คำเตือน
มีฉากต่อสู้รุนแรง
..............
ชีวิตที่มีเื่ให้ทำมากมายเป็ชีวิตที่คุ้มค่าชาติก่อนก็ไม่เคยว่างจากการเรียนทักษะ พัฒนาตัวเองจนถึงตอนรับหน้าที่พ่อบ้านเรียกว่าั้แ่จำความได้เหรินซวงอิ๋นก็ไม่ได้มีเวลาเล่นสนุกตามวัยเหมือนอย่างเด็กคนอื่นเลยยังเคยสงสัยว่าตนกับรัชทายาทใครเหนื่อยกว่ากัน
มาชาตินี้ก็ยิ่งมีเื่ให้ทำเต็มไปหมดวันนี้ก็จัดระเบียบคนรับใช้ให้บ้านสามี ตอนนี้ก็ลงมาบ้านตัวเองคุณนายเหรินไม่ได้ป่วยอย่างที่เขาอ้าง ที่มาก็เพราะมีอย่างอื่นให้ทำบ้านเหรินแค่แวะมาเปลี่ยนรถเท่านั้น คราวก่อนคุยกับคนที่บ้านเหรินเข้าใจแล้วว่าจากนี้ไปเื่ในบ้านเหรินเขาจะทำอะไรบ้าง
บ้านนี้คนรับใช้ไม่มากมายเท่าบ้านจ้าวงานในบ้านส่วนใหญ่ช่วยกันไม่ได้แบ่งหน้าที่ เหรินซวงอิ๋นยังไม่คิดเปลี่ยนแปลงที่จะทำตอนนี้คือส่งคนมาคุ้มครองคนที่บ้าน อธิบายไม่มากคนที่บ้านก็เข้าใจตอนนี้บ้านเหรินก็เหมือนสาขาสองของบ้านจ้าว คนที่อยากลงมือกับบ้านจ้าวไม่ได้ก็อาจจะมาลงมือที่นี่แทน ยิ่งเขาเป็สะใภ้ที่กุมอำนาจในบ้านจ้าวเท่าไหร่บ้านเดิมของเขาก็ยิ่งอันตราย
ความคิดของคนที่นี่กับในชาติก่อนต่างกันเื่ลูกที่แต่งออกจะเป็คนนอก ไม่เกี่ยวกับตระกูลเดิมแต่ชาตินี้เหรินซวงอิ๋นก็ยังมีหน้าที่ลูกในบ้านตัวเอง และหน้าที่เมียในบ้านสามีกลายเป็ว่าแต่งงานแล้วมีสองบ้าน แต่ก็ไม่ทุกคนเสมอไปดูอย่างวิกตอเรียยังไม่เคยพูดถึงบ้านเดิมเลยสักครั้ง
คิดเื่นั้นเื่นี้จนกระทั่งไป๋เหลียงดับเครื่องยนต์คนสนิทแค่ขับรถมาส่ง ขากลับเขาจะกลับพร้อมพวกพยัคฆ์เร้นกายพอลงจากรถลูกน้องทั้งสี่ก็ยืนรออยู่แล้ว
ที่นี่เรียกว่าหลี่เจี๋ยความหมายของชื่อคือเป็ฮีโร่ ไม่รู้คนตั้งชื่อคิดอะไรอยู่ถึงตั้งชื่อสถานที่เช่นนี้ว่าฮีโร่
ลานต่อสู้ที่ยกสูงจากพื้นหนึ่งเมตร มีตาข่ายเหล็กครอบไว้คล้ายกรงสัตว์ บนเวทีมีเสาปูน เสาเหล็ก และเสาไม้ ตั้งอยู่หลายจุดน่าจะเอาไว้ช่วยเสริมให้การต่อสู้ดูน่าสนใจขึ้นรอบเวทีทรงกลมมีที่นั่งสร้างเป็ลักษณะครึ่งวงกลมหลายวงทับซ้อนกันชั้นนอกจะสูงกว่าชั้นในประมาณหนึ่ง่ตัว เป็ที่นั่งของผู้ชมมีหกชั้น
บนสุดเป็ตั๋วยืนอยู่ห่างจากเวทีมากที่สุด แต่กลับมีคนนิยมจับจองไม่แพ้แถวหน้าด้วยเหตุผลว่าหากมีเื่ไม่คาดฝัน แถวหลังจะหนีได้ก่อน ไม่ต้องเสี่ยงโดนเหยียบตายด้วยทางออกแต่ละแถวมีแค่สองทางเท่านั้นแต่ก็นั่นแหละถ้าท่านกลัวอันตรายแนะนำให้นอนอยู่บ้าน
ตอนนี้เหรินซวงอิ๋นแต่งตัวไม่เหมือนปรกติเขาสวมสแลคขาเต่อสีเทารองเท้าหนังนิ่มสีน้ำตาลไม่สวมถุงเท้ายามก้าวเผยข้อเท้าเปลือยเปล่าน่ามองท่อนบนเป็เชิ้ตคอจีนสีดำ โชว์ลำคอระหงขาวเนียน สวมหน้ากากไม้บดบังใบหน้าแม้จะเห็นแค่เส้นผมก็รู้ว่างดงาม
ด้านหลังของเขาคือพยัคฆ์เร้นกายทั้งสี่คนสวมชุดที่เหรินซวงอิ๋นออกแบบให้ แรงบันดาลใจจากชุดนักฆ่าในสมัยก่อนใช้ผ้าที่ใส่สบายเคลื่อนไหวได้สะดวก ระบายเหงื่อ หากเปียกก็แห้งไวแต่มิดชิดและมีการตัดเย็บเสริมเกราะปกป้องจุดตายตามร่างกายไว้ด้วยเกราะทำจากเหล็กชิ้นบางไร้น้ำหนัก ผลงานของหน่วยสี่ ะุปืนพกเจาะไม่เข้ามีดทั่วไปก็อย่าหวังจะแทงทะลุ
คนอื่นไม่มีทางมองออกว่าชุดนี้มีอะไรพิเศษ แต่หากได้สู้กันจะพบว่าจุดตายของพวกเขานั้นถึงสามารถโจมตีได้ก็อาจไม่เป็อะไรเลย
“สำหรับหลี่เจี๋ย เมื่อก้าวขาเข้ามาแล้วความปลอดภัย ก็เป็เื่ที่ต้องอาศัยฝีมือ”
เพราะประโยคนั้นทำให้เหรินซวงอิ๋นหันไปมองหัวหน้าหน่วยสามทำหน้าที่เป็ไกด์
“นั่นคือผู้จัดการของที่นี่ครับชื่อมู่ถังซินเห็นท่าทางผู้ดีแบบนั้นแต่ความจริงไม่มีอะไรดีหรอก ทั้งหน้าเงิน ทั้งโเี้เขาน่ะชอบเห็นคนเจ็บตัว บางทีอาจจะชอบกลิ่นเืด้วย เคยมาติดต่อพวกเราให้ไปทำงานด้วยวันที่นัดคุยก็เอาคนมาซ้อมให้ดู คงอยากข่มขวัญพวกเรามั้ง”
มู่ถังซินไม่ได้ยินแต่เหมือนจะรู้ตัวเขาหันมามองทางกลุ่มลูกค้า (หน้าใหม่) คนเดินนำรูปร่างสูงเพรียวคงเป็พวกคุณหนูมีเงินอยากเปิดโลก เพราะอีกฝ่ายสวมหน้ากากทำให้ต้องคาดเดาโฉมหน้าแต่เขาเดาว่าต้องเป็โฉมงามแน่ ๆ
ส่วนบอดี้การ์ดสี่คนด้านหลังผิวพรรณดีถึงไม่เท่าเ้านายแต่ก็ดูออกว่าเป็พวกมีอันจะกินลูกน้องไม่ธรรมดาขนาดนี้ เ้านายจะขนาดไหน
ผู้จัดการที่มีมาดคุณชายตระกูลใหญ่ขอตัวจากคู่สนทนาแล้วตรงมาต้อนรับพวกเขาทันที
“สวัสดีครับ หลี่เจี๋ยยินดีต้อนรับลูกค้าคนพิเศษผมชื่อมู่ถังซินเป็ผู้จัดการของที่นี่ไม่ทราบว่าคุณชายได้จองที่นั่งชั้นบนไว้หรือไม่ครับ”
ที่นั่งชั้นบนที่เขาถามคือชั้นลอยเป็ส่วนตัวกว่า ไม่ถูกเบียดจากคนอื่น เพราะมีกระจกกั้น แบ่งเป็ห้องๆหนึ่งห้องอยู่ได้ไม่เกินสิบคน ค่าห้องแพงกว่าตั๋วชั้นล่างห้าสิบเท่าได้
เหรินซวงอิ๋นมองขึ้นไป้าห้องที่ว่านั้นมีกลุ่มคนมีเงินจับจองเกือบเต็มแล้วห้องที่ว่างอยู่ก็มุมมองไม่ดีเท่าไหร่ เขาถามมู่ถังซิน
“ผมเพิ่งเคยมาครั้งแรก ไม่ค่อยรู้อะไรห้องข้างบนดียังไงเหรอครับ”
มู่ถังซินเห็นคนกลุ่มนี้เป็เด็กอนุบาลมาเที่ยวเล่นทัศนศึกษาทันทีเงินก้อนอยู่ตรงหน้าไม่รีบคว้าได้ไง
“้าดีกว่าหลายอย่างเลยครับคุณชายดูที่นั่งข้างล่างอึดอัดมาก ทุกคนเบียดกันเวลาเชียร์มือไม้ก็แทบจะพันกันอยู่แล้ว ส่วนห้อง้า แอร์เย็นเครื่องดื่มไม่อั้น ไม่ต้องรำคาญคนที่เราไม่รู้จักด้วยคุณชายตอนนี้ห้อง้าว่างแค่สองห้องเท่านั้น หากช้าจองไม่ทันจะหาว่าผมไม่แนะนำไม่ได้นะครับ”
คุณหนูผู้ดีคนนี้ควรรีบจองและจ่ายเงินสดแต่ว่าการค้ากลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ไม่ดีกว่า ผมชอบอะไรที่ ครึกครื้นหน่อยอืม..มุมนั้นแล้วกัน” จุดที่เขาชี้คือแถวล่าง หน้าสุดติดเวที เห็นการต่อสู้ชัดเจนก็พอเข้าใจ เด็กคนนี้คงชอบความตื่นเต้น เห็นการต่อสู้ชัด ๆ ละมั้ง
หัวหน้าหน่วยสามเป็คนจ่ายเงินค่าตั๋วบวกพิเศษไปอีกนิดหน่อยตามธรรมเนียม ของคนที่้าให้บริการเขาเป็พิเศษมู่ถังซินที่ขายห้องส่วนตัวไม่ได้ แต่ได้เงินพิเศษมาแทน ยิ้มได้อีกครั้งรีบเชื้อเชิญแขกไปนั่งจุดที่้าทันที
“ที่นี่มีกติกาไหมครับคุณมู่”เสียงน่าฟังเอ่ยถาม มู่ถังซินเต็มใจบริการไม่เพียงเงินหนา
เขาพบว่าตอนเข้าใกล้ลูกค้าคนนี้มีกลิ่นหอมที่แปลกแยกจากที่นี่ชัดเจนเป็ความหอมที่ยากจะตัดใจออกห่าง น้ำหอมเหรอ ยี่ห้ออะไรกันนะอยากรู้แต่ถามไม่ได้กลัวคุณชายน้อยจะเข้าใจว่าเขาเต๊าะ ลูกค้าไม่พอใจ อาจไม่มาอีกจะขาดรายได้
ผู้จัดการมู่รีบตอบ “กติกาอะไรกันครับที่นี่มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้น” เขาเอียงตัวเข้าใกล้ให้เหมือนตั้งใจกระซิบ“กติกามันเื่ของเด็ก” พูดจบก็ยิ้มสุภาพให้ลูกค้า
สูดดดดดด..หอมจริง ๆ นะ
เหรินซวงอิ๋นรู้ดีว่าชายคนนี้คิดอะไรอยู่ใส่หน้ากากก็ดีไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มให้เมื่อย
“ผมว่าคุณพูดผิดแล้วล่ะครับ”
“ผิดตรงไหนครับ”มู่ถังซินเต็มใจเดินมาส่งถึงที่ และยังคุยต่อ
คุณชายน้อยกระซิบกลับ“กติกาเป็เื่ของเงินในกระเป๋าต่างหาก”
ผู้จัดการมู่หัวเราะเสียงดังพยักหน้าเร็ว ๆ “ใช่ ๆ ถูกต้อง ถูกต้องที่สุดครับ จะได้เวลาคู่แรกแล้วผมขอตัวไปดูนักสู้ก่อน เชิญคุณชายและคุณผู้ชายทุกท่านตามสบายมีความสุขในการรับชมครับ”
คุณชายน้อยไม่ตอบแต่พยักหน้าให้เขาหนึ่งทีมู่ถังซินรู้สึกว่ามุมมองที่เขามีต่อคุณชายน้อยเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อยนอกจากดูรวย ตัวหอม อาจเป็โฉมงามแล้ว ยังมีอารมณ์ขันที่น่าฟังอีกด้วย
โค้งอำลาหนึ่งที แล้วจากไปด้วยความอาลัย
เหรินซวงอิ๋นนั่งลงไม่ได้สนใจใครอีก มีคนพยายามส่งสายตามาแต่เขาไม่สบตาตอบ ผู้คุ้มกันก็นั่งประกบซ้ายสองขวาสองคนที่อยากเข้ามาก็ขอคิดก่อนว่าควรเข้าไปหรือแค่มองก็พอ คิดแล้วก็นั่งลงดีกว่า
ใต้หน้ากากอาจเป็ชายอัปลักษณ์เสียโฉมก็ได้ไม่งั้นจะใส่หน้ากากปิดหน้าปิดตาทำไม
อีกอย่างคนคุ้มกันดูไม่เลวเลย จะจ้างคนแบบนี้ได้ต้องมีเงินมากพวกนี้คงเป็คนตระกูลใหญ่ อย่าเข้าไปหาเื่ใส่ตัวดีกว่า
การส่งลูกน้องเข้าสปา แปลงโฉมเป็คนใหม่ได้ผลเกินคาดนอกจากไม่มีใครจำอดีตนายทหารทั้งสี่ได้แล้วพวกนายหน้าหางานยังให้ความสนใจพวกเขาไม่น้อย เข้าทางเหรินซวงอิ๋นไปซะทุกอย่าง
บนเวทีการต่อสู้คู่แรกเริ่มต้นขึ้นแล้วหัวหน้าหน่วยสามแนะนำชายทั้งสองคนให้เ้านายรู้จัก “ไอ้ั์ไม่มีไซส์เสื้อนั้นชื่ออี๋นั่ว ยอดฝีมืออันดับสองของที่นี่ครับนาย”
อี๋นั่วตัวสูงใหญ่เหมือนั์จริงสูงกว่าคนทั่วไป พวกลูกน้องของเขาสูงแค่ระดับหน้าอกของมัน ชาติก่อนเหรินซวงอิ๋นเคยเจอคนที่รูปร่างเช่นนี้มักจะเป็ชาวนอกด่าน ไม่ก็ชาวเปอร์เซีย ทุกเผ่าพันธุ์ย่อมมีทางรอดของตนไม่แน่ว่าเขาอาจเคยเจอกับบรรพบุรุษของหมอนี่ก็ได้
“ส่วนไอ้หน้าลิงเป็แค่นักสู้ปลายแถวที่มาท้าชิงครับ”คนที่ยังไม่ชนะ ไม่มีใครสนใจชื่อเสียงเรียงนาม บนเวทีมีคนแพ้คืนละตั้งไม่รู้เท่าไหร่ใครจะไปเสียเวลาจำ
พวกแฟนคลับโห่ร้องเป่าปากต้อนรับอี๋นั่ว ผู้ชมส่วนใหญ่ก็ชื่นชมฝีมือของเขา หัวหน้าหน่วยสามบอกว่า“อี๋นั่วเคยเป็ที่หนึ่งมาหลายปี แต่เพราะการแพ้ครั้งเดียวเขาเลยกลายเป็ที่สองตลอดกาล”
เหรินซวงอิ๋นถามขณะที่สายตาจับจ้องอยู่บนเวทีมองการเคลื่อนไหวของสองคนที่กำลังจะต่อสู้
“ทำไมไม่สู้เพื่อชิงที่หนึ่งคืนล่ะ”
“ที่สนามแห่งนี้จัดอันดับตามสถิติการแพ้ชนะเพราะอันดับหนึ่งตอนนี้ยังไม่เคยแพ้ใคร อี๋นั่วจึงเป็ได้แค่ที่สองรองจากเขา”
“แล้วที่หนึ่งจะขึ้นเวทีเมื่อไหร่”
“คืนนี้ถ้าอี๋นั่วไม่แพ้ที่หนึ่งคงไม่ได้ขึ้นครับ”
“เป็อี๋นั่ว ไม่ง่ายเลย”
“ครับ นายว่าไงนะครับ”
“เปล่า เอาล่ะคืนนี้ผมจะให้พวกคุณจดจำวิธีการต่อสู้ของนักสู้แต่ละคน พรุ่งนี้เราจะมีการทดสอบถ้าใครผ่าน หน่วยของคุณจะได้แสดงฝีมือในงานแรก”
ฟังนายจบแล้ว ลูกน้องทั้งสี่หันไปมองเวทีตั้งใจเก็บความรู้อย่างเอาเป็เอาตาย
เสียงระฆังดังหนึ่งครั้งนักสู้ได้ยินเสียงลมหายใจของตนดังกว่าเสียงคนดูในหัวมีเพียงวิธีต่อสู้ที่จะใช้เพื่อเอาตัวรอด บนเวทีนี้ไม่้าคนอ่อนแอไม่ว่าจะเป็ร่างกายหรือจิตใจ
อี๋นั่วเดินเต็มเท้าก้าวออกมา ซัดหมัดใส่เสาปูนที่เดินผ่านจนแตกไปสองเสาผู้ท้าชิงตัวเล็กกว่าแต่มีความมั่นใจในตัวเองพอสมควระโเตะเสาไม้จนหักไปสามต้นติด ๆ กัน
ต่างคนต่างข่มขวัญกันไปมารอจังหวะจู่โจม คนดูะโอย่างบ้าคลั่ง
“สู้สิโว้ย สู้สักที”
“สู้”
“อี๋นั่วสู้ ๆ”
“อี๋นั่วจงเจริญ”
“อี๋นั่ว อี๋นั่ว อี๋นั่ว ...”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนส่วนใหญ่วางเดิมพันไว้ข้างไหนผู้ท้าชิงถ่มน้ำลายแล้วดีดตัวเข้าหาอี๋นั่วปลายเท้าที่พันด้วยผ้าจนหนาพุ่งเข้าหาลิ้นปี่ อี๋นั่วปัดมือออกไปคล้ายท่าปัดแมลงวัน คว้าข้อเท้าชายคนนั้นได้ ก็จับฟาดลงไปที่เสาปูนหวาดเสียวจนบางคนเผลอโยกหลบคิดว่าเป็ตัวเอง
ชายคนนั้นถีบอากาศผ่านไปที่หน้าของอี๋นั่วแล้วพลิกตัวออกจากการจับกุม โดยยืมแรงจากการยันเสาเหล็ก อี๋นั่วเสียหลักล้มใส่เสาด้านหลังตัวโตจนเสารับน้ำหนักไม่ได้ เสียงเสาปูนแตกหักพังลงเพิ่มความสะใจให้คนดู
เพิ่งเริ่มสู้เสาบนเวทีก็หักไปแล้วหลายเสา เศษปูน เศษไม้ กระจายเต็มพื้นนี่คือที่มาว่าทำไมนักสู้ถึงพันเท้าให้หนาเข้าไว้ บนเวทีใส่รองเท้าก็จะลื่นพอไม่ใส่ก็อาจถูกอะไรบาด นี่ก็คือวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด
“ใบหู” เหรินซวงอิ๋นพูดให้ลูกน้องได้ยินหัวหน้าหน่วยหนึ่งพยักหน้า พูดกับตัวเอง
“นายมองขาดจริงๆ” เหรินซวงอิ๋นหันมามองเขาหัวหน้าหน่วยสามอธิบายแทนเพื่อน
“พวกผมเคยสู้กับอี๋นั่วมาแล้วแต่ไม่มีใครชนะ ถึงไม่ชนะก็พอจะจับจุดได้ว่าอี๋นั่วมีจุดอ่อนตรงไหน”
“รู้จุดอ่อนทำไมไม่ชนะ”
“นายเถอะครับดูไปก่อน จะได้คำตอบเอง”
สายตาของเหรินซวงอิ๋นกลับมาจับจ้องที่ั์ใหญ่อี๋นั่วตอนนี้ผู้ท้าชิงกำลังทำเวลา เพื่อจะล้มอันดับสองให้ได้ แต่ว่าไม่ง่ายเลยชายหน้าลิงเริ่มอ่อนล้า เพราะโดนจับโยนไปสามครั้ง ถึงจุดสำคัญในร่างจะยังปลอดภัยแต่ก็เจ็บไม่น้อย
อี๋นั่วคำรามไม่ต่างจากสัตว์ร้ายผู้คนรู้สึกกระหายชัยชนะร่วมไปกับเขา ผู้ท้าชิงกุมอกขวาถอยหลังหลายก้าวรวบรวมกำลังจะสู้ใหม่อีกครั้ง
“เข้ามา” อี๋นั่วะโ
ผู้ท้าชิงเืขึ้นหน้าวิ่งเข้าใส่ไม่คิดชีวิตหมัดที่ลอยมาเกือบถึงใบหูถูกสกัดไว้ มือใหญ่แรงช้างจับทั้งร่างขึ้นทุ่มไม่ได้ทุ่มลงพื้นแต่เป็ ทุ่มใส่เสาปูนที่หักไปแล้วครึ่งหนึ่ง
เสียงร้องของคู่ต่อสู้หน้าลิงเร่งการหลั่งอะดรีนาลีนของผู้ชม ทุกคนใจเต้นแรง แม้แต่สาวสวยที่ควงมาด้วยก็ลืมสนใจจดจ่อแต่เวที ไม่อยากพลาดฉากเด็ด
คนถูกโยนร้องอีกครั้งด้วยความเ็ปเขายกขาต้านแรง แต่พลาดที่กะจังหวะไม่ดี ขาฟาดไปโดนเสาเหล็กเต็ม ๆ ส่งผลให้ขาซ้ายหักทันทีหนึ่งท่อนตอนปะทะเสาและอีกท่อนหักตาม ตอนหล่นลงพื้น เสียงร้องลั่นน่าเวทนา
แต่ผู้ชมะโโลดเต้นเพราะลงขันข้างผู้ชนะไว้
รอบนี้รวย!!
“หูของอี๋นั่วเคยถูกผ่าตัดมาครั้งหนึ่งเพราะตอนที่เขาแพ้การต่อสู้เคยถูกฉีกใบหูทำให้เขามีปฏิกิริยาไวเป็พิเศษเมื่อมีคนจะจู่โจมจุดอ่อน หากไม่แน่พอจะทำอะไรเขาได้ก็อย่าคิดจะทำ ไม่เช่นนั้นชีวิตก็อาจรักษาไว้ไม่ได้”
คราวนี้หัวหน้าหน่วยห้าเป็คนพูดขึ้นบ้างเหรินซวงอิ๋นมองใบหน้าของชายหน้าั์ที่ไร้ซึ่งความยินดีหรือมีอารมณ์ร่วมกับผู้ชม เขากุมที่ท้องเล็กน้อยแต่ไม่ได้แสดงอาการว่าตนาเ็ หากไม่ใช่เหรินซวงอิ๋นมองออกคิดว่าในนี้คงมีแต่คนคิดว่าชายคนนี้เป็ั์เป็มาร เ็ปไม่เป็
ถึงบอกไง ว่าเป็อี๋นั่ว ไม่ง่ายเลย
ระหว่างที่คนส่วนใหญ่สนใจเชียร์การต่อสู้ลุ้นว่าคนที่ตนลงเดิมพันจะนำโชคมาให้หรือเปล่า ฝั่งตรงข้ามของเหรินซวงอิ๋นคือนายหน้าหางานสองคนชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ที่กำลังมองหายอดฝีมือรับจ้างคนพวกนี้เหมือนคนกลางที่คอยหาคนทำงานให้ผู้ที่มีเงินจ่าย แต่ไม่สะดวกจะต่อรองเองนอกจากค่านายหน้าหาคน เงินค่าจ้างที่กดราคามาได้จากราคาจริงที่นายจ้างจ่ายก็เป็ของพวกเขาทั้งหมด พวกนี้หาเงินได้ โดยไม่ต้องลงมือทำงานเอง
“พวกนั้นใคร ไม่เคยเห็นหน้า”
หญิงสาวมองตรงไปที่เป้าหมายผู้ชายข้างเธอกำลังเกาคาง มองตามสายตาเธอ
“พวกคนรวยอยากเห็นของแปลกล่ะมั้งดูแต่ละคนสำอางขนาดนั้น”
“ฉันว่าไม่นะ สี่คนนั้นคุ้น ๆแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน”
“คุ้นเหรอ? เธอก็คุ้นหน้าคนหล่อทั้งโลกนั่นแหละเจินเจิน”
“อย่าหึงไม่เข้าเื่น่าคุณนายหงไม่ใช่ว่าอยากได้คนที่ดูดีแบบนี้ ไปทำงานกับเธอเหรอ”
พอเป็เื่งานก็เอามาอ้างว่าหึงไม่ได้ ซีฮันกับหลี่น่าเจินไม่เชิงเป็คู่รักแต่พวกเขาทำงานด้วยกันมานานั้แ่เข้าวงการนายหน้า ความรู้สึกเหมือนเพื่อนสนิทเคยนอนด้วยกันสองครั้งตอนเมา แต่ตื่นมาก็ต่างคนต่างไม่พูดถึงมันอีกสำหรับพวกเขาเื่งานสำคัญกว่า ความสัมพันธ์มันจึงอธิบายยากอย่างที่เห็น
“ก็ใช่นะแต่เธอมั่นใจเหรอว่าไม่ใช่พวกไก่อ่อน”
“อ่อนไม่อ่อนลองจับดูก็รู้แล้ว”
“พูดแบบนี้อยากให้เธอมาลองจับของฉันบ้างจังจะได้รู้ว่ามันแข็งแค่ไหน”
หญิงสาวเอียงคอจ้องกลับซีฮันหัวเราะทีเล่นทีจริง “ขำ ๆ อย่าเพิ่งมีน้ำโหสิจ๊ะ”
“จะทำมั้ยงาน จะเอามั้ยเงิน”เธอเริ่มยัวะเขาต้องรีบจริงจัง “เอาจ้า เอา ๆ”
หลี่น่าเจินอดสั่งสอนไม่ได้ “คนมีฝีมือหาไม่ยากแต่คนหน้าตาดีด้วยมีฝีมือด้วย นายจะไปเดินหาจากไหนได้อีก คิดสิคิด”
“ถูกต้องเธอพูดถูกต้องงั้นก็..ลองทดสอบดูหน่อยเป็ไง”
“รออะไรล่ะ”
หลี่น่าเจินยักคิ้วเผยความเท่อย่างที่หญิงอื่นไม่มีการต่อสู้บนเวทีจบลงไปแล้ว พนักงานชุดดำกำลังวิ่งขึ้นไปหามผู้ท้าชิงลงมาในสภาพสลบไม่ได้สติ ขาหักสองท่อน
อี๋นั่วยืนให้พิธีกรชูมือขวาประกาศผู้ชนะเป็อีกครั้งที่เขารักษาอันดับสองของที่นี่ไว้ได้อย่างหวุดหวิดรอบด้านเสียงผู้ชมยกย่องผู้ชนะ ะโชื่อเขาก้องสนาม
หญิงสาวคนหนึ่งยืนขึ้นชี้ไปทางกลุ่มของเหรินซวงอิ๋น “พวกคุณตรงนั้น อยากร่วมสนุกหน่อยมั้ยถ้าเอาชนะอี๋นั่วได้ ฉันให้เลยสี่ล้าน”
เสียงฮือฮาดังขึ้นบอกแล้วว่ากติกาของที่นี่ไม่มีหรอก ทุกอย่างคุยกันได้ด้วยเงิน
“แต่ถ้าแพ้ อี๋นั่วนายจะได้สามล้านค่าส่วนแบ่งของสนามฉันเป็คนจ่าย นายรับเต็ม ๆ ว่าไง”
อี๋นั่วมองไปทางกลุ่มของเหรินซวงอิ๋นเสียงห้วนดังขึ้น "คิดว่าแน่ก็เข้ามา"
เหรินซวงอิ๋นหันช้า ๆ ไปทางหลี่น่าเจินหนึ่งในนายหน้าที่เขาเล็งไว้ั้แ่ตอนหาที่นั่งจงใจนั่งตรงข้ามสองคนนั้นก็เพื่อดึงดูดความสนใจ คันเบ็ดสั่นแล้วอยากรู้ว่าเหยื่อจะติดไหม ก็ต้องลองยกดู
“นายครับ ผมอยากลองดู แต่ถ้าชนะสี่ล้านผมขอทั้งหมด”ดูเหมือนหัวหน้าหน่วยหนึ่งของเราจะร้อนเงิน เหรินซวงอิ๋นลุกขึ้น พวกลูกน้องลุกตามเขาตบบ่าคนร้อนเงิน
“ผมสู้เอง ส่วนเงินรางวัลให้ทุกคนแบ่งกันหาของบำรุงร่างกาย เตรียมรับการทดสอบพรุ่งนี้”
“แต่นาย จะไหวแน่เหรอครับผม...ผมแค่เป็ห่วงนะ” หัวหน้าหน่วยสามดึงเพื่อนไว้ความจริงพวกเขาก็คาใจกับฝีมือเ้านายมานานแล้วถึงจะกลัวนายถูกอี๋นั่วฆ่าหรือทำร้ายจนสาหัส แต่นี่นายจะออกหน้าเองเข้าไปขวางไม่เท่ากับเป็การดูถูกเ้านายตัวเองเหรอ
เสียงชายอีกคนที่ยืนข้างหญิงสาวเ้าของเงินรางวัลเอ่ยถาม“กล้าไหมจ๊ะหนู”
เหรินซวงอิ๋นไม่ได้ตอบลูกน้องแต่ะโข้ามไปรับคำท้า “เอาสิ ผมก็นั่งดูจนเบื่อแล้วเหมือนกัน”
ได้เวลาโชว์ฝีมือ..
คนอื่นต่างมองเป็เื่สนุกมีไม่น้อยที่หัวเราะ ไม่มีใครสงสัยว่าฝ่ายไหนจะชนะแต่สงสัยมากกว่าว่า คุณชายที่ดูบอบบางจะสภาพเป็ยังไงหลังการต่อสู้จบลง ตายคาเวทีหรือถูกหามลงมาแล้วค่อยสิ้นใจทีหลัง
ในขณะนั้นพนักงานในสนามกำลังเก็บกวาดเวทีรอรับการต่อสู้รอบใหม่ ที่น่าสนใจกว่าเดิม