“พี่! ทำไมถ่ายเอ็มวีไม่บอกฉันเลยล่ะ รู้มั้ยว่างอลแล้ว!” คิม ยูอิน ที่อยู่ในคอนโดย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯลฯ รู้สึกไม่พอใจที่เห็นดิวไปถ่ายเอ็มวีโดยไม่ชวนเธอ
“โวยวายอะไรอยู่ได้ หูย!” ใหม่ที่กำลังตัดต่อวีดีโอลงช่อง หันไปมองยูอินอย่างหงุดหงิด
“จะอะไรซะอีกเล่า ก็พี่น่ะซิ ดันไปถ่ายเอ็มวีซะได้ แถมยังไม่ชวนฉันไปร่วมเฟรม แบบนี้แกจะให้ฉันทำไง?” ยูอินพูดเหมือนกับว่า เธอเป็นคนสำคัญของดิว ซึ่งในความจริงแล้วพวกเขาแค่รู้จักกันเพียงผิวเผินเท่านั้น
“เอาแกเข้าฉาก? ฮาๆ ทำไมต้องเอาเข้าวะ ดูตัวของแกสิ เขาคงอยากเห็นหมูในเอ็มวีหรอกมั้ง” ใหม่อดหัวเราะเยาะไม่ได้นี่เพื่อนของเขาคนนี้ไปกินดีหมีมาหรือไงถึงได้งี่เง่าขนาดนี้ ดูรูปร่างของเธอสิ น่าตลกไม่ต่างจากหมั่นโถวลูกใหญ่ ถ้าหากไปอยู่ในเฟรมล่ะก็ คงเป็นเอ็มวีตลกๆ
“แกว่าฉันอ้วน?” แน่ะ เธอยังไม่รู้ตัวอีก “งั้นออกไปเลย ฉันจะจ้างช่างคนใหม่แล้ว ฮึ่ม!”
เห็นว่ายูอินอารมณ์เสีย ใหม่ก็รีบเข้าไปหาอย่างคนรู้สึกผิด ซึ่งแน่นอนว่ามันคือการแสดง “เห้ยๆ ฉันไม่ได้ว่าแกสักหน่อยนะ แกเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า?” เขาตีหน้าซื่ออย่างยิ้มๆ
“เชอะ!” ยูอินทำเสียงฮึดฮัด สะบัดหน้าอย่างไม่พอใจ เธอเตะใหม่ออกไปจากขาใหญ่ๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องน้ำ มองดูตัวเองในกระจกอย่างโกรธเคือง
“ว่าฉันอ้วนนักใช่มั้ย! ได้ ถ้างั้นฉันจะผอมให้ดูแล้วกัน” คิม ยูอินได้ตัดสินใจแล้ว แต่เธอจะทำได้มั้ยมันอีกเรื่อง แต่หวังว่าจะได้เเล้วกัน ไม่งั้นเธอคงเป็นหมั่นโถวลูกโตๆขาวๆ
“ฮึ ยายอ้วน...” ดิวมองรูปโปรไฟล์ของ คิม ยูอิน เขาเพิ่งจะแชทกับเธอมา แถมยังโดนเธอบ่นไปอีกด้วย
ไม่ใช่ข้าวหอมคนเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวเลือกบทนางเอก แต่คิม ยูอิน ก็อยู่ในตัวเลือกแรกๆ ของดิวเหมือนกัน เพียงแต่ว่าผู้หญิงคนนี้อ้วนเกินไปเนี่ยสิ ถ้าหากให้มารับบทสาวอารมณ์เปลี่ยวในวงเหล้า อารมณ์อกหักที่ว่าคงฮากระจาย เปลี่ยนเป็นเอ็มวีตลก
“เห้ย นั่งดูอะไรอยู่วะ” มอสถาม เขายืนอยู่ข้างหลังดิว ในฐานะเพื่อนในชีวิตจริงและเพื่อนในเอ็มวี ซึ่งหากมองจากลักษณะเจ้าชู้แล้ว คาแรคเตอร์ของผู้ชายคนนี้แทบไม่ต่างกันเลย ไม่ต้องแอ็คติ้งใดๆ เจ้าชู้อย่างเป็นธรรมชาติ
มอสมาพร้อมกับเด็กเชียร์เบียร์คนนั้น เธอให้บรรยากาศเหมือนกับมอส นั่นคือวงเหล้าเข้มๆ
“เปล่า ไม่มีอะไร” ดิวส่ายหน้ายิ้มๆ เขาลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง มองดูตัวเองในกระจก ตอนนี้ดิวอยู่ในชุดหนัง คล้ายกับไบค์เกอร์หนุ่ม มาดเท่ สวมนาฬิกา สร้อยข้อมือ เจาะหู ดูเร้าใจสุดๆ
“หล่อแล้วเว้ย แค่นี้ผู้หญิงก็ละลายแล้ว ใช่มั้ยคะที่รัก”
“ใช่ค่ะ”
ดิวไม่สนใจมอสที่กำลังคลอเคลียกับเด็กสาวเชียร์เบียร์ เขาเดินออกจากห้องแต่งหน้า ไปดูสถานที่ต้องถ่ายทำสักหน่อยเป็นวินาทีเดียวกับที่สบสายตาของข้าวหอม เด็กสาวมัธยมปลาย ใบหน้าขาวสลวย แต่ดวงตากลับคล้ำ ชวนให้ดิวอดสงสัยไม่น้อยว่ายายเด็กนี่ไปทำอะไรมา
“พี่...หล่อจัง” ข้าวหอมไม่ได้คิดอะไรกับดิว นอกจากชื่นชมในความสามารถ แต่พอเห็นเขาที่อยู่ในลุคแบบนี้ หัวใจกลับสั่นไหวเหลือเกิน
“เป็นไง...ได้นอนหรือเปล่าเนี่ย”
อารมณ์ที่ว่าของข้าวหอมหายไปทันทีที่ดิวยิงคำถาม เปลี่ยนเป็นความอายอย่างเขิลๆ ตามเด็กสาวอายุเท่านี้ ไม่เหมือนกับอีฟถาม เพราะนั่นคือคนมีเธอไม่ชอบซึ่งต่างจากดิว ข้าวหอมจึงเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่อยากให้เขาเห็นวงตาที่คล้ำเป็นหมีแพนด้าน้อยๆ
“โหยพี่! ผู้หญิงไม่แต่งหน้าก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ แต่หากฉันได้แต่งเมื่อไหร่ล่ะก็ รับรองแม้แต่พี่ยังต้องหลงรัก”
“จริงเหรอ?” ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความมั่นใจมาจากไหน แต่ดิวรู้สึกผ่อนคลายจริงๆ ต่อให้มีแค่คนกันเองในกองถ่าย แต่คนที่เหลือคือคนไม่รู้จัก และการอยู่หน้ากล้องต่างจากเล่นดนตรี ดิวไม่สามารถสงบสติอารมณ์ตื่นเต้นได้ จนมาเห็นยายหมีแพนด้าที่ไม่ได้นอน อารมณ์ที่ว่าจึงคลายลงนิดหน่อย
“เดี๋ยวคอยดู แล้วอย่ามาเสียใจแล้วกัน!”
“จ้าๆ พี่จะคอยนะ”
ดิวไม่คิดอะไรมาก แล้วไม่ได้ซื้อคู่มือเสริมเกี่ยวกับการแสดงด้วย สำหรับเขานี่ไม่เหมือนกับถ่ายละคร ไม่จำเป็นต้องมีทักษะขนาดนั้น เพลงๆ หนึ่งยาวประมาณ 3 ถึง 4 นาที ไม่ต้องแสดงเพอร์เฟค ขอแค่แววตาและความรู้สึกถ่ายทอดผ่านเฟรมก็พอแล้ว
ไม่นานนักข้าวหอมก็ออกมา เธออยู่ในชุดเดรสสีดำเว้าหลัง...ค่อนข้างเซ็กซี่ ไม่สิเซ็กซี่มากเลยต่างหาก ชุดกระโปรงของเธอสั้นมาก เรียวขาสวยขาวๆ ทำเอาใครหลายคนต่างกลืนน้ำลาย ไม่เว้นแม่แต่เพื่อนๆ อย่างพวกชัย พวกเขาไม่คิดเลยว่ายายข้าวหอมจะน่ารักถึงขนาดนี้
“มองอะไรคะ....” ข้าวหอมไม่เคยใส่ชุดแบบนี้ โดยปกติมักจะใส่ยีนส์ขายาวเสื้อเชิ้ตสีเข้ม ต่างจากวันนี้ เธอดูเหมือนกับผู้หญิงที่โตเต็มวัย ไม่ดูปอนๆ หากกลายเป็นสาวสวยเย้าเสน่ห์ ที่ทำเอาใจของใครหลายคนสั่นไหว
“เห้ย น้องเขาน่ารักดีนะ มึงไปหามาจากไหนเนี่ย บอกกูบ้างสิ” มอสเข้ามากระซิบถามดิว โดยไม่สนใจเลยว่าเด็กสาวเชียร์เบียร์ข้างๆ จะรู้สึกยังไง
“ไม่บอก” ดิวตอบยิ้มๆ
หลังจากนั้นทุกอย่างก็ถูกเตรียมพร้อม มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาข้าวหอม เธอมาเน้นย้ำในบทที่ต้องเข้าแต่ละฉากข้าวหอมได้อ่านบทมาก่อนหน้านี้แล้ว เธอคือผู้หญิงที่ผิดหวังในความรักบริสุทธิ์ คิดว่าเทใจให้เขาทั้งหมดแล้วจะได้ใจกลับคืน สุดท้ายมันเป็นแค่เรื่องไร้เดียงสา เธอเสียความบริสุทธิ์ให้เขา...ในคืนนั้น
หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อผู้ชายคนนั้นได้ มันเป็นความรู้สึกที่แย่ ผิดหวัง อยากตายให้พ้นๆ ไปซะ เธอจึงเปลี่ยนจากสาวที่บริสุทธิ์ มาเป็นผู้หญิงที่แรง...อยากล่าผู้ชาย
โดยดิวคือพระเอกหนุ่ม ที่เข้ามาในช่วงหัวใจกำลังตั้งคำถามกับตัวเอง สุดท้ายมันจะจบอย่างไร
“พอกล้องเดิน น้องแค่เดินออกมาจากประตูนะคะ ด้วยท่าทางที่เซื่องซึม คล้ายกับเพิ่งอกหักมาหมาดๆ”
“ค่ะพี่” ข้าวหอมพยักหน้า มันไม่ยากอะไรเลย เธอก็แค่เข้ามาในร้านเท่านั้น
เมื่อข้าวหอมยืนประจำตำแหน่ง อารมณ์ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป มันเป็นความตื่นเต้น ไม่เหมือนกับที่คิดไว้
“กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม เทปเดิน ซีน 1 คัท 2 เทค 1แอ็คชั่น!”
เมื่อได้สัญญาณ ข้าวหอมก็เดินเข้ามาในร้านเหล้า ดวงตาของเธอที่งัวเงียดูเข้ากับบรรยากาศแปลกๆ ไม่ต้องแต่งเเต้มอารมณ์ใดๆ เพียงแค่เทคเดียวเธอก็ผ่าน
ก็นะ มันเป็นแค่ฉากเดินง่ายๆ ไม่ได้มีอะไรยาก ที่สำคัญคือแววตาของเธอเท่านั้น
“ทำได้ดีมาก สุดยอดไปเลย” ดิวให้กำลังใจข้าวหอม ในขณะที่ตัวเขาก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
ซีนต่อจากนั้นคือการเต้นรำ เปิดเพลงแดนซ์มันส์ๆ กลางแสงสี โดยมอสจะเข้าไปคลอเคลียข้าวหอม ส่วนดิวจะเข้าไปช่วยเธอออกมา
ต้องถ่ายไปหลายเทคถึงจะผ่าน ไม่ใช่เพราะมอส หมอนี่เล่นฉากกับสาวๆ ได้ลื่นเป็นปลาไหลต่างจากดิว นอกจากฝ้ายเขาก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับสาวๆ ที่ไหนเลย และเวลานี้ข้าวหอมยังแต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวน ดิวจึงหลบสายตาอย่างเกร็งๆ ทำให้ต้องถ่ายหลายเทคกว่าจะผ่าน
“พักกินข้าวก่อนนะครับ!” ผู้กำกับประกาศพักกองชั่วคราว ดิวถอนหายใจ นึกว่าการถ่ายเอ็มแค่สองสามนาทีมันจะง่าย แต่ในความจริงแล้วยากเอาเรื่องเหมือนกัน
ข้าวถูกเตรียมไว้โดยเต้ย มันเป็นข้าวกล่องสุดแสนจะธรรมดา กระเพราไก่ไข่ดาวนั่นเอง ในระหว่างที่นั่งกินข้าวอยู่ ข้าวหอมได้เข้ามานั่งกับดิว
“พี่ สุดยอดไปเลยนะคะวันนี้ ฉันไม่นึกเลยว่าตัวเองจะกลายเป็นนางเอก!”
“คนที่ควรพูดคำนี้ควรเป็นพี่มากกว่านะ สุดยอดไปเลยข้าวหอม เธอแสดงได้เก่งจริงๆ” ดิวรู้สึกชื่นชมข้าวหอมจริงๆ เธอเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการแสดง และดูเหมือนจะมากว่าการร้องเพลงด้วยซ้ำ
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ” ข้าวหอมเพียงยิ้มๆ แต่ในใจกลับรู้สึกดีมากที่เขาชม
ผ่านไปหลายซีน ดิวเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น เขาเข้าถึงอารมณ์ได้ดีกว่าเดิม ตอนนี้กำลังอยู่ในซีนนั่งกับข้าวหอมที่บาร์ เธออยากขอบคุณที่ช่วยเมื่อครู่ จึงสั่งเหล้ามาดื่มกับเขา
ซึ่งแน่นอนว่าผลของมันคือการลงเอยหนึ่งคืน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม
เธอกลับมาที่บาร์นี้อีกครั้ง แต่ไม่คิดเลยว่าจะเห็นหนุ่มคนที่ว่าอีก เขาเข้ามาทักเธออย่างสนิทสนม ซึ่งเธอแปลกใจมาก ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอจึงยิ่งมากล้น แต่ท้ายที่สุด มันก็เป็นแค่ความรักอันฉาบฉวย ไม่ต่างจากที่คิดไว้นัก
“เยี่ยม!” ดิวนั่งดูแต่ละซีนกับผู้กำกับว่าโอเคมั้ย ด้านฉากแสงสีนั้นโอเคเลย ไม่ผิดหวังกับที่เป็นทีมงานของเต้ย โดยราคาอยู่ที่เจ็ดหมื่นบาทรวมนักแสดงเล็กๆ ก็ไม่แพงเท่าไหร่นัก เพราะมันต้องใช้คนเยอะ รวมถึงค่าสถานที่กับงานภาพที่ออกมา คุ้มแล้วกับเงินที่เสียไป
“ผมดีใจนะที่ชอบ” เต้ยยิ้มตอบ
หลังเลิกกองพวกเขาก็แยกย้ายใครมัน ส่วนมอสกลับไปพร้อมสาวเชียร์เบียร์ สงสัยจะไปต่อกันอีกที่
ข้าวหอมเปลี่ยนชุดแล้ว เธออยู่ในชุดธรรมดา แต่วงหน้ายังจัดจ้านอยู่
“จะกลับแล้วเหรอ” ในระหว่างที่ข้าวหอมกำลังจะใส่หมวกกันน็อค เสียงชายแหบเป็นเสน่ห์ก็ดังขึ้น ข้าวหอมเผยรอยยิ้มหวานให้กับเจ้าของเสียง
“กำลังค่ะ มีอะไรหรอคะพี่ หรือว่าจะ...”
“จะอะไร? แค่เอาไลน์ที่อยากได้มาให้ต่างหากเล่า” ดิวไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับข้าวหอม ค่าตัวของเธอ คือไลน์ของเขา
“ฮิฮิ คิดว่าพี่ลืมไปแล้วซะอีก”