สมุดรายงานมากมายถูกนำมาส่งจนเป็กองเต็มโต๊ะ เพื่อความรวดเร็วและสะดวกในการทำงาน จ้าวเทียนหยางใช้การส่งรายงานทุกๆสามวันของแต่ละหมู่บ้าน เพื่อตรวจสอบความคืบหน้า โชคดีที่มีคนจำนวนมาก ทุกอย่างจึงราบรื่นและงานเสร็จได้เร็วขึ้น แต่คนเยอะปัญหาก็เยอะตามมาด้วย ไม่ว่าจะเป็เสบียงอาหารที่ลดลงไปเรื่อยๆอย่างรวดเร็ว ถึงแม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ฝนยังคงไม่หยุดตก มีเพียงแค่ 9 วันเท่านั้นที่สามารถเข้าซ่อมเขือนกั้นน้ำได้
"เข้ามาหน่อย!"
เสียงเข้มะโดังลั่น เมื่อพบข้อผิดพลาดจากรายงาน เยี่ยนฝางสะดุ้งตัวโหย่งเมื่อได้ยินเสียงนั้น ทำเช่นไรดีขณะนี้ทุกคนแยกย้ายไปทำหน้าที่ขอตนเองหมดแล้ว ที่นี่เหลือเพียงแค่นางคนเดียว
"ไม่มีผู้ใดอยู่หรืออย่างไร"
เมื่อไม่เห็นใครเข้าไปหา จ้าวเทียนหยางยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ เขาไม่ได้นอนมาหลายคืนแล้ว นอกจากงานหนักแล้วอีกปัญหาหนึ่งคือโรคนอนไม่หลับที่แก้ไม่ได้ เพราะไม่ได้พักผ่อนทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดได้ง่าย เขาค่อนข้างเป็คนทำงานเรียบร้อยพอเห็นงานที่ผิดพลาดยิ่งพลอยทำให้อารมณ์เสียเข้าไปใหญ่
"นี่...."
จ้าวเทียนหยางกำลังจะะโด่าอีกครั้ง ร่างบางก็รีบกระโจนเข้าไปด้านในด้วยท่าทีระแวดระวัง มือเรียวทูเข้าด้วยกันอย่างประหม่า ขณะที่เดินเข้าไปหาร่างใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้
"ไม่มีผู้ใดอยู่เลยหรือ"
ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวเสียงเรียบ ท่าทีของนางดูหวาดกลัวเขาอย่างเห็นได้ชัด เขาเองก็เกรงว่านางจะหนีเตลิดไปจึงได้ปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เรียบนิ่งมากขึ้น
"ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบรับเพียงสั้นๆ พร้อมก้มหน้ามองที่ปลายเท้า อย่างไม่กล้าสบตากับชายหนุ่ม
"รายงานเสบียงอาหารที่ส่งมาจากวังหลวงใครเป็ผู้ทำ"
"ขะ...ข้าเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยตอบอย่างอยากลำบาก นี่นางทำพลาดแล้วหรือ ทำเช่นไรดีท่านแม่ทัพเอาข้าตายหรือไม่นะ ดูเหมือนว่าเมื่อสักครู่เขาจะโมโหไปไม่น้อย
"เหตุใดมิให้ซีอันตรวจสอบก่อนนำมาส่งข้า"
จ้าวเทียนหยางเบาเสียงลงมาเล็กน้อย
"ท่านซีอันมีงานด่วนเข้ามากระทันหันเ้าค่ะ ข้าเลย...."
"เช่นนั้นเป็ความผิดของซีอันอย่างนั้นหรือ"
"ไม่ ไม่เ้าค่ะ เป็ความผิดของข้าที่ไม่ตรวจสอบให้ดี มิได้เกี่ยวกับท่านซีอันเ้าค่ะ"
หญิงสาวรีบรนรานเอ่ยปฏิเสธ เื่นี้นางทำผิดเองจริงๆ ทุกคราซีอันจะสอนนางทำสรุปเสบียงและข้าวของแบบง่ายๆ แต่เพราะครั้งนี้ของถูกส่งมามาก นางที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนจึงทำได้ไม่ดีหนัก
"เรียกซีอันกลับมา นางไปนานเท่าใดแล้ว"
"ท่านซีอันไปหมู่บ้านเซิ่งหยูั้แ่เมื่อวานแล้วเ้าค่ะ คงอาจจะใช้เวลากว่าหนึ่งวันถึงจะเดินทางมาถึงที่นี่"
"เฮ้อ~~~ เช่นนั้นเ้านำไปแก้ให้เรียบร้อย"
จ้าวเทียนหยางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างจนปัญญา เขาไม่ชอบงานที่ไม่เรียบร้อยเป็ที่สุด แต่จะให้เขามานั่งรองานก็คงไม่ได้ มือหนากุมศรีษะอย่างจนปัญญา ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดีเมื่อสักครู่เผลอใส่อารมณ์กับนางจนได้ ร่างบางเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มเพื่อรับรายงานเล่มนั้นมาคืน และเตรียมตัวออกไปให้ไวที่สุด
"นั้นเ้าจะไปที่ใด"
"ไปแก้รายงานเ้าค่ะ"
"แล้วเ้าทำเป็หรืออย่างไร"
"....."
เยี่ยนฝางส่ายหน้าเป็คำตอบ นางทำรายงานนี่ไม่เป็จริงๆ อีกทั้งไม่เคยเห็นมาก่อน มิเช่นนั้นนางยังคงหาความรู้ได้ เห็นทีว่าต้องรอซีอันกลับมาสอนนางก่อนแน่
"เช่นนั้นท่านแม่ทัพมีตัวอย่างให้ข้าทำตามหรือไม่เ้าคะ"
นางเรียนรู้ได้เร็ว แค่ดูตัวอย่างบันทึกเก่าๆคงทำได้ไม่ยาก รายงานมีแบบแผนที่ตายตัว เพราะฉะนั้นนางจะทำตามแบบตนเองที่คิดขึ้นมาใหม่ไม่ได้
"มานี่"
เสียงเข้มเอ่ยเพียงสั้นๆ
"เ้าคะ"
เยี่ยนฝางไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด พลางเดินเข้าไปใกล้เขาที่หน้าโต๊ะเขียนตำรา
"ก็เ้าทำไม่เป็มิใช่หรือ เช่นนั้นจะทำเช่นไร บ่อน้ำมิเดินไปหาควายหรอกนะ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางส่ายหน้าให้หญิงสาว และก้มหน้าสนใจรายงานอื่นๆต่อ ใบหน้างามหลังจากได้ยินเช่นนั้นก็ทำแก้มป่องอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ ข้ามิได้โง่ขนาดนั้นเสียหน่อย นางมิเคยทำมาก่อนและไม่เคยเห็นมาก่อน เหตุใดต้องว่าข้าแรงเช่นนี้ด้วย นางหันซ้ายทีขวาทีอย่างหาที่นั่ง ก่อนที่จะเห็นโต๊ะไม้จึงเดินเข้าไปยกมาวางห่างจากชายหนุ่มหนึ่งก้าว ถึงอย่างไรเขาก็จะสอนนางแล้ว เข้าใกล้เขาก็คงมิได้ หรือห่างไปก็คงไม่สะดวก ระยะห่างเท่านี้คงกำลังพอดี
"ห่างข้าขนาดนั้น ข้าจะสอนเช่นไร"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นขณะที่มองหน้าหญิงสาว เยี่ยนฝางทำแก้มป่องอีกครั้งอย่างจนใจ และขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกคืบหนึ่ง
เฮ้อ~~~ ปัง!
เสียงเข้มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะใช้มือหนาดึงขาโต๊ะไม้ของหญิงสาวด้วยมือเดียว จนมาชนกับขาโต๊ะทำงานของเข้า
"ท่านแม่ทัพ เช่นนี้ใกล้เกินไปหรือไม่เ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยถามอย่างเป็กังวล นางไม่ได้กลัวว่าตนเองจะเสียหายอันใดหรอก แต่เขาเป็ถึงท่านแม่ทัพเชี่ยวนะ เช่นนี้หากใครมาเห็นเข้าว่านางและท่านแม่ทัพใกล้ชิดกันเกินไป แล้วนำไปพูดให้แม่ทัพเสียหายจะทำเช่นไร
"ข้ายังมิกังวล เ้าจะคิดมากไปใย"
"เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรับคำอย่างว่าง่าย ขณะที่ยืนอยู่กับที่ไม่ขยับตัว
"แล้วเ้าจะยืนอีกนานหรือไม่ ข้ามีงานมากมายที่ต้องจัดการนะ"
สิ้นคำชายหนุ่ม ร่างบางรีบนำเบาะรองนั่งไปวางไว้ที่ข้างชายหนุ่มและนั่งลงข้างๆเขาทันที ลมเย็นที่หญิงสาวเคลื่อนที่มาด้วยความเร็ว พัดเอากลิ่นหอมจากกายสาวปะทะจมูกโด่ง ใบหน้าคมเหม่อลอยไปชั่วขณะ กลิ่นตัวของนางทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสักครู่เขายังรู้สึกหงุดหงิดอยู่เลยด้วยซ้ำ
"ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะท่านแม่ทัพ ท่าน.....ท่านแม่ทัพเ้าคะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยเรียกเขาเสียงดังขึ้น เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเหม่อลอย อาจเป็เพราะ่นี้เขาทำงานหนักเป็แน่ ไม่ได้ เดี๋ยวอีกสักหน่อยข้าต้องไปหาน้ำแกงร้อนๆมาให้เขาดื่มเสียหน่อย
"อะแฮ่ม! ฟังให้ดีข้าจะพูดกับเ้าเพียงครั้งเดียว"
จ้าวเทียนหยางที่รู้สึกตัว แกล้งไอเรียกความสนใจ
"เ้าค่ะ"
"การบันทักบัญชีรายการต่างๆ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจและวางแผนในการใช้ เ้าดูนี่...สิ่งที่เ้าบันทึกมาไม่ตรงกับรายงานที่ทางวังหลวงส่งมา อีกทั้งข้อมูลยังกระจัดกระจาย ไม่แยกตามหมวดหมู่ของสิ่งของนั้น เ้าสรุปมาก็ไม่เข้าใจ ต้องทำเช่นนี้......"
จ้าวเทียนหยางอธิบายวิธีการและสอนหญิงสาวทำอย่างละเอียด เยี่ยนฝางตั้งใจฟังชายหนุ่มอธิบายอย่างดี ดวงตากลมโตแอบมองริมฝีปากหนารวมถึงสันกรามเขาขณะที่พูด เพราะใกล้กันเพียงคืบทำให้นางเองก็อดใจมิได้ที่จะชื่นชมเขาใกล้ๆเช่นนี้
'ตัวเขาหอมมากๆ หอมจริงๆเสียด้วย ตายแล้วๆดูใบหน้าที่หล่อเหลาสมบรูณ์แบบนี่สิ หากข้าได้มาเชยชมทั้งวันทั้งคืนนะเป็ยังไงนะ อ๋าๆ โอ๊ย~ดูความคิดเ้าสิเยี่ยนฝาง ทำไมถึงได้แค่คิดนะ เป็จริงหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจ พลางยกมือข้างหนึ่งยันโต๊ะ เอียงหน้ามองชายหนุ่มพร้อมยิ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม
จ้าวเทียนหยางที่กำลังตั้งใจอธิบาย เริ่มรู้สึกว่ามีสิ่งใดผิดปกติ จึงได้เงยหน้าจากสมุดรายงานขึ้นมามองหน้าหญิงสาว แต่เพราะอยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ ทำให้สบตาเข้ากับดวงตางามที่ตั้งใจมองเขาอยู่ก่อนแล้ว จ้าวเทียนหยางชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้มองหญิงสาวใกล้ๆ ใบหูเขาแดงก่ำขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล เยี่ยนฝางเองก็ไม่คิดว่าเขาจะหันมามองตน หัวใจของนางเต้นรั่วเหมือนกลองยามออกศึก ใกล้กันเพียงนี้ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพจะได้ยินหรือไม่นะ ดูตาคมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์นั้นทำให้นางละสายตาไม่ได้เมื่อเขาจ้องมองมายังตน
ปั๊ก! โอ๊ย~
เสียงดีดนิ้วมาที่กลางหน้าผากมน จนหญิงสาวต้องยกมือเรียวลูบและร้องออกาอย่างทนมิได้
"ท่านแม่ทัพ~"
"ข้าบอกเ้าให้ตั้งใจฟัง"
"ขะ....ข้าตั้งใจฟังท่านพูดอยู่เ้าค่ะ มิได้วอกแวกเลยเ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรีบส่ายหน้า โบกมือปฏิเสธชายหนุ่มอย่ารนราน แต่ก็เท่านั้นนางถูกเขาจับได้เต็มๆว่าแอบมองอยู่ หวังเพียงว่าเขาจะไม่ถือสานางก็พอ
"เฮ้อ~ ที่ข้าพูดไปเ้าเข้าใจหรือไม่"
"เข้าใจเ้าค่ะ ข้าเข้าใจ"
เยี่ยงฝางหยักหน้ารั่วอย่างว่าง่าย
"เช่นนั้นเ้าทำไปก่อน หากไม่เข้าใจตรงไหนค่อยถามข้า"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพเ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้มกว้างส่งไปให้เขา จ้าวเทียนหยางได้แต่ส่ายหน้าให้กับหญิงสาว และกลับมาสนใจงานตัวเองตรงหน้าต่อ เยี่ยนฝางเองก็รับแก้ไขตามที่ท่านแม่ทัพสอน นางไม่อยากให้มันผิดพลาดอีกเป็ครั้งที่สอง จะขายหน้าเขาอีกมิได้นะ
ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ที่หน้าโต๊ะเขียนตำราจนเวลาผ่านไปกว่าสองชั่วยามแล้ว หน้าของเยี่ยนฝางเริ่มหยิกงอเนื่องจากความเหมื่อยล้า นางนั่งเกรง ตัวตรงมานานมิขยับเขยื้อน เกรงว่าหากนะขยับไปมาจะทำลายสมาธิท่านแม่ทัพ อีกทั้งการทำตนให้เป็สตรีสง่างามนั้นยาก นางไม่ชินเอาเสียเลย อยากจะดูดีต่อหน้าท่านแม่ทัพ แต่เหมือนกับนางกำลังทรมานตนเองเช่นไรไม่รู้ มือเรียวบิดี้เีพร้อมอ้าปากหาวอย่างลืมตัว ใบหน้าคมที่นั่งอยู่ข้างๆหันมาทางหญิงสาว เยี่ยนฝางรีบหุบปากนั่งตัวตรง รักษาท่าทีด้วยความเร็ว
"ขออภัยเ้าค่ะ"
"หากเหนื่อยก็ไปพัก ข้ามิใช่พวกใช้แรงงานเถื่อน"
เสียงเข้มเอ่ยขึ้นขณะที่สายตายังสนใจงานตรงหน้าอยู่
"ข้าไม่เหนื่อยเ้าค่ะ งานเท่านี้ข้าทำได้สบายมาก"
เยี่ยนฝางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างให้กำลังใจตนเอง ข้าวของที่ส่งมาเป็พันรายการ ถึงนางจะเร่งมือมากแค่นั้นวันนี้ก็คงไม่เสร็จเป็แน่ ท่านแม่ทัพงานเยอะกว่านางยังไม่พักเลย นางแค่นี้เองจะี้เีมิได้
เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม มือเรียวทุบเข้าที่หลังตนเองอย่าทนมิได่ ก่อนหน้านี้ไม่น่าทำเป็เก่งเลย เหนื่อยชะมัด ดวงตาสวยเหลือบมองคนตัวโตด้านข้างที่ยังคงนั่งหลังตรงไม่ขยับไปไหน และไม่เอ่ยอันใดออกมาสักคำอีกด้วย นางยกมือเท้าคางมองไปที่เขาอย่างลืมตัว ลมเย็นพัดปลอยผมของชายหนุ่มเบาๆ ท่าทางที่ดูสง่างาม ใบหน้าจริงจังขณะอ่านรายงาน การเคลื่อนไหวเล็กน้อยขณะเขียน ความธรรมชาตินี้ดูลงตัวเอาเสียมากๆ
"เป็เช่นไร"
"ดูดีเ้าค่ะ สง่างามมากเลย"
เยี่ยนฝางเอ่ยตอบพลางยยิ้มกว้างอย่างลืมตัว
"เช่นนั้นหรือ"
ดวงตาคมละจากรายงานตรงหน้า หันมาสบตากับหญิงสาวข้างๆ เยี่ยนฝางที่กำลังยิ้มหน้าระรื่นเมื่อสักครู่ ก็รีบหุบยิ้มทันที
"ขะ...ข้า อ่อ!ท่านแม่ทัพทำงานมานานคงหิวแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ เดี๋ยวข้าไปทำอาหารมาให้นะเ้าคะ"
เยี่ยนฝางเอ่ยจบก็วิ่งออกไปจากกระโจมทันที นางถูกเขาจับได้อย่างคาหนังคาเขาเช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมองหน้าเขาอย่างไร คนปกติอาจจะมองว่าเป็เื่ธรรมดา แต่สำหรับนางแล้วมันน่าขายหน้าชะมัดเลย หญิงสาวเดินตรงไปที่ห้องครัว และมองวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ดูเหมือนว่าจะมีของไม่มาก เขาจะกินง่ายไหมนะ เห็นทีว่าคงทำได้เพียงบะหมี่เพียงชามเดียวเท่านั้น
มือเรียวหยิบแป้งสำหรับทำเส้นบะหมี่ มาผสมและนวดแป้งอย่างคร่องแคล่ว ถึงจะเป็อาหารง่ายๆแต่นางจะทำให้มันมีรสชาติที่ท่านแม่ทัพไม่สามารถหากินได้ที่อื่น ก่อนจะวิ่งตรงไปที่แปลงผักหลังห้องครัว ถอนผักกาดกวางตุ้งมาลวกพอประมาณและพักทิ้งไว้กับน้ำเย็น จากนั้นต้มซ้ำซุปกระดูกหมูปรุงรสพิเศษ ตามสูตรเฉพาะของท่านแม่ที่เคยเห็นทำเมื่อตอนนางแปดขวบ เคี้ยวกระดูกนั้นจนใส เพื่อรอเส้นบะหมี่ที่นวดพักไว้ให้เข้าที่ ท้องน้อยๆของนางก็ร้องประท้วงเนื่องจากหิวเช่นกัน มือเรียวหยิบมั่นโถ่วที่นำมาอุ่นและผักดองเข้าปากอย่างง่ายๆ นางไม่ได้เลือกกินแต่เพราะเมื่อเช้านางกินเยอะไปหน่อย จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกอิ่มอยู่ มั่นโถ่วเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอแล้ว ตอนอยู่จวนจ้าวนางเองก็ชอบทำบะหมี่กินเองจนเบื่อแล้ว จึงไม่ได้ทำสำหรับตนเองด้วย
แง๊น~~~
เสียงประตูไม้เปิดออกเบาๆ ร่างบางถือถาดไม้ที่มีถ้วยบะหมี่อยู่ กลิ่นหอมลอยออกมาชวนให้รู้สึกอยากอาหาร เยี่ยนฝางถือไปวางที่โต๊ะน้ำชาเบาๆ เนื่องจากพบว่าคนตัวโตฟุบหลับที่โต๊ะเขียนตำราไปแล้ว นางค่อยๆย่องเบาๆไปที่โต๊ะชายหนุ่ม
'เหตุใดท่านแม่ทัพถึงได้ดูอ่อนเพลียจังเลยนะ แม่แต่ตอนหลับยังดูเหนื่อยล้า เขาไม่ได้นอนมาแล้วกี่วันกัน' หญิงสาวเอ่ยกับตนเองในใจขณะที่มองชายหนุ่ม มื่อเรียวเอื้อมไปหวังจะปัดปอยผมที่ลงมาปิดหน้าเขาออก แต่ขณะนั้นเองจู่ๆก็ถูกฝามือใหญ่จับเอาไว้แน่นด้วยความเร็ว มือหนาบีบที่ข้อมือเล็กแน่น แต่เมื่อเห็นว่านางเป็ใครจึงได้คลายมือออกเล็กน้อย แม่ทัพเช่นเขาแม้จะหลับก็หลับสนิมไม่ได้ มีคนมากมายที่้าให้เขาตาย เพราะฉะนั้นจึงต้องระวังตนเองตลอดเวลา
"ขออภัยท่านแม่ทัพ"
เยี่ยนฝางเอ่ยออกไปด้วยความกลัว เมื่อสักครู่ดวงตาของเขาดูน่ากลัวเป็อย่างมาก
"มีอันใด"
"ข้าทำบะหมี่มาให้ท่านเ้าค่ะ ที่ครัวไม่มีของสำหรับทำอาหารแล้ว เกรงว่าพรุ้งนี้พ่อครัวถึงนำของมา"
"อื้ม"
เอ่ยจบจ้าวเทียนหยางก็ปล่อยมือหญิงสาว เยี่ยนฝางลูบที่ข้อมือที่เกิดรอยแดงตามฝ่ามือใหญ่ ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง เดินไปยังโต๊ะน้ำชาและมองบะหมี่ตรงหน้า เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงขอเมื่อได้กลิ่นหอม รู้สึกแปลกเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเขาไม่ได้กินอาหารมาทั้งวันหรือว่าบะหมี่ถ้วยนี้ทำให้เขาอยากอาหารกันนะ มือใหญ่คว้าช้อนแล้วตักน้ำซุปกินไปหนึ่งช้อน จึงได้คำตอบตนเองว่าเมื่อสครู่ บะหมี่ถ้วยนี้รสชาติมิเลวเลยจริงๆ
"อร่อยหรือไม่เ้าคะ"
"อื้ม"
"เย้!"
หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ทำให้เขาประทับใจได้
"เ้าทำเองหรือ"
"เ้าค่ะ"
เยี่ยนฝางรับคำพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเดินไปนั่งแก้รายงานของตนเองต่อ ดวงตาคมมองไปยังร่างบางที่มีท่าทีดีใจ พลอยทำให้นึกถึงตอนที่ตนได้สบตากับหญิงสาวก่อนหน้านี้ มือหนาอีกข้างอกขึ้นมาทาบที่หน้าอกด้านซ้าน ตอนนี้มันเต้นรั่วอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนครั้งแรก ก่อนที่จะหันไปมองคนนางที่ตั้งใจเขียนรายงานด้วยใบหน้าจริงจัง
"นี่ข้าใจเต้นแรงเพราะนางอย่างนั้นหรือ....."
.............
เหมือนจะมีคนเริ่มหวั่นไหวอ่าาาาาาาา
..............
กดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา???? ไรท์จะลงวันละ 1 ตอน เวลาประมาณ 1 ทุ่มของทุกวันน๊าาา
---------
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
1 ลี้ เท่ากับ 500 เมตร 2 ลี้ เท่ากับ 1 กิโลเมตร
ยามจื่อ = 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว = 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
ยามอู่ คือ 11.00 - 12.59 น.
ยามเว่ย คือ 13.00 - 14.59 น.
ยามเซิน คือ15.00 - 16.59 น.
ยามโหย่ว คือ 17.00 - 18.59 น.
ยามซวี คือ 19.00 - 20.59 น.
ยามห้าย คือ 21.00 - 22.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————