ค.ศ.860
แสงอาทิตย์สีทองตัดขอบฟ้าผ่านช่องแนวเสาปราสาทหินอ่อนเผยให้เห็นเหล่าทหารสวมชุดเกราะหนังเหม็นสาบห่มผ้าคลุมสีแดงเดินกันขวักไขว่ในยามเช้า
หมอกควันไฟอบอวลเหม็นฉุนจนแสบโพรงจมูกและระคายลำคออากาศเต็มไปด้วยไอดำระคายเยื่อบุตา แสบเสียดจนผู้คนขอบตาแดงช้ำอีกทั้งยังมีเขม่าดำ และคราบเผาไหม้ทิ้งไว้ตามแนวปราสาทหินอ่อนรอยสกปรกเปื้อนหินอ่อนเป็ริ้วนั้นทำให้วังใหญ่ดูเสื่อมราคาลง
กระโจมบัญชาการก่อด้วยหนังสีน้ำตาลตั้งอยู่ข้างปราสาทภายในกระโจมเต็มไปด้วยนายทหารสีหน้าเครียด ต่างกำลังล้อมวงประชุมหารือแผนการศึก
พวกเขาก้มหน้ามองแผนที่ที่ก่อด้วยดินทรายหัวคิ้วขมวดมุ่นเพราะต่างก็จนสิ้นด้วยปัญญาหาหนทางแก้ไขภัยศึกา
อาณาจักรกำลังถูกล้อมโอบทั้งสี่ทิศ
ผู้นำศึกมีใบหน้าเคร่งเครียดหัวคิ้วขมวด แววตาลอย
เวลานี้มีแต่เพียงความเงียบไร้คำกล่าวใดจากที่ปรึกษาและนายพล
ขณะเดียวกันด้านนอกกำแพงค่าย นายทหารมหาดเล็กกำลังชักม้าผ่านแนวป้อมปราสาท พุ่งตัวมาหยุดกระชั้นหน้ากระโจม
เสียงเ้าม้าร้องลั่นเมื่อนายทหารไถลตัวลงจากหลังม้า
ทหารมหาดเล็กผ่านประตูกระโจมเข้ามาแสดงความเคารพดึงความสนใจจากผู้นำกองทัพผู้มีม่านตาสีน้ำตาลทอง
นายทหารก้มใบหน้าลงแล้วกล่าวรายงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดี“ทูลชาล์แห่งพรอว็องค์ แม่ทัพแห่งศาสนขุนพลรออยู่ที่ท้องพระโรงเบอร์กันดี เขาขอเข้าพบเซียร์”
การที่ศาสนขุนพลมาถึงเบอร์กันดีนั้นมีความสำคัญจึงเรียกความสนใจจากดันเต้ (Дунте)ชาล์เดอพรอว็องค์ส่งประกายสงสัยปนสับสนแล้วก็จำต้องละสายตาจากแผนการตรงหน้าก่อนจะหันไปสั่งการแม่ทัพร่างสูงใหญ่ข้างกาย“เ้านำความไปทูลพระราชินีกีเนเวีย แจ้งพระนางให้ร่วมประชุมในท้องพระโรง”
จากนั้นดันเต้ก็ตรงไปยังท้องพระโรงโดยมีกลุ่มทหารราชองครักษ์สิบนายเดินนำเป็ขบวน
เมื่อเดินผ่านธรณีประตูดันเต้ก็พบว่ากีเนเวีย (Женевия)ราชินีแห่งพรอว็องค์ อยู่ในท้องพระโรงแล้ว เธอกำลังยืนสนทนาอยู่กับแม่ทัพแห่งศาสนขุนพลอเล็กซานเดอร์ (Александр) ชายผู้มีร่างกายสูงใหญ่ราวั์ ติดตรากางเขนทองแห่งผู้นำกองทัพศาสนขุนพลและยังมีศักดิ์เป็ลุงของราชินีกีเนเวีย
คนทั้งสองรับรู้การมาถึงของดันเต้กีเนเวียจึงหันมาก้มหน้าลง สีหน้าไม่สู้ดี ส่งท่าทีเตือนสามีให้ทราบถึงเื่ร้าย
ยักษาตบไหล่ซ้ายาาหนุ่มอย่างคนสนิท“ดันเต้ ท่านดูซูบผอมลงไปมาก”
ดันเต้รับรู้ว่าอเล็กซานเดอร์เข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างดีมือขวาดันเต้ตอบรับ จับได้เพียงศอกซ้ายของแม่ทัพผ้าคลุมขาวเป็การตอบกลับเดียวที่เขาสามารถทำได้ เมื่อเผชิญชายร่างสูงใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน
“าครั้งนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาราษฎร์หากมหาสังฆราชสถาปนาคาร์ลเป็ดยุกแห่งฟรองเซคงได้การสนับสนุนมากกว่านี้เป็แน่” กษัตริย์หนุ่มเสียงเสียดเลี่ยงคำอันตอกย้ำแผนการไร้ผล
อเล็กซานเดอร์ผงกศีรษะ “คาร์ลทราบดีว่าโลธาริ่งใกล้สิ้นบุญ”
มือใหญ่ดึงจดหมายออกจากถุงหนังใต้เกราะเหล็กสีเงิน
แผ่นหนังกวางสักข้อความลับถึงพรอว็องค์สิ่งนี้ไม่ควรอยู่ในมือศาสนขุนพล
“สายสืบของเราคงไร้ชีพแล้ว”ดันเต้มองไปทางประตูด้วยตาไร้แวว
“การถ่วงพิธีสถาปนาแกรนด์ดยุกใกล้หมดลงเต็มที”ยักษาเสียงเครียด
“ท่านทราบดีแม้ไม่ได้อ่านความใน”ดันเต้ไม่สบตาอเล็กซานเดอร์
ด้วยเหตุนี้กีเนเวียจึงเป็ผู้รับจดหมายจากมืออเล็กซานเดอร์แทนสามีเมื่อเธอเปิดจดหมายอ่านจนจบ ใบหน้าก็ถึงกับซีดเผือด พระนางไร้คำกล่าวนอกเสียจากพับเก็บไว้ในอุ้งมือแล้วมองหน้าสามีด้วยดวงตาคมที่บอกถึงสัญญาณอันตราย
อเล็กซานเดอร์ยื่นแขนไปจับลงบนหัวไหล่ทั้งสองของดันเต้เพื่อเรียกสติและความสนใจ “านี้เ้าอาจจะพ่ายแพ้เช่นเดียวกับราชวงศ์เร็กเพอนาเทอเรสแห่งเมรอวิเจียนเมื่อสองร้อยปีก่อน”
เสียงเข้มเครียดแสนน่ากลัวทำให้ดันเต้กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
ดวงตาเศร้าจากอเล็กซานเดอร์นั้นช่างบาดลึกเข้าไปในหัวใจาาหนุ่ม
ร่างแกร่งแทบเสียศูนย์ล้มพับลงต่อความพ่ายแพ้
“พวกเขาเต็มไปด้วยความกลัวจนไม่อาจเปิดใจมองสิ่งที่เ้าทั้งสองกระทำ” ศาสนขุนพลสบตากษัตริย์หนุ่ม “พวกเขาลืมสิ้นซึ่งคุณงามความดีของเ้าแล้ว”
กีเนเวียโอบมือซ้ายสามีแน่น“ความกลัวของมนุษย์ คือบ่อเกิดแห่งชัยชนะ” ราชินีสาวพูดแล้วกุมมือดันเต้ขึ้นบนอกของเธอ
สองสามีภรรยาส่งสายตาเศร้าเคล้าวิตกแก่กันและกัน
ราชินีผมแดงสูดลมหายใจก่อนละสายตาไปหาลุงร่างั์“จะรอให้โลธาริ่งสิ้นบุญอย่างที่หวังไม่ได้แล้ว”
“ท่านเป็ผู้วางแผนการทั้งหมด”ดันเต้จ้องดุไปยังแม่ทัพแห่งศาสนขุนพล “ท่านยืนกรานห้ามเราเปิดศึกตัดสินท่านขอให้เราประวิงเวลารอโลธาริ่งสิ้นบุญ”
ภริยาที่ยังคงกุมมือสามีกระตุกเบา ๆ ครั้งหนึ่งระหว่างมองจ้องอเล็กซานเดอร์ตาเขม็ง “หากดันเต้สวมมงกุฎแห่งฟรังเกียกลางโดยชอบธรรมเขาสามารถจัดการผู้รุกรานได้ทุกวิธีการในผืนแผ่นดิน ดันเต้จะไม่มีความผิดตามสนธิสัญญาแวร์เดิง”เธอลูบหลังมือของสามีเพื่อปลอบโยน “นั่นคือสิ่งที่ท่านสร้างศรัทธาแก่เราทั้งสอง”
“เช่นนั้นแล้วก็คงไม่มีเหตุต้องออมมืออีกต่อไป”กษัตริย์หนุ่มกล่าวเสียงเข้ม
ดวงตาของดันเต้เปล่งแสงสีฟ้าพลันบังเกิดเส้นแสงพวยพุ่งรอบกาย เส้นแสงวิ่งวนรวมตัวอยู่ในมือขวา ทันทีที่เขาคว้ากลุ่มแสงในอากาศก็ดึงดาบคมมณีออกมาจากความว่างเปล่า
“หากต้องครองราชย์บนเถ้าถ่านก็ไม่ต่างกับการเสียราชสมบัติทั้งหมดไป” ดันเต้คำรามตอบั์ตรงหน้า
ท้องฟ้าตอบสนองการปรากฏของดาบแห่งมนตราเปิดนภาแทงแสงแรงกล้าสาดส่องลงมาทั่วอาณาจักร เมื่อแสงผ่านช่องหน้าต่างท้องพระโรงเบอร์กันดีก็พลันสว่างขึ้นทันตา
กีเนเวียจับข้อมือสามีเอาไว้แน่นดวงตาคมจ้องมองพร้อมกับส่ายหน้า แล้วดึงเขากลับมาหาการสนทนาที่ยังไม่จบสิ้น
“ดันเต้” เสียงั์เอ่ยเยือกเย็นพร้อมกับสีหน้าเรียบนิ่งเป็การเตือนกษัตริย์เืร้อน
เหล่าราชองครักษ์ต่างคว้าดาบบนเอวทว่าก็ช้าเกินกว่าจะระงับเหตุ
แสงสีทองดึงความสนใจจากกษัตริย์หนุ่มไปยังวัตถุในมือของแม่ทัพั์
อเล็กซานเดอร์ไม่ได้ยืนตัวเปล่า!มือขวาของยักษานั้นกุมดาบแห่งมนตราอีกเล่ม
คมดาบเปล่งแสงสีทองขึ้นประกายมีความยาวกว่าหกศอก ใบดาบกว้างราวเครื่องปะาพวกนอกรีตในกรุงคอนสแตนติโนเปิลคมนั้นกำลังทาบลงบนลำคอของดันเต้
“าต้องหยุดเพียงเท่านี้ดันเต้”แม่ทัพแห่งศาสนขุนพลกล่าวเสียงเยือกเย็น
ดันเต้และภรรยาหยุดนิ่งเช่นเดียวกับทุกคนในห้อง
“เรามิใช่ผู้เริ่มแล้วทำไมเราต้องจบเื่นี้ด้วย” ดันเต้เอ่ยเสียงเครียด
“เ้าสร้างความหวาดหวั่นมากไปแล้ว”ยักษาลดสายตาลงอย่างปรานี
สิ้นคำพูดนั้นไฟอาคมบนดวงตาสีทองก็มอดลงทันใดดันเต้ปล่อยดาบมนตราออกจากมือ
คมมณีร่วงลงก่อนจะสลายหายไปในอากาศ
“เห็นแก่ท่านเป็หลานเขยจงถอนตัวจากเบอร์กันดีเสีย” ยักษาสั่งเสียงเข้ม
ดันเต้รู้ดีว่าคำขอนั้นเป็คำสั่งให้เขาออกจากเบอร์กันดีจึงได้แต่ตีสีหน้าเรียบแล้วหันมองไปทางหน้าต่าง เขามีทางเลือกอันใดอีกหรือ
ไม่สามารถแม้แต่จะต่อรองอเล็กซานเดอร์เสียด้วยซ้ำ
“ท่านลุงโปรดเมตตาดันเต้ด้วย” กีเนเวียร้องขอ “ได้โปรดเพคะ”
“หากท่านอเล็กซานเดอร์เห็นสมควรแล้วก็จงเหวี่ยงดาบนี้ปลิดชีพข้าเถิด” าาหนุ่มหันมาจ้องตาชายตรงหน้า
“อย่าทำให้เป็เื่ใหญ่”ดาบสีทองแตกสลายในอากาศ “เดสติโอเนลไม่ควรถูกใช้เพื่อสร้างความหวาดกลัวอีกแล้ว”
“ขอบพระทัยเพคะ”กีเนเวียกอดแขนสามีแน่น “ท่านลุงไม่้าชีวิตของท่านแน่นอน” พระนางกระตุกมือเขาดึงความสนใจจากดวงตาสีทอง
“หากท่าน้าเราทั้งสองก็ปฏิเสธไม่ได้” ดันเต้สบตากับภริยา
กีเนเวียบีบมือดันเต้เป็จังหวะเธอเข้าใจว่าสามีกำลังรู้สึกถูกหยามเกียรติและศักดิ์ศรีหากเมื่อครู่เื่ราวเลวร้ายจนถึงจุดแตกหัก อาจเกิดการฆ่าฟันและจบลงด้วยการตายหมู่ในราชวงศ์เบอร์กันดี
ทั้งสองรู้ดีว่าการต่อสู้กับอเล็กซานเดอร์นั้นมีจุดจบเดียวคือความตาย
โหนกแก้มของาาหนุ่มจับสีจนถึงใบหูดวงตาของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์พร้อมจะขาดผึง
เธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถควบคุมสถานการณ์ครั้งนี้ได้
กีเนเวียรวบรวมความกล้าแล้วหันหน้าไปหายักษา“ท่านจะให้เราทำอย่างไร” เสียงอ่อนหวานวิงวอนขอความช่วยเหลือ
อเล็กซานเดอร์มองไปทางทุ่งหญ้าเลี้ยงวัวหนังก่อนจะเดินไปเท้าแขนยังระเบียงหินอ่อนเปื้อนคราบดำ เขาก้มหน้าลง ดวงตาล่องลอยอยู่ครู่ใหญ่
ราชินีสาวสวยรู้สึกวิตกเมื่อเห็นท่าทีนั้น“ท่านเป็ผู้ใหญ่แห่งราชสกุลลอร์เรน โปรดชี้ทางให้หลานด้วย” กีเนเวียอ้อนวอนเสียงหวานอีกครั้ง
ศาสนขุนพลยังคงมองฝูงวัวที่กำลังเดินกินหญ้าอุดมสมบูรณ์อยู่อย่างนั้น
กีเนเวียสูดลมหายใจลึก“หลุยส์เดอบาวาเรียปิดทางออกดินแดนตะวันออก และคาร์ลล้อมเราทางตะวันตกหากเรายกทัพเบอร์กันดีต่อสู้ฝ่าวงล้อมออกไป”
ฝุ่นดินระหว่างราชินีและแม่ทัพศาสนขุนพลก่อขึ้นเป็ภูมิประเทศเบอร์กันดี
กีเนเวียกรีดกรายมือในอากาศ“คงจะเกิดการล้มตายจำนวนมาก”
ดินสีแดงก่อเป็ร่างกองทัพคาร์ลขยับราวมีชีวิต แสดงแนวทัพล้อมจากสะพานคิริออสจนถึงทิศใต้เมืองเบอร์กันดี
“เราเสนอให้ดันเต้ยกกองพลเทพตีฟรังเกียตะวันตกจนแตกสิ้นเพื่อยุติาครั้งนี้จะสูญเสียน้อยกว่าที่ท่านเสนอ”กลุ่มดินสีขาวก่อตัวเป็กองทัพชาล์เดอเบอร์กันดีหุ่นดินเคลื่อนรูปทัพตีฝ่าทหารฟรองเซ มุ่งตรงไปยังนอร์มันดี
ดันเต้พยักหน้า“ข้าเห็นด้วยกับกีเนเวีย”
อเล็กซานเดอร์ไม่ตอบโต้ เขาเพียงหันมามองฝุ่นกองทัพดันเต้จำนวนน้อยแต่สามารถบุกพังนอร์มันดีกลุ่มดินก่อร่างแสดงตัวแทนดันเต้และกีเนเวียยึดแผ่นดินอาณาจักรฟรังเกียตะวันตก
เหล่าขุนพลต่างพยักหน้าเห็นร่วมกับแผนการของกีเนเวีย
“ขอให้ท่านเห็นแก่บุตรสาวของเราผู้เป็เชื้อสายท่านด้วย” ชาล์เห็นว่ามีแรงหนุนก็รีบฉวยโอกาส “พวกนางจะลำบากเพียงใดหากต้องบุกฝ่าด้านใดด้านหนึ่ง แล้วชีวิตหลานสาวท่านจะปลอดภัยจริงดังท่านว่าหรือไม่?”
อเล็กซานเดอร์นิ่วหน้าแล้วยกมือขึ้นหยุดคำพูดจากปากคนทั้งสองแล้วมือใหญ่ก็โบกกลางอากาศเปลี่ยนทิศทางเื่ราวตามมุมมองอเล็กซานเดอร์
“ศาสนจักรลงวินิจฉัยถึงภัยของท่านทั้งสองหากท่านยกทัพตีฟรองเซจนแตกสิ้นแล้วจะทำอย่างไร” ร่างั์สร้างดินสีเหลืองก่อตัวเป็กองทัพจากทุกทิศล้อมทหารดินขาวก่อนจะตีขนาบทั้งเบอร์กันดี พรอว็องค์ และฟรังเกียตะวันตก
กลุ่มดินขาวถอยไปยังพระราชวังผุพังที่กำลังแตกเป็ผงราวเปลวเพลิง
“พวกท่านจะเข้าไปอาศัยในป้อมปราการผุพังที่ซึ่งพวกท่านกำลังวางแผนพังทลายเช่นนั้นหรือ” อเล็กซานเดอร์ผายมือไปยังตอนใต้ทหารดินเหลืองนั้นก็คือกองทัพศาสนขุนพลบุกยึดพระราชวังฟรังเกียกลางก่อนยกทัพเข้าตีฟรังเกียตะวันตก
พลันดินแตกเป็ผุยผงราวเพลิงโหมแรงโหดร้ายประจักษ์ผ่านดวงตายักษา
“ท่านจะต้องรับศึกอีกนับครั้งไม่ถ้วน”อเล็กซานเดอร์ชี้นิ้วสั่งทหารดินเหลืองบุกเข้าพระราชวังอันผุพัง “หลานเราต้องอยู่บนความตายทุกค่ำคืนเช่นนั้นหรือ”
กีเนเวียกอดแขนสามีแน่นเธอมองทหารดินเหลืองร่างใหญ่กำลังเงื้อดาบขึ้น สื่อว่าอเล็กซานเดอร์จะลงมือปะาครอบครัวเธอทั้งหมดณ ฟรังเกียตะวันตก
น้ำตาหญิงสาวเอ่อล้นบนขอบตาก่อนจะไหลรินลงบนพวงแก้ม “หลุยส์แห่งบาวาเรียจะมีข้ออ้างรวมแผ่นดินเพื่อโจมตีเรา” ราชินีเอ่ยเสียงแ่เคล้าสะอื้น
“เหตุผลเพียงพอเพื่อสถาปนาราชวงศ์ขึ้นครองราชย์”ดันเต้ผงกศีษะ
“เขาจะไม่ปรานีให้เราปกครองแผ่นดินใด”ราชินีลูบหลังมือสามีแ่เบา
ชาล์หนุ่มผู้สง่างามโอบกอดภริยาแล้วมองสบตากับอเล็กซานเดอร์“เช่นนั้นแล้วท่านจงบอกเราด้วยเถิด ว่าต้องทำเช่นใด”