รุ่งอรุณเริ่มงานตะวันลับฟ้าพักผ่อน
ายามเย็นที่ปะทุขึ้นมานั้นสั่นะเืหุบเขาแห่งนี้ไปทั่วทั้งผืนดินแม้กระทั่งยามนี้ก็ยังไม่สามารถเรียกว่าสงบลงได้อย่างแท้จริง
ไกลออกไปยังคงได้กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งชื้นแฉะ
ทว่าในยามนี้อวี๋จื่ออวี๋กลับรู้สึกถึงความคาดหวังที่หาได้ยากยิ่ง
ใช่แล้วความคาดหวัง
เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแผงสถานะของเขาในตอนนี้ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
[เผ่าพันธุ์: วิลโลว์กลายพันธุ์
ฉายา:ปีศาจต้นไม้
อายุขัย:0.4/200ปี
แต้มวิวัฒนาการ:149แต้ม (วิธีได้รับ: 1. รับแสงอาทิตย์ดูดซับพลังงานลึกลับเพื่อนำมากลั่นกรอง 2. ่ชิงจากสัตว์หรือพืชชนิดอื่นเพื่อสกัดออกมา)
ระดับ:ขั้นหนึ่ง (ระดับชีวิตที่ผ่านการวิวัฒนาการเพื่อยกระดับสู่การเป็สิ่งมีชีวิตอันแข็งแกร่ง)
พร์ประจำตัว:ฟื้นฟูขั้นสุดยอด – พร์อันน่าสะพรึงกลัวเฉพาะของพืชสามารถเร่งความเร็วในการฟื้นฟูได้มหาศาลแม้ส่วนที่เปราะบางอย่างกิ่งก้านได้รับความเสียหายพืชก็สามารถอาศัยพลังที่พลุ่งพล่านภายในฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ได้ในพริบตา(สามารถวิวัฒนาการได้)
ความสามารถพิเศษ:กิ่งก้านกลายพันธุ์ (ห้าสิบ) – ราวกับแขนที่ควบคุมได้ดั่งใจตวัดฟาดได้รวดเร็วดุจสายลม (สามารถวิวัฒนาการได้)
รากไม้กลายพันธุ์(เก้า) – รากไม้ที่น่าสะพรึงกลัวราวกับงูั์สีดำ สามารถบีบรัดสังหารทุกสิ่งได้(สามารถวิวัฒนาการได้)
น้ำบำรุงชีวิต– น้ำหล่อเลี้ยงิญญาที่กลั่นกรองขึ้นภายในร่างกายสามารถเร่งความเร็วในการวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์ และยังสามารถรักษาาแได้(อย่างไรก็ตาม ใช้มากเกินไปจะส่งผลเสียเพราะการใช้มากเกินไปจะทำให้รากฐานของตนเองลดลง)]
เมื่อเทียบกับ่แรกเริ่มแผงสถานะของเขาสมบูรณ์ขึ้นมากอย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้นแต้มวิวัฒนาการของเขาก็พุ่งสูงถึง 150 แต้ม!
แต้มวิวัฒนาการจำนวนมหาศาลเช่นนี้เพียงพอที่จะยกระดับความแข็งแกร่งของเขาขึ้นไปอีกขั้น
ทว่านั่นก็ยังไม่สำคัญเท่าใดนัก
เื่ที่สำคัญอย่างแท้จริงคือเขาได้ค้นพบความน่ารื่นรมย์อย่างไม่น่าเชื่อบนแผงสถานะของเขา
เขาสามารถเลือกทิศทางการวิวัฒนาการของความสามารถเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพของตนเองได้
อย่างเช่นม่านหมอกหนาทึบ (เปิดใช้งานได้) – กระตุ้นร่างหลักให้แผ่หมอกหนาออกมาสามารถปกคลุมบริเวณโดยรอบรัศมีหลายกิโลเมตร หรือแม้กระทั่งหลายสิบกิโลเมตรเพื่ออำพรางตน
สร้างภาพหลอน(เปิดใช้งานได้) – สามารถเปลี่ยนม่านหมอกหรือกิ่งก้านให้มีฤทธิ์หลอนประสาทซึ่งช่วยลวงการรับรู้ของสัตว์และมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง
ทั้งสองความสามารถนี้เป็ความสามารถที่ยอดเยี่ยม
และยังเป็สองความสามารถที่อวี๋จื่ออวี๋หมายปองในทันที
หากไม่มีเื่ไม่คาดฝันสองความสามารถนี้จะเป็รากฐานสำคัญในการพัฒนา ของเขาในอนาคต
แน่นอนว่าตอนนี้เื่ที่สำคัญที่สุดคือการเปิดใช้งานความสามารถทั้งสองนี้
“ติ๊ง! แน่ใจหรือไม่ว่าจะใช้แต้มวิวัฒนาการ 20 แต้มเพื่อเปิดใช้งานความสามารถม่านหมอกหนาทึบและสร้างภาพหลอน”
เมื่อได้ยินเสียงระบบอันเยือกเย็นอวี๋จื่ออวี๋ก็พยักหน้าพร้อมยืนยันว่า
“ใช่”
ทันทีที่สิ้นเสียงของเขาร่างหลักของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรงพลังงานอุ่นร้อนสายหนึ่งไหลเวียนไปทั่วร่างกายจากนั้นข้อมูลที่มองไม่เห็นก็ผุดขึ้นในใจ
“อย่างนี้เองเหรอ?”
ราวกับเข้าใจอะไรบางอย่างอวี๋จื่ออวี๋จึงลองกระตุ้นกิ่งและใบ
“ซ่า ซ่า...”
พร้อมกับเสียงเสียดสีของใบไม้จำนวนหลายพันเมฆหมอกบางเบาค่อยๆ ลอยขึ้นมา
เมฆหมอกนั้นไม่ได้มีมากมายนักทว่ามันดูราวกับไอหมอกมงคลแห่งขุนเขา หรือผ้าคลุมโปร่งบางอันน่าอัศจรรย์พวกมันค่อยๆ เคลื่อนปกคลุมร่างหลักของอวี๋จื่ออวี๋
และในจังหวะนั้นเองอวี๋จื่ออวี๋ก็เปิดใช้งานความสามารถอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ“สร้างภาพหลอน”
สร้างภาพหลอน– สามารถเปลี่ยนม่านหมอกหรือกิ่งก้านให้มีฤทธิ์หลอนประสาทช่วยลวงการรับรู้ของสัตว์และมนุษย์ได้ในระดับหนึ่ง
ความสามารถในการสร้างภาพหลอนเช่นนี้ไม่ได้หาได้ยาก
พืชหลายชนิดต่างก็มีความสามารถนี้สามารถหลั่งสารพิเศษเพื่อกระตุ้นระบบประสาท
เพียงแต่อวี๋จื่ออวี๋ไม่คาดคิดว่าเขาจะสามารถสร้างภาพหลอนให้กับผู้อื่นได้ขณะอยู่ในรูปลักษณ์ต้นหลิว
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มบางๆแล้วก็เก็บซ่อนออร่าของตนเองไว้ พร้อมกับเฝ้าสังเกตการณ์อย่างเงียบเชียบ
“แกว๊ก...”
เสียงกรีดร้องแหลมคมดังก้องเหยี่ยวเพเรกรินตัวหนึ่งที่กำลังกินอาหารอยู่ไม่ไกลกับจิ้งจอกแดงราวกับค้นพบอะไรบางอย่าง มันกระพือปีกอย่างกระวนกระวายจากนั้นร่างทั้งร่างก็ลอยขึ้น ดวงตาฉายแววความสงสัยออกมาอย่างลึกซึ้ง
ไม่เพียงแค่ตัวมันเท่านั้นเหยี่ยวเพเรกรินตัวอื่นๆ รวมถึงจิ้งจอกแดงก็ด้วยพวกมันเหมือนรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง แล้วค่อยๆ หยุดกินอาหารลง
สายตาของมันกวาดมองไปรอบทิศทางภายในดวงตาเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจ
ใช่แล้วความกระวนกระวายใจ
หายไปแล้ว
‘เ้านาย’ ของพวกมันหายไปแล้ว
“ตุบ ตุบ ตุบ...”
จิ้งจอกแดงเดินอย่างช้าๆไปบนพื้นดิน ดูเหมือนจะระมัดระวังอยู่บ้าง แต่เพียงชั่วครู่ดวงตาที่งดงามของมันก็ลุกโชนด้วยแสงสีแดง
จากนั้นมันก็ส่งเสียงร้องคำรามอย่างดีใจ และร่างทั้งร่างก็กระโจนขึ้นไป
“ยอดเยี่ยมไปเลย ไม่นึกเลยว่าแกจะมองทะลวงผ่านหมอกของฉันได้”
อวี๋จื่ออวี๋ยิ้มพร้อมกันนั้นก็โบกกิ่งก้านปัดป้องการกระโจนของจิ้งจอกแดงและยังคลายความสามารถสร้างภาพหลอนไปพร้อมกัน
ครู่ต่อมา
“แกว๊ก แกว๊ก แกว๊ก...”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแห่งความยินดีเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดตัวบินถลาเข้ามาทีละตัว
.......
หลังจากนั้นไม่นานเสียงครวญครางแ่เบาก็ดึงดูดความสนใจของอวี๋จื่ออวี๋
เมื่อจ้องมองขึ้นไปผู้หญิงสองคนที่กิ่งก้านของเขาพันไว้ หนึ่งในนั้นเหมือนกำลังจะฟื้นคืนสติคิ้วที่ขมวดเข้าหากันค่อยๆ คลายออก
“กำลังจะตื่นแล้วใช่ไหม?”
ความคาดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอวี๋จื่ออวี๋รู้ว่าถึงเวลาจัดการเื่นี้อย่างจริงจังแล้ว
ทว่าก่อนหน้านี้ เขาน่าจะทำอะไรบางอย่างได้
เช่น...
เพียงเขานึกคิดในใจหมอกหนาก็ลอยขึ้น และค่อยๆ ปกคลุมร่างของหญิงสาว
เมื่อเปิดใช้งานความสามารถสร้างภาพหลอนจำเป็ต้องมีสื่อกลางและหมอกหนาก็เป็สื่อกลางที่ยอดเยี่ยม
และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงคือความสามารถในการสร้างหมอกหนาของเขาจะกลายเป็สัญชาตญาณ คล้ายกับการสังเคราะห์แสงและจะพ่นหมอกหนาออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้หมอกหนาของเขาจะปกคลุมหุบเขาและเทือกเขาโดยรอบด้วยความเร็วอันน่าใ
เพราะงั้น...เขาจึงวางแผนที่จะเสริมสร้างความสามารถ 'หมอกหนา'และ 'สร้างภาพหลอน' อีกครั้งเพื่อสร้างเขตหวงห้ามแห่งแรกในโลกนี้อย่างแท้จริง นั่นก็คือ “หุบเขาหมอก”
เมื่อเข้าสู่ยุคเหนือธรรมชาติแล้วเขตหวงห้ามย่อมเป็สิ่งที่ไม่ควรขาดหายไป
คนเป็มิอาจย่างกรายคนตายมิอาจหลงเหลือ
กลายเป็เขตหวงห้ามสำหรับมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งมวล
และนี่คือความทะเยอทะยานที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจของอวี๋จื่ออวี๋
หากไม่สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติก็อย่ามารบกวนชีวิตกันและกัน
หากแม้แต่เงื่อนไขเล็กน้อยนี้ยังไม่สามารถปฏิบัติตามอวี๋จื่ออวี๋ก็ไม่กลัวที่จะนำทัพสัตว์อสูรออกรบอย่างแท้จริงเพื่อ่ชิงพื้นที่ยืนหยัด
แน่นอนว่าการเลือกทั้งหมดนี้ของเขาขึ้นอยู่กับมนุษย์
เื่ที่ว่ามนุษย์จะผงาดขึ้นมาในยุคเหนือธรรมชาติได้หรือไม่?
ต้องขออภัยในฐานะเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาอย่างแท้จริง อวี๋จื่ออวี๋เชื่อว่าแม้ 'พลังิญญา' จะชื่นชอบพืชและสัตว์แต่ถึงอย่างนั้นมนุษย์ก็ยังผงาดขึ้นมาได้อยู่ดี
สติปัญญาคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดอย่างแท้จริง!
ยิ่งกว่านั้นอาวุธเทคโนโลยีระดับสูงของเผ่าพันธุ์นี้น่าสะพรึงกลัวเกินไปเว้นเสียแต่ว่าจะมีผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงปรากฏขึ้นมาและสามารถเผชิญหน้ากับอาวุธล้ำสมัยของมนุษย์ได้ไม่เช่นนั้น แม้พวกเขาจะก้าวเข้าสู่ยุคเหนือธรรมชาติแล้วตำแหน่งผู้ครองโลกก็ยังคงเป็ของ ‘มนุษย์’ เช่นเดิมไม่สั่นคลอน