จาก่ที่แล้วที่ผมยังไม่ใด้ทันจะพูดอะไรเลยสักกะนิด หอกไฟของกุปป้าฮิเมะ ก็ใด้ปักลงบนกองเถ้าถ่านไปสะแล้ว จากนั้นเปลวไฟก็ใด้ถูกจุดขึ้นมาจากตรงนั้น แล้วกองเถ้าถ่านก็ใด้กลายเป็กองไฟ โดนมีหอกของกุปป้าฮิเมะปักอยู่ตรงใจกลางของกองไฟกองนั้น เป็กองไฟที่มีเปลวเพลิงอันเย็นะเื
หยั่งกับจะเผาไหม้ทุกสิ่ง ที่เป็เชื้อไฟให้มอดไหม้จนไม่หลงเหลือสิ่งใด เป็กองไฟที่ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยละครับ และคนที่รับรู้ถึงสิ่งนั้นใด้ก็มีเพียงแค่ผม กับบราวเชอร์ฮิเมะเท่านั้นเอง
[ยูจิ] บราวเชอร์ฮิเมะ นี้มันก็หลายนาทีแล้วละนะ เธอใจเย็นลงแล้วไม่ใช่หรอปล่อยตัวผมสะทีสิ
[บราวเชอร์] ฟืด ฟืด หอมจังเลยละ เราขอต่อเวลาอีกนิดนึงสินายท่าน แล้วอีกอย่างมันหายากมากเลยนะ ที่นายท่านจะเป็ฝ่ายรุกเราก่อนน่ะ เราขออีกสัก 5 นาทีก็แล้วกันนะ
[ยูจิ] ยัยคนที่อยู่ดีๆก็ดันทำสีหน้าแบบนั้นขึ้นมาน่ะ มันมีสิทพูดอะไรแบบนี้รึไงกัน ปล่อยตัวผมใด้แล้ว
แต่ว่านะ นุ้ม นุ่ม ละ ความนิ่มของลูกมะพร้าว 2 ลูกนี้มันคืออะไรกันนะจะอยู่แบบนี้อีกสักนิดก็คงไม่เป็อะไรหรอก แต่ว่านะแรงกดดันจากด้านหลังนี้น่ะ เธอไม่รู้สึกตัวเลยรึไงกัน นี้มันขนาดค่าคนใด้เลยนะ ผมยังไม่อยากจะกลายเป็เนื้อบดเอาตอนนี้นะเฟ้ย ผมพยายามแกะมือของยัยคุปป้าฮิเมะ อยู่นานจนในที่สุดก็ออกมาจากผลไม้ 2 ลูกนั้นใด้
ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่แล้วทำไมผมถึงใด้รู้สึกเสียใจอยู่นิดๆกันละ หน้าแปลกใจจริงๆเลยละ
[ยูจิ] เื่มันก็เกิดขึ้นไปแล้วสินะ ถึงตัวผมจะเป็ฝ่ายผิดอยู่ส่วนนึงด้วย ที่ห้ามเธอเอาใว้ไม่ทันก็เถอะ แต่สรุปแล้วเธอทำอะไรลงไปกันแน่
[บราวเชอร์] อ่า อืม นายท่าน เื่ที่นายท่านบอกกับเราไว้น่ะ นายท่านพูดจากใจจริงๆของนายท่านรึเปล่าคะ
[ยูจิ] เอิ่ม จริงๆผมเป็ฝ่ายถามอยู่นะ แต่ช่างเถอะ ผมไม่รู้หรอกนะว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ถ้ามีตัวอะไรโผล่ออกมาอย่างที่เธอว่าจริงๆ สิ่งที่พวกเราจะทำก็แค่ ช่วยกันส่งมันกลับไปในที่ๆมันควรอยู่ ไปพร้อมๆกับบาทาของพวกเราก็แค่นั้นเองนะ
พอผมพูดจบยัยคุปป้าฮิเมะ ก็เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยละครับ แม่นี้สงสัยคงกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่แหงๆเลย
[บราวเชอร์] ถ้าสิ่งที่นายท่านพูดออกมาเป็ความจริง งั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ก็แค่ไฟแห่งต้นกำเนิด The First Flame นั้น จะมอบพลังให้กับาาที่ลิ้งตัวเองเข้ากับเปลวไฟของมัน เป็พลังที่จะเผาทำลายซึ่งทุกๆสิ่งที่ไฟนี้ัั และจะไม่มีวันหายไปถึงจะถูกดับลงด้วยวิธีใด หรือสิ่งใดก็ตาม เปลวไฟแห่งนี้ก็จะถูกจุดขึ้นมาใหม่
[บราวเชอร์] เป็วัฎจักรวนเวียน และจะคงอยู่ตลอดไป เพียงแต่ยิ่งเราฝืนใช้พลังของเปลวไฟ แห่งต้นกำเนิดแห่งนี้มากขึ้นเท่าไร สักวันนึงเปลวไฟกองนี้ ก็จะดึงเปลวไฟที่มันให้ไปนั้นกลับคืนมา เพียงแต่วีธีในการดึงเปลวไฟกลับคืนมา ของกองไฟนั้นเราก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ที่เรารู้แน่ๆเลยก็คือถ้าเราพ่ายแพ้ เราจะถูกผนึกลงในกองไฟแล้วก็จะต้องกลายเป็เชื้อไฟ ให้กับกองไฟแห่งต้นกำเนิดแห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์ ก็เท่านั้นเอง
ห่ะ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยละครับ ว่าสิ่งที่ฟังดูยังไงๆมันก็โครตอันตรายขนาดนั้นน่ะ แต่ยัยนี้กับจุดมันขึ้นมาแบบหน้าตาเฉยเลย แบบไม่ถามสุขภาพกรูเลยสักคำ ไม่สิถามแล้วนี้หว่า แล้วกรูก็หยุดมันไม่ทันด้วย แต่กรุณาช่วยอธิบายอะไรสักนิดให้ผมรู้ก่อนสิโว้ยย
[ยูจิ] บราวเชอร์ฮิเมะซังขอรับ ลืมไปแล้วรึยังไงกัน ว่าิญญาของกระผม 2 ส่วนมันอยู่ในตัวของเธอนะ แล้วถ้าเธอถูกผนึก จะด้วยอะไรสักอย่างก็ตามแต่เถอะ ถ้าแบบนั้นิญญาของกระผม จะไม่ถูกผนึกไปพร้อมๆกับตัวเธอด้วยรึไงกัน
[บราวเชอร์] เอ๋ อ๋อ ถ้าจะว่าไปแล้วก็ จะ จริงด้วยสิ เรามั่วมองแต่ข้อดีของมันน่ะ แล้วเราจะทำยังไงดีละนายท่าน
ชิหายแล้วโว้ย ยัยัสมองกล้ามนี้ ก็ถึงใด้บอกไงจะทำอะไรก็ให้ช่วยบอกกันก่อนน่ะ แล้วตอนนี้ผมกลับเธอแชร์ความรู้สึกกันอยู่ด้วยนะ ถ้าเธอถูกผนึกจริงๆ ไอความรู้สึกทรมานจากการถูกผนึกนั้นน่ะ ยังไงๆมันก็ต้องส่งมาหาผมอยู่ดี แค่คิดก็สยองแล้วเฟ้ย
เฮ้อ ถึงจะปวดหัวแค่ไหน แต่เื่ที่ผ่านมาแล้ว ก็คงต้องปล่อยให้มันผ่านไปละนะ สิ่งสำคัญก็คือจะทำยังไงต่อไปดีต่างหากละ
[ยูจิ] เอาเถอะยังไงๆเื่มันก็ผ่านไปแล้วนี้นะ สิ่งที่จำเป็จริงๆน่ะ ก็คือสิ่งที่จะต้องทำต่อจากนี้ไปต่างหากละ
ผมเรียกโซ่สายฟ้าขึ้นมา แล้วใช้มันล่ามไปที่ข้อเท้าของกุปป้าฮิเมะเอาใว้ จากนั้นก็สร้างลูกตุ่มขนาดใหญ่ถ่วงเอาไว้ที่ปลายโซ่อันนั้น
[ยูจิ] แล้วสิ่งที่ต้องทำเป็อันดับแรกก็คือ ทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสมองของเธอยังไงละ กุปป้าฮิเมะ 3 วันหลังจากนี้เราจะหยุดการลงดันเจี้ยน เพื่อที่จะเรียนหนังสือกัน โดยที่ผมจะเป็คนติวฟูลคอส สูตรพิเศษนี้ให้กับเธอเอง ผมอาจจะยอมให้เธอเป็พวกบ้าๆใด้อยู่นะ แต่ผมจะไม่มีวันยอมให้เธอ โง่ เด็จขาด
[บราวเชอร์] กะ กะ วีธีการบั่นทอนปัญญาที่เค้าล่ำลือกันรึนายท่าน วิธีที่ทำให้เด็กๆผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ต้องกลายเป็คนจริงจังน่ะ วิธีการที่จะต้องถูกผูกมัดให้อยู่กับที่ แล้วจะต้องเรียนรู้เื่ราว ที่เราไม่อยากจะรู้เลยสักนิดเลยน่ะนะ มันทรมานมากเลยนะนายท่าน ไม่ ไม่ ม่ายน้า เค้าไม่อยากเรียน เค้าไม่อยากเรียนอ่า ปล่อยเราไปเถอะนะนายท่าน
[ยูจิ] เสริมสร้างปัญญาต่างหากละ คุปป้าจัง ส่วนเื่เด็กๆน่ะ อ่า มันก็อาจจะจริงอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ ส่วนความทรมานที่เธอว่านั้นน่ะผมเจอกับมันมาเกือบจะ 20 ปีแล้วละ ถ้าผมทนใด้เธอก็ต้องทนใด้สิ จริงไหมละจ๊ะ แล้วอีกอย่างนึงถ้าเธอฉลาดขึ้นกว่านี้อีกสักนิด เธอคงจะไม่ทำเื่โง่ๆ แบบในวันนี้อีกแน่นอน
[เรม] ส่วนอันนี้คือหนังสือคณิต วิท ภาษา ประวัติศาสตร์ ขาดเหลืออะไรก็บอกเรมใด้เลยนะคะท่านยูจิ ส่วนัที่อยู่ตรงนั้นน่ะขอให้สนุกกับการเรียนนะคะ
[บราวเชอร์] ม่ายเอาาา ไม่ ไม่ ไม่ ม่ายอาวน้า เค้าไม่อยากเรียน เค้าไม่อยากเรียนน
โอ้ บนพื้นด้านล่างตัวผม ใด้มีสาวสวยคนนึงกำลังเกาะตัวเองเอาไว้กับก้อนหิน แบบเต็มแรงอยู่คนนึงด้วยละครับ แหมๆถึงจะทำอะไรแบบนั้นไปมันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีละนะ ผมเรียกโซ่สายฟ้าออกมาแล้วใช้มันมัดตัวของเธอเอาไว้ จากนั้นก็แบกตัวเธอขึ้นมา แล้วเดินไปยังห้องเรียนที่ใด้จัดเตรียมเอาไว้แล้ว
แล้วการเรียนอันสุดโหดของผมก็ใด้เริ่มต้นขึ้น จริงๆมันก็ไม่ใด้โหดอะไรมากมายหรอกครับ แค่ระดับปกติเท่านั้นเองละ
[บราวเชอร์] ม่ายหวายแล้วอะ ม่ายหวายแล้วค่า นี้มันก็ 3 ชั่วโมงเข้าไปแล้วน้านายท่าน เราม่ายหวายแย้ว
กุปป้าฮิเมะ พูดไปพร้อมๆกับน้ำตาบนใบหน้าของเธอ แล้วความรู้สึกที่เธอส่งผ่านมานั้น มันก็ไม่ใช่เื่โกหกสะด้วยสิครับ แต่ว่านะเราเรียนกันแค่ 3 ชั่วโมงเองนะคุณเธอ แล้วผมก็ไม่ใด้ให้เรียนอย่างเดียวด้วย ให้มีเวลาพักบ้าง อะไรบ้าง นักเรียนปกติเค้าเรียนกันมากกว่านี้เยอะเลยนะ แต่จะว่าไปแล้วหลังจากลงดันเจี้ยนมา ผมก็ยังไม่ให้เธอพักเลยนี้นะ อืมม
[ยูจิ] เข้าใจละ งั้นผมจะให้นอนพัก สักพักนึงก็แล้วกันนะ
[บราวเชอร์] เย้ รักนายท่านที่สุดเลยคะ งั้นเราขอกลับไปนอนที่เต้นท์เลยน้าาา
[ยูจิ] หยุดอยู่ตรงนั้นนี้ละ ผมรู้สึกใด้เลยนะว่าถ้าปล่อยเธอไป เธอคงใด้หายตัวไปทั้งวันแน่ๆเลยละ อืม เอาแบบนี้ก็แล้วกัน
ผมหยิบหมอนใบนึง ออกมาจากไอเทมบลอก แล้วนำมาวางไว้บนตักของผม จากนั้นก็หยิบที่หนุนหลังชิ้นนึง แล้ววางเอาไว้ที่ด้านหลังของผม
[ยูจิ] นอนตรงนี้ก็แล้วกัน แล้วก็ระวังเขาของเธอด้วยละ
[บราวเชอร์] เอ๋ ให้เรานอนหนุนตักนายท่านใด้ด้วยงั้นหรอ ถะ ถ้าแบบนั้นละก็ ทานแล้วนะคะนายท่าน ฮืมม ตักของนายท่านนุ่มจังเลยคร่าา
[ยูจิ] เธอพูดอะไรของเธอน่ะ ถ้าเป็ที่ที่ผมรู้จักละก็ การให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนรักนอนหนุนตัก อาจจะถูกมองว่าโรคจิตก็เถอะ แต่ที่โลกนี้มันคือการพักผ่อนที่ดีที่สุด ของคู่หูนักผจนภัยเลยนะ มันเป็เื่ปกติไม่ใช่รึไงกัน
[บราวเชอร์] หืม.. แล้วคนที่บอกเื่นี้ให้กับนายท่าน ก็คือเรมจังสินะคะ
[ยูจิ] โห เดาออกด้วยรึนี่ อืมๆ อย่างน้อยก็รู้จักการคาดเดาบ้างแล้วสิ แบบนี้ถือว่าพัฒนาขึ้นสินะ ใช่แล้วละคนที่บอกเื่นี้กับผม ก็คือเรมนี้เองละเพราะแบบนั้น ก็เลยทำให้ั้แ่ที่พวกเราลงดันเจี้ยนแห่งนี้มา ผมก็เลยให้เรมนอนหนุนตักของผม ทุกครั้งที่เรามีเวลาว่างในดันเจี้ยนเลยละ และบางครั้งผมก็เป็คนนอนหนุนตัก ของเรมบ้างละนะ
[บราวเชอร์] อ่าระ ไม่ใช่การคาดเดาหรอกนะคะ สัญชาติญานของผู้หญิงต่างหากละคะ เรมจังน่ะมีความสามารถด้านนี้มากพอดูเลยละคะ ฮืม สบายดีจังเลยละ เราขอนอนหลับไปทั้งแบบนี้เลยนะคะ ราตรีสวัสดิ์คะนายท่าน
[ยูจิ] หลับฝันดีนะกุปป้าฮิเมะ เอ้อ ผมลืมบอกเธอไป ผมให้เธอนอนหนุนตักผมแล้ว เธอก็ต้องให้ผมนอนหนุนตักเธอบ้างนะ
สิ้นเสียงตอบรับของกุปป้าฮิเมะ เธอก็นอนหลับไปเลยจริงๆ อย่างที่เธอบอกเอาใว้ มันทำให้ผมแปลกใจหน้าดูเลยละครับ นึกว่าเธอจะทำอะไรแผลงๆลงไปสะอีก แต่นี้กลับนอนหลับสนิดไปเลยละ อืมม ถ้าจะว่าไปแล้วยัยนี้ ถ้านอนอยู่นิ่งๆแล้วไม่พูดอะไรเลยละก็ เธอน่ะเป็หญิงสาวที่สวยมากๆเลยนะ แล้วถ้าดูดีๆละก็ นี้มันระดับหญิงงามล่มเมืองใด้เลยนะเนีย
โซคดีจริงๆที่ผมยังมีเรมอยู่ข้างๆ แล้วก็ยังไม่คิดที่จะเปลืยนสายละนะ ไม่งั้นคงจะแย่หน้าดูเหมือนกันละ เคยมีสุภาษิตที่ว่า อันชายนั้นต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด สักวันนึงก็ต้องพ่ายให้กับแตงโม 2 ลูกนั้น ตอนที่ผมใด้ยินสิ่งนี้ออกมาจากปากของเ้าเซบาสเตียน มันทำให้ผมห่อเหิ่ยวไปหลายวันเลยละครับ มันพูดบ้าอะไรของมันอยู่ฟระเนีย
พอไปถามมันเข้าจริงๆ มันก็ดันบอกมาว่า สิ่งนี้เป็คำพูดยอดฮิตของชายหนุ่มไร้คู่ ของเมืองเชอรินเลยนะครับ มันก็ตามนั้นละ ถึงตอนนั้นผมจะมองมันเป็เื่ไร้สาระก็เถอะ แต่ตอนนี้มันกลับทำให้ผมรู้สึกหวั่นใจพอสมควรเลยละ หลังจากที่บราวเชอร์หลับไปไม่นาน เรมก็เขามาหาผมในเต้นท์ ที่ถูกทำให้เป็ห้องเรียนเล็กๆแห่งนี้
[เรม] ท่านยูจิ จะใจดีเกินไปแล้วนะคะ ผู้หญิงคนนั้นยังไม่ใด้ทำอะไร ที่สมควรจะใด้รับสิ่งนี้จากท่านยูจิเลยนะ แถมยังเอาแต่สร้างปัญหาให้กับท่านยูจิอีกด้วย
[ยูจิ] ผมคิดว่า ผมก็ไม่ใด้ทำอะไรมากมายขนาดนั้นนะ ที่ทำอยู่มันก็เื่ปกติละนะ แต่จะว่าไปแล้วมันก็ อืม เอาแบบนี้ก็แล้วกัน มานั่งข้างๆผมตรงนี้สิ เรม
[เรม] คะท่านยูจิ แต่ว่าดูเหมือนว่าเรม จะทำผิดพลาดอะไรบางอย่างไปจริงๆนั้นละคะ
หลังจากที่เรมเดินเข้ามาในด้านตรงข้าม กับกุปป้าฮิเมะแล้วนั่งอยู่ข้างๆของผมแล้ว ผมก็ใช้มืออีกข้างนึงโอบไปที่ตัวของเรมไว้ แล้วดึงเข้ามาตรงที่หน้าอกของผม
[ยูจิ] บนตักของผมมีันอนไปตัวนึงแล้วละ ถ้าอย่างนั้นเรมก็ใช้หน้าอกของผมไปก่อน ก็แล้วกันนะ
[เรม] ท่านยูจิคะ เรมมีความสุขจังเลยคะ ตะ แต่ว่าถึงยังไง สิ่งที่เรม้าน่ะมันก็
[ยูจิ] แล้วเธอ้าอะไรกันละ
เรมที่หน้าแดงไปจนถึงใบหู เธอกอดผมแรงขึ้นด้วยมืออันเล็กๆของเธอ แล้วหลังจากนั้น
[เรม] มะ ไม่มีอะไรหรอกคะท่านยูจิ เรมน่ะ เรมก็แค่
จ็วบ ริมฝีปากของพวกเราประสานกันเป็ครั้งแรก ความนุ่มละมุลของปากเล็กๆอันนั้น กับรสหวานอ่อนๆของน้ำผลไม้ ที่เธอพึ่งดืมลงไป ที่ผสมผสารกันอย่างลงตัว
[เรม] ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ท่านยูจิ
จากนั้นเรมก็เอนตัวลงมาแล้วหลับลงบนอกของผม แล้วก็ทิ้งให้ผมนั่ง เอ๋อ อยู่ตรงนั้น แล้วด้วยความที่ยังมึนอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ผมเผลอปล่อยให้เวลาไหลไป จนถึง่อาหารเย็นเลยละครับ พอมารู้สึกตัวอีกที่ก็พบว่า บนขาทั้ง 2 ข้างของตัวเองมีสาวสวยนอนอยู่ 1 คนแล้วมืออีกข้างก็กอดเด็กสาว ที่หลับอยู่เอาไว้อีกหนึ่งคน
อุ นี้มันหนึ่งในความไฝ่ฝันของลูกผู้ชายเลยนี้นะ แต่ว่ามันคงจะดีกว่านี้เยอะ ถ้าที่นอนอยู่ไม่ใช่ั เฮนไต กับเด็กสาวที่พึ่งจะอายุ 12 ปีละนะ แต่ก่อนที่ผมจะใด้ขยับตัวเพื่อปลุกทั้ง 2 คน กุปป้าฮิเมะกับเรมก็ตื่นขึ้นมาแล้วละครับ
[เรม] สายป่านนี้แล้วสินะคะ ขออภัยด้วยคะท่านยูจิ เดียวขอเวลาเรมจัดการกับสัมภาระให้เรียบร้อยก่อนนะคะ
แล้วเรมก็เดินออกไปพร้อมๆกับใบหน้าอันแดงก่ำ แล้วก็ทิ้งผมเอาใว้อยู่ตรงนั้น
[ยูจิ] ดะ เดียวก่อนสิเรม เมื่อกี้นี้น่ะมันคือ
ก่อนที่เสียงของผมจะส่งไปถึง เรมก็หายตัวไปสะแล้วละครับ อืม งั้นเอาไว้ค่อยหาโอกาสถามเธอทีหลังก็แล้วกัน
[บราวเชอร์] งะ งั้นเราก็ขอตัวไปทำธุระ ก่อนนะคะนายท่าน
[ยูจิ] เดียว... เธอจะไปใหนกันละคุปป้าจัง เรายังเรียนกันไม่จบเลยนะ
[บราวเชอร์] งือ งือ นายท่านอะ เรายังเรียนไม่พออีกหรอ ให้เราไปเถอะนะ
[ยูจิ] ผมไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอกนะ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนัก เอาละเรามาค่อยๆเริ่มกันเถอะ
หลังจากบทเรียนผ่านไปหลายวิชา พร้อมๆกับการที่ผมจะต้องเรียกโซ่ขึ้นมาเพื่อที่จะล่าม ัสาวที่คิดจะหลบหนีไปอีกหลายต่อหลายครั้ง วันอันแสนยาวนานก็ใด้ผ่านพ้นไปจนถึงรุ่งเช้า ผมที่เผลอหลับไปบนโต๊ะเพราะต้องสอนัตัวนึงไปทั้งคืนนั้น ก็ค่อยๆลุกขึ้นมาแล้วก็พบว่า ัสาวตัวนั้นใด้หายตัวไปสะแล้ว
แต่ด้วยพรแห่งพันธสัญญา ไม่ว่าเธอจะหลบอยู่ที่ไหน ผมก็รู้ตำแหน่งของเธออยู่ดีละ เอ ไปหลบอยู่ตรงไหนกันนะ แม่ัน้อย หึหึหึ หมู่นี้ผมชักรู้สึกว่าตัวเองโรคจิตขึ้นรึเปล่านะ มะ ผมคงคิดไปเองละ แต่ว่านะผมที่เดินตามหาคุปป้าฮิเมะไปตามเส้นทางในแผนที่ แล้วถือโซ่สายฟ้าไปด้วยน่ะ ดูยังไงๆมันก็ไม่ต่างกับ สโตกเกอร์โรคจิตเลยนา
หลังจากเดินออกมาไม่นานนักผมก็พบกับกุปป้าฮิเมะ ที่กำลังนั่งอยู่บนชั้นหินหน้ากองไฟ ที่เธอจุดขึ้นมาเมื่อวานนี้ โดยที่ผมยังไม่ทันใด้ตั้งตัว ก็ใด้มีบางอย่างเกิดขึ้นมาหน้ากองไฟกองนั้น เปลวไฟของกองไฟค่อยๆเข็มขึ้น แล้วเปลวเพลิงนั้นก็ค่อยๆก่อตัวจนกลายเป็ สิ่งที่คล้ายๆกับอัศวินคนนึงที่สวมเกาะทั้งตัว ั้แ่หัวจดเท้า
แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจริงๆนั้นก็คือ ความรู้สึกที่ผมรู้สึกใด้จากอัศวินที่อยู่ตรงหน้านั้น เป็ตัวตนของสิ่งที่ไร้ซึ่งชีวิต เหมือนกับเป็กองเถ่าถ่าน ที่เคลือนไหวใด้ด้วยเปลวไฟเสียมากกว่าจะเป็สิ่งมีชีวิต ถ้าจะนิยามให้ถูกคงเป็สิ่งที่เหมือนกับ สิ่งที่เรียกว่า Undead เลยละครับ แล้วตัวตนที่เป็ดังเงาตนนั้นก็ใด้พูดคุยบางสิ่ง กับกุปป้าฮิเมะละ
[บราวเชอร์] ยินดีต้อนรับเหล่า เอสชันวัน เธอ้าสิ่งใดจากเราละ
ภาษาที่ผมไม่รู้จัก ท่าทางแปลกๆที่อัศวินคนนั้นทำ รวมถึงการแลกเปลี่ยนบางอย่างของทั้ง 2 คน หลังจากนั้นเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง อัศวินตนนั้นก็ใด้หายเข้าไปในกองไฟกองนั้น
[บราวเชอร์] อ่ะ นายท่านอรุนสวัสดิ์คะ ทำอะไรอยู่ตรงนั้นละคะ เราหิวแล้วละไปกินข้าวเช้ากันเถอะคะ
[ยูจิ] เอิ่ม แล้วเธอละกุปป้าฮิเมะ เมื่อครู่นี้น่ะเธอทำอะไรอยู่กันละ
[บราวเชอร์] เอ ที่เห็นเมื่อกี้หรอคะ เอ เอ อ่า เค้าเรียกว่าอะไรกันนา เรียกว่าอะไรกันนะ อะ ใช่แล้วละเค้าเรียกกันว่ากำลังทำ ธุรกิจ กันอยู่น่ะคะ หน้าจะเรียกว่าแบบนั้นกันนะ
โอ้ หูผมฟาดไปรึเปล่านะ คุปป้าฮิเมะเนี่ยนะจะทำสิ่งนั้นน่ะ กับสิ่งที่เรียกกันว่าการทำ ธุรกิจ อะนะอืมๆ ผมควรจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไรกันน้า เรียกว่าอะไรกันนะ อ่ะ ใช่แล้วละเราเรียกสิ่งนี้กันง่ายๆว่า [ความชิหายมาเยือนเอ็งแล้วละ]