เสียงพยาบาลเรียกชื่อเบา ๆ ขาดหายไปในอากาศขณะที่วีนัสยังคงยืนนิ่ง ร่างของเธอสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็จังหวะ
ตรงหน้าเธอ…คือผู้ชายคนนั้น คนที่เธอหนีจากมา ทั้งที่ยังรักเขาไม่เคยลดน้อย
ธามเองก็ไม่ต่างกัน ใบหน้าที่เคยเรียบเย็นของเขาในอดีต ตอนนี้เต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ความอ่อนล้า ความรู้สึกผิด และความคิดถึงอัดแน่นจนแทบะเิ
"วีนัส…" เขาเอ่ยชื่อเธอเบา ๆ
วีนัสเบือนหน้าหนีทันที ดวงตาแดงก่ำ เธอหันหลังให้เขาแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องตรวจโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ธามมองตาม เงียบ แต่หัวใจของเขาร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผา
...
ภายในห้องตรวจ เสียงของแพทย์หญิงวัยกลางคนบรรยายการเติบโตของทารกในครรภ์เป็เพียงเสียงพื้นหลัง วีนัสมองจอมอนิเตอร์นิ่ง ๆ น้ำตาไหลลงมาอย่างช้า ๆ
ลูกของเธอ…กำลังดิ้นอยู่ตรงหน้า
แต่พ่อของเด็กนั่งรออยู่นอกประตู
หลังการตรวจ วีนัสเดินออกมา เธอไม่คิดจะพูดกับธามอีก แต่เขากลับลุกขึ้นทันทีและเดินตามเธอไป
"เธอจะหนีฉันอีกเหรอ?" เขาถามเบา ๆ
"แล้วจะให้ฉันทำอะไร ธาม?" วีนัสหยุดเดิน หันกลับมามองเขาเต็มตา น้ำเสียงสั่นพร่า "ฉันควรยิ้มรับที่เธออยู่ ๆ ก็มาโผล่ แล้วทำเหมือนอะไร ๆ ไม่เคยเกิดขึ้นเหรอ?"
“ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นเลย…” ธามเดินเข้าใกล้ เธอก้าวถอย “ฉันรู้ว่าฉันผิด แต่เธอหายไปทั้งที่เราไม่ทันได้พูดกันด้วยซ้ำ”
วีนัสกัดริมฝีปากแน่น “เพราะฉันไม่อยากฟัง! ไม่อยากรับรู้ว่าเธอเลือกกลับไปหามาริสา!”
"ฉันไม่ได้เลือกเธอ!" ธามเสียงดังขึ้น ก่อนจะลดเสียงลง “สิ่งที่เธอเห็น...มันไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดเลย”
วีนัสหัวเราะทั้งน้ำตา “มันจะมีอะไรต่าง? ภาพมันชัดเจนพออยู่แล้ว!”
ธามเงียบลง ก่อนจะพูดอย่างหนักแน่น
“ให้โอกาสฉันได้อธิบายเถอะ…อย่างน้อยก็เพื่อเด็กคนนี้”
...
เธอหยุดชะงัก ดวงตาละลานไปด้วยความรู้สึกเกินควบคุม
ใช่…เธอจะปิดประตูไม่ให้เขาเข้าใจเธอได้อีกจริงเหรอ?
แต่ภาพเก่าก็ยังคมชัดเกินไป
เธอจึงตัดสินใจเดินจากมาอีกครั้ง
โดยไม่รู้ว่าทุกย่างก้าวของเธอ…เขาจะไม่ยอมปล่อยให้หายไปอีก
---
“อย่าตามฉัน” วีนัสพูดทันทีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเขาตามมา เธอหยุดยืนอยู่ริมทางเดินหน้าบ้านพัก
“วีนัส…”
“ฉันขอแค่นี้…เธอไม่มีสิทธิ์ในชีวิตฉันอีกแล้ว”
ธามยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว แต่ความรู้สึกกลับเหมือนห่างเป็ร้อยไมล์
“แต่เธอยังมีลูกของเรา”
“ลูกของ ฉัน” เธอเน้นคำด้วยน้ำเสียงเข้ม “เพราะฉันเป็คนเดียวที่เลี้ยงเขามาใน่ที่เธอหายหัวไป!”
ธามกำหมัดแน่น พยายามควบคุมอารมณ์
“แล้วเธอล่ะ เธอไม่คิดบ้างเลยเหรอว่าการที่เธอหนีไป…มันทำให้ฉันแทบบ้า”
“มันเท่ากับตอนที่ฉันยืนดูเธอกับผู้หญิงคนนั้น!” เธอะโ “ฉัน…เสียศักดิ์ศรี เสียความรู้สึก แล้วสุดท้ายก็เสียตัวให้คนที่ไม่เห็นค่าฉันเลย!”
เสียงเธอสั่นพร่า แววตาหนักแน่นเปลี่ยนเป็ความเ็ปเกินจะปิดบัง
ธามเหมือนถูกตบหน้าอีกครั้ง
เขาเดินเข้าไปช้า ๆ ยกมือจะจับไหล่เธอ แต่เธอสะบัดแรงจนเขาชะงัก
“อย่าแตะตัวฉัน” เสียงเธอเบาแต่คม
“ฉันรู้ว่าฉันพลาด…แต่ฉันอยากแก้ไข”
“ไม่ต้อง!” เธอตัดบท “ไม่มีอะไรให้แก้อีกแล้ว ฉันจะอยู่ที่นี่ จนกว่าจะคลอด แล้วจะกลับกรุงเทพฯโดยไม่มีเธอในชีวิต!”
...
ความเงียบอึดอัดปกคลุมระหว่างคนสองคน
เธอเดินเข้าไปในบ้าน ปิดประตูดังปัง
ธามยังคงยืนนิ่ง
มือของเขากำแน่นจนเส้นเืปูด
แต่ในใจกลับยิ่งแน่วแน่ขึ้น
“เธออาจไม่ยอมให้ฉันเข้าใกล้วันนี้…แต่ฉันจะทำทุกอย่างให้เธอเห็นว่าเธอไม่ใช่คนที่ไม่มีค่า และฉันคือพ่อของลูกเธอ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างชั้นสองของบ้านไม้
เกมเพิ่งเริ่มต้น
และเขาจะไม่ยอมแพ้อีก
---
สองสัปดาห์หลังจากวันที่เผชิญหน้า วีนัสยังยืนหยัดอยู่ในคำตัดสินของตัวเอง เธอปฏิเสธไม่ให้ธามเข้าใกล้ ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ยอมให้คุยด้วยแม้เพียงนาทีเดียว
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังอยู่ที่นั่น…เงียบ ๆ
ชายหนุ่มเช่าบ้านหลังเล็กใกล้ ๆ คลินิกชุมชน เฝ้าดูเธอจากระยะที่เหมาะสม เขาไม่ได้บุกรุก ไม่มีคำพูดหว่านล้อม ไม่มีการแสดงตัวที่ทำให้เธออึดอัด
แต่ในทุกเช้า เมื่อเธอออกจากบ้านหลังเก่าหลังนั้นเพื่อไปฝากครรภ์ จะมีกล่องนมวางไว้หน้าประตู
และในทุกค่ำ จะมีผลไม้สดวางเรียงอย่างเรียบร้อย
เธอรู้ว่าเป็เขา
แต่เธอก็ไม่เคยพูดถึง
...
“อยากกินของเปรี้ยวเหรอ” ธามกระซิบกับตัวเอง ขณะที่เห็นเธอยืนเลือกมะม่วงเปรี้ยว ๆ จากร้านข้างทาง เขาหยิบสมุดจดเล็กในกระเป๋าเสื้อมาเขียนบางอย่างลงไป
> มะม่วงเปรี้ยว…วันศุกร์ ซื้อให้่เย็น
นั่นคือกิจวัตรของเขา—จดจำเธอให้ได้มากที่สุด
ไม่ใช่เพื่อพิชิตใจ
แต่เพื่อชดใช้ในแบบที่เขาทำได้
...
วันหนึ่งวีนัสรู้สึกเวียนหัวขณะยืนอยู่หน้าร้านขายของชำ หญิงชราที่ดูแลเธอวิ่งเข้าไปข้างใน ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกถึงอ้อมแขนที่คุ้นเคย
"อย่าฝืนแบบนี้อีก" เสียงนั้นดังเบา ๆ ข้างหูเธอ
วีนัสลืมตาขึ้น เห็นหน้าเขาชัดเจน
และเธอผลักเขาออกแรงจนเขาเซ
"ฉันไม่้าเธอ!" เธอะโใส่เขา น้ำตาไหลพราก "แค่เธออยู่ตรงนี้ ฉันก็อึดอัดพอแล้ว!"
ธามเงียบ เขารับคำด่าทุกคำโดยไม่โต้แย้งแม้แต่นิด
แล้วเขาก็ถอยออกไป…ปล่อยให้เธอยืนอยู่กั
บอารมณ์สับสนของตัวเอง
...
แต่ในคืนนั้น กล่องมะม่วงเปรี้ยวก็ยังวางอยู่หน้าบ้าน
พร้อมโน้ตแผ่นเล็ก
> “พรุ่งนี้ฝนตก อย่าลืมพกร่มนะ”