หอนกพิราบ
"นายหญิงถึงแล้วขอรับ"เสียงตงฟางกล่าวขึ้นมาในรถม้าบอกกล่าวแก่นางที่นั่งด้านในนั้น หนี่หวาเปิดประตูรถม้าให้พร้อมก้าวลงก่อนแล้วยกแขนซ้ายขึ้นให้คุณหนูของนางได้จับลง ฮวาหลินก็ลงมาก็เจอรถม้าคันใหญ่5-7คันที่จอดเรียงรายด้านหน้าที่คงมาถึงไล่เรี่ยกัน และดูเหมือนนางจะเด่นไม่น้อยเพราะมาหลังทำให้คนด้านหน้าหอนกพิราบที่เรียงคิวกันตรวจก่อนเข้าหอประมูลนั้นอยู่ แต่ฮวาหลินไม่ได้สนใจจึงกล่าวกับคนของตนเอง
"ไปกันเถอะ"นางเดินมาถึงแถวที่รอการตรวจเพื่อความปลอดภัยของหอนกพิราบก่อนเข้างานเพราะวันนี้ผู้มาประมูลมากมายทั้งคนระดับสูงและจนถึงระดับตระกูลเล็กๆแต่ก็มีเงินหนักพอตัวหลายกว่าร้อยชีวิต ผ่านไปราว1ชั่วยามก็มาถึงคิวของนาง
"อ่าวคุณหนูฮวาหลินนั้นเองนึกว่าใคร ยินดีที่ได้พบขอรับ"ฮวาหลินที่ดูคุ้นชายร่างใหญ่นี้ก็จำได้ทันทีเมื่อมาถึงใกล้ๆ นั้นพี่เว่ยกู่นั้นเองที่เขาเคยเป็สารถีให้นางตอนเข้าเมืองมาใหม่ๆนั้นเอง ฮวาหลินยกยิ้มอย่างดีใจ ที่เจอคนสนิทคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เหล่าคนที่ติดตามของฮวาหลินมองอย่างงงๆว่าชายคนนั้นดูจะสนิทกับนายหญิงของพวกมันไม่น้อย เพราะจากการพูดแล้วแถมนายหญิงดูยังดีใจที่ได้เจอชายผู้นี้อีก ทั้งที่นายหญิงของมันแทบไม่ออกจากจวนจะไปรู้จักใครของหอนกพิราบนี้ได้นอกจากท่านเยี่ยหยูเ้าของหอนี้เอง
"พี่เว่ยกู่นั้นเอง ข้าคิดตั้งนานว่าใคร ยินดีเช่นกันที่ได้พบท่าน "
"หายหน้าหายตาไปเสียนานเลยนะขอรับ ราว1ปีกว่าได้มั้งฮ่าๆ"ฮวาหลินคิดตามก็ถูกของเขา นางถูกใจพี่ชายคนนี้ไม่น้อยเพราะไม่รู้ทำไมช่างเหมือนท่านเมสันตอนที่นางกับท่านเมสันหาเวลาว่างมาชวนกันไปประลองดาบซามูไร ซึ่งพี่เว่ยกู่ทำให้นางนึกถึงเขาไม่น้อยเลย ช่างเหมือนมาก
"นั้นสิ เป็ข้าเองที่ไม่ค่อยออกจากจวนเท่าไหร่ "
"คุณหนูท่านคงยุ่งไม่น้อยเพราะกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว ข้าเข้าใจขอรับ"เว่ยกู่เอ่ยอย่างเข้าใจเพราะไม่เห็นหน้าคุณหนูนานแบบนี้เพราะคงยุ่งเื่ที่จวนที่พึ่งตั้งใหม่นั้นเอง แถมยังเป็จวนที่ดูจะแข็งแกร่งมากๆด้วย จากการที่เขาเคยผ่านทางไปเพราะทางจวนของคุณหนูเป็ทางผ่านเส้นทางลัดไปนอกเขตเมืองเพื่อล่าสัตว์ของเหล่าตระกูลใหญ่ๆหรือเป็เส้นที่ไปตัวเมืองอื่นแต่ก็อันตรายมากนักเพราะเป็เส้นทางที่สัตว์อสูรเยอะ โดยที่เขาหารู้ไม่ว่าเพราะทางนั้นแหละคือที่ที่นางเอาไว้ฝึกคนในจวนจนไม่เหลือสัตว์อสูรเสียแล้ว
"ข้าไม่รบกวนเวลาท่านมากแล้ว ข้าขอดูป้ายลูกค้าหน่อยขอรับ"เว่ยกู่เอ่ยเพราะตนเสียมารยาทเกินไป และอาจทำให้คุณหนูเสียเวลา
"ไม่เป็ไร เข้าไปสายท่านเยี่ยหยูคงไม่กล้าว่าข้าหรอกออกจะเป็ลูกค้าประจำขนาดนี้ฮ่าๆ"นางขบขัน เพราะทุกวันนี้ตระกูลฮวาดูจะสนิทสนมกับหอนกพิราบขาว
"จริงของท่าน"
"อ่ะ นี้ป้ายของข้า"นางยื่นป้ายไม้ให้เขา เขาก็ตาโตนี้มันป้ายสิทธิพิเศษหลายอย่างเลยนิ แถมเป็ป้ายลูกค้าพิเศษระดับหนึ่งเสียอีก
"ท่านมีของมาประมูลกับทางเราหรือไม่ขอรับ"เว่ยกู่ถามขึ้น
"มี ตงฟางเอาออกมาด้านหน้า"ตงฟางรับคำก็เดินเอากล่องไม้ไปวางบนโต๊ะที่รับดูของที่มาประมูลเพื่อทำการคัดว่าควรนำไปประมูลในระดับใด เมื่อเขาเปิดกล่องไม้ใหญ่ก็ต้องตาเบิกกว้าง เพราะมันคืออาวุธที่แปลกมาก เป็อาวุธที่เขาไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งสองเล่มรูปร่างคล้ายกันมากแต่แตกต่างที่ด้ามจับ แถมการสร้างที่ละเอียดพิถีพิถันนั้นอีก กลิ่นอายของดาบทั้งสองเล่มนี้น่ากลัวไม่น้อยหากใครได้ครองคงเสริมบารมีในตระกูลมากแน่
"ดาบสองเล่มนี้ท่านได้มาจากที่ใดขอรับ เอ่อข้าไม่ได้อยากระลาบระล้วงอะไรนะขอรับเพราะจะต้องเอาข้อมูลเพื่อไปทำการประกาศในการประมูลของที่มาของดาบนี้"เว่ยกู่อธิบาย ในระหว่างนั้นที่เว่ยกู่กำลังถามก็ปรากฎร่างของผู้ใดไม่รู้มายืนขนาบข้างของพี่เว่ยกู่ปกปิดใบหน้ามิดชิดจนมองไม่เห็นหน้าแล้วกระซิบที่ข้างหูของเว่ยกู่แล้วจึงหายตัวไปทันที
"เอ่อ ต้องขออภัยคุณหนูที่เสียมารยาทเมื่อครู่ ข้าได้รับแจ้งจากท่านเยี่ยหยูให้คุณหนูเข้าพบท่านก่อนการประมูล พร้อมกับกล่องดาบนี้ซึ่งท่านเยี่ยหยูจะขอตรวจสอบเองขอรับ เชิญท่านเดินมาตามข้าเถิดขอรับ"เว่ยกู่ก็ยังสงสัยว่าเหตุใดท่านเยี่ยหยูถึงอยากที่จะตรวจสอบดาบสองด้ามนี้ ฮวาหลินเองก็งงเช่นกัน แต่ก็ไม่ถามอะไรเพราะนางก็อยากพบท่านเยี่ยหยูที่ไม่ได้พบนาน
ฮวาหลินและเหล่าคนติดตามเดินมาทางที่ฮวาหลินคุ้นเคยเป็อย่างดี การตกแต่งก็ยังเหมือนเดิมทั้งภาพวาดต่างๆยังตั้งไว้ที่เดิมเหมือนภาพพวกนี้สำคัญมากๆ ซึ่งนางก็ชอบภาพวาดเอามากๆมันเป็ภาพที่ลึกลับดี แม้นางไม่รู้ว่าภาพวาดนั้นสื่อถึงอะไร จนทุกคนเดินมาถึงห้องที่มีประตูที่มีรูปวาดของนกพิราบขาวเ้าเดิมที่ฮวาหลินเคยเห็นมาแล้ว เว่ยกู่เปิดประตูให้นางเข้าไปทันที
"เอ่อ เข้าได้เฉพาะคุณหนูฮวาหลินเท่านั้นขอรับ"เว่ยกู่เอ่ยขึ้น ทำให้คนติดตามทำหน้าั์ใส่ทุกคน โดยเฉพาะตงเก่อที่แทบไม่เคยห่างนาง
"อืม เข้าใจแล้ว พวกเ้ารอข้าด้านนอกเถิดวางใจได้ ข้าเคยมาที่นี่แล้วตอนซื้อพวกเ้าไงล่ะ"พวกเขาก็พลอยคลายความกังวลลง จึงพยักหน้าแล้วส่งกล่องดาบที่หนักกว่า200กิโลรวมกันของดาบ หากตงฟางไม่เคยแบกไม้ที่หนักมากกว่า500กิโลมาก่อนเขาคงถือกล่องดาบสองเล่มนี้ไม่ไหว ใครจะเป็ผู้โชคร้ายได้ของนายหญิงของมันไปน้อยังไม่คิดไม่ตก ตงฟางยื่นกล่องให้ฮวาหลินเสร็จก็ถอยออกไปนางจึงเข้าไปด้านในคนเดียวเว่ยกู่จึงปิดประตูลงทันที
สายตาของนางมองไปยังเบื้องหน้าก็เจอร่างที่ไม่เคยแก่ของผู้หญิงนางหนึ่งที่คุ้นเคนเป็อย่างดี มองมาทางนางอย่างยิ้มแย้ม
"ไม่เจอกันนานเลยนะคุณหนูฮวาหลิน"เยี่ยหยูตรวจวัดระดับเด็กน้อยก็ใเพราะระดับถึงจอมทัพขั้นกลางเชียวรึ น่ากลัวๆเกินไป
"เช่นกันเ้าค่ะ แต่ท่านก็ยังงดงามเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง "เยี่ยหยูยกยิ้มอย่างเขินอายที่เด็กน้อยมากล่าวเกินไปแบบนี้
"คุณหนูท่านไม่ต้องกล่าวเกินไปขนาดนั้นตัวข้าก็ใกล้จะ40แล้วเชียว"ฮวาหลินใกับอายุที่ไม่สมจริงกับรูปร่างมากนัก
"ข้าไม่เคยกล่าวเล่นๆนะเ้าค่ะ ข้าชมใครก็ชมจากใจจริงๆ"เยี่ยหยูก็พยักหน้าเข้าใจ นางก็เห็นสายตาที่ไม่ได้ดูยกยอนางเกินงามจริงๆนางก็พลอยถูกใจเด็กคนนี้ช่างอยากได้มาเป็สะใภ้นัก เพราะใกล้วัยปักปิ่นแล้ว ลูกชายของนางก็รุ่นเดียวกันกับนาง วันนี้จึงอยากแนะนำพวกเขาได้รู้จักกันเสียแล้ว ไว้จบงานประมูลเขาคงต้องนัดแนะมาให้ทั้งสองเจอกันเพื่อทั้งสองอาจถูกใจกันก็ได้ เพราะฮวาหลินก็เป็เด็กสาวที่หน้าตาน่ารักไม่น้อยหากโตมากกว่านี้คงงามมากแน่ๆเพราะผิวพรรณก็ขาวละเอียด ผมที่ยาวมัดรวบไว้ด้านหลังทำให้ดูมีเสน่ห์ทะมัดทะแมงไม่น้อย บวกกับชุดที่ใส่ของบุรุษช่างเข้ากันมากๆ
"เห็นว่าท่านมีของมาประมูลข้าคงขอดูหน่อย"ฮวาหลินได้ยินก็ยกกล่องไปวางไปด้านหน้าของท่านเยี่ยหยู เยี่ยหยูไม่รอช้ารีบเปิดกล่องดูเพราะได้รับแจ้งจากเงาของตนมากล่าวรายงานเพราะพวกเขาคอยดูสอดส่องคนเข้างานอย่าฃลับๆ พอพวกเขาเจอดาบที่แปลกประหลาดจึงกลัวจะทำให้วุ่นวายการมาของดาบนี้มากล่าวแก่ตน เยี่ยหยูตาเบิกกล้างดาบนี้มันคือดาบอันใดกันเป็ดาบที่ช่างงามมากนัก นางอยากได้มาเสียเหลือเกิน เป็ดาบที่ละเอียดมากเงาจากดาบเห็นหน้านางได้ชัดเจนมากกว่าคันฉ่องเสียอีก ซึ่งหารู้ไม่ว่าฮวาหลินมองมันเป็แค่ดาบซามูไรโลกเก่าที่นางมีนั้นอย่างกับมันเป็แค่ของธรรมดาเพราะนางก็ทำให้เหล่าคนในปกครองนางทั้งหมดเช่นกัน แต่อาจไม่ละเอียดเท่าดาบสองเล่มนี้ที่นางทำมันจากธาตุพิเศษเพื่อขัดเกาดาบให้เงางาม
"นี่มันดาบที่ทำจากธาตุซึ่งไม่เคยมีผู้ใดทำมันได้หากไม่ใช่คนที่สร้างอาวุธหรือคนที่เรียนวิชากรสร้างดาบจากธาตุ"เยี่ยหยูกล่าวตาก็ยังจ้องดาบไม่กระพริบ
"ใช่ ดาบสองเล่มนี้ข้าสร้างขึ้นเองกับมือ เรียกว่าดาบซามูไร สองเล่มนี่แตกต่างกันตามด้ามจับเพราะด้ามจับสีเงินยวงนั้นเป็ดาบทำจากธาตุสายฟ้า ส่วนด้ามดาบสีน้ำตาลทำจากธาตุไม้"เยี่ยหยูตาเบิกกว้างไปอีกนั้นมันธาตุพิเศษสองธาตุที่หายากมาก อย่าบอกนะว่าเด็กตรงหน้านางมีธาตุพิเศษถึงสองธาตุ นางเป็ใครมาจากที่ใดกัน ความหลังของเด็กน้อยผู้นี้ต้องยิ่งใหญ่มากแน่ๆ นางขมวดคิ้วลง การมีธาตุพิเศษมันมีข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือพลังของมันที่เหนือกว่าธาตุธรรมชาติ แต่ข้อเสียคือหากมีธาตุพิเศษมากกว่าสองธาตุต้องตกเป็เป้าหมายของคนที่้าตัวนางไปแน่ เพื่อทำการนำพลังธาตุไปทำพิธีดูดพลังธาตุมาเป็ของตนเองซึ่งวิธีนี้เสี่ยงต่อชีวิตมากแต่ถ้าคนมีความโลภย่อมไม่สนอยู่แล้ว นางจึงไม่อยากแพร่งพรายข้อมูลของเด็กน้อยผู้เป็อันขาด เพราะนางก็สนิทสนมกับฮวาหลินจนคิดว่านางคือลูกสาวคนหนึ่ง
"เ้ารู้หรือไม่ว่าการมีธาตุพิเศษถึงสองธาตุของเ้ามันตรายต่อชีวิตแค่ไหนคุณหนูฮวาหลิน"ฮวาหลินขมวดคิ้วเพราะสังเกตใบหน้าของท่านเยี่ยหยูดูจะกังวลใจไม่น้อยกับตัวนางเอง
"ข้ารู้ว่ามันอันตรายต่อการให้ใครได้พบเห็น แล้วมันถึงขนาดทำให้ท่านกังวลขนาดนั้นเชียวมันไม่ดีขนาดนั้นหรือท่านเยี่ยหหยู"ท่านเยี่ยหยูส่งสายตาตำหนิความเป็เด็กไม่รู้เื่ของฮวาหลินก็กล่าวอธิบายให้นางเข้าใจ
"เ้าอย่าทำได้พูดเล่นเชียวเื่ธาตุนี้ให้ผู้ใดรู้ เพราะมันเสี่ยงต่อชีวิตเ้า มันก็ดีที่เ้ามีพลังธาตุพิเศษถึงสองสาย แต่หารู้ไหมโลกใบนี้มีพิธีกรรมศาสตร์คือการดูดพลังธาตุพิเศษได้ และคนที่โดนดูดออกไปร่างกายจะแห้งเหี่ยวแล้วตกตายไปทันที ซึ่งวิธีนี้เสี่ยงมากที่จะทำมันแต่หากคนมีความโลภย่อมไม่มีสิ่งใดต้องขัดขวางมันได้หากมัน้า เ้ายังไม่รู้สินะว่าโลกนี้กว้างใหญ่ ผู้ใดมาร้ายมาดี จะเป็การดีอย่าให้ใครรู้เป็อันขาดหากเ้ารักชีวิตหรือครอบครัวของเ้า"เยี่ยหยูเตือนเด็กน้อยที่แม้จะมีระดับลมปราณสูงสามารถเอาตัวรอดได้ แต่เด็กยังไงก็คือเด็ก นางเป็กังวลแทนฮวาหลินมากๆ ฮวาหลินได้รู้เื่พิธีกรรมที่สามารถดูดพลังคนอื่นให้ตนเองได้ช่างน่ากลัวนัก มีพิธีแบบนี้ด้วยหรอ โลกนี้ช่างมีอะไรที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ถึงนางจะไม่กลัวใครถ้ามันถูกเผยแพร่แต่นางกลัวคนในปกครองของนางจะเสี่ยงไปกับนางด้วย ไม่ได้นางต้องไม่เปิดเื่นี้ ขนาดในจวนยังมีแค่ท่านจิ้นตงรู้แค่คนเดียวด้วยซ้ำ แล้วเื่อาวุธที่นางทำจากธาตุสี่สายล่ะทำไงดี นางคงไม่อาจเอามาใช้เล่นๆเสียแล้ว
"ขอบใจท่านมากที่เตือนข้า ข้ายังเยาว์วัยนักไม่รู้เื่แบบนี้เลย"
"เ้ารู้ไว้ก็ดีแล้ว คงต้องระวังตัวให้มากขึ้น"ฮวาหลินพยักหน้า แล้วมองดาบสองเล่มนี้ควรทำไงดี ไม่ขายดีไหม
"เื่ดาบไม่ต้องห่วงหรอก หากเ้าอยากขาย เพราะข้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลของเ้าให้ "ฮวาหลินพลอยคลายความกังวล
"ขอบใจท่านมาก ที่ช่วยข้าขนาดนี้ ไว้ข้าจะให้คนเอาดาบแบบนี้มาให้ท่านโดยพิเศษไม่คิดสินใดๆเพื่อตอบแทนที่ท่านช่วยเหลือข้า"เยี่ยหยูตาโตนางก็อยากได้แหละแต่ให้แบบนี้มันจะดีหรือนางไม่ได้ช่วยอะไรเด็กน้อยคนนี้เลยนะ
"จะดีหรอข้าไม่ได้ช่วยอะไรเ้ามากมายเลยนะถึงกับให้ดาบล้ำค่าขนาดนี้ข้ารับไม่ได้หรอก"
"ท่านก็เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของข้าคนหนึ่ง ท่านรับไว้เถิด ข้ามีมากมาย ข้ายังทำออกมาให้เหล่าทุกคนในจวนใช้กันเลย "เยี่ยหยูกุมขมับมีที่ไหนให้ทาสของตนเองพกอาวุธล้ำค่าขนาดนี้
"ก็ได้ๆ ขอบใจเ้ามาก นี่ก็ได้เวลาที่จะเปิดงานประมูลแล้วเ้ารีบไปที่นัั่งของเ้าเถิดข้าจัดเตรียมไว้ให้อย่างดีแล้วส่วนเื่ดาบไว้เ้าดูราคามันที่ข้าตั้งไว้ที่งานประมูลล่ะกัน"เยี่ยหยูยิ้มเอ็นดูฮวาหลินมากขึ้น
"งั้นไว้เจอกันอีกทีนะเ้าค่ะ"ฮวาหลินโค้งกายลงแล้วเดินออกไปด้านนอกที่มีเหล่าคนติดตามรออยู่แล้วยังมีเว่ยกู่รอเช่นกัน
"คุณหนูเชิญด้านนี้ขอรับ"เว่ยกู่เดินนำไปด้านในพร้อมกับเลี้ยวโค้งไปที่บรรไดที่เหมือนจะเป็ทางลัดไปใต้ดินที่โรงประมูลเพราะเป็บรรไดที่วนลงเป็เกรียวเล็กๆ เหมือนเป็ทางที่ไม่มีใครรู้ว่ามี เพราะจากการที่พื้นบรรไดในการเหยียบลงไป มันไม่มีรอยของเท้าคนมากมาย มีแต่รอยเท้าเดิมๆถ้าไม่ใช่คนที่สำคัญของหอนกพิราบก็ไม่มีใครทราบของการมีอยู่ของบรรไดนี้ งั้นพี่เว่ยกู่ก็คงจะมีตำแหน่งที่ดีไม่น้อย ทั้ง5คนเดินลงมาถึงห้องหนึ่งเว่ยกู่ก็เปิดเข้าไปเป็โถงกว้างมืดมิดแต่ก็มีไฟที่จุดตามทางให้แสงสว่างให้มองเห็นอยู่ เดินไปไม่นานก็เจอประตูเหล็กหนาเว่ยกู่จึงเคลื่อนหินบางอย่างคล้ายกับที่ฮวาหลินสร้างห้องลับที่ประชุมเมื่อไม่นานมานี้เลย ฮวาหลินสำรวจไปทุกมุม อย่างสนใจเพราะตลอดระยะทางมีแต่รูปวาดที่คล้ายรูปภาพทางเดินที่ไปห้องของ่ทายเี่ยหยูมาก เหมือนเป็เื่ราวของคนในอดีต เป็หมู่บ้านที่อยู่กลางใจป่าใหญ่ที่เขียวชอุ่ม นางมองยังไม่หมดจนภาพสุดท้ายที่นางเหลือบไปนิดหน่อยแต่ก็ยังไม่ชัดเต็มตาได้ เสียงพี่เว่ยกู่ก็เอ่อยขึ้นเรียกนางไปเสียก่อน นางจึงละสาบตาไป
"ถึงแล้วขอรับเดินออกปประตูนี้ไปท่านจะเจอโรงประมูลของเราทันที ซึ่งที่นั่งของท่าน อยู่หมายเลข1ชั้นสามขอรับ"
เว่ยกู่พูดเสร็จก็โค้งให้นางก็เดินกลับไปทางเดิมทันที นางก็ไม่ได้ว่าอะไร ฮวาหลินเดินไปตามที่เว่ยกุ่บอกพอเดินเข้าใกล้ที่หมายเรื่อยๆก็เหมือนได้ยินเสียงคนพูดกันราวๆลายร้ายชีวิตได้ พอนางออกจากทางเดินนั้นมาก็เป็แยกที่ลงไปด้านล่างกับขึ้นไปชั้นบนที่มีถึงสามชั้นซึ่งตอนนี้นางอยู่ชั้น2ซึ่งที่นั่งของนางอยู่ชั้น3 ฮวาหลินเดินขึ้นไปตามบรรไดก็เจอที่นั่งของตนเองที่ว่างไว้อยู่ซึ่งชั้นสามมีที่นั่งทั้งหมดในนี้สี่ที่นั่งใหญ่ๆ นางมองไปทั้งสามที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็เจอสายตาที่มองมาทางตนเองอยู่เช่นกัน คนแรกที่นั่งหมายเลขสี่ คือผู้หญิงที่รูปร่างงดงามมากๆ รุ่นราวคราวเดียวกับนางมั้ง ตาสีดำสนิทนั้นยิ่งมองยิ่งน่าค้นหา สายตานิ่งราวกับน้ำแข็งมีคนรับใช้ติดตัวมาสามคนเช่นนางแต่เป็หญิงล้วน ซึ่งคนติดตามของนางผู้นั้นก็ส่งสายตาจิดกัดมาให้ฮวาหลินที่มองนายของมันอย่างเสียมารยาท ส่วนคนที่นั่งหมายเลขสามเป็ชายชราดูท่าทางองอาจ เหมือนเขาเป็หนึ่งในขุนนางของวังหลวงหากนางคิดไม่ผิดเพราะการแต่งกายช่างแตกต่างจากคนอื่นมากมันดูเหมือนอวดภูมิฐานของตนเอง มีเหล่าบริวารเรียงรายราว6-7คน ช่างเอามามากมายเสียจริงจนรกตา ชายชราที่จ้องนางไม่วางตาเช่นกันก็ชะงักแล้วขมวดคิ้ว ส่วนที่นั่งหมายเลขสองที่ติดกับที่นั่งของฮวาหลินเป็ชายที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับนางเช่นกัน เขาไม่ได้มองนางเลยด้วยซ้ำ ใบหน้าที่นิ่งราวน้ำแข็งอย่างหญิงที่นางมองคนแรกนั้นอีก ร่างกายที่สูงผิวสีเข้มละเอียดแต่ก็งใบหน้าที่หล่อเหลาตาที่คมนั้นหลับตาลงเพื่อไม่อยากมองสิ่งต่างๆให้รำคาญใจ และชุดบุรุษที่ดูเหมือนคนในตระกูลที่มีระดับเช่นกัน มีบริวารรับใช้ผู้ชายแค่2คน แต่คนที่ติดตามเขานั่งนิ่งราวกับรูปปั้น เ้านายเป็ยังไงลูกน้องก็ราวพิมพ์เดียวกัน หากเอาตงเก่อข่ายอี้ไปรวมกับกลุ่มชายผู้นั้นด้วยช่างเหมือนกันไม่น้อยในความนิ่งนี้ ใบหน้าที่แทบไม่ยิ้มของพวกเขา นางยังคิดเลยว่าขนาดนางนั้นผู้ที่ี้เียิ้มยังยิ้มตามมารยาท เเต่สำหรับชายที่นางกล่าวมานี้เคยมีวันไหนที่ยิ้มบ้างไหม ฮวาหลินมองเสร็จก็เดินไปที่นั่งของตนเองที่ทุกคนในนี้ดูจะใกับฐานะของนางไม่น้อยที่ขนาดหอนกพิราบขาวโด่งดังให้เกียรติ์นางถึงหมายเลขหนึ่ง ชายชราที่มองอยู่ก็รู้สึกขัดใจเขาเป็ถึงขุนนางในวังหลวงเหตุใดถึงไม่ได้อยู่หมายเลขหนึ่ง
"เด็กน้อย เ้ามาผิดที่หรือเปล่า ที่นี้คือชั้นของคนที่มีระดับ เด็กน้อยเช่นเ้าหาริอาจมาข้างบนช่างเสียมารยาท"ฮวาหลินที่นั่งลงไปได้ไม่นานก็มีเสียงชายแก่! ผู้ที่มีนิสัยไม่ยอมคนนางดูออกั้แ่แรกแล้ว ฮวาหลินปรายตาไปมองแปบหนึ่งก็จ้องลงไปด้านล่างโดยไม่สนใจเขา
"เ้า!!ริอาจเฉยต่อวาจาของข้า เ้ารู้หรือไม่ข้าเป็ผู้ใด"ฮวาหลินถอนหายใจ อีกแล้วพวกที่เขายศเอาตำแหน่งมาขู่ช่างไร้สาระสิ้นดี
"ตัวท่านไม่รู้ใยข้าถึงจะรู้"เสียงเล็กกล่าวออกไปอย่างเอือมระอาปนรำคาญทำให้สองคนที่นิ่งเงียบไม่สนใจผู้ใดมานานก็เสตามองมาเล็กน้อยอย่างสนใจ ไม่คิดว่าเด็กน้อยที่อายุราวเดียวกันกับพวกเขาจะต่อปากกับขุนนางผู้นั้นได้เจ็บแสบ
"จะ.....เ้า!! ช่างบังอาจนัก เ้ามาจากตระกูลใด ที่พูดจาเสียมารยาทต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในนี้ได้"ชายชราที่หน้าแดงขึ้นเพราะความโกรธหากลมออกหูได้คงได้ออกราวดั่งพายุ เขากำหมัดสั่นราวกับโดนต้องของต้องห้ามของเขาเข้าให้ ไม่เคยมีผู้ใดกล้ากับเขามากเพียงนี้ มีแต่ก้มหัวให้เขา มันเป็ผู้ใดกัน เขาสั่งคนไปหาข้อมูลของตระกูลนางมา เพื่อสั่งสอนตอนจบการประมูล อย่างเคียดแค้นที่นางหักหน้าเขาต่อสายตาตระกูลอื่นเช่นนี้
"ท่านไม่ใช่ผู้ใหญ่ส่วนใดของข้าเหตุใดข้าต้องมีมารยาทด้วยไม่ทราบ"ชายชรากำหมัดแน่นลงไปอีกเขาชี้หน้ามาทางนางทันทีด้วยความโกรธที่พุ่งราวกับหยุดไม่ได้
"เ้า!!ฝากไว้ก่อนเถิดเสร็จการประมูลเมื่อไหร่ข้าจะจัดการเ้าทันที ยัยเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเ้าได้ตายดีแน่"ฮวาหลินไม่สนใจคำพูดนั้นเพราะเขาหาได้ให้นางสนใจไม่ แม้คนที่ติดตามนางจะโมโหพร้อมจะลุกไปสังหารชายแก่นั้นอย่างเต็มทนโดยเฉพาะตงฟางที่นางส่ายหน้าไม่ให้เขาวู่วาม หอนอกพิราบมีกฎห้ามทะเลาะกันเด็ดขาดไม่งั้นจะถูกปรับเงินมากกว่า10เท่า และนางก็ไม่ได้อยากมีเื่กับหมาที่เห่าอย่างไม่รู้ชะตาชีวิตตนเองว่าเล่นกับใคร แม้นางไม่สนใจก็มีตงเก่อที่นิ่งแต่ตาจ้องชายแก่ไม่วางตานี่แหละพร้อมอจะลุกไปเชือดคอเหี่ยวนั้นไก้ทุกเมื่อหากมันกล้ามาใกล้นายหญงิของมัน ฮวาหลินหารับรู้ได้ว่ามีสายตาสองคู่มองมาที่นางไปๆมาๆอย่างสนใจแต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่พวกเขาสองคนคิดเหมือนกันเพราะเหมือนพวกเขาเจอเพื่อนถูกชะตาเข้าให้ พวกเขาก็ไม่ชอบตาแก่นั้นเช่นกันเพราะั้แ่เดินเข้ามาชั้นนี้ก็โดนปากเน่าๆนั้นกล่าวเช่นนี้เหมือนกัน แต่พวกเขาไม่อยากต่อปากต่อคำเพราะอย่างน้อยก็เกรงใจในฐานะขุนนางนั้น แต่พอมาเจอเด็กสาวที่รุ่นราวคราวเดียวกันกล่าวตอบวาจาตาแก่นั้นทำให้พวกเขาสะใจไม่น้อย ชายหนุ่มที่นั่งหมายเลขสองยกมุมปากอย่างถูกใจ ก่อนจะหลับตาลงกอดอกรอเวลาเช่นเดิม