ตอนที่ 6 เชือกผูกรองเท้าของเ้าหญิงรินอา 2
“กลัวเหรอ” สีหน้ารู้สึกผิดหวังของชายหนุ่มที่ตอนนี้ถูกขนาบข้างเขาพยายามเอียงใบหน้าเพื่อจะได้เห็นหน้ารินอารีที่ถูกผู้ชายร่างใหญ่บังไว้จนหมดนั้นให้เต็มตา
“เปล่า ค่ะ ไม่ได้กลัวหรอกค่ะ” เสียงพูดรินอารีแหย ๆ
“คุณกลัว”น้ำเสียงผิดหวังและแววตาที่แสดงออกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจของชายหนุ่มทำให้รินอารีรู้สึกหวั่นๆ ขึ้นมาบ้าง “ไม่ว่าใครก็กลัวผม ไม่ว่าใครก็ไม่รักผม”
... “คนบ้าหรือนี่” ...รินอารีนึกอยู่ในใจหล่อนรู้สึกว่าอยากจะหัวเราะตัวเองกับความรู้สึกที่ผ่านมาเมื่อครู่
“ปล่อยให้หลุดเข้ามาได้ไงนะ แต่ดู ๆ ไปแล้วเขาก็น่าสงสารไม่ใช่สิน่ารักด้วยซ้ำไป นี่ยายรินคิดอะไรของเธออยู่นี่” รินอารีเริ่มยิ้มออกกับความคิดของตัวเอง
“คุณหนู...” น้ำเสียงคนที่ยืนตรงหน้าฟังดูอบอุ่น“กลับบ้านเราเถอะครับ”
“บ้าน... บ้านเหรอ” ชายหนุ่มที่ดูเลอะเลือนคนนั้นถูกเรียกว่าคุณหนู“บ้าน... ไม่เอา ไม่กลับบ้านหรอก ที่บ้านก็ไม่มีใครรัก”
... “คุณหนู” ... รินอารีแปลกใจ
“เฮ้ย...”เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนที่พยายามพูดเกลี้ยกล่อมก็ออกคำสั่ง “อุ้มคุณหนูเลย”
ทันทีที่สิ้นเสียงคำสั่งชายรูปร่างสูงใหญ่สองคนก็รีบเข้าคว้าแขนคุณหนูของพวกเขาทันทีแม้แต่คนที่ออกคำสั่งก็รีบรวบเท้าสองค้างทั้งสามยกชายหนุ่มร่างเล็กขึ้นอย่างง่ายดาย
“แปลกจังเลยพี่” หนึ่งในชายทั้งสามพูดขึ้น
“แปลกอะไรวะ”
“ก็วันนี้คุณหนูยอมให้จับดี ๆ ไม่ขัดขืนอะไรเลย”
“...”
ชายทั้งสามแปลกใจเพราะปกติต้องออกแรงกันจนเหนื่อยถึงพาตัวคุณหนูไปได้แต่วันนี้ไม่ต่างอะไรจากหามท่อนไม้อันเล็ก
ชายหนุ่มแม้ถูกหามออกไปจากรินอารีแต่เขายังไม่ละสายตาไปจากหล่อนราวกับว่าแม้โลกจะถล่มแผ่นดินจะทลายก็ไม่สามารถเรียกร้องความสนใจให้เขาเบนสายตาหนีจากผู้หญิงคนนี้ได้
รินอารียังคงยืนนิ่งสบตาชายหนุ่มที่ถูกหามไปทั้งที่นอนงายผมยาวเกือบลากถึงพื้นแต่เขาก็ยังมองดูหล่อนแบบไม่กะพริบตาหล่อนจ้องมองเขาไปจนเกือบถึงประตูทางออกแต่จังหวะนั้นรินอารีก็ยิ้มกว้างอย่างคนอารมณ์ดีเมื่อวิกผมที่ชายหนุ่มใส่มาหลุดออกเ้าหน้าที่ตำรวจที่มาด้วยก้มเก็บให้พร้อมกับหัวเราะเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่ารินอารียิ้มให้ชายแปลกหน้าก็ยิ้มกลับก่อนที่เขาจะไกลออกไปจนลับสายตาของหล่อน
“คุณเป็อะไรหรือเปล่าครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยถามขึ้น
“อ้อ... ไม่เป็ไรหรอกค่ะ เขาไม่ได้ทำอะไร” รินอารีใเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถาม“เขาแค่ผูกเชือกรองเท้าให้”
“ผูกเชือกรองเท้า” สีหน้าอีกฝ่ายดูแปลกใจ
“ค่ะ ผูกเชือกรองเท้า” รินอารีตอบด้วยสีหน้าเป็ปกติ
“ปกติถ้าเขามาผมก็จะเรียกให้ทุกคนช่วยกันจับเอาไว้แล้วโทรเรียกให้คนที่บ้านเขามารับ”
“แล้ววันนี้ทำไมเขาถึงเข้ามาได้ละคะ”รินอารีพูดคุยด้วยอัธยาศัยที่ดี
“ก็อย่างที่เห็นละครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยยิ้ม“เขาปลอมตัว ผมเลยจำไม่ได้”
“อ้อ... ค่ะ”รินอารีหัวเราะเมื่อนึกถึงวิกผมที่หลุดออกจากศีรษะของชายหนุ่มคนนั้น
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะ...” รินอารีกำลังจะหันกลับแต่ก็ยังมีข้อสงสัยจึงเอ่ยถาม“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่”
“ครับ”
“แล้วทำไมเขาถึงมาที่สนามบินนี่ละคะ”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าติดอกติดใจอะไร”นิ่งครู่หนึ่ง “แต่ผมก็เพิ่งเห็นเขาไม่กี่อาทิตย์นี่เองแหละครับนี่ก็ครั้งที่สามแล้วที่หนีออกมาที่นี่แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าลูกน้องตั้งมากมายขนาดนั้นเขาหลบหูหลบตากันมาได้ยังไง”
“...”
“ผมไปก่อนนะครับ”พนักงานรักษาความปลอดภัยกำลังจะจากไปแต่ก็หันกลับมา“เขาชอบมานั่งตรงที่คุณนั่งนั่นแหละครับ”
“คะ ขอบคุณค่ะ”
รินอารียิ้มขำ ๆ กับเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวเองหล่อนนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างคุ้นเคยและเมื่อนึกอะไรขึ้นได้อย่างหนึ่งหล่อนก็ยื่นเท้าสองข้างไปด้านหน้า สังเกตดูรองเท้าผ้าใบของตนเอง
เชื่อกผูกรองเท้าสองข้างแม้จะถูกมัดแน่นแต่ดูให้ดีด้านขวาเชือกบิดตัวเป็เกลียวถูกมัดติดเข้ากันต่างจากด้านซ้ายที่เพิ่งผูกใหม่โดยชายแปลกหน้าเชื่อกเส้นนั้นเหยียดตัวออกเป็ทางเดียวกันตลอดจากปมเชือกจนถึงปลายเชือกไม่มีบิดเบี้ยวพันกันดูแล้วมีระเบียบ
“ผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ ผูกเชือกรองเท้าเรียบร้อยจัง”
รินอารีเผลอพูดออกมาโดยที่ไม่ตั้งใจแล้วหันไปทางเก้าอี้ตัวแรกทางด้านซ้ายราวกับว่าหล่อนถูกโปรแกรมเอาไว้ให้เป็อย่างนั้น
“นี่ทำไมฉันถึงได้มานั่งตัวที่สองด้วยนะ”
รินอารีแปลกใจกับตัวเองอยู่เพียงครู่แล้วหล่อนก็หันกลับมามองดูรองเท้าของตัวเองด้วยความสงสัยอีกก่อนจะอมยิ้มออกมาปนเสียงหัวเราะขำๆ เบา ๆ
ตอนนั้นเองที่สายลมวูบหนึ่งได้พัดผ่านเข้ามาัักับใบหน้าของหล่อนเบาๆ สายลมวูบนั้นอบอุ่นและนุ่มนวลทำให้หล่อนรู้สึกดีหล่อนหันหน้าไปยังทิศทางที่สายลมผ่านเข้ามาภาพที่เห็นเป็เพียงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติชายหญิงคู่หนึ่งเดินห่างจากประตูเลื่อนอัตโนมัติที่กำลังเลื่อนปิด...
ติ้ง... ต่อง...
เสียงสัญญาณหน้าประตูแก้วของร้านกาแฟดังขึ้นพร้อมกับประตูแก้วเปิดแง้มออกรินอารีก้าวเท้าเข้าไปในร้านเรียบร้อยหล่อนก็รีบหันมองไปรอบ ๆราวกับจะสำรวจภายในให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม
ร้านกาแฟแห่งนี้เพิ่งเปิดใหม่ ห่างจากตัวอาคารของสนามบินเพียงไม่กี่เมตรมีโต๊ะกาแฟอยู่ด้านนอกร้านที่ปูไม้ยกขึ้นสูงจากพื้นเพียงเล็กน้อยแล้วล้อมรอบด้วยรั้วสีขาวด้านนอกมีโต๊ะทำด้วยไม้สำหรับรับลูกค้าห้าชุดส่วนด้านในภายใต้กระจกบานใหญ่ล้อมรอบเว้นแต่ด้านที่เป็จุดบริการลูกค้าที่มีเครื่องทำกาแฟและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกาแฟวางอยู่นั้นจะเป็เบาะนุ่ม ๆ กับโต๊ะกระจกใสพื้นที่ด้านในมีชุดต้อนรับลูกค้าเจ็ดชุดจัดเรียงกันเป็ระเบียบหกชุดส่วนชุดที่เจ็ดนั้นแยกออกต่างหากเยื้องกับจุดบริการลูกค้า
“สวัสดีค่ะ เชิญนั่งก่อนนะคะ” เสียงใส ๆของพนักงานต้อนรับสาวสวยสวมชุดฟอร์มสีน้ำตาลเข้ากับสีของกาแฟ
“ค่ะ” รินอารียิ้มให้
รินอารีตรงไปที่โต๊ะชุดที่เจ็ดที่อยู่เพียงลำพังข้างๆ เคาน์เตอร์ทันทีผู้หญิงดูมีอายุมากกว่าทุกคนที่ยังเป็สาวแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวมองดูรินอารีด้วยสีหน้าสงสัยก่อนจะคว้าโทรศัพท์ของตัวเองแล้วกดดูภาพในนั้น
“อุ๊ย...”หญิงสาวคนนั้นอุทานพร้อมกับหันไปสั่งหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าข้าง ๆ“น้องพี่ขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่งแล้วไปเรียกทุกคนมาด้วยนะ”
“ค่ะ พี่”
หญิงสาวรีบตอบรับพร้อมกับทำตามคำสั่งของผู้จัดการร้านทันที
รินอารีนั่งลงยังไม่ทันได้สั่งอะไร พนักงานร้านสาวสวยเจ็ดคนก็มายืนเรียงแถวพร้อมหน้าที่โต๊ะทุกคนยกมือไหว้รินอารีเมื่อผู้จัดการร้านบอกว่าหล่อนคือหลานสาวของคุณนันทิศ
“สวัสดีค่ะ คุณริน” ผู้จัดการร้านกล่าวทัก
“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ค่ะ” รินอารียิ้มอย่างสุภาพ“ทุกคนไปทำงานต่อเถอะค่ะ รินขอแค่น้ำเปล่ากับชาบ๊วย แล้วก็แยกบ๊วยดองใสจานมาสักสองสามลูกนะคะ”
“ค่ะ”
เสียงเพลงไพเราะเบา ๆกับบรรยากาศที่รู้สึกสบายภายในร้านทำให้รินอารีนั่งทอดอารมณ์มองผ่านกระจกบานใสออกไปนอกร้านมองดูผู้คนกับบรรยากาศนอกร้านไม่นานนักภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาเมื่อครู่ก็ปรากฏขึ้นพร้อม ๆกับแววตาของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นแม้กระทั่งเสียงพูดของเขา
“เสร็จแล้ว รองเท้าของเ้าหญิง”...
“รองเท้าของเ้าหญิงรินอา” รินอารีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงละมุนละไมพร้อมกับก้มมองดูรองเท้าผ้าใบสีแดงของตนเองหล่อนยิ้มเมื่อนึกถึงรอยยิ้มของชายแปลกหน้า แต่เพียงครู่เสียงของนาราภัทรก็แทรกขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆ เมื่อนึกถึงรอยจูบบนหน้าฝาก รินอารีถอนหายใจเฮือกใหญ่
... “ใครก็ได้ ช่วยเอาความทรงจำทั้งหมดของฉันคืนมาให้ทีได้โปรด” ...
รินอารีนึกอยู่ในใจพร้อมกับเหม่อมองออกไปนอกร้านจนกระทั่งมีกล่องใบใหญ่มาวางลงบนโต๊ะรินอารีใและรีบมองดูคนที่เอากล่องใบนั้นมาวางไว้ทันที
“คุณนันทิศบอกว่า ของที่อยู่ข้างในนี้เป็ของคุณรินค่ะ”ผู้จัดการร้านยิ้ม...