รักนี้ CC ไม่จำกัด

    เชิญคิวต่อไป

            ติ๊ง ต่อง...

            ติ๊ง ต่อง...

            “ใครมากดกริ่ง”

            “เคน”

            “ออกไปดูซิ๊”

            เสียงหญิงสูงวัยเอ่ยสั่งลูกชาย

            โฮ่งๆ …

            โฮ่งๆ …

            อิ๊งงงๆๆ...

            อิ๊งงงๆๆ...

            “ข้าวโพดใครมา”

            ชายหนุ่มวัย 34 คุยกับเจ้า4 ขา ขนปุยที่เห่าโฮ่งๆ กระดิกหางดิ๊กๆ ทักทายผู้มาเยือนอยู่หน้าประตูรั้ว

            แกร๊ก…

            ทันทีที่ประตูเปิดออก

            “อ้าว”

            “คุณจอมมม!!!”

            “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

            “ ^_^ ”

            เอ่ยทักดีใจให้กับแขกผู้มาเยือน

            “ไง… คุณ”

            “สบายดีนะ”

            “ ^^ ”

            เอ่ยทักเพื่อนหรือพี่เขยที่ออกมาต้อนรับ

            “มาๆ…”

            “เข้าบ้านก่อน”

            ชวนคนคุ้นเคยเข้าไปพักผ่อนในบ้าน

            “ไง…! ข้าวโพด”

            “เป็นหนุ่มแล้วดิ”

            “มีเมียยัง”

            แขกผู้มาเยือนทักทายซี้4 ขา ที่เห็นมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก ที่ตอนนี้เอาแต่กระโดดลิงโลดดีใจที่เห็นคุณเค้า

            “พ่อแม่”

            “ดูซิใครมา”

            ลูกชายเอ่ยเสียงนำเข้าไปในบ้านทำเอาชายและหญิงสูงวัยมองมาเป็นตาเดียว

            “สวัสดีครับพ่อ”

            “สวัสดีครับแม่”

            “ ^_^ ”

            เอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้กับข้าวของพะลุงพะลัง

            “จอมม!!”

            “อ้าววไอ้ลูกเขยย!!”

            ทั้งพ่อและแม่คนตัวเล็กดีอกดีใจที่เห็นว่าที่ลูกเขยมาเยี่ยม

            “กลับมาแล้วหรอลูก”

            “ปีเดียวไวเน้อะ”

            แม่ว่า

            “เดี๋ยวลูกสาวของเราก็ใกล้จะกลับแล้ว”

            “พ่อคิดถึงจะแย่”

            พ่อเสริมต่อ

            “มาๆ…”

            “กินอะไรมาหรือยังลูก”

            “วันนี้แม่ทำขนมจีนแกงเขียวหวานไว้”

            “มากินกัน”

            แม่ก็ยังเป็นแม่ที่น่ารักเสมอ

            “ขอบคุณครับ”

            คุณหมอนึกปลื้มใจเพราะครอบครัวของคนตัวเล็กเป็นคนน่ารักแบบนี้คนตัวเล็กเลยน่ารักมากๆ ทั้งนิสัยและหน้าตา

            “ผมซื้อของมาฝากพ่อกับแม่ด้วยนะครับ”

            “คุณด้วยนะ”

            “คุณเคน”

            คุณหมอเอ่ยพร้อมชูไม้ชูมือที่หิ้วถุงหลายใบอยู่

            “ขอบใจมากลูก”

            “ไปๆ”

            “ไปกินขนมจีนกัน”

            เป็นคุณแม่ที่ต้อนลูกเขยเข้าไปกินข้าวกินปลาในครัวแล้วคุณเค้าก็มาได้เวลาอาหารเที่ยงพอดิบพอดีมื้อเที่ยงนี้เลยมีสมาชิกมากินข้าวเพิ่มอีก 1 คน

            “ต้องคอลหาน้องซะหน่อยละ”

            คุณพี่ชายเอ่ยทักขึ้นมาในวงโต๊ะกินข้าว

            ตือดือดึ๊งๆ…

            ตือดือดึ๊งๆ…

            ตือดือดึ๊งๆ…

            เสียงรอสายคนปลายทางดังต่อเนื่อง

            “อึหึ”

            คุณหมอแอบหัวเราะเบาๆกับท่าทางคุณเพื่อน

            “ฮาโหลลลล…”

            เอ่ยทักเสียงใสทำเอาคนทั้ง 4 ยิ้มกว้างขึ้นทันที

            “หนู…”

            “วันนี้มีแขกมากินข้าวที่บ้านเราด้วย”

            คุณพี่ชายรีบบอกเรื่องตื่นเต้น

            “ใครอ่ะ”

            คนตัวเล็กถามสงสัย

            “แขกที่ไหน”

            “แขกใคร”

            “แขกขายโรตีหรือเปล่า”

            “เอ่อ…”

            “หยุดทายเถอะ”

            พี่ชายพูดพร้อมเกาหัว

            “นี่ไง…”

            “แท่นแท้นนนน…”

            ว่าแล้วก็หันกล้องไปหา“แขก” ที่ว่า

            “อ้าว…..”

            “พี่จอมมมม”

            “พี่จอมจริงๆ ด้วย”

            “โอ้ว้าวววววววววววว……………”

            “ O0O ”

            เสียงคนตัวเล็กพูดตื่นเต้น

            “ไม่เนียนลูก”

            จู่ๆ เสียงหญิงสูงวัยก็ขัดขึ้น

            “5555555555555555”

            คนตัวเล็กขำพรืดข้ามประเทศ

            “แม่อ่ะ”

            “ดูออกด้วยหรอ”

            “นี่แม่นะ”

            คุณแม่เค้าเอ่ย

            “อ้าว… นี่รู้กันหรอ”

            คุณพี่ถามต่อ

            “พี่จอมเค้าโทรมาบอกหนูก่อนแล้วว่าวันนี้จะเข้าไปที่บ้าน”

            “แถมเค้าเดาถูกด้วยนะ”

            “ว่าพี่เคนจะต้องคอลหาหนูอ่ะ”

            คนตัวเล็กเล่า

            “หื้มม…”

            “คุณนี่นะ”

            คุณพี่หันไปเอ็ดเพื่อนที่นั่งยิ้ม1 กรุบ

            “มาๆ…”

            “กินๆกันลูก”

            เป็นแม่ที่ห้ามทัพให้ทุกคนหันมาสนใจอาหารบนโต๊ะ

            “แล้วจะเปิดคอล”

            “ให้หนูดูทุกคนกินแบบนี้หรอ”

            เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้น

            “หนูไปหาอะไรมากินด้วยกันซิลูก”

            เป็นพ่อเอ่ยบอกลูกสาว

            “ตอนนี้หรอ”

            “หนูจะกินอะไรดี”

            คนตัวเล็กคิด

            “อ๊ะ…”

            “กินเค้กดีกว่า”

            คนตัวเล็กว่าขึ้นก็หายไปจากหน้าจอแป๊บนึงแล้วกลับมาพร้อมเค้กกับน้ำหวานของโปรด

            “น้องแคททท!!”

            เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกดเสียงต่ำทำเอาคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว

            “เมื่อวานเพิ่งกินไปนะครับ”

            “แล้วทำไมวันนี้...”

            คนตัวสูงเว้นวรรคประโยคส่งสายตาดุคนตัวเล็กผ่านจอสี่เหลี่ยม

            “แหะๆ”

            “ ^^” ”

            ยิ้มแหยๆ แต่ก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดเพราะถึงจะทำหน้าโหดแค่ไหนก็ทำได้แค่ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมแถมดูดน้ำหวานโชว์คนที่กำลังดุเสียงดัง…

            “ครู่ดดดดดด!!!”

            “ครู่ดดดดดดดดดด!!!!!!!”

            “อื้มมมม…”

            “ฟินนนนนน…”

            พูดต่ออีก 1 ที

            “เอาน่าหมอ…”

            “กลับมาค่อยงดก็ได้”

            เป็นคุณพ่อคนตัวเล็กเอ่ยขึ้นเห็นลูกสาวมีความสุขที่ได้กินของโปรด พ่อก็อดใจอ่อนไม่ได้

            “ตลอดอ่ะพ่อแก”

            “ตามใจลูกตั้งแต่เล็กจนโต”

            เสียงแม่เอ่ยแทรกมา

            “อ่ะๆ”

            “เราก็กินกันเถอะ”

            สายตาคมส่งกลับไปดุเจ้าตัวแสบอีกทีแต่เธอกลับยักคิ้วใส่

            (คอยดูเถอะ)

            (กลับมาจะตีให้ก้นลาย)

            คนตัวสูงคิดก่อนจะตักขนมจีนเข้าปาก

            .

            .

            “ผมขอตัวกลับก่อน”

            “สวัสดีครับ…”

            “พ่อแม่…”

            “ไปนะคุณ...”

            “ไว้เจอกัน”

            คุณหมอตัวสูงเอ่ยลาว่าที่พ่อตาแม่ยายและพี่เขยเมื่อตอนนี้ใกล้จะหกโมงเย็น ใช่แล้ว หลังจากมื้อกลางวันคุณหมอตัวสูงก็นั่งคุยนั่งเล่นงีบหลับอยู่ที่บ้านนี้แหละคุณเค้ากลายเป็นลูกบ้านนี้ไปอีกคนมาตั้งนานแล้ว

            “ขับรถดีๆนะลูก”

            แม่เอ่ย

            “มาบ่อยๆนะ”

            “มีเพื่อนคุยเยอะๆสนุกดี”

            พ่อว่า

            “ไปคุณ…”

            “เดี๋ยวผมไปส่ง”

            เพื่อนเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำออกไปแต่ก็ต้องเซอร์ไพร์เพราะมีแขกอีกคนแวะมาที่บ้าน

            “จ็อบ!!”

            “พี่จอม!!!”

            เมื่ออดีตคู่แข่งทางหัวใจพบเจอกันอีกครั้งในรอบปีกว่า

            “ไงเรา”

            “สบายดี?”

            “เรียนเป็นไงบ้าง?”

            คุณหมอตัวสูงเอ่ยทักทาย

            “ก็ดีพี่…”

            “แล้วพี่ละ”

            “ไม่เจอกัน1 ปี”

            “ยังเท่เหมือนเดิมนะ”

            เจ้าเด็กเอ่ยทักทายอารมณ์ดี

            “อึหึ”

            “ขอบใจ”

            “ ^^”

            “พี่ซื้อของฝากมาให้เรากับคุณลุงด้วยนะ”

            “ฝากคุณเคนไว้แล้ว”

            “ไม่คิดว่าจะได้เจอ”

            คุณหมอเอ่ย

            “ขอบคุณฮะ”

            “แล้วพี่แคทเป็นไงบ้าง”

            เจ้าเด็กตัวสูงเอ่ยถามถึงพี่สาวจากคุณหมอ

            “สบายดี”

            “อีกเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”

            คุณหมอเล่า

            “ดี…”

            “ผมคิดถึง”

            “กลับมาจะกอดแน่นๆ”

            “ ^v^”

            พูดจบยักคิ้วใส่แฟนของคนที่บอกว่ากลับมาแล้วจะกอดแน่นๆประโยคนี้ทำเอาคุณหมอหันขวับมามองคนพูด

            “ไอ้จ็อบ!!”

            “หาเรื่อง!!”

            คุณพี่ชายของหญิงสาวในประโยคสวนทันควันกลับไปที่เด็กกวนประสาท

            “5555555”

            “อะไรกันพี่จอม”

            “ยังไม่เลิกหึงผมกับพี่แคทอีกหรอ”

            เจ้าเด็กหัวเราะร่วนที่แกล้งคุณหมอตัวสูงได้คุณหมอได้แต่หัวเราะขำๆ กวนไม่เลิกเจ้านี่

            “ ^^” ”

            “พี่รู้…”

            “เราแกล้งพี่”

            คุณหมอเอ่ยชิวๆ ที่หันขวับเมื่อกี้แอ๊คติ้งต่างหาก

            “อ่ะนี่…”

            “พี่เคน”

            “พ่อให้เอาสตอเบอรี่มาฝาก”

            “เพิ่งกลับจากเชียงใหม่น่ะ”

            พูดเหตุผลที่ทำให้ตัวเองมาอยู่ตรงนี้พร้อมยื่นถุงสตอเบอรี่ให้

            “อ่อๆ”

            “ฝากขอบคุณคุณลุงด้วยนะ”

            “…”

            “ส่วนของพี่ไม่มีนะ”

            “ไม่คิดว่าจะได้เจอ”

            “ถ้าอยากกินก็ไปซื้อเอาแล้วกัน”

            เจ้าเด็กหันมาพูดใส่คุณหมอหน้าตาเฉย

            “ผมไปละ”

            “หวัดดีฮ้ะ”

            ยกมือไหว้คนอายุมากกว่าทั้ง2 คน ก่อนจะปั่นจักรยานกลับไป

            “ไอ้นี่!”

            “โตแต่ตัวจริงๆ”

            คุณเคนเอ่ยบ่นแล้วมองหน้ากับเพื่อนข้างๆไปมา

            .

            .

            ล่วงเลยมา 3เดือนกว่า…

            คุณหมอสุดหล่อก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่กับงานงานและงาน และวันนี้ก็ค่อนข้างไม่ปกติเหมือนวันทั่วๆ ไป ก็ในเมื่อวันนี้เป็นวันพุธส่วนใหญ่แล้วคนไข้จะไม่ค่อยเยอะ แต่พุธนี้คนไข้เยอะ เยอะจนผิดสังเกต

            หลังจากที่หมอหนุ่มรักษาคนไข้ติดต่อกันมาหลายรายนี่อาจจะเป็นคนไข้รายสุดท้ายของวันนี้แล้ว หมอหนุ่มตบๆ ท้ายทอยไล่ความเมื่อยเล็กน้อยก่อนที่จะเตรียมตัวรักษาคนไข้รายต่อไป

            “คุณหมอคะ”

            “คิวต่อไป…”

            “เป็นคนไข้มาฉีดโบท็อกซ์รักแร้ค่ะ”

            แอดมินสาวเข้ามาแจ้งคิวคนไข้พร้อมส่งประวัติคนไข้ให้หมอหนุ่มทราบ

            “อ่อ...ครับ”

            “เชิญคิวต่อไปได้เลยครับ”

            คุณหมอเอ่ยบอกไปและอ่านประวัติของคนไข้เพื่อศึกษาข้อมูลรอแต่เอ๊ะ!!! ทำไมมันแปลกๆ

            “เชิญค่ะ”

            เสียงแอดมินเชิญคนไข้

            “สวัสดีค่ะ”

            “ ^^ ”

            เสียงใสเอ่ยทักพร้อมยกมือไหว้คุณหมอภายในห้อง พลันสายตาคมละจากประวัติในมือมองมายังเสียงหวานคุ้นหูตาคมต้องเบิกโพลง เมื่อคนไข้ที่ว่าเป็นคนคุ้นเคย  คุ้นเคยมากซะด้วย

            “สวัสดีครับ”

            เอ่ยทักไปสั้นๆ แต่ภายในใจเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์และหลากหลายคำถาม

            “วันนี้มาทำอะไรครับ”

            เอ่ยถามขึ้นมา ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงข้ามจะมารักษาอะไร

            “มาโบท็อกซ์รักแร้ค่ะ”

            คนไข้ก็ตอบเท่าที่หมอถามแต่สายตาดูจะเป็นประกายกับรอยยิ้มที่ดูจะมีความสนุกซุกซน

            “เคยฉีดโบท็อกซ์รักแร้มาก่อนหรือเปล่าครับ”

            ถามต่อเพื่อเก็บข้อมูลของคนไข้

            “เอ่อ...”

            “ไม่เคยค่ะ”

            โกหกออกมาคำโต แต่สีหน้าส่งซิกไปยังคุณหมอตรงข้ามเป็นเชิงว่าช่วยหน่อยชำเลืองไปที่แอดมินที่ยืนมองอยู่ด้านข้างไม่รู้อิโหน่อิเหน่

            “อ่อ…”

            “ครับ…”

            “ไม่เคยนะครับ…”

            “งั้นหมอขออธิบายก่อนนะครับว่า…”

            “การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยลดเหงื่อในบริเวณที่ฉีด”

            “แต่อาการอาจจะไม่ได้หายไปทั้งหมด”

            “แต่ก็จะดีขึ้นกว่าเดิม”

            “ซึ่งการฉีดโบท็อกซ์ก็จะช่วยลดอาการเหงื่อออกได้”

            “พอเหงื่อลดแล้ว”

            “กลิ่นก็จะลดลงด้วย”

            “และปลอดภัยกว่าการผ่าตัดนะครับ”

            คุณหมอยังคงทำหน้าที่ได้ดีและตามน้ำไปตามที่คนไข้สาวร้องขอและคำอธิบายพวกนี้ก็คุ้นหูเหลือเกินเหมือนเคยได้ยินมาก่อนเมื่อ2 ปีที่แล้ว

            “งั้นเดี๋ยววันนี้”

            “หมอฉีดโบท็อกซ์ให้100u นะครับ”

            “เดี๋ยวไปเตรียมตัวได้เลย”

            คุณหมอเอ่ยบอกคนไข้ด้วยจิตใจสั่นไหว

            .

            .

            รอไม่นาน...

            ก็อกๆ...

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงเพรียวจะเดินเข้ามาภายในห้องรักษาสายตาคมจับจ้องไปยังคนไข้ที่นั่งรออยู่บนเตียงรักษาที่ดูกำลังง่วนกับการพิมพ์อะไรบนเครื่องมือสื่อสาร

            “อ่ะแฮ่ม”

            เสียงกระแอมไอดังขึ้นหวังดึงความสนใจจากคนไข้

            “คะ?”

            ได้ผล เมื่อคนไข้สาวละสายตาจากหน้าจอหันมามองที่หมอตัวสูงในทันที

            “เดี๋ยวนอนลงได้เลยนะครับ”

            “ระหว่างนี้หมอจะผสมยาสักครู่”

            เอ่ยขึ้นบอกคนไข้สาว

            “ค่ะ”

            ตอบรับสั้นๆ เก็บมือถือและนอนลงสายตาชำเลืองไปมองที่คุณหมอตัวสูงที่กำลังยืนผสมยาอยู่และชำเลืองตามามองเธออยู่เนืองๆเช่นกัน

            “คนไข้นอนสบายๆนะคะ”

            “คุณหมอฉีดให้ไม่เจ็บเลย”

            เป็นผู้ช่วยหมอพูดขึ้นให้กำลังใจคิดว่านี่คือครั้งแรกของการฉีดโบท็อกซ์รักแร้ของคุณเธอประกอบกับเอาน้ำแข็งมาประคบๆให้บริเวณรักแร้

            “เดี๋ยวหมอฉีดข้างซ้ายให้ก่อนนะครับ”

            เอ่ยขึ้นแล้วนั่งลงข้างๆ คนไข้

            “นิดนึงนะครับ”

            เอ่ยบอกก่อนที่จะจิ้มเข็มปลายแหลมลงไปบนรักแร้เนียนซึ่งระหว่างการรักษาคุณหมอก็เอาแต่มองรักแร้สลับกับใบหน้าคนไข้สาวไม่ละสายตาไม่นานนักก็ฉีดเสร็จไป 1 ข้าง

            “เก่งมากครับ”

            คำชมติดปากคุณหมอ เอ่ยออกมาชมคนไข้ตัวเล็ก

            “โอ๊ะ”

            “คุณหมอคะ”

            “เดี๋ยวผู้ช่วยขอไปเปลี่ยนน้ำแข็งประคบอันใหม่ดีกว่าค่ะ”

            “อันนี้เหมือนมันจะมีรอยรั่วอยู่”

            ผู้ช่วยเอ่ยบอกคุณหมอก่อนจะเดินออกจากห้องรักษาไปทำให้ตอนนี้ภายในห้องรักษาเหลือเพียงหมอหนุ่มกับคนไข้สาว 2 ต่อ 2

            สายตาคมด้านบนที่นั่งอยู่จดจ้องคนไข้ด้านล่างไม่ละสายตาภายนัยน์ตาคู่นั้นมีคำถามมากมายก่อตัวขึ้น

            โดยคนไข้สาวก็สบตากลับไม่กลัวแต่อย่างใดพลันเลิกคิ้วนิดหน่อยราวกับจะสื่อว่าหมอมีอะไรอยากจะพูดกับหนูหรือเปล่าคะ

            “…”

            “น้อ...”

            ก๊อกๆ...

            ครืดดด......…

            คุณหมอที่กำลังจะเอ่ยปากกลับต้องกลืนคำพูดลงลำคอไปก่อนเมื่อผู้ช่วยกลับเข้ามาพร้อมน้ำแข็งประคบอันใหม่

            “มาแล้วค่ะหมอ”

            “ครับ”

            เอ่ยตอบรับไปสั้นๆ ชี้ให้ผู้ช่วยเอาน้ำแข็งประคบอันใหม่ลงมาประคบที่บริเวณรักแร้ที่เตรียมจะฉีดโบท็อกซ์ต่อไม่นานนักคุณหมอก็ทำงานชิ้นนี้เสร็จเรียบร้อย

            “เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”

            เอ่ยขึ้นพร้อมปิดแขนเสื้อให้คนไข้เรียบร้อย

            พรึบบ

            คนไข้ลุกขึ้นจัดเพ้าจัดผมก่อนที่จะเอ่ยขอบคุณเสียงหวาน

            “ขอบคุณค่ะหมอ”

            “ขอบคุณค่ะพี่”

            “ ^_^ ”

            ไหว้ขอบคุณครบทั้งหมอทั้งผู้ช่วยหมอ

            .

            .

            ตือดือดึ้ง…

            ทันทีที่คนไข้สาวก้าวท้าวออกจากคลินิกเสียงข้อความก็ดังขึ้นจนทำให้เธอต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

            “ไปรอพี่ที่สวนด้านนอกครับ”

            “อึหึ”

            “ :) ”

            สาวเจ้ายกยิ้มก่อนที่จะเดินไปตามที่คนในข้อความเค้าบอกมา

            .

            .

            รอมาเกือบครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววว่าคนที่นัดหมายเค้าจะออกมาหา

            “อื้มม…”

            “ร้อนแล้วอ่ะ”

            หญิงสาวเอ่ยบ่นพึมพำคนเดียวก่อนที่จะลุกขึ้นจากม้านั่งหวังกลับเข้าไปนั่งรอในห้างต่อ

            “อุ่ยย!!”

            อุทานออกมาเมื่อคนที่รอมายืนอยู่ด้านหลัง

            “พี่จอมมม~”

            “ ^v^ ”

            เอ่ยเรียกด้วยเสียงสดใสส่งยิ้มกว้างไปให้คุณตรงหน้า

            ตึก…

            ตึก…

            ตึก…

            ตึก… 

            ขายาวสาวเท้าก้าวเข้ามาหาคนตัวเล็ก

            พรึบบ

            แล้วแขนแกร่งก็สวมกอดคนตัวเล็กด้วยความคิดถึงในทันที

            “อ๊ะ…”

            อุทานออกมาเพราะแรงคิดถึงมันทำให้คนตัวสูงรัดคนตัวเล็กแน่นจนหายใจไม่ออก

            “พี่…”

            “พี่จอม…”

            “หนูหายใจไม่ออก”

            เสียงเล็กพูดตะกุกตะกักแขนแกร่งคลายอ้อมแขนออกมา มือแกร่งยกขึ้นมาประคองหน้าจิ้มลิ้มสายตาคมจ้องมองไปยังคนตรงหน้า

            จุ๊บบ…

            จ๊วบบบ…

            “อ๊ะ…” จ๊วบบบบบ…

            “พี่…”

            “อ๊ะะะ…” จ๊วบบบบบบบ…

            คนตัวสูงมอบจูบดูดดื่มให้คนตัวเล็กด้วยความคิดถึงสุดหัวใจและไม่ทันให้คนตัวเล็กตั้งตัว

            จ๊วบบบบบ… “อ๊า…”

            “ฮื่อ… ฮ่า… ฮื่อ…”

            จุ๊บบบบบ…

            จ๊วบบบบบบบบบบบบบบ…

            “ฮื่อ… ฮ่า…”

            “ฮื่อ… ฮ่า…”

            จุ๊บบบบบบบบ...

            จ๊วบบบบบบ บบ บ บบ บบ บ บ  บ บบบ...

            “อื้อออ...”

            “ฮื่อ… ฮ่า…”

            เสียงหอบหายใจถี่ของคนตัวเล็กดังขึ้นก็คนตัวสูงเค้าเล่นขโมยอากาศหายใจซะดุดันขนาดนั้น

            “ไหนบอกว่าจะกลับมาอาทิตย์หน้าไงครับ”

            เอ่ยถามคนตัวเล็กไปหลังถอนริมฝีปากออกมา

            “ซะ...”

            “เซอร์…”

            “เซอร์ไพร์ไงคะ”

            คนตัวเล็กหลังจากเลิกหอบหายใจก็ลอยหน้าลอยตาพูดดีใจที่เซอร์ไพร์แฟนได้สำเร็จ

            “เมื่อกี้ตกใจมั้ยที่คลินิก”

            ถามต่ออยากรู้

            “ครับ”

            “พี่ก็ว่าแปลกตั้งแต่ในใบOPD แล้ว”

            “แหะๆๆ”

            คนตัวเล็กขำแห้งเกาหัวให้กับแผนการเซอร์ไพร์แปลกๆ นี้

            “ชื่อจริงคนึงจิต”

            “ชื่อเล่นเหมียว”

            “คิดได้ไงเนี่ยน้องแคท…”

            “ :’) ”

            คุณหมอพูดขำส่ายหัวให้กับความแคทนี้

            “55555”

            “ก็หนูอยากมาเซอร์ไพร์พี่จอมนี่”

            “ไปสาขาประจำเค้าก็มีประวัติอยู่แล้ว”

            “เลยมาสาขานี้แหละ”

            “หลอกแอดมินด้วยนะ”

            “ว่าไม่เคยมาทำอ่ะ”

            “ไม่งั้นหนูก็ไม่รู้จะเข้าไปหาพี่ได้ยังไง”

            “หืมมม…”

            “มันน่าตีจริง”

            คุณหมอพูดขึ้นหมันเขี้ยวส่งมือไปบีบจมูกรั้นเจ้าตัวแสบ

            “อ๊ะ…”

            “พี่จอมอ่า”

            คนตัวเล็กร้องโวยที่คนตัวสูงดูท่าจะหมันเขี้ยวแรงเกินไปมือเล็กลูบจมูกป้อยๆ

            ฟอดดดดดดด!!!

            ส่งหอมฟอดใหญ่ไปที่แก้มยุ้ยอีกที

            ฟอดดดดดดดดดดดดดด!!!

            และอีกที

            “อื้อออ…”

            “พี่จอม”

            คนตัวเล็กตีแขนคนตัวสูงให้หยุดการกระทำเหล่านี้

            “เดี๋ยวมีคนมาเห็น”

            “ ^///^ ”

            ว่าขึ้นช้อนสายตามองคนตัวสูงเขินๆ

            “อีก1 ชั่วโมง”

            “พี่เลิกงานแล้ว”

            “น้องแคท”

            “รอพี่หน่อยได้มั้ยครับ”

            “เลิกงานแล้ว”

            “เดี๋ยวไปหาข้าวกินกัน”

            คุณหมอเอ่ยถามแฟนตัวเล็ก

            “อื้ม…”

            “ก็ได้ค่ะ”

            “พี่เลิกแล้วทักหาหนูแล้วกัน”

            “เดี๋ยวไปเดินเล่นรอ”

            ตกลงกันเรียบร้อย

            “เจอกันครับ”

            “หมดเวลาพักพอดี”

            ฟอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!

            พูดจบก็มอบหอมเน้นๆอีกทีก่อนจะเดินกลับเข้าไปทำงานต่อ

            .

            .

            “น้องแคท”

            “เผือกทอดครับ”

            “อ่ะนี่น้ำจิ้ม”

            คุณแฟนตรงข้ามตั้งแต่อาหารมาเสิร์ฟก็ตักนู่นตักนี่มาไว้ในจานคนตัวเล็กจนเต็ม

            “เออะ…”

            “พี่จอม”

            “พอก่อนค่ะ”

            “ล้นแล้วเนี่ย”

            เป็นคนตัวเล็กเอ่ยห้ามไว้

            “อึหึ”

            “ครับๆ”

            ขำๆ เล็กน้อย

            “กินข้าวเสร็จไปกินของหวานต่อมั้ย”

            “หนูยังไม่เคยมาเดินห้างนี้หนิ”

            คุณแฟนนำเสนอใหญ่

            “ไปค่ะ”

            เมื่อได้ยินว่าของหวานคนตัวเล็กก็ตาลุกวาวแล้ว

            “แล้วน้องแคทกลับมากี่โมงอ่ะครับ”

            “ใครไปรับที่สนามบิน”

            “ได้นอนหรือยังเนี่ย”

            คนตัวสูงยิงคำถามรัวๆ

            “อึหึ”

            “ ^^”

            “เครื่องลง8 โมงเช้า”

            “พ่อกับแม่ไปรับค่ะ”

            “ส่วนพี่เคนไปทำงานอ่ะ”

            “ได้นอนแล้ว”

            “กลับถึงบ้านก็นอนเลย”

            “ตื่นขึ้นมาก็มาหาพี่เนี่ยแหละ”

            ตอบครบทุกคำถาม ตอบเสร็จแล้วก็ตักเผือกทอดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆส่งยิ้มให้

            “น่าตีจริงๆเลย”

            “น้องแคท”

            “ ^+^ ”

            คุณแฟนเอ่ยขึ้นหมันเขี้ยว

            .

            .

            หลังจากที่ฉลองมื้อค่ำกันเรียบร้อยจัดหนักจัดเต็มทั้งของคาวของหวาน คนตัวสูงก็ขับรถมาส่งคนตัวเล็กถึงบ้าน

            “ไม่ไปนอนบ้านพี่จริงหรอครับ”

            เอ่ยถามคนข้างๆ ที่กำลังเอี้ยวตัวปลดเข็มขัดนิรภัยอีกครั้งหลังจากถามคำถามนี้ไปแล้วครั้งหนึ่งที่ร้านอาหารและคำตอบที่ได้ตอนนั้นคือไม่ไปอยากกลับมาพักผ่อนที่บ้าน

            “ไม่ค่ะ”

            ตอบไปเหมือนครั้งแรกทันที

            “น้องแคทอ่ะ”

            “ไม่คิดสักหน่อยหรอ”

            คุณแฟนตัวสูงเค้าทำเสียงอ่อยน้อยใจ

            “อึหึ”

            คนตัวเล็กขำให้กับความงอแงของคนตัวสูง

            “หนูเข้าบ้านก่อนนะ”

            บอกลาพร้อมกับใช้มือนุ่มนิ่มประคองหน้าหล่อไว้ ก่อนที่จะมอบจุ๊บลา

            “ -3-”

            “ฝันดีนะคะ”

            ร่ำลาเสร็จแขนเล็กหวังจะเปิดประตูรถลงไปดีๆแต่ก็โดนแขนแกร่งดึงรั้งไว้

            พรึบ!!

            จุ๊บบบ…

            จ๊วบบบบ…

            “อ๊ะ…” จ๊วบบบบบบบบบบ...

            “อ๊ะ…” จ๊วบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ…

            ปากบางครอบงำปากอิ่มอย่างโหยหาและดุดันอีกครั้งมือแกร่งละจากกรอบหน้ามนลงมายังที่ปรับเบาะปรับให้เบาะเอนลง

            พรึบบบ!!

            “พี่จอมมมม~”

            คนตัวเล็กร้องขึ้นประท้วงเมื่อเห็นคนตัวสูงเค้ามีท่าทางดูจะไม่ยอมปล่อยตัวเองไปง่ายๆ

            “เดี๋ยวมีคนมาเห็น”

            พูดขึ้นอ้อมแอ้มเบี่ยงหน้าหนีจมูกคมที่เอาแต่ไล้ไปทั่วหน้าแก้ม

            “น้องแคท”

            “จำของขวัญที่น้องแคทจะให้พี่…”

            “ก่อนบินไปเรียนได้มั้ยครับ”

            จู่ๆ คุณเค้าก็ทวงของขวัญขึ้นมาซะงั้น

            “…”

            “จำ…”

            “จำได้ค่ะ”

            “แต่ว่า…”

            “พี่จะขอตอนนี้หรอ”

            คนตัวเล็กหยั่งเชิงใจเต้นรัว

            “…”

            “ได้มั้ยครับ”

            คนตัวสูงก็บอกความต้องการส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มไปให้

            “…”

            จุ๊บบ...

            จุ๊บบบ...

            ส่งจุ๊บไปที่ปากอิ่มเชิงให้เธอเอ่ยอนุญาต

            “…”

            “…”

            จุ๊บบบบบ...

            จุ๊บบบบบบบ...

            จ๊วบบบบบบบบ...

            “อ๊ะะะ ะ”

            จ๊วบบบบบบบบบ บ บบ...

            ปิ้นๆๆ…

            “อ๊ะ!…”

            “เอ๊อะ!...”

            เสียงแตรดึงความสนใจคู่รักที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มให้หันไปมองคนตัวสูงใช้มือแกร่งข้างหนึ่งป้องหน้ามองทะลุกระจกหน้ารถไปยังแสงไฟที่สาดตรงมายังรถตัวเอง

            “…”

            “คุณเคน!!!”

            “คุณเคนนี่!!!”

            เอ่ยขึ้นเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนสาดไฟและบีบแตร

            พรึบบ

            คนตัวเล็กรีบปรับเบาะเด้งตัวขึ้นแล้วผลักคนตัวสูงให้กลับไปนั่งดีๆที่ที่นั่งคนขับเหมือนเดิม

            พรึบพรับๆ!!!...

            รีบจัดเผ้าจัดผมจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทาง...

            ก๊อกๆๆ

            ไม่ทันไรก็มีเสียงเคาะกระจกดังขึ้นฝั่งข้างคนขับคนตัวเล็กจึงค่อยๆ ลดกระจกลงมา

            “ ^v^ ”

            “ไอ้ตูดหมึก!!!”

            “คิดถึง!!!”

            “ถ้าวันนี้ไม่มีประชุม”

            “พี่ก็ลางานไปรับด้วยแล้ว”

            พี่ชายเอ่ยขึ้นก้มตัวลงมากอดน้องสาวที่นั่งอยู่ในรถแล้วยักคิ้วเชิงทักทายแฟนน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างๆซึ่งคุณแฟนของน้องสาวก็ส่งยิ้มให้มา

            “เอ้า…”

            “ไปๆเข้าบ้านก่อน”

            เอ่ยชวนคู่รักเข้าบ้านต่อ

            “เอ่อ…”

            “พี่จอมเค้ามาส่งหนูเฉยๆ”

            “วันนี้ไม่เข้า”

            เป็นคนตัวเล็กพูดสรุปขึ้นมองไปๆ มาๆ ระหว่างคุณแฟนกับคุณพี่ชาย

            “พี่จอม”

            “ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”

            “เจอกันนะ”

            คนตัวเล็กเอ่ยลาคุณแฟนก่อนแล้วรีบลงมาจากรถ

            “บ๊ายบายค่ะ”

            ยืนโบกมือลาคุณแฟนออกแนวกดดันว่าไปสักที

            “ครับ”

            ตอบกลับมาสั้นๆ อารมณ์เสียนิดหน่อยก่อนที่จะหมุนพวงมาลัยขับรถกลับบ้านไป หลังจากที่รถหรูเคลื่อนออกไปจนลับสายตา

            “เปิดประตูรั้วให้พี่ด้วย”

            พี่ชายเอ่ยสั่งน้องสาวก่อนที่จะเดินไปขึ้นรถเพื่อที่จะขับรถเข้าบ้านเช่นกัน

            ตือดือดึ๊ง…

            เสียงข้อความดังขึ้นในขณะที่เธอกำลังเปิดประตูรั้วให้พี่ชายทำให้คนตัวเล็กต้องหยิบมือถือขึ้นมาดู

            “คราวหน้าไม่รอดแน่!!!”

            ข้อความถูกส่งจากคนที่เพิ่งถูกไล่กลับไปเมื่อกี้นี้พร้อมกับสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนดุ๊กดิ๊กที่กำลังจุ๊บกันรัวๆ

            “อึหึ”

            “ ^_^ ”

            คนตัวเล็กยกยิ้มส่ายหัวให้กับความหื่นนี้พลันฉุกคิดขึ้น

            (เมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ)

            (มันจะร้อนแรงขนาดไหนนะ)

    พูดแล้วก็อดหน้าแดงตัวแดงไม่ได้รีบเดินเข้าบ้านไปอาบน้ำให้จิตใจมันสงบขึ้นดีกว่า