เฝ้ารักจันทร์เสี้ยว

    ตอนพิเศษที่ 2 สวีเจียฉี

    ตอนพิเศษที่ 2 สวีเจียฉี

     

                   “คนไข้มีอาการดีขึ้นมาหลังจากนี้ก็สามารถกายภาพที่บ้านเองได้แล้ว แต่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอห้ามขาดแล้วก็อย่าฝืนตัวเองมากนะครับ” คุณหมอตรงหน้ากล่าวกับคนไข้สาวด้วยรอยยิ้ม ด้วยเธอผู้ป่วยที่เคยนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราจนถึงเมื่อสองเดือนก่อนจึงต้องกายภาพร่างกายให้สามารถใช้งานได้ปกติอย่างสม่ำเสมอ

     

                   โชคดีเหลือเกินที่เธอเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและยังมีจ้าวจือถง คุณชายใหญ่ตระกูลจ้าวช่วยเป็นธุระในการรักษาทั้งหมด

     

                   “ขอบคุณคุณหมอ”หญิงสาวพูดกับคุณหมอตรงหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะรับเอกสารเพื่อไปรับยาและปรึกษากับหมอกายภาพเพื่อวางแผนการกายภาพที่บ้านต่อไป

     

                   เห้อ...

     

                   กว่าสองเดือนแล้วที่เธอตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตของสวีเจียฉีและเป็นสองเดือนที่เธอไม่เจอผู้ชายคนนั้นอีกเลยจะมีก็แค่จ้าวจือถงและเฉินหนิงฟางที่มักจะติดต่อมาถามไถ่ความเป็นอยู่เท่านั้น

     

                   การที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของสวีเจยฉีเป็นการลงโทษที่โหดร้ายที่สุดเธอเข้าใจแล้วว่าการที่เธอส่งสวีเจียฉีไปยังยุคที่ไม่คุ้นเคยมันคงจะลำบากเช่นนี้เหมือนกัน

     

                   Rrrr

     

                   เสียงเครื่องมือสื่อสารที่เรื่องว่าโทรศัพท์ดังขึ้นมือบางที่ตอนนี้อยู่หน้าโรงพยาบาลหยิบขึ้นมาดู เป็นเบอร์ของจ้าวจือถงโทรมาหา จึงตัดสินใจรับอย่างไม่ลังเล

     

                   “สวัสดีค่ะ”เสียงหวานขานรับ

     

                   [อาจารย์สวีครัย ไม่ทราบว่ามันเสาร์นี้ว่างหรือเปล่าครับพอดีผมได้บัตรคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิคมาสี่ใบเลยอยากชวนไปด้วยกัน] จ้าวจือถงเป็นคนที่มักจะชวนเธอไปร่วมงานดนตรีที่นั่นที่นี่หลายครั้งตั้งแต่เธอยังนั่งบนรถเข็นจนตอนนี้เธอเดินเองได้แล้วก็

     

                   “ได้สิคะ”

     

                   [ดีเลยครับ ไว้ผมจะให้คนไปรับส่วนเวลานัดเดี๋ยวผมส่งให้นะครับ]

     

                   “ขอบคุณค่ะ”

     

                   หลังจากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันต่อสองสามประโยคก่อนที่จะวางสายไปหญิงสาวจึงเดินทางกลับบ้านตัวเองด้วยรถสาธารณะที่เรียกว่าแท็กซี่

     

     

    ... ... ...

     

     

                   ผ่านไปไม่นานก็ถึงวันนัดหมายชุดราตรีสวยถูกส่งมาจากจ้าวจือถงโดยเฉินหนิงฟางเป็นคนเลือกให้กับมือและโทรมากำชับให้เธอแต่งตัวด้วยชุดนี้เท่านั้น

     

                   แม้จะรู้สึกว่ามันหรูหราและเปิดเนื้อหนังมากไปหน่อยแต่ก็ยอมที่จะสวมใส่มัน

     

                   Rrrrr

     

                   เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์ไม่ระบุชื่อแต่ด้วยหน้าที่การงาน เธอจึงรับสายนั้นอย่างไม่ได้คิดอะไร

     

                   [จือถงให้ผมมารับ ผมอยู่ข้างล่างแล้วครับ] เสียงที่ดูคุ้นเคยทั้งที่ไม่เคยคุยกันอยู่ปลายสายทำให้คนรับโทรศัพท์นิ่งไปหน่อย [คุณสวีครับ?]

     

                   “ค...ค่ะ จะลงไปเดี๋ยวนี้” เสียงหวานสะดุ้งเธอรีบดึงสายชาร์จโทรศัพท์พร้อมกับยัดใส่กระเป๋าใบเล็กที่เตรียมเอาไว้แล้วก่อนจะใส่ส้นสูงส้นเข็มแล้วลงลิฟท์เพื่อไปเจอกับคนที่มารับ

     

                   ส่วนทางด้านคนที่รออยู่เขาก็ไม่ได้รอเฉยๆ ร่างสูงผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน ผมสั้นตามทรงนิยมทั่วๆรวมกับเครื่องหน้าของเขาดูแล้วโดดเด่นไม่น้อย วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทสีดำหากแต่เสื้อเชิ้ตข้างในเป็นแบบเผยแผ่นอกแฝงไปด้วยความเซ็กซี่ในมือกำลังถือบุหรี่ที่สูบรอใครบางคน

     

                   ไม่นานหลังจากโทรศัพท์ไปตามหน้าคอนโดที่มีความเป็นส่วนตัวก็ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเดรสีดำเข้ากันกับสูทและเสื้อของตนเองเป็นเดรสเกาะอกเผยผิวขาวเนียวตั้งแต่เนินขึ้นมาผมที่ยาวขึ้นมากถูกปล่อยไล้ไปตามร่างกาย และใบหน้าสวยที่แต่งเติมไม่ได้มากมายนัก

     

                   แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่คนมองก็อดตะลึงไม่ได้ไม่ต่างจากหญิงสาวที่แอบสะดุ้งเมื่อเห็นใครบางคนรออยู่เช่นกัน

     

                   “คุณสวีผมจ้าวฮุ่ยหมิง ยินดีที่ได้พบครับ”เสียงเข้มเอ่ยแนะนำตัวพลางยกมือขึ้นไปหมายจะจับตามมารยาทแต่ก็ลืมไปว่าตนเองสูบบุหรี่อยู่

     

                   “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณชายรองจ้าว” เสียงหวานไม่ได้ถือโทษ ใบหน้าสวยมองช้อนขึ้นมายิ้มมุมปากการที่เธอสามารถโต้ตอบแบบนี้ดีกว่าตอนที่เธอเอาแต่นอนซมบนเตียงเป็นไหนๆ

     

                   “งั้นไปกันเลยนะครับเราต้องไปกันอีกหลายที่” ชายหนุ่มพูดจบก็ดับบุหรี่ในที่ที่เตรียมไว้ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถให้หญิงสาวตามมารยาทคนตัวเล็กกว่าเองก็เข้าไปในรถโดยมีชายหนุ่มใช้มือรองไม่ให้หัวของเธอชนกับขอบประตูรถ

     

                   หลังจากที่รับหญิงสาวชายหนุ่มก็ตรงไปที่สถานที่หนึ่ง นั่นก็คือร้านทำผมเจ้าประจำของจ้าวจือถงโดยทั้งสองคนได้นัดคิวมาแล้วเรียบร้อย จึงไม่ต้องรอนาน

     

                   “คุณชายรองจ้าวแฟนหรอคะ สวยมากเลยค่ะ”เจ้าของร้านที่ดูเด็กกว่าหญิงสาวเล็กน้อยแซวพลางหัวเราะคิกคักแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปฏิเสธเพียงแต่มองดุๆ เท่านั้น

     

                   “เชิญทางนี้ค่ะคุณผู้หญิง”หญิงสาวพนักงานผายมือเชิญร่างเล็กไปยังห้องส่วนตัว

     

                   สวีเจียฉีนั่งหลังตรงใบหน้าตรงและสงบนิ่งราวกับคุณหนูที่ถูกฝึกฝนมารยาทมาตั้งแต่เด็ก ทั้งใบหน้าหลังและไหล่ต่างก็อยู่ในตำแหน่งที่พอดีเป็นตำแหน่งการวางร่างกายที่หญิงสาวหลายคนฝึกฝนจนเลือดตาแทบกระเด็น

     

                   ร่างเล็กนั่งนิ่งๆให้คุณช่างได้แต่งหน้าทำผมให้เธอ มีการตอบโต้พูดคุยกันบ้างเล็กน้อยจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงก็เสร็จ

     

                   ใบหน้าสวยถูกแต่งเติมให้สวยด้วยเครื่องสำอางมากมายแต่ก็ดูไม่ได้เยอะเมื่อมาอยู่บนใบหน้า ส่วนผมก็รวบเก็บทั้งหมดเปิดเผยคอระหงส์และไหล่ตั้งฉาก

     

                   “สวยมากค่ะคุณชายรองนี่ตาถึงจริงๆ” คุณช่างแต่งหน้าชื่นชมผลงานตัวเองก่อนจะหันไปเรียกพนักงานให้พาคุณชายรองเข้ามาในห้อง

     

                   วันนี้ชายหนุ่มทำหน้าตื่นตะลึงไปแล้วสองครั้งรวมครั้งนี้หญิงสาวเองก็เห็นความเปลี่ยนแปลง ชายหนุ่มได้ทำผมและแต่งหน้าบางๆเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

     

                   “ยืนข้างกันหน่อยได้ไหมคะจะถ่ายรูปลงเวยปั๋วของร้าน” เจ้าของร้านที่ดูเหมือนจะสนิทกับจ้าวอู่ยหมิงสั่งแม้ชายหนุ่มจะหรี่ตามองแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาเดินไปยืนข้างๆ ร่างเล็ก

     

                   “โอบเอวหน่อยได้ไหมใกล้ๆ กัน แบบนั้นแหละ” เมื่อช่างภาพสั่ง แบบทั้งสองก็ต้องทำตามมือหนาอบอุ่นวางบนเอวคอดเบาๆ

     

                   “เสร็จหรือยัง”ชายหนุ่มถาม

     

                   “เสร็จแล้วๆ”เจ้าของร้านพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่คิดเลยนะว่าไอ้คนที่เอาแต่ออกไปทำงานอย่างเดียวจะควงสาวสวยขนาดนี้มา ไปหลอกมาได้ไงนะ”

     

                   “อิจฉาหรอ”

     

                   “ฉันไปก่อนเดี่ยวไปสายจือถงของเธอจะด่าฉันให้”ชายหนุ่มกล่าวลาด้วยน้ำเสียงและคำพูดที่สนิทสนม ก่อนที่จะถือวิสาสะจับมือของเธอเดินออกมาจากร้าน

     

                   “เอ่อ”พอพ้นจากร้านนั้นแล้วหญิงสาวก็เหมือนจะขัดเขินเล็กน้อย จนชายหนุ่มรู้สึกตัว

     

                   “ขอโทษครับผมลืมตัว เอ่อ คุณคงไม่อึดอัดใช่ไหม ที่เด็กนั่นพูดแบบนั้น” ชายหนุ่มค่อยๆปล่อยมือบางออก พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด

     

                   “ไม่หรอกค่ะน่ารักดี”

     

                   “นั่นน่ะน้องสาวของเฉินหนิงฟาง” ชายหนุ่มพูดจบหญิงสาวก็พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบยังไง

     

                   “ว่าแต่คุณสวีชอบมองผมเศร้าๆ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

     

                   “ปะเปล่าค่ะ เราไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวรถจะเยอะ” เสียงหวานพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับเดินหลบไปขึ้นรถไม่รอให้อีกคนหนึ่งรู้ตัวว่าเธอเปลี่ยนเรื่อง

     

                   ที่เธอเศร้าเพราะใบหน้าของเขาทำให้เธอนึกถึงแม่ทัพในอดีตผู้นั้นที่ถูกฆ่าตายและไม่ได้เจอกันอีก บุรุษเพียงผู้เดียวที่เธอรักทั้งหมดใจและจะรักทุกภพทุกชาติ

     

                   ถึงจะพูดไปเขาก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดี

     

    #####

    คล้ายกับเรื่องเฝ้ารักจันทร์เสี้ยว ที่คุณอ่าน