สู่ปัจจุบัน
"ลื้อเห็นไหมถึงแม้อาม้าจะอ่านหนังสือไทยไม่ออก แต่ก็เลี้ยงลูกให้จบปริญญาตรีปริญญาโทได้ อาม้าเลี้ยงลูกด้วยความพยายามโดยใช้ประสพการณ์ความลำบากที่สั่งสมมาั้แ่เด็ก ภาษาจีนก็ไม่มีใครอ่านสู้อาม้าได้หรอก แถมตอนไปเที่ยวเมืองจีน เราต้องอาศัยอาม้าช่วยแปลให้ ตอนที่ลื้อย้ายไปต่างจังหวัดอาม้ายังตามไปส่งตั้งห้าหกวัน อาป้านํ้าตาไหลบอกให้อาม้าไปส่งลื้อแทน ตลอดเวลาที่ลื้ออยู่ต่างจังหวัดเป็ห่วงเป็ใยตลอด ลื้อลงมากรุงเทพฯก็ตามไปส่งที่หัวลำโพงทุกครั้ง แถมยังช่วยเลี้ยงลูกสาวลื้ออีก3คน โดยเฉพาะสองตนแรก น้องมายกับมิ้นเลี้ยงั้แ่เด็กจนจบปริญญาตรี ส่วนคนที่สามน้องมิวคนสุดท้องถึงแม้นมาตอนโตเรียนมัธยมต้นที่นี่ก็เพิ่งจบปริญญาตรีเทคนิคการแพทย์ ได้ทำงานที่โรงพยาบาลศิริราชหมาดๆ แต่น้องมิ้นใช้ความพยายามอย่างหนักสอบชิงทุนรัฐบาลญี่ปุ่นไปเรียนต่อญี่ปุ่นอีกสองปีถึงจะจบ น้องมิ้นเป็ผู้หญิงแต่ยกของหนักๆได้เหมือนผู้ชาย ใช้ให้ไปซื้อของหิ้วของหนักๆก็ได้ กำลังเหมือนผู้ชายเลย น้องมิ้นอยู่ที่กับอาม้าตลอดเพราะตอนแรกเกิดลื้อเอาไปเลี้ยงร้องไห้งอแงเอาไม่อยู่เลยให้มาอยู่กรุงเทพฯเลี้ยงมาจนโต ส่วนน้องมายคนโตของลื้อไปอยู่กับลื้อ่เรียนอนุบาลถึงประถมฯสามเอง พอประถมฯสี่ก็ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯมาอยู่กับอาม้าจนจบปริญญาตรีนิติศาสตร์จุฬาฯ ตอนนี้สอบได้เป็ผู้ช่วยอัยการได้แต่ต้องบรรจุต่างจังหวัดเหมือนลื้อแล้ว”
“อั้วรู้แล้วลื้อไม่ต้องมาฟื้นความหลังมาก อั้วจำเป็ บางทีต้องไปราชการต่างจังหวัดเลยดูแลลูกยากหน่อย ฝากให้คนอื่นเลี้ยง ขนาดญาติของสามี เขาก็บอกลาไปแต่งงานฝากให้คนอื่นเลี้ยง ลูกเอาแต่ร้องไห้จนท้องบวมเลย สงสารมัน ตอนนี้ต้องไปทำงานต่างจังหวัด ยังออดอ้อนอยากอยู่กรุงเทพฯ”
"นั่นนะสิยังไม่รู้ว่าจะได้จังหวัดไหนเลย แล้วลื้อไม่ใช้เส้นให้มาบรรจุที่กรุงเทพฯหรือ เมื่อวานอั้วดูข่าวมีนักการเมืองเขาใช้เส้นเอากิ๊กตัวเองเข้ารับราชการได้ ลื้อเคยเป็ซีเก้ามาก่อน ไม่หาเส้นสายหรือ" หมวยเล็กเพิ่งเข้ามาร่วมวงบอก
"อั้วไม่มีเส้น อั้วบอกลูกให้ภูมิใจในความสามารถตัวเอง อย่าไปพึ่งคนอื่น เพราะจะเป็บุญคุณของเขาตลอดชีวิต แต่เดือดร้อนคนอื่นในภายภาคหน้าได้ ถ้าต้องอยู่ต่างจังหวัดก็ต้องรู้จักต่อสู้กับชีวิตตามลำพัง เพราะโตแล้ว ต้องอดทนไม่อ่อนแอ มีอะไรโทรมาปรึกษาแม่ได้ แต่จะไปส่งทำงานวันแรก ดูแลหาที่อยู่ให้เท่านั้น ต่อไปจะดูอยู่ห่างๆ"พี่สาวซาหมวยยํ้าหนักแน่นอย่างมากก็มีลูกน้องอยู่ต่างจังหวัดสอบถามรายละเอียดเื่ความเป็อยู่ความปลอดภัยในต่างจังหวัด
"ถูกต้องที่สุด ต้องเลี้ยงลูกให้เหมือนอาม้า ทุกคนมีหน้าที่หมด ลื้อมีหน้าที่ล้างชามตอนสามทุ่มกินข้าวคํ่าเสร็จ ส่วนอั้วนอกจากซ่อมรถสามล้อ ยังต้องถูบ้านชั้นล่าง คนอื่นมีหน้าที่ถูชั้นนบน หมวยหยกล้างชามตอนกลับมาจากโรงเรียน ทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำ อาม้าไม่เคยเลี้ยงลูกให้เป็คุณหนูคุณนายเหมือนนกแก้วนกขุนทอง สวยงามอยู่ในกรง ทุกคนถูกเลี้ยงเหมือนนกกา กาตัวมันสีดำถึงแม้สีสันไม่สวยงามเหมือนนกแก้วนกขุนทอง แต่เวลามันบินกระพือปีกร้อง"กาๆ"ดูแข็งแรง มีพลัง น่าเกรงขาม เป็สัตว์ฉลาด เพราะถ้าหนอนอยู่ในโพรงลึก มันก็รู้จักคาบกิ่งไม้แหย่ให้หนอนเกาะเกี่ยวออกมากินเป็อาหาร เวลาเช้าหกโมงจะเห็นมันเกาะที่เสานอกหน้าต่าง เป็ประจำ แสดงว่ามันขยันหากินตรงต่อเวลา ไม่อ่อนแอหน่อมแน้ม ลูกลื้ออยู่กับอาม้าถูกใช้งานเหมือนกัน แต่ก็ยังน้อยกว่าพวกเรานะแต่ดูสิได้ดีทุกคน"อาฮ้งสนับสนุน
"แต่ลื้อนี่ช่างเป็คนเถรตรงจริงๆ ตอนที่สามีลื้อเสียเราไปงานศพที่ต่างจังหวัดกัน ตอนที่อั้วไปนั่งสวดอยู่ ลูกน้องลื้อมาฟ้องอั้วว่าลื้อนี่ช่างเป็คนเถรตรงจริงๆ ไม่ตามนํ้า เดี๋ยวนี้เขาตามนํ้าทั้งนั้น แถมยังจู้จี้จุกจิกชอบเอ็ดดุลูกน้องอีกด้วย"เจ๊หยีพี่สาวอีกคนว่าต่อ พอดีวันนี้ทุกคนมาเยี่ยมแม่ได้ร่วมพบปะสนทนากัน มากันครบเกือบทุกคน
"ลูกน้องคนไหนวะ เดี๋ยวนี้มีแต่คนโทรมาถามสารทุกข์สุขดิบกัน อั้วพูดอวดเขาว่าเดี๋ยวนี้สบายใจดีที่ลูกมีงานทำสองคนแล้ว มีอีกคนรอเรียนต่างประเทศกลับมา มีแต่คนบอกว่าคนจบญี่ปุ่นมามีงานทำทุกคนดีกว่าพวกจบปริญญาโทเมืองฝรั่งอีก"ซาหมวยว่า
"อั้วไม่บอกหรอกคนไหนต่อว่าลื้อ เื่มันผ่านมานานแล้ว"เจ๊หยีว่า
"พวกนี้นะเวลาทำงานก็หายตัวไปนานๆ ตามตัวไม่เจอ จะถามราชการก็ไม่ได้ ใครจะไปไหนนานๆก็ต้องบอก มีกระดานให้เขียนว่าไปไหน กี่โมงถึงกี่โมง ต้องรายงานไม่งั้นโดนตามจี้ตัว หรือโดนเตือน ส่วนเื่ตามนํ้ารับเงินใต้โต๊ะสั่งห้ามเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวนี้ราชการมีให้เงินพิเศษเพิ่มกันเดือนละสองพันกว่าบาท เพราะเขากลัวเื่รับเงินใต้โต๊ะ ยิ่งเดี๋ยวนี้นะง่ายคุยกันรับเงินทางอินเตอร์เน็ต ถ้ารู้นะจะต้องออกจากราชการทันทีไม่เอาไว้ กันลูกน้องบางคนคิดโง่ๆ”ซาหมวยว่าอย่างดุดัน
"เจ๊เขาทำงานด้วยความซื่อสัตย์อยู่แล้วจนโดนฟ้องเลยนะ"หมวยเล็กว่าต่อ
"เื่เถ้าแก่ที่รับล็อตเตอรี่เกินโควต้าเอาไปขายนะหรือ ก็ระเบียบราชการเขาบอกว่ารับได้ไม่เกินเท่าไร แต่รายนี้รับเอาไปขายมากเกินระเบียบ รับไปเกินโควตา พวกนี้เอาไปขายเกินราคาที่รัฐบาลกำหนดอีก ไม่รู้คนก่อนให้ไปได้ยังไง อั้วก็ยึดส่วนเกินเอามาให้ชาวบ้านขาย มันมาฟ้องว่าอั้วกลั่นแกล้งมัน"อดีตข้าราชการซีเก้าว่าต่อ
"แล้วยังโดนชาวบ้านฟ้องอีกเื่ล็อตเตอรี่อีกหาว่าเอาล็อตเตอรี่ไปหาผลประโยชน์ขายเกินราคา"อาฮ้งยํ้า
"ก็ชาวบ้านมาแบ่งรับไปขาย อั้วก็ให้เซ็นชื่อรับไว้เป็หลักฐานกันทุกคนกระจายกัน รับไปด้วยราคาต้นทุนที่รับมา ล็อตเตอรี่ทุกฉบับอั้วก็ให้ลูกน้องปั้มตัวหนังสือข้างหลังว่า"เป็ของหน่วยงานอั้ว ห้ามขายเกินราคา" ใครฟ้องมา ขึ้นศาลอั้วก็ชนะหมด" เจ๊เขาพูดอย่างมั่นใจในอดีต
"เจ๊ช่างรอบคอบจริงนะ แล้วลื้อจะเลี้ยงฉลองลูกสองคนที่ได้งานเมื่อไรล่ะ"
"อั้วกำลังจะไปดูร้านอาหารญี่ปุ่นหน่อยว่าร้านไหนอร่อย ได้ยินว่าอาม้าอยากกินอาหารญี่ปุ่น ไม่ได้กินตั้งนานแล้วว่าจะไปจองอาทิตย์หน้ากินกัน โอเคแล้วอาทิตย์หน้าเจอกันนะ ไปก่อนล่ะ" ซาหมวยพูดลํ่าลาก่อนจากไป
คาถาของอาม้าคือ”อดทนนะ”
ส่วนอาม้าวัยเก้าสิบสี่ปีที่มีลูกถึงสิบเอ็ดคนมาเมืองไทยั้แ่อายุหกขวบ ตอนนั้นผู้หญิงชาวบ้านยังไม่นิยมใส่เสื้อเลยเห็นใส่ผ้าแถบรัดอกกัน จนถึงตอนนี้ก็เป็อาม่าสี่รัชกาลที่ฝ่าฟันความลำบากสมัยาโลกครั้งที่สองเดินหรือนั่งหลังโกงที่ทิ้งร่องรอยจากการหาบน้ำหาบของขาย อยู่ท่ามกลางวงล้อมลูกๆ ฟังลูกๆคุยกันรู้เื่บ้างไม่รู้เื่บ้างเพราะอาการหูตึงในวัยชราฟังไม่ค่อยได้ยิน แต่สมองยังมีความจำดีมาก ได้แต่สอบถามทุกข์สุขแต่ละคนรวมถึงหลานๆ พวกลูกๆไม่ค่อยห่วงเพราะเริ่มเกษียรกันแล้ว ยกเว้นพวกที่ทำธุรกิจส่วนตัว ถึงแม้นอายุหกสิบปีก็ยังไม่เกษียร แต่ก็ดูมั่นคงดี แต่เพิ่มความห่วงใยกับหลานเพิ่มมาสิบสี่คน คอยถามสารทุกข์สุขดิบหลานๆบางคนก็ยังเรียนไม่จบ ส่วนคนทำงานแล้วยังห่วงหน้าที่การงานของหลานแต่ละคน หวังว่าความอดทนจะเป็กรรมพันธ์ถ่ายทอดไปถึงหลาน ให้ทำงานสำเร็จ เมื่อได้เวลาทุกคนต่างลํ่าลากัน
“อาม้าไม่ถือสาและอาม้าหูตึงฟังไม่ได้ยิน” เป็คำพูดติดตลกเมื่อถูกลูกๆว่ากระทบเมี่อรู้สึกอยากให้อภัยลูกๆ ทำให้ไม่ต้องทุกข์ใจมากนัก
“อดทนนะ”เป็คำพูดทีเคยให้ลูกแต่ตอนนี้ใช้ปลอบหลานๆให้ใช้ชีวิตในยามภาวะเงินเฟ้อหลังโควิตซาในปี65นี้ ให้ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย