาเหวี่ยงจนเป็วงกลมประดุจจันทร์กระจ่างฉายแสงเบ่งบานบนดาดฟ้าเรือ!
ทันใดนั้นเงาขวานขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ!
มันมีความยาว7-8เมตร สับลงไปยังแม่ปูที่อยู่ตรงส่วนหางเรืออย่างรุนแรง!
เซียวเยี่ยเห็นดังนั้นก็ใจสั่นสะท้านรีบะโหลบเข้าไปในห้องเก็บสินค้าด้านข้างทันที
เงาคมขวานั์สับลงบนกระดองหลังของแม่ปูอย่างจังแม่ปูที่เดิมทีก็ยืนไม่มั่นคงอยู่แล้วถูกขวานที่เปี่ยมด้วยพลังนี้ฟันจนสิ้นเรี่ยวแรงหมอบราบลงกับดาดฟ้าเรือ กระดองหนามพิโรธที่หลังถึงกับฉีกขาดเป็แผลฉกรรจ์!
[-21689!]
ตัวเลขความเสียหายที่สูงถึงสองหมื่นเด้งขึ้นมาทันที!
เซียวเยี่ยเห็นแล้วก็ได้แต่ตกตะลึงอยู่ในใจนี่คงจะเป็ท่าไม้ตายของชายหน้าบากกระมัง!
ในจังหวะนั้นเองร่างของชายผ้าพันแผลก็วูบไหว อ้อมไปด้านหลังของแม่ปูั้แ่เมื่อไรไม่มีใครทราบ“เ้าหนุ่ม ภารกิจของนายเสร็จสิ้นแล้วต่อจากนี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ของพวกเราสองคนพี่น้องเอง!”
ชายหน้าบากเอ่ยกับเซียวเยี่ยโดยไม่หันกลับมามองทันใดนั้นผ้าพันแผลที่พันอยู่ครึ่งค่อนตัวรวมถึงใบหน้าของเขาก็พลันคลายออก!
ผ้าพันแผลยาวเหยียดที่อยู่ในมือเขาราวกับมีชีวิตมันพุ่งเข้าหาแม่ปูตัวนั้น และมัดก้ามข้างหนึ่งของมันไว้จนแ่าในพริบตา!
ผ้าพันแผลนี่ที่แท้เป็อุปกรณ์สวมใส่ชิ้นหนึ่งงั้นเหรอ?
หรือควรจะเรียกว่าเป็อาวุธดีนะ!
เมื่อก้ามข้างหนึ่งถูกพันธนาการพลังทำลายล้างของปูั์ก้ามปีศาจก็ลดลงไปครึ่งหนึ่งทันทีแม้ว่ามันจะพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถฉีกกระชากผ้าพันแผลนั้นออกได้ในเวลาอันสั้น
เมื่อคลายผ้าพันแผลที่พันหน้าออกชายผ้าพันแผลก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริง ใบหน้าที่ซูบผอมนั้นมี‘หน้ากากลาย’ วาดเอาไว้สมชื่อจริงๆ!
จะพูดให้ถูกคือมันไม่ใช่การวาดแต่เป็การสักลวดลายหน้ากากตัวละครหญิงในงิ้วเอาไว้ดูเหมือนว่าจะทำเพื่อปกปิดรอยแผลเป็จากการถูกไฟคลอกที่น่าสยดสยองบนใบหน้านั้น...
เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกใจสั่นสะท้านคนผู้นี้ต้องผ่านอะไรมากันแน่นะ?
ขณะนั้นเองมือข้างหนึ่งก็ดึงเซียวเยี่ยเข้าไปในคลังสินค้าข้างๆ ซึ่งก็คือจิ่วเยว่ที่รีบตามมาเมื่อเห็นสายตาของเซียวเยี่ยจ้องค้างอยู่ที่ใบหน้าของหน้ากากลายจิ่วเยว่จึงเอ่ยเสียงเบา “พี่หน้ากากลายเป็คนที่คุณอาฉินแบกออกมาจากกองซากศพได้ยินว่าเขาไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรเข้าครอบครัวของเขาเลยถูกจอมเวทอัคนีเผาตายไปทั้งบ้าน”
“ขนาดซานเหนียงยังเย็บซ่อมหน้าของเขาให้เหมือนเดิมไม่ได้ต่อมาเขาจึงสักหน้ากากงิ้วลงบนหน้าตัวเอง และพันหน้าไว้ตลอดเวลา”
เซียวเยี่ยไม่ได้พูดอะไรคนกลุ่มนี้แท้จริงแล้วต่างก็เป็เพียงผู้ที่โชคชะตาเล่นงานอย่างขมขื่นเท่านั้น
ทั้งสองหลบอยู่ในคลังสินค้ามองดูชายหน้าบากและหน้ากากลายประสานงานกันจนแม่ปูที่ดุร้ายตรงท้ายเรือต้องล่าถอยไปทีละก้าวการร่วมมือของทั้งคู่ช่างสอดประสานกันได้อย่างไร้ที่ติ ชายหน้าบากเป็ตัวโจมตีหลักส่วนหน้ากากลายเป็ตัวควบคุม เมื่อทั้งสองไม่มีภาระให้กังวลและเปิดฉากโจมตีเต็มกำลังการจะจัดการปูั์ก้ามปีศาจตัวนี้ก็เป็เพียงเื่ของเวลา
เมื่อตรงนี้ไม่จำเป็ต้องใช้เขาแล้วเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่จึงลัดเลาะผ่านห้องสินค้ากลับขึ้นไปยังดาดฟ้าช่วยพวกคนงานเรือจัดการกับพวกลูกปูที่ยังคงคลานขึ้นเรือมาอย่างไม่กลัวตาย
เมื่อไม่มีภัยคุกคามจากปูั์ตัวพ่อและตัวแม่แม้ลูกปูระดับต่ำเหล่านี้จะมีจำนวนมหาศาล แต่มันก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอีกต่อไปพวกคนงานเรือเริ่มตั้งสติได้และรักษาการณ์อยู่สองฝั่งกราบเรืออย่างมั่นคงส่วนเซียวเยี่ยและจิ่วเยว่ก็ลงดาบสังหารพวกมันไปทีละตัวอย่างเด็ดขาดและว่องไว...
ในที่สุดพร้อมกับเสียงคำรามของชายหน้าบาก เงาขวานั์ก็ฟันลงที่ท้ายเรือร่างมหึมาของแม่ปูล้มตึงลงแน่นิ่ง สิ้นลมหายใจไปในที่สุด
“เฮ้!!”
คนงานเรือบนดาดฟ้าต่างพากันกวัดแกว่งอาวุธในมือโห่ร้องแสดงความยินดีที่รอดชีวิตมาได้เซียวเยี่ยเองก็ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกยามนี้จันทราบนท้องฟ้าโผล่พ้นเมฆหมอกออกมาอีกครั้งแสนจันทร์สีเงินสาดส่องลงบนผิวน้ำ ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบเงียบ
ชายหน้าบากหักก้ามปูขนาดใหญ่ของแม่ปูออกมาด้วยแรงมหาศาลปากก็บ่นพึมพำว่าจะเอาไปย่างกิน โดยมีหน้ากากลายยืนทำท่ารังเกียจอยู่ข้างๆ
หัวหน้าคนงานเรือบนดาดฟ้าถือรายชื่ออยู่ในมือคอยตรวจเช็กคนงานทีละคน คนงานที่ถูกขานชื่อค่อยๆ ชูมือขึ้นแต่บนใบหน้ากลับไม่มีความยินดีเท่าใดนัก
ภัยพิบัติปูในครั้งนี้พวกเขาเสียคนงานไปสามคน และาเ็สาหัสอีกหนึ่งคน
คนงานที่รอดชีวิตมาได้บางคนกำลังสวดอ้อนวอนต่อทวยเทพ ขอบคุณที่ทรงคุ้มครองบางคนก็ได้แต่มองไปยังที่ว่างข้างตัวด้วยอาการเหม่อลอย
เมื่อการเดินเรือครั้งนี้สิ้นสุดลงครอบครัวของคนงานที่เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยาก้อนโตส่งถึงมือ
นี่คือชีวิตของคนธรรมดาส่วนใหญ่บนโลกใบนี้
..........
เซียวเยี่ยนั่งลงบนบันไดของห้องเก็บสินค้าสายตาเหม่อมองภาพเหตุการณ์บนดาดฟ้า
จิ่วเยว่นั่งลงข้างกายเขาอย่างเงียบเชียบแล้วพูดว่า“พอฟ้าสว่าง ก็น่าจะถึงเมืองเฮยสุ่ยแล้วละ”
เซียวเยี่ยพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ
จิ่วเยว่มองไปที่ด้านข้างใบหน้าของเซียวเยี่ยและเผลอเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง
เธอนึกถึงภาพเหตุการณ์ตอนที่เซียวเยี่ยยืนบังหน้าเธออย่างเยือกเย็นท่ามกลางการโจมตีอันบ้าคลั่งของแม่ปู...
คนคนนี้มีส่วนที่คล้ายกับคุณอาฉินแต่ก็มีบางอย่างที่ต่างออกไป
เซียวเยี่ยหันหน้ามาเมื่อเห็นจิ่วเยว่ที่กำลังมองเขาอย่างเหม่อลอย จึงเอ่ยถามว่า“มีอะไรเหรอ?”
จิ่วเยว่สบตากับเซียวเยี่ยโดยไม่ทันตั้งตัวใบหน้าของเธอพลันขึ้นสีระเรื่อ รีบหันหน้าหนีทันที “ไม่มีอะไรฉันจะไปนอนสักพักนะ”
จากนั้นเธอก็เดินกลับเข้าไปในคลังสินค้าด้วยฝีเท้าที่แ่เบาแต่ดูว้าวุ่นใจเล็กน้อย
ไม่นานนักชายหน้าบากก็หิ้วก้ามปูที่ยาวกว่าหนึ่งเมตรมาด้วยมือข้างหนึ่งอีกข้างหิ้วเตาย่างถ่าน แล้วมานั่งลงตรงดาดฟ้าใกล้ๆ กับเซียวเยี่ยดูเหมือนเขาจะตั้งใจย่างก้ามปูนั่นกินให้ได้จริงๆ
ทว่าเตาย่างน่าจะเปียกน้ำตอนที่เรือโคลงเคลงจนถ่านชื้นชายหน้าบากพยายามจุดไฟเท่าไรก็จุดไม่ติดจนได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อหันมาเห็นเซียวเยี่ยนั่งอยู่ที่บันไดเขาก็ตาเป็ประกาย“เ้าหนุ่ม! ฉันจำได้ว่าตะกี้แกมีท่าที่จุดไฟได้ไม่ใช่เหรอ?”
“เร็วเข้า! มาช่วยจุดไฟในเตานี้ให้หน่อย!”
เซียวเยี่ยรู้สึกจนใจทันทีเขาเอื้อมมือออกไปเปิดใช้งานทักษะพิษเพลิงิญญา เปลวเพลิงเต้นระบำอยู่ที่ปลายนิ้วก่อนจะเอ่ยกับชายหน้าบากว่า “ไฟของผมมันมีพิษนะคุณแน่ใจเหรอว่าจะใช้...”
ชายหน้าบากชะงักไปทันทีเมื่อเห็นเปลวไฟในมือเซียวเยี่ยดูเหมือนจะมีสีเขียวพิกลปนอยู่ด้วยเขาก็เบ้ปากแล้วบอกว่า “อึ๋ย... งั้นไม่เอาดีกว่า!”
เซียวเยี่ยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมเอ่ยเตือน“ผมว่าคุณอย่าลำบากเลยเนื้อของปูั์ก้ามปีศาจ่ที่โตเต็มวัยมันจะเหนียวมาก แถมยังมีรสเปรี้ยวไม่อร่อยหรอก”
ชายหน้าบากจ้องหน้าเซียวเยี่ยอย่างกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย“จริงเหรอ? แกอย่ามาหลอกฉันนะเ้าหนุ่ม!”
เซียวเยี่ยพยักหน้ายืนยันอย่างอ่อนใจชายหน้าบากลังเลอยู่นานแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเชื่อเซียวเยี่ยเขาอุ้มก้ามปูั์เดินไปที่หัวเรือพลางด่าทอ แล้วโยนมันลงแม่น้ำอย่างฉุนเฉียว“บัดซบเอ๊ย ไอ้ปูเฮงซวย! ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด...”
ยามนี้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเริ่มปรากฏแสงสีขาวรำไรแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลงบนผิวน้ำเป็ประกายระยิบระยับ ไกลออกไปเงาของเมืองอันโอ่อ่าตระการตาค่อยๆ ปรากฏให้เห็น
“ถึงเมืองเฮยสุ่ยแล้ว!”