“ โอ้ย! เจ็บ… ” ผมร้องออกมาขณะที่กำลังนอนอยู่บนเตียงของตัวเอง ตอนนี้ผมกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแล้ว กว่าจะหอบสังขารพาร่างกายที่มันปวดระบมไปทั้งตัวกลับมายังห้องของตัวเองได้ก็เล่นเอาผมแย่เหมือนกัน
“ ไอ้บ้านั่น… มึงนะมึง! เชี่ย! เล่นเอาซะกูเดินไม่ตรงเลย ” ผมยังหัวเสียและได้แต่พ่นคำด่าว่าไอ้ผู้ชายคนนั้น
ผมทำการตั้งเวลาไว้ทุกๆ 4 ชั่วโมงผมเพื่อให้ตัวเองตื่นขึ้นมากินยาเพื่อจะให้ร่างกายผมกลับมาฟื้นฟูตัวเองให้เร็วที่สุด ผมนอนพักจนเวลาได้ผ่านไปจนเกือบๆจะห้าโมงเย็นแล้ว แล้วแต่ก็ยังไม่อยากจะลุกขยับตัวไปไหนเลย
“ เห้อ! จะไหวมั้ยเนี่ย ต้องกลับไปเอารถที่ผับนั่นอีก ทำไงดีวะเนี่ย! ” ผมสบถออกมา และคิดอยู่นานก่อนที่จะโทรหาใครบางคน
“ ไอ้หมอ! มึงเข้าเวรอยู่รึเปล่า ” ผมโทรหาไอ้ตรัยทันที
“ เปล่าว่ะ! กูพึ่งลงเวร กำลังจะกลับบ้านนี่แแหละ มึงมีอะไรรึเปล่า ”
“ คือกู… มีเื่จะให้มึงช่วยหน่อยวะ แวะมาบ้านพักกูหน่อย ”
“ เออๆ ได้ครับคุณเพื่อน ”
ผับ Rose Marry เวลา 18.00 น.
“ นี่มึงเมาถึงขั้นขับรถตัวเองกลับไม่ได้เลยหรอวะ ” ไอ้ตรัยเอ่ยถามผม
“ เออ… กูคงเมามากแหละ ขอบใจมากนะมึงที่มาส่งกู ” ผมเอ่ยขอบคุณมันไป
“ ว่าแต่ มึงเมามากแล้วเมื่อคืนใครไปส่งมึงวะ ”
“ เอ่อ… กะ ก็พวกพี่หญิงไง ” ผมอ้ำอึ้ง
“ เดี๋ยวนะ ก็พี่หญิงขึ้นเวรแล้วบอกกูว่ามึงขออยู่ต่อนี่ นี่มึงโกหกกูแล้วไอ้ซัม บอกมา! ใครไปส่งมึง หรือมึงไปนอนที่ไหนมา สาวคนไหนวะ ”
ไอ้ตรัยพยายามขาดคั้นผมให้บอกว่าเมื่อคืนใครเป็คนไปส่งผมหรือผมกลับไปนอนกับใคร แต่มีหรือที่ผมจะยอมอยู่ให้มันไปซักผมเป็ผ้าแบบนี้
“ มึงแมร่ง! เลิกสงสัยกูเถอะ เอาเป็ว่ากูไม่ได้ไปนอนกับสาวที่ไหนหรอก กูไปเอารถก่อนนะ แยกกันตรงนี้เลยแล้วกัน ”
หลังจากที่ไอ้ตรัยมันมาส่งผมเอารถที่ผับแล้ว ผมก็ทำการขับรถของตัวเองกลับมายังโรงพยาบาลและนำไปจอดไว้ที่บริเวณบ้านพักของตัวเอง ขากลับผมจอดรถแวะซื้อบะหมี่หมูแดงใกล้ๆโรงพยาบาลมาถุงนึง เพื่อใช้มันเป็อาหารมื้อเย็นของผม ผมทำการเทบะหมี่หมูแดงลงในชามแล้วเริ่มลงมือกินมันจนหมดก่อนที่จะกินยาตามหลังทันที ผมกินอิ่มแล้วจึงเดินมานั่งพักที่โซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเช็คตารางเวรของตัวเองในวันพรุ่งนี้ อย่างน้อยๆผมก็น่าจะพอไปตรวจคนไข้ไหวนะ
1 สัปดาห์ผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ผมห็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ที่เพิ่มเติมคือผมเองมีเคสคนไข้เพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะมีหมอที่ลาไปทำธุระทำให้ผมต้องมารับหน้าที่ตรวจแทน ซึ่งผมก็ทำการแบ่งกับไอ้ตรัยแต่ก็ยังถือว่ามีเยอะอยู่พอสมควร
“ มึงไหวมั้ยเนี่ยไอ้ตรัย จะหลับอยู่แล้วนะมึง ” ผมสะกิดไอ้ตรัยที่ตอนนี้มันมานั่งหลับพงกหัวเป็ลูกนกอยู่ข้างๆผมเนี่ย
“ ก่อนที่มึงจะพูดว่ากูเนี่ย มึงหันไปดูสภาพมึงรึยังครับ คุณหมอซัม มาเล่นลากันไปทำธุระ แล้วมาทิ้งงานไว้ให้เราแบบนี้อย่าให้กูใช้ทุนหมดเมื่อไหร่นะ กูจะรีบย้ายออกทันทีเลย ” ไอ้ตรัยมันบ่นออกมา
“ เออน่า อดทนหน่อย เหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะใช้ทุนหมดแล้ว ” ผมปลอบใจไอ้ตรัยมัน
“ เออ! กูจะรอ ที่กูทำงานทุกวันนี้ก็เพราะรอใช้ทุนจนมันหมดนี่แหละ ”
“ เออนี่… กูว่าจะออกไปซื้อกาแฟหน้าโรงพยาบาลสักหน่อย มึงเอาไรมั้ย ” ผมเอ่ยถามไอ้ตรัยออกไป ผมคงต้องออกไปหากาแฟกินแก้ง่วงสักหน่อย ไม่ไหวแล้วจริงๆสภาพร่างกายของผมในตอนนี้
“ เออ… เอามอคค่าไม่หวานมาให้กูแก้วนึง กูขอนอนพักหน่อยเหอะ เดี๋ยวแมร่งต้องไปราวน์คนไข้นอกอีก กูเพลียสัส ”
ผมเดินออกมาจากตึกที่ผมทำงานของโรงพยาบาลแล้วเดินตรงมาที่หน้าทางเข้า ก่อนจะหันไปมองสำรวจดูว่าวันนี้ร้านกาแฟเปิดหรือ พอผมเห็นว่าร้านมันเปิดอยู่เลยเดินข้ามถนน แต่ด้วยสมองที่มันเบลอๆเพราะพักผ่อนน้อย จึงทำให้ผมไม่ทันระวังมองซ้ายมองขวาก่อนข้ามถนน เลยก้าวเท้าเดินออกไป
ปรี๊นนนนนน!
“ เชี่ยแล้วกู ” ผมอุทานออกมาด้วยความใ ก่อนที่จะหลับตาและคิดว่ายังไงผมก็ต้องโดนรถคันที่วิ่งมาชนเต็มๆแน่ แต่อยู่ๆก็มีมือของใครบางคนมาดึงแขนผมเอาไว้แล้วดึงกลับเข้ามาอย่างแรง จนผมล้มลงไปทับกับผู้ชายคนนั้น
ฉึก!
“ โอ้ย! ซี๊ดดดด ” เสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บ ผมรีบลืมตามองดูและพบว่าผมเองยังอยู่ดีครบทั้ง 32 ประการ แต่ผมกำลังนอนทับผู้ชายคนนึงอยู่ ผมจึงรีบลุกออกจากผู้ชายคนนั้นที่มาช่วยผม แล้วรีบประคองเขาลุกขึ้น
“ เอ่อ… ขอโทษครับ เป็ยังไงบ้าง ผมขอโทษที่ทำให้คุณเจ็บตัวนะครับ ขอบคุณมากจริงๆที่ช่วยผมไว้ ” ผมรีบเอ่ยขอโทษและขอบคุณผู้ชายคนนั้นทันทีด้วยท่าทียังคงใอยู่ แต่พอผู้ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมาทำให้ผมได้เห็นใบหน้าชัดๆของเขา ผมถึงกับต้องใออกมาอีกครั้ง และดุจะใยิ่งกว่าตอนแรกด้วย
“ คะ… คุณ ”
“ หึ! แสดงว่าจำฉันได้สินะ ” ผู้ชายคนนั้นหันมาพูดกับผม ก่อนที่จะยกยิ้มมุมปาก
“ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ” พูดจบผมรีบปล่อยแขนเขาที่กำลังประคองอยู่ออก ทำให้แขนของเขาที่ผมช่วยประคองถูกปล่อยออกอย่างแรงจนผู้ชายคนนี้ร้องออกมาด้วยความเจ็บ ก่อนที่ผมจะสังเกตเห็นเลือกที่มันไหลออกมาจากแขนของเขาภายใต้เสื้อเชิ้ตแขนยาว
“ นี่คุณาเ็หรอ ” ผมรีบจับแขนของเขาขึ้นมาปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตของเขาออกดูก็พบว่ามีาแจากการถูกเศษแก้วบาด ซึ่งผมประเมินจากตาเปล่าแล้วเหมือนจะไม่ลึกมาก แต่ก็บาดเป็ทางยาวอยู่ ผมเลยรีบพาเขาเดินกลับมาทำแผลที่ห้องตรวจของผมทันที
“ เป็หมออยู่ที่นี่หรอ ” เขาถามผมออกมา
“ ไปกินข้าวกันมั้ย ”
“ ผมทำแผลให้เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วอย่าลืมกินยาตามที่ผมบอกด้วยล่ะ แล้วก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยผมไว้ วันนี้กลับบ้านได้แล้วครับผมมีตรวจคนไข้ต่อขอตัวนะครับ ” ผมรีบลุกจากเก้าอี้แล้วตั้งใจจะเดินออกมาจากห้องตรวจเลย แต่ก็มีมือมาจับที่แขนผมเอาไว้ก่อนแล้วดึงผมเข้าไปหาตัวของเขา ผมที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็เซเข้าไปสู่อ้อมอกของเขาทันที
ผมกับเขาต่างสบตากัน ก่อนที่ผมจะได้สติแล้วพยายามจะผลักตัวเขาออกแต่เขากลับรู้ทันผม เขาใช้แขนล็อคตัวผมเอาไว้แล้วพลิกตัวให้ผมมาติดผนังของห้องโดยที่เขาใช้ตัวที่หนาและสูงของเขาดันผมเอาไว้ไม่ให้ขยับ
“ นี่คุณ…. จะทำอะไรผมน่ะ ปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ ” ผมพยายาดิ้นและบอกให้เขาปล่อยผมเพราะรู้สึกอึดอัด
“ ถ้าไม่ติดว่าวันนี้ฉันมีประชุมต่อละก็…. นายอย่าหวังว่าจะรอดเลย จุ๊บ ” ผมเบิกตาโตขึ้นทันที เขาพูดจบก็ขโมยจุ๊บปากผมอย่างรวดเร็ว
“ หึ! ฉันไปทำงานก่อนนะ ไว้ถ้าว่างจะแวะมาหาบ่อยๆนะครับ คุณหมอ…. ณรงค์กร ขจรพิทักษ์ ” ผมยังใกับการที่เขาเข้ามาจุ๊บผมอยู่ และไม่ได้ยินที่เขาพูดต่อจากนั้นเลยสักนิด พอตัวเองได้สติผู้ชายคนนั้นก็เดินออกจากห้องตรวจผมไปแล้วด้วย
“ เฮ้อออ นี่มันอะไรวะเนี่ย ” ผมบ่นออกมาพร้อมกับทรุดตัวนั่งลงที่พื้นตรงนั้นทันที
“ ไอ้ซัมมม! เอ้า! มึงลงไปนั่งกับพื้นทำไมวะ ” เสียงเปิดประตูพร้อมกับไอ้หมอตรัยวิ่งน่าตาตื่นเข้ามา ก่อนที่มันจะทักผมแล้วก็เหมือนจะงงที่ผมลงไปนั่งกับพื้น
“ เปล่า… ไม่มีไร ” ผมพยายามขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วกลับไปนั่งลงที่โต๊ะทำงานในห้องตรวจของตัวเองทันที
“ เออ… คือกูเอากาแฟมาให้น่ะ ” ผมหันไปมองหน้าไอ้หมอตรัยทันที
“ กาแฟหรอวะ ” ไอ้หมอตรัยวางแก้วกาแฟเย็นลงที่โต๊ะของผม
" เออดิ! ก็มีคนเอากาแฟมาให้ บอกว่ามึงสั่งเอาไว้แล้วเขาก็บอกว่ามึงทำแผลให้คนไข้อยู่ที่ตรวจ กูเลยเดินเอามาให้มึงนี่ไง ว่าแต่ทำไมมึงมาทำแผลเองวะพยาบาลก็มีตั้งเยอะไม่ให้พวกพยาบาลมาทำให้วะ " ไอ้หมอตรัยมันก็ยังคงสงสัยอะไรของมัน
“ ก็… มันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรนี่หว่าก็แค่ทำแผลเอง มึงเหอะ! ได้กาแฟแล้วก็กินไปพูดมากอยู่นั่นกูจะของีบหลับซักหน่อยออกไปได้แล้วไป ” ผมรีบเอ่ยไล่ไอ้หมอตรัยทันที ขืนถ้ามันยังอยู่ต่อคงได้สงสัยและซักนู้นนี่นั่นไปทั่วแน่
“ เอ้า! ไล่กูเฉยเลย คนอุตส่าห์เอากาแฟมาให้ เออๆ ก็ได้วะ เห็นว่ามึงยังไม่ได้นอนหรอก และออกไปสั่งกาแฟมา งั้นกูไปละ ” พูดจบไอ้หมอตรัยมันก็หันหลังกลับเปิดประตูออกจากห้องตรวจผมไปทันที
“ เฮ้อ… ” ผมถอนหายใจก่อนที่จะหยิบแก้วกาแฟของผมมาดูด แล้วนั่งหลับพักสายตาอยู่สักพักและค่อยออกไปตรวจคนไข้ต่อ
ผมทำงานของผมเสร็จก็ได้ลงเวรมาพร้อมกับไอ้หมอตรัย ตอนแรกผมบอกว่าให้มันกลับไปนอนพักได้เลย เพราะผมยังตรวจคนไข้ไม่เสร็จ แต่เ้าตัวบอกว่าไม่รีบกลับ กลับไปที่คอนโดมันก็ไม่มีอะไรจะทำเลยขอนั่งเล่นรอผมอยู่ที่ห้องพักของหมอก่อน จนผมทำงานเสร็จก็ได้ลงเวรเลิกงานพร้อมกับมันนี่แหละครับ
“ มึงจะกลับคอนโดมึงเลยรึเปล่า กูจะกลับไปนอนพักที่บ้านพักแล้ววะ ” ผมเอ่ยถามไอ้หมอตรัยพร้อมกับถามมันว่าจะกลับไปคอนโดของมันเลยรึเปล่า
“ เออ… เดี๋ยวกูกลับเลยก็ได้งั้นอ่ะ มึงจะได้กลับไปนอนพัก เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องมาลุยกันต่ออีก วันมะรืนพวกหมอน่าจะกลับมาทำงานกันละ สู้ๆเว้ยอีกแค่วันเดียวเอง ” ไอ้หมอตรัยมันพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าเหมือนจะไปออกรบซะอย่างงั้น นี่มันเป็หมอจริงๆใช่ไหม หรือมันทำงานหนักจนสมองมันเป็แบบนี้นะเพื่อนผม
“ เออ ขับกลับดีๆล่ะ ” ผมบอกไอ้ตรัยและแยกกันกลับไปนอนพัก
ผมกลับมาถึงห้องก็ทำการเก็บของสัมภาระต่างๆ แล้วรีบตรงเข้าไปอาบน้ำจนเสร็จแล้วออกมาแต่งตัว กะว่าจะนอนก่อนแล้วค่อยออกไปหาอะไรกินใน่เย็นๆหรือค่ำๆ พอขึ้นเตียงได้แล้วล้มตัวหัวถึงหมอน ผมก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปทันที
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! เสียงสั่นโทรศัพท์ผมดังขึ้น ทำให้ผมสะดุ้งและรู้สึกตัวแต่ยังนอนหลับตาอยู่บนเตียง ก่อนที่จะใช้มือคลำๆไปตามเตียงเพื่อที่จะหาโทรศัพท์ของตัวเอง จนในที่สุดห็หาโทรศัพท์เจอแล้วกดรับสาย
“ อื้อ… สวัสดีครับ หมอซัมพูดครับ ” ผมเอ่ยทักทายปลายสายขึ้นทันทีด้วยเสียงที่ยังดูเหมือนไม่ค่อยตื่นซักเท่าไหร่
“ หึ! ยังนอนหลับอยู่หรอ ” ผมจับโทรศัพท์ออกมาดูชื่อที่แสดงบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองทันที พบว่าไม่มีชื่อขึ้นว่าปลายสายนั้นเป็ใคร
“ เอ่อ… ขอโทษนะครับ คุณเป็ใคร ” ผมเอ่บถามชื่อปลายสายกลับไปทันที เพราะผมน่าจะไม่รู้จักเขานะ น้ำเสียงฟังดูไม่คุ้นเลยสักนิด
“ จำผมได้หรอนี่ น่าน้อยใจจัง ผมก็คนไข้ของคุณหมอไงครับ ”
“ คนไข้ผมมีเป็ร้อย ผมจะจำได้หมดได้ยังไงครับ ถ้าคุณไม่บอกว่าเป็ใครผมจะวางสายแล้วนะครับ ถ้างั้นแค่นี้นะครับ ” ผมบอกกลับไปด้วยอารมณ์ที่เริ่มหัวเสียนิดๆ ปลายสายตั้งใจจะโทรมากวนประสาทผมเล่นหรอไงกัน
“ เดี๋ยวๆ ฉันเอง ”
“ ฉันเองไหน ”
“ ก็….คนที่ช่วยคุณหมอแล้วโดนเศษแก้วบาดไงครับ ” ผมลืมตาขึ้นทันที ดูเหมือนตอนนี้ผมจะตื่นนอนแล้วล่ะ
“ นี่คุณ! คุณไปเอาเบอร์โทรผมมาจากไหน ”
“ มันไม่อยากหรอกครับหมอ ว่าแต่คุณหมอตื่นแล้วใช่ไหม ออกไปหาอะไรกินกันมั้ยครับ เดี๋ยวผมแวะเข้าไปรับ ”
“ ไม่! ผมออกไปหาอะไรกินเองได้ แค่นี้นะ ” ผมบอกปฏิเสธกับเขาแทบจะทันที แล้วจะกดวางสายแต่ปลายสายกลับพูดขึ้นแทรกเสียก่อน และมันเป็เื่ที่ทำให้ผมต้องหยุดที่จะกดวางสายและฟังเขาต่อทันที
“ ถ้าหมอจะตัดสายผมทิ้งและไม่ไปกินข้าวกับผม เห็นทีผมคงต้องเอาเื่ของเราสองคนไปบอกกับทุกคนแล้วล่ะครับ ว่าคุณหมอสุดหล่อได้….. มีอะไรกับผมแล้วยังได้แล้วทิ้งอีก ผมนี่น่าสงสารจริงๆเลยนะครับ ”
“ นี่คุณ… อย่ามาพูดแบบนี้นะ คุณคิดจะขู่ผมหรอ ” ผมตอบกลับไปด้วยอารมณ์ที่รู้สึกโกรธผู้ชายคนนี้เป็อย่างมาก
“ ผมไม่ได้จะขู่คุณหมอนะครับ แต่ว่าถ้าคุณหมอออกมากินข้าวกับผมสักมื้อ บางทีเราอาจจะทตกลงเื่นี้กันได้นะครับคุณหมอ ”
“ คุณนี่มัน…. ”
“ เดี๋ยวผมเข้าไปรับคุณหมอที่บ้านพักเองครับ คุณหมอแต่งตัวรอได้เลยไม่เกินสิบนาทีครับ ” แล้วปลายสายก็วางสายไปทันที ผมเลยต้องรีบเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองแล้วออกมาแต่งตัวทันที
ไม่นานนักก็มีรถยนต์คันหรูสีดำมาจอดอยู่ที่หน้าบ้านพักของผม ผมเลยรีบออกมาเปิดประตูบ้านพักแล้วเดินออกไป กระจกสีดำที่หุ้มฟิล์มทึบค่อยๆเลื่อนลง จนผมเห็นใบหน้าของคนขับรถยนต์คันหรูสีดำนี้ได้อย่างชัดเจน
“ ขึ้นรถครับคุณหมอ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน ” ผู้ชายคนนั้นบอกผมให้รีบขึ้นรถก่อนจะยิ้มส่งมาให้ผม แต่ขอโทษยิ้มของคุณมันทำอะไรผมไม่ได้สักนิด
ผมเดินอ้อมมาที่นั่งข้างคนขับก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่ง ขาดเข็มขัดแต่ยังไม่มองหน้าผู้ชายคนนี้
“ ผมดีใจมากเลยนะครับ ที่คุณหมอออกมากินข้าวกับผม ”
“ คุณก็น่าจะรู้ว่าผมออกมากินข้าวกับคุณเพราะอะไร ” ผมหันไปคุยกับเขา ซึ่งเ้าตัวเองยังไม่หันหน้ามาคุยกับผมเพราะกำลังขับรถ แต่เขาเอาแต่อมยิ้มอยู่อย่างนั้น
“ ไว้เรากินข้าวกันเสร็จแล้ว ค่อยคุยเื่ของเราต่อนะครับ ” หลังจากนั้นเราสองคนก็นั่งเงียบกันมาตลอดทางโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
รถยนต์คันหรูขับออกมาจากตัวโรงพยาบาลที่ผมพักอยู่ไม่ไกลมากนักก็มาถึงโรงแรมหรูแแห่งหนึ่ง ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของโรงแรม
“ นี่คุณพาผมมาที่นี่ทำไม ” ผมหันไปถามเขาเมื่อรถยนต์จอดสนิทที่บลานจอดรถแล้ว
“ ก็พามากินข้าวไงครับ คุณไม่ต้องห่วงหรอกว่าผมจะพาคุณมาทำอะไรที่ไม่ดีน่ะ ”
“ มันก็ไม่แน่ คนอย่างคุณไว้ใจได้ที่ไหน ” ผมพูดตอบเขาออกไป
“ นี่คุณยังโกรธผมอยู่หรอ ”
“ แล้วมันน่าโกรธไหมหล่ะ ”
“ เอาเถอะๆ ผมขอโทษแล้วกัน แต่คุณจะมาโทษผมฝ่ายเดียวไม่ได้นะ เพราะตอนนั้นคุณเองก็ให้ความร่วมมือผมทุกอย่างเหมือนกัน ”
“ นั่นเพราะผมเมาเถอะ ถ้าผมมีสติผมไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ ” ผมยังหันมาหัวเสียใส่เขาอยู่
“ เราลงไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ แล้วค่อยคุยกัน เดี๋ยวอาหารมันจะไม่อร่อยเสียเปล่าๆ ” เขาบอกผมก่อนที่จะปลดเข็มขัดแล้วเปิดประตูรถเดินนำผมเข้าไปในโณงแรม ซึ่งผมเองก็ยอมลงจากรถและเดินตามเขาเข้าไปทันที
พอมาถึงที่ห้องอาหาร เขาก็บอกกับพนักงานว่าจองโต๊ะเอาไว้ก่อนแล้วซึ่งเป็โซนสำหรับวีไอพีมีความเป็ส่วนตัวเหมือนห้องส่วนตัว แล้วพวกเราก็เดินไปที่ห้องนั้นก่อนที่จะมีพนักงานมาเสิร์ฟอาหารให้เรา ซึ่งพวกเราก็นั่งกินข้าวกันอย่างเงียบๆ และเขาเองก็ตักอาหารโน่นนั่นใส่จานให้ผมตลอด
“ คุณ… ผมอิิ่มแล้ว เรามาคุยเื่ของเราสักที ผมต้องหารให้คุณเลิกยุ่งกับผม ”
“ โอ๋…. ใจร้ายจังเลยนะครับ ”
“ นี่คุณ…ผมรู้นะว่าด้วยหน้าตาฐานะการงานของคุณ คุณจะหาคนอื่นได้อีกตั้งเยอะ ดังนั้นคุณเลิกยุ่งกับผมเถอะนะ ”
“ แต่คนอื่นเขาไม่เหมือนคุณนี่ ยิ่งคุณพยายามหนีผมเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมอยากรู้จักคุณมากขึ้นเท่านั้นนะ หึ! ” เขาพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะในลำคอ เป็คนที่ดูเ้าเล่ห์จริงๆผู้ชายคนนี้
“ งั้นคุณ้าอะไร คุณถึงจะเลิกยุ่งกับผม ” ผมถามออกไปตรงๆ
“ งั้นผมก็พูดตรงๆเลยก็แล้วกัน ผม้าคุณ ถ้าผมเบื่อคุณเมื่อไหร่ ผมจะเลิกยุ่งกับคุณเอง ”
“ นี่คุณ! ผมว่ามันไม่แฟร์สำหรับผมเลยนะ คุณจะมายุ่งวุ่นวายกับผมทำไมอีก เื่ในวันนั้นต่างคนต่างลืมมันก็จบแล้ว คุณเองก็ทำแบบนั้นกับคนที่คุณนอนด้วยทุกคนไม่ใช่หรอ แล้วทำไมกับผมคุณถึงทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ ผมขอเถอะต่างคนต่างอยู่เถิดนะ ”
“ คุณ้าแบบนั้นจริงๆใช่ไหมคุณหมอ ”
“ ใช่! ผม้าแบบนั้นจริงๆ คุณตกลงจะเลิกยุ่งกับผมแล้วใช่ไหม ” ผมถามเขากลับไปทันที
“ ได้! คุณหมอ ”
“ จริงนะ! คุณพูดออกมาแล้วนะว่าจะเลิกยุ่งกับผม ” ผมยิ้มออกมาด้วยท่าทีดีใจสุดๆ
“ แต่!…. ผมมีข้อแม้ข้อนึง ”
“ ข้อแม้อะไร… คุณพูดมาเลย ” ผมถามออกไปด้วยท่าทีตั้งใจฟังสุดๆ
“ คุณต้อง… มานอนกับผมอีกครั้งนึง ”
“ ห้ะ! คุณว่าไงนะ นี่คุณ คุณมัน…. ”
“ ไม่สนใจผมก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณนะคุณหมอ น้องครับเก็บเงินด้วย ”
“ เอาไงดีวะ แมร่ง! ” ผมบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ ก็ได้! ผมตกลง แต่คุณต้องรักษาสัญญาด้วยนะ ” ผมตกลงที่จะไปนอนกับเขาอีกครั้ง และเขาเองก็ยิ้มออกมา เอาวะ แค่เอากันอีกสักครั้ง ถ้าแลกกับอิสระได้ก็ถือว่าคุ้มอยู่หรอก
“ หึ! งั้นเราไปที่คอนโดผมกัน ”
ฝากกดไลค์ กดติดตามและคอมเม้นต์เป็กำลังใจให้ด้วยน้าาา คุณหมอซัมของเราตอบตกลงจะไปนอนกับท่านประธานเพื่อจบความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ แต่เอ๊ะ! ท่านประธานของเราจะยอมจริงๆหรอเนี่ย คุณหมอคิดว่าเข้าถ้ำเสือแล้วจะออกมาได้ง่ายๆหรอครับคุณหมอซัม เอาใจช่วยคุณหมอด้วยน้าาา คึคึ